หนังที่ผมดูวันนี้ | Movie ReviewRulestheWorld
Jungle Cruise (2021) – ชวนล่องป่าหาความอมตะ
  • ไม่ได้เป็นคนที่พิศมัยการเล่นเครื่องเล่นเสียเท่าไหร่ เพราะไม่ได้มีโอกาสเข้าไปหาทำ เลยไม่ค่อยได้สัมผัสกับความหฤหรรษ์ที่สวนสนุกในประเทศนั้นมี (ยิ่งต่างประเทศยิ่งไม่มีเลย) กระนั้นเอง ท่านเจ้าคุณ Disney มักจะหัวใส นำเอาธีมปาร์คชื่อดังในดิสนีย์แลนด์มาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ให้เรารับชม แบบ The Haunted Mansion หรือ Tomorrowland หรือแบบดังเป็นแฟรนไชส์อย่าง Pirates of the Caribbean จนกระทั่งเรื่องล่าสุดที่จับเอาการล่องแก่งมาเป็นเส้นเรื่องในหนังอย่าง Jungle Cruise

    Jungle Cruise เล่าเรื่องของดร.ลิลี่ เฮาจ์ตัน ที่หวังจะตามหา “น้ำตาแห่งจันทรา” ต้นไม้ในตำนานในลุ่มแม่น้ำอะแมซอน ที่ครึ่งหนึ่งกลุ่มนักสำรวจชาวสเปน ดอน อเกียร์เร่ เคยออกตามล่าจนหายสาบสูญไป เธอจึงจับพลัดจับพลูว่าจ้างไกด์เรือปาหี่อย่าง แฟรงค์ นำล่องเธอไปตามสายแม่น้ำ แต่ก็ต้องต่อสู้กับเจ้าชายเยอรมันอย่างโจอาคิม ที่หมายจะแย่งพลังนี้มาเป็นเจ้าของ

    การเป็นหนังผจญภัยสไตล์ดิสนีย์ ทำให้เราไม่ได้คาดหวังความซับซ้อนอะไรมากนัก ตัวหนังทำการเกริ่นนำ ทั้งในส่วนของตำนานการตามล่าน้ำตาแห่งจันทราของดอน อเกียร์เร่ ก็จะแนะนำตัวละครหลักอย่าง ลิลี่ เฮาจ์ตัน และ แฟรงค์ ที่แม้เรื่องราวทั้งหมดจะดูเป็นความแฟนตาซีผจญภัย แต่ก็แทรกมาด้วยอารมณ์ขันในหลาย ๆ จังหวะ

    อย่างแรกที่ต้องชมก็คือ กลิ่นอายความเป็นหนังผจญภัยแฟนตาซีที่สร้างสรรค์ความบันเทิงได้อย่างเต็มที่ ทั้งการออกแบบตัวละครหลักให้ดูมีคาแรคเตอร์ชัดจดจำง่าย ทั้งตัวเอกและตัวร้ายที่มีรูปลักษณ์ชวนขำ รวมถึงการสอดแทรกมุกต่าง ๆ ก็ทำได้ค่อนข้างดี อีกทั้งเรื่องราวการผจญภัยก็ผูกเงื่อนคลายปมและเล่าออกมาในลักษณะที่น่าสนใจไม่น้อย แถมได้การแสดงที่แบ่งรับแบ่งสู้กันระหว่าง เอมิลี่ บลันท์ และ ดเวย์น จอห์นสัน ก็ทำได้ดี อีกทั้งนักแสดงรายอื่นก็แต่งเติมสีสันได้สนุกไม่หยอก

    นอกจากนี้เรื่องราวก็สอดแทรกประเด็นสมัยนิยมลงไป ทั้งเรื่องความทัดเทียมทางเพศที่ให้ตัวละครหญิงเป็นฝ่ายที่รักการผจญภัยและใส่กางเกงที่มาเหนือกาลสมัย และตัวละครของแม็คเกรเกอร์ที่เป็นตัวละคร LGBTQ+ ก็ทำได้ โดยไม่รู้สึกยัดเยียดมากนัก

    ทั้งนี้ก็ตาม มันเป็นหนังลูกสูตรสำเร็จของดิสนีย์ที่คาดเดาได้ไม่ยาก ทั้งการวางตัวละครหลักที่ดูขัดแย้งเป็นคู่กัด รวมถึงตัวร้ายที่ทะเยอทะยานปนขำ และบทสรุปสุดท้ายก็หนีไม่พ้นสูตรสำเร็จของหนังแนวนี้

    นอกเหนือจากนี้ เราค้นพบว่า มีหลายช่วงของหนังทำให้เรานึกถึงความหฤหรรษ์ของฉากแอ็คชั่นในไตรภาคแรกของแฟรนไชส์อย่าง Pirates of the Caribbean ซึ่งทั้งโดดเด่นและดูเท่ในเวลาเดียวกัน แต่ก็ยังไม่วายสอดแทรกจังหวะให้สร้างเสียงหัวเราะได้จนเป็นเอกลักษณ์ แต่กับหนังเรื่องนี้ ทำได้แค่พอสอบผ่าน แต่ไม่น่าจดจำในระดับนั้น

    สรุปแล้ว Jungle Cruise คือหนังผจญภัยสไตล์ดิสนีย์ที่มุ่งเน้นในการสร้างความบันเทิงตามสูตร แม้การแสดงของทีมนักแสดง มุกตลกที่ใส่ได้จังหวะและเรื่องราวที่สอดแทรกประเด็นสมัยนิยมจะทำได้โดยไม่ยัดเยียด แต่ตัวหนังก็ดำเนินตามสูตรสำเร็จที่คาดเดาไม่ยาก และพลอยให้นึกถึงความหฤหรรษ์ที่คล้าย ๆ กันนี้ในหนังเรื่องอื่น ถึงมันจะมอบความบันเทิงได้ในระดับนึง แต่มันกลับทำได้ไม่น่าจดจำเสียเท่าไหร่

    3.5 / 5

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in