หนังที่ผมดูวันนี้ | Movie ReviewRulestheWorld
Kimetsu no Yaiba the Movie: Mugen Train (2020) – ศึกล่าอสูร รถไฟสู่นิรันดร์
  • รีวิวนี้ เขียนขึ้นเมื่อ ธันวาคม 2020

    มีไม่กี่ครั้งหรอกครับ ที่ส่วนตัวผมจะตื่นเต้นกับหนังบางเรื่อง หลายต่อหลายเรื่องเป็นเพราะกระแสความ hype ที่ทั้งโลกจับตา บางเรื่องก็มาจากความชอบส่วนตัวที่เฝ้ารอให้มันมาฉาย แน่นอนความตื่นเต้นเหล่านั้นจางลงไปบ้าง เมื่อภัยร้ายแบบโควิด-19 มาเยือน บรรยากาศความครึกครื้นหน้าโรงหายไป เหลือก็เพียงที่นั่งว่าง ๆ ข้างตัวที่เว้นไว้ให้เป็นเงาว่าเจ้าภัยร้ายนั้นยังอยู่ จนกระทั่งกิตติศัพท์ความดังของอนิเมะเรื่องนึงก็มาดังเข้าหู ทั้ง ๆ ที่จริงชื่อ ๆ นี้เคยเข้ามาสะกิดเราแล้วตั้งแต่ช่วงต้นปี มันคืออนิเมะอย่าง ดาบพิฆาตอสูร ที่เป็นที่รักของแฟน ๆ ทั่วโลก และก็ได้สร้างภาคเดอะมูฟวี่อย่าง ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ ขึ้นมา

    ความพิเศษนี้ย่อมไม่ธรรมดา เพราะ ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ ได้สร้างสถิติทำรายได้แซงทั้ง Spirited Away, Your Name, Titanic หรือแม้กระทั่งมาสร้างปรากฎการณ์ในไทย…



    ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ เล่าถึงภารกิจทีมพิฆาตอสูรอย่าง ทันจิโร่, เซ็นอิตสึ และ อิโนะสุเกะ ที่ตามไปโดยสารรถไฟนิรันดร์ที่เกิดเหตุการณ์ปริศนาที่มีผู้คนบนรถไฟหายตัวไปอย่างลึกลับ ก่อนจะพบเสาหลักปราณเพลิงอย่าง เรนโงคุ เคียวจูโร่ ที่เดินทางนำมาก่อน โดยหารู้ไม่ว่า บนรถไฟมีอสูรข้างแรมอันดับหนึ่งอย่าง เอ็นมุ รอคอยอยู่บนนั้น

    เดอะมูฟวี่เรื่องนี้ของดาบพิฆาตอสูร คือ การนำเส้นเรื่องนึง (arc) ของมังงะมาขยายเป็นภาพยนตร์เรื่องยาว ซึ่งเล่าต่อมาจากมังงะและอนิเมะโดยตรง ทำให้มีความจำเป็นที่อย่างน้อยจะต้องดูอนิเมะทั้ง 26 ตอนมาก่อน เพราะจะทำให้เรารู้จึกเซ็ตติ้ง, บรรยากาศและตัวละครทั้งหมดโดยรวม ซึ่งมูฟวี่นี้ก็ยังเก็บบรรยากาศและอารมณ์ที่ผสมฉากแอ็คชั่น, ความตลก และ ความสะเทือนอารมณ์แบบที่อนิเมะเคยนำเสนอไว้ได้อย่างครบถ้วน โดยถึงแม้หน้าหนังจะเป็นอนิเมะที่มีตัวละครที่ดึงดูดเด็กแต่เรื่องราวการล่าอสูรโดยรวมก็ดูจะแฝงความรุนแรงและปมตัวละครที่หนักหน่วงอยู่ไม่น้อย

    อย่างที่บอกว่า เดอะมูฟวี่ภาคนี้ยังเก็บอารมณ์และบรรยากาศ รวมถึงคุณภาพจากอนิเมะไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งการนำเสนอเรื่องราวผจญภัยต่อสู้กับอสูรที่แปรเปลี่ยนมาอยู่บนขบวนรถไฟอันคับแคบให้ลุ้นระทึก, ความป่วนชวนหัวของตัวละครที่มีดีไซน์จัด ทั้งเซ็นอิตสึ, อิโนะสุเกะ และ เรนโงคุ รวมถึงฉากแอ็คชั่นก็ได้งานภาพที่สำแดงปราณแต่ละชนิดได้อย่างน่าตื่นตา รวมถึงการเล่าปมมิติตัวละครก็ยังคงทำได้อย่างลึกซึ้งสะเทือนใจได้ไม่มีขาดตกบกพร่อง

    ส่วนเสียเล็ก ๆ ที่รู้สึกได้ก็คือ ความยืดของเรื่องราวที่ต้องขยายการนำเสนอจากอนิเมะตอน ๆ ความยาวประมาณ 20 นาทีให้กลายเป็นหนังความยาวเกือบ 2 ชั่วโมง ทำให้ต้องมีการขยายเล่าเส้นเรื่องบางอัน ซึ่ง Ufotable ที่รับผิดชอบส่วนนี้โดยตรงก็หาเรื่องมาเล่าภายใต้โครงสร้าง 3 องค์ได้ค่อนข้างดีและใช้เทคนิคการเล่าเพื่อก่อให้เกิดความรู้สึกสะเทือนอารมณ์ได้อย่างตรงจุด แม้จะยังรู้สึกแอบยืดไปบ้างก็ตาม

    สำหรับคนที่ไม่เคยชมหรือไม่รู้จักดาบพิฆาตอสูรมาก่อน เรื่องราวสมมติของญี่ปุ่นในยุคไทโชที่มีอสูรอาศัยอยู่ โดยเปรียบเป็นฝ่ายดีและฝ่ายร้ายอย่างชัดเจน แต่ดาบพิฆาตอสูรโดดเด่นด้วยการนำเสนอตัวเอกอย่าง ทันจิโร่ ที่ต้องเผชิญกับปมขัดแย้งที่รุนแรงตั้งแต่เริ่ม เมื่อน้องสาวของเขาอย่าง เนซึโกะ กลายเป็นอสูร กลับกันพล็อตมังงะกลับทำให้ทันจิโร่และตัวละครอื่น ๆ รับรู้ถึง “มิติ” ของตัวอสูรที่แต่เดิมก็เคยเป็น “มนุษย์” มาก่อน ทำให้ ทันจิโร่ เป็นตัวละครที่มีทั้งความเข้มแข็งที่อยากจะรักษาน้องสาวตัวเองและความอ่อนโยนจากความเข้าใจในตัวอสูรที่น้องเขาเป็น

    ดาบพิฆาตอสูรจึงไม่ได้โด่งดัง จากแค่ character design ที่โดดเด่นสุดโต่งขี้โวยวาย หรือ งานด้านภาพของอนิเมะที่หวือหวาหน้าตื่นตาของสตูดิโอ Ufotable ที่ทำให้ฉากแอ็คชั่นหลายฉากออกมาตระการตา แต่สิ่งที่กระชากอารมณ์เรามากสุด คือการที่มังงะสละเวลาความโปกฮาหรือฉากบู๊พลังปราณเหล่านั้น ไปเล่าเพื่อให้เราทราบถึงมิติตัวละครบางตัวที่เคยเป็นมนุษย์มาก่อน… และจากมูฟวี่นี้ก็ยิ่งยืนยันว่า รอยยิ้มของตัวละครตัวนึงก็สามารถอบอุ่นหัวใจเราได้ถึงขนาดนี้

    สรุปแล้ว ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่ : ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ คือเดอะมูฟวี่ที่จะทำให้เหล่าแฟน ๆ พึงพอใจ ทั้งการคงคุณภาพงานภาพจากอนิเมะได้อย่างครบถ้วน ทั้งการเล่าปมตัวละครได้อย่างมีมิติ งานด้านภาพของ Ufotable ที่ทำได้อย่างน่าพึงพอใจ ส่งผลให้ฉากแอ็คชั่นหลายฉากน่าตื่นตาและเส้นเรื่องที่ขยายมาเป็นมูฟวี่ แม้จะรู้สึกยืดไปบ้าง แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่แฟน ๆ ดาบพิฆาตอสูรประทับใจได้อย่างแน่นอน

    ขอสมัครเป็นแฟนตอนนี้ยังทันไหม…

    4 / 5

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in