G.O.N.E FOR GOODsavedbywolf
แผนการของ ฮัมมิ่งเบิร์ด


  • G.O.N.E

     

    FOR GOOD

     



    ถ้าจะไป ก็ขอให้ไปแล้ว ไปลับ อย่าได้กลับมา










    ตอนที่ 04•

    แผนการของ ... ฮัมมิ่งเบิร์ด



    จุดเริ่มต้นของคำสั่งฆ่า

    การตัดสินใจครั้งที่สอง ...


    ปาร์ค ชานยอล ถอนหายใจระหว่างเดินออกจากห้องน้ำเข้าสู่บริเวณห้องนอนของตัวเอง ชายหนุ่มเหลือบมองร่างของเซฮุนที่นอนหันหลังนิ่งๆอยู่บนเตียงของเขาอยู่ครู่หนึ่ง ยังจำเหตุการณ์ไม่ถึงสิบนาทีที่แล้วได้เป็นอย่างดี ในตอนที่ประคองกันขึ้นมาบนบ้านใหญ่ เด็กหนุ่มก็เอาแต่ร้องไห้ สะอึกสะอื้น กอดซุกเดินเบียดเขาเหมือนเด็กที่โดนรังแกเสียขวัญจนชานยอลต้องเอ็ดเข้าให้ แต่สุดท้ายเขากลับแปลกใจที่ตัวเองไม่ได้นึกรำคาญอย่างที่ควรจะเป็น

    จะว่าไป ด้วยนิสัย ถึงแม้เขาจะมีใครมากมาย แต่ชานยอลก็ไม่เคยให้ใครขึ้นมานอนบนบ้านใหญ่เลยสักครั้ง เพราะแท้จริงแล้ว ชานยอลรู้ว่าตัวเองเป็นคนเจ้ายศเจ้าอย่างมากเพียงใด แต่คืนนี้ นิสัยถือตัวและความกลัวที่ว่าใครจะเข้ามาเห็นตัวตนที่แท้จริงนั้น ไม่สำคัญเท่ากับความรู้สึกผิดลึกๆในจิตใจเลยแม้แต่น้อย

    และในตอนที่แตะผิวเนื้อตรงหลังต้นขาของฮัมมิ่งเบิร์ด เซฮุนก็บ่นว่าเจ็บในทันที เขาจึงเปิดผ้าดูก็เห็นว่าเป็นรอยแดงรื้นเหมือนถูกขอบระเบียงครูดผิวเนื้อ ไม่ผิดไปจากภาพที่คยองซูส่งมาให้เขาดูแม้แต่นิด ชานยอลจึงได้แต่นิ่งแล้วกล้ำกลืนก้อนศักดิ์ศรีของตัวเองลงคออย่างยากเย็น เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรจะรู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์ทั้งหมดที่เพิ่งเกิดขึ้น

    ถ้าเลือกได้ เขาก็กล้าพูดได้เต็มปากว่า ‘ไม่อยากทำ’

    แต่จงอินก็กดดันเขาอย่างหนัก เจ้านั่นจงใจอยากได้ของหวงของเขา ... ชานยอลไม่ชินกับความรู้สึกนี้เพราะที่ผ่านมาก็มีแต่เขาที่คอยทำ คอยพูดอะไรแทงใจดำ ‘น้องรัก’ ของตัวเองเสมอมา เหตุผลก็มีเพียงข้อเดียว เพราะในตอนนั้น แม่ของเขาได้ยื่นข้อเสนอให้พ่อในตอนที่ผู้ใหญ่ทั้งคู่คิดว่าเขาหลับไปแล้ว

    ‘ฉันจะยอมให้คุณมีโอลีฟก็ได้ ถ้าหากคุณสัญญาว่าชานยอลจะได้ทุกอย่าง รวมถึงตำแหน่งท่านผู้นำตระกูลคนต่อไป’

    ตอนนั้นเด็กชายชานยอลไม่เข้าใจว่าทำไม แม่ถึงไม่ขอให้พ่อรักเธอ

    แต่พอโตมาทุกวันนี้ถึงได้รู้ ... เพราะพ่อไม่ได้รักเธอมาตั้งแต่แรกต่างหาก แม่ถึงได้เลือกอำนาจให้เขามากกว่าความรัก

    แม่ยอมให้โอลีฟอยู่ที่นี่เป็นหอกข้างแคร่ทิ่มแทงหัวใจของเธอ แต่เพื่อแลกกับการที่ชานยอลจะได้เป็นใหญ่ในอนาคต ท้ายที่สุด ความรักหรือจะสู้อำนาจอันหอมหวานได้ และนั่น จึงเป็นเหตุผลที่ชานยอลยอมเก็บบ้าน เก็บรูปของผู้หญิงคนนั้นไว้ เพื่อไว้ให้คอยเตือนใจคนในตระกูลปาร์คเล่นๆว่า ตำแหน่งฮัมมิ่งเบิร์ด ต่อให้ได้รับความรักมากมายจากเจ้าของมันเพียงใด

    แต่นกน้อยก็ยังคงเป็นแค่นกน้อยอยู่วันยันค่ำ

    นก ... ซึ่งไม่มีทางขึ้นมาเป็นหงส์คู่กับมังกรไปได้

    ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ตาม

    และอีกอย่าง ... ที่เขาเก็บของทั้งสองสิ่งนั่นไว้ ก็เพื่อให้ลูกรักของพ่อได้รู้ว่า แม่มัน ... ทำให้แม่ของเขาต้องเจ็บช้ำน้ำใจมากเพียงใด

    ในขณะที่ชานยอลทิ้งผ้าเช็ดตัวลงบนพื้นแล้วก้าวขึ้นไปนั่งนิ่งๆบนเตียง ชายหนุ่มก็ได้แต่ถอนหายใจ เซฮุนยังคงหลับลึก อีกฝ่ายนอนตะแคงกอดผ้าห่มไม่ไหวติง ขดตัวซุกอยู่ตรงริมขอบเตียง แสงไฟสีส้มๆสลัวภายในห้องนอนหลอกตาให้ฮัมมิ่งเบิร์ดดูตัวเล็กมากกว่าปกติ ดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายร้องไห้จนหลับไปเพราะความเพลีย ชานยอลจึงได้แต่ทิ้งสายตามองตามหลังคอไล่มาจนถึงแนวกระดูกสันหลังที่โผล่พ้นผ้าห่มออกมา

    ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เซฮุนผอมขนาดนี้

    ชายหนุ่มคิดแล้วก็ได้แต่ถอนใจก่อนจะใช้ฝ่ามือดึงร่างของอีกฝ่ายให้หันกลับมานอนหงายๆดี ออกแรงได้ไม่เท่าไหร่ ร่างของเด็กหนุ่มก็ค่อยๆหงายตามฝ่ามือกลับมาอย่างว่าง่าย เซฮุนขยับตัวนิดหน่อยก่อนจะดึงผ้าห่มไปกอดไว้กับอกแล้วหลับลึกลงไปอย่างง่ายดายอีกครั้ง

    เพราะเขาเองที่เป็นคนทำร้ายเซฮุนกับมือ เขาทำสิ่งน่ารังเกียจกับเซฮุน ทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดและด้วยความสัตย์จริง ชานยอลเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเซฮุนจะคิดอย่างไรกับเรื่องทั้งหมดนี่ แต่ที่แน่ๆการที่เขายกเจ้าตัวให้จงอินได้เชยชมเพียงหนึ่งครั้งได้ทำลายความสดใสของฮัมมิ่งเบิร์ดลงไปเรียบร้อยแล้ว

    เขาจะไถ่โทษให้เซฮุนแน่ๆ ... ชานยอลจะให้ทุกอย่างที่เซฮุนอยากได้ ไม่ว่ามูลค่ามันจะมากมายเท่าไหร่ก็ตาม เขาจะตะล่อมให้เด็กหนุ่มยังคงอยู่กับเขาต่อไป ต่อให้ต้องบังคับ ชานยอลก็จะให้เซฮุนอยู่ มันเป็นเพียงความอยากเอาชนะเล็กๆในตัวเพียงเท่านั้นเพราะเขาเกลียดการถูกปฏิเสธ การถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวแล้วเซฮุนจะทำแบบนั้นกับเขาไม่ได้อย่างเด็ดขาด

    เขาไม่เคยเข้าใจว่าทำไมพ่อถึงได้เปรียบโอลีฟเป็นฮัมมิ่งเบิร์ด ... นางนกน้อยปีกบอบบางอันแสนสวยในกรงทอง แต่ตอนนี้ชานยอลคิดว่าตัวเองเข้าใจมันทั้งหมดแล้ว เพราะในตอนนี้ที่เซฮุนถูกทำร้ายจิตใจและร่างกายมาอย่างแสนสาหัส สภาพของเด็กหนุ่มก็ไม่ต่างอะไรกับนกน้อยปีกหักที่กำลังนอนขดตัวสั่นๆด้วยความกลัวอยู่ริมขอบเตียงของเขาเลย

    ถ้าเพียงแต่เซฮุนจะกล้าด่าทอเขาบ้างเพียงเพื่อที่ชานยอลได้มีโอกาสอาละวาดกลับ สอนให้อีกฝ่ายได้รู้จักที่ของตัวเอง เขาจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับเรื่องนี้มากเท่านี้เลย แต่เซฮุนไม่เคยอาละวาดหรือเสียงดังกับเขา มีบ้างที่ติดเอาแต่ใจเล็กๆน้อยๆให้เขาง้องอนเพื่อให้บทรักบนเตียงของเราเร่าร้อนขึ้นก็เท่านั้นเอง

    ดังนั้นต่อจากนี้ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรก็ตาม ชานยอลก็จะเห็นแต่ความน่าสงสาร ความน่าเวทนาจนชายหนุ่มได้แต่หงุดหงิดตัวเอง จะว่าไปเด็กนี่ก็อยู่กับเขามาหลายปีแล้ว เขารู้ว่าตัวเองไม่ได้รักเซฮุน แต่เพราะนกน้อยตัวนี้อยู่เป็น อยู่ง่ายและไม่เรียกร้องต่างหากที่ทำให้ชานยอลหลงอีกฝ่ายหัวปักหัวปำ

    สิ่งหนึ่งที่เขาค่อนข้างมั่นใจ ถึงแม้เราจะอยู่ด้วยกันเพราะความสะดวกสบาย แต่เซฮุนก็ไม่เคยมองใคร เขาจึงมั่นอกมั่นใจว่าเด็กหนุ่มจะไม่มีวันทรยศเขาและจะเป็นคนสุดท้ายที่จะหันกลับมาทำร้ายชานยอลอย่างที่คนอื่นเคยทำ มันไม่ใช่ความรัก แต่มันเป็นความรู้สึกที่ไม่อยากแบ่งเซฮุนกับใคร เขาต้องการสิ่งของที่เต็มใจจะเป็นของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น

    แต่ทั้งหมดทั้งมวล มันเป็นความรู้สึกแบบไหน เขาเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน 

    และที่สำคัญเขาไม่อยากให้จงอินได้แตะต้องนกตัวนี้ของเขา

    ไม่เคยมีใครกล้าแตะต้องเซฮุนมาก่อน แต่ในตอนที่ทางเลือกของชานยอลมีจำกัด เขากลับต้องกล้ำกลืนศักดิ์ศรีของตัวเองและจำใจยอมยกให้ในที่สุด เขาคิดว่าเขาทนอยู่กับความรู้สึกนั้นได้ แต่ท้ายที่สุดก็ไม่เลย ลูกน้องที่ติดตามเขาออกต่างจังหวัดในวันนั้น ต่างก็รู้ดีว่าชานยอลเดือดดาลกับมันมากเพียงใด

    เพราะในหัวมันเอาแต่นึกภาพเซฮุนกำลังเปลือยกายอยู่กับชายอื่น ตลอดเวลา

    แต่เขาก็สูญเสียจงอินไปไม่ได้เช่นกัน มันจะมีอะไรสะใจในความรู้สึกมากไปกว่า การที่ให้ลูกรักของพ่อโค่นพ่อลงเองกับมือเล่า แค่ปั่นให้พ่อเกลียดแม่มัน เข้าใจผิดว่าโอลีฟมีชู้ จนออกปากตะโกนถามผู้หญิงคนนั้นปาวๆว่า จงอินใช่สายเลือดของตระกูลปาร์คหรือไม่? ต่อหน้าทุกคน มันยังไม่พอ ... ไม่พอกับความรัก ความเอาใจใส่ที่เด็กชายชานยอลไม่เคยได้รับในวัยเด็ก

    ไม่พอเลยจริงๆ

    แม้ว่าชานยอลจะไม่เคยกลัวใคร แต่กับจงอิน ... สายตาและท่าทางลึกลับแบบแปลกๆนั่นต่างหากที่ทำให้เขาต้องระมัดระวังตัวอยู่เสมอ จงอินเคยเป็นที่รักของพ่อ แต่นั่นมันก่อนที่พ่อจะเข้าใจผิดว่าโอลีฟมีชู้ หลังจากนั้นไม่นานผู้หญิงคนนั้นก็ตรอมใจตาย ในบ้านหลังนั้นที่พ่อเขาสร้างให้นั่นแหละ พ่อก็เกือบจะคลุ้มคลั่ง ไม่นานนักก็ไล่จงอินออกจากบ้านตามไปด้วย

    ตอนนั้นชานยอลได้แต่ยืนนิ่งมองดูน้องชายคนเดียวเดินออกจากบ้านไป โดยไม่มีอะไรติดตัวไปเลย เขามองดูจงอินเดินจากไปอย่างช้าๆ ในใจอิ่มเอิบไปด้วยชัยชนะเมื่อไม่มีเสี้ยนหนามในชีวิตอีกต่อไป แต่เรื่องราวทั้งหมดกลับไม่ได้ง่ายดายอย่างนั้น เมื่อจงอินออกจากบ้านไปแล้ว พ่อก็ยิ่งช้ำใจอย่างหนัก จนทำให้ไม่มีใครเข้าหน้าติดเลยสักคน แม้แต่เขาก็ตาม

    หกปีต่อมา คิม จงอินก็กลับมาอีกครั้ง

    กลับมาด้วยสภาพราวกับขอทาน ... เดินโยกเยกเข้ามาในบ้าน ก่อนจะคุกเข่าลงแล้วอ้อนวอนขอให้พ่อรับมันกลับเข้ามาในตระกูล พ่อได้แต่นิ่ง เบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ ทุกคนเงียบ ไม่มีใครเอ่ยปากไล่แต่ก็ไม่มีใครเอ่ยปากรับเช่นกัน แต่สายตาของท่านผู้นำตระกูลปาร์คในตอนนั้น ได้แต่มองลูกชายคนเล็กของตัวเองอ้อยอิ่ง เพราะอะไร ชานยอลก็รู้ดีอยู่แก่ใจ เพราะยิ่งโต จงอินก็ยิ่งเหมือนแม่มัน ทั้งโครงหน้า สีตา สีผม

    เวลาหกปี ไม่ได้ช่วยลบเลือนที่ของสองแม่ลูกในใจของพ่อไปได้เลย

    และนั่นก็ทำให้ชานยอลตัดสินใจได้ในทันที

    เขาต้องถือโอกาสนี้อยู่เหนือจงอินให้ได้ การที่จู่ๆมันกลับมา อะไรจะเกิดขึ้นบ้างก็ไม่มีใครรู้ เพราะฉะนั้น ในตอนที่ยังไม่มีใครกางปีกปกป้องมัน เขาเองนี่แหละที่จะทำให้จงอินลืมบุญคุณของเขาไม่ลง ปาร์ค ชานยอลจะจับลูกรักของพ่อใส่ปลอกคอ เลี้ยงให้เชื่อง ฝึกให้ดุ ให้มันรู้ว่าแท้จริงแล้ว เจ้านายตัวจริงของมันเป็นใคร


    ‘พ่อครับ ผมจะดูแลน้องเอง’








    แผนการของฮัมมิ่งเบิร์ดได้เริ่มต้นขึ้นในวันที่ชานยอลยอมให้เซฮุนเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวเป็นครั้งแรก

    ด้วยความคาดไม่ถึง ...

    และวันนี้เองก็เป็นวันที่เซฮุนได้รู้รหัสตู้เซฟของชายหนุ่มเข้าให้โดยบังเอิญ โชคดีที่มันเป็นตู้เข้ารหัสแบบกดปุ่มตัวเลข ถ้าเป็นแบบหมุนเขาก็คงไม่มีทางรู้ เหมือนโชคชะตาจะเข้าข้าง เพราะชานยอลไม่เคยให้ใครเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวที่เคยเป็นของท่านอดีตผู้นำเลยสักครั้ง

    แต่วันนี้ ... โชคชะตากลับเข้าข้างโอ เซฮุนเข้าจนได้

    เพราะชานยอลไม่มีกำหนดการณ์จะต้องออกไปที่ไหน ชายหนุ่มจึงขลุกอยู่แต่ในบ้าน เนื่องจากเซฮุนนอนบนบ้านใหญ่มาตั้งแต่เมื่อคืน และเมื่อเช้าเขาก็แกล้งทำเป็นยังขวัญเสียจนชานยอลเชื่ออย่างสนิทใจว่าเขายังฝังใจเรื่องเกี่ยวกับจงอินอยู่ พอเจ้าตัวต้องมานั่งเคลียงานในห้องทำงาน เซฮุนก็ตามติดมาเป็นเงาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน

    เขาเป็นนักแสดงที่ดี เด็กหนุ่มให้กำลังใจตัวเองอยู่ในใจในระหว่างที่เซฮุนยังคงกอด ยังจูบและปล่อยให้ชานยอลฟัดได้ตามใจชอบเหมือนเดิมเพื่อเป็นการเล่นละครตบตาอีกฝ่าย แต่เขาก็รู้ว่าถ้าหากอีกฝ่ายต้องการพยายามมีเซ็กส์กับเขาจริงๆ แผนการทุกอย่างจะพังทลายลงในวินาทีนั้นนั่นเอง เซฮุนก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างหลังจากนี้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาค่อนข้างแน่ใจ เขาไม่สามารถร่วมหลับนอนกับชานยอลได้อีกต่อไปแล้วอย่างแน่นอน

    ในตอนที่อยู่ด้วยกันใหม่ๆ

    ชานยอลยืนยันให้เขาเปิดบัญชีธนาคารเดียวกันกับของเจ้าตัวเอาไว้เพราะมันสะดวกในหลายๆอย่าง เท่าที่จำได้ ชายหนุ่มแทบจะไม่เคยให้เงินสดเขาเลย แต่ชานยอลจะโอนเงินเข้าบัญชีให้เขาตลอด ตลอดชีวิตเซฮุนไม่เคยมีอะไรเป็นของตัวเอง เพราะฉะนั้น ในตอนที่เริ่มต้นความสัมพันธ์กับชานยอล เซฮุนก็เริ่มสร้างความมั่นคงให้กับตัวเองไปพร้อมๆกันด้วย

    เมื่ออีกฝ่ายโอนเงินให้ เขาก็ถอนออกมาจนหมด แต่ใช้จริงแค่ครึ่งหนึ่งและเก็บเงินสดไว้อีกครึ่งหนึ่ง ถึงแม้ในตอนที่ซื้อของ บางครั้งเซฮุนจะไม่อยากได้มันเลยก็ตาม แต่เขาจำเป็นต้องซื้อไปอย่างนั้น เพราะถ้าหากไม่แสร้งถอนออกมาซื้อของจนหมด ชานยอลก็จะไม่เติมเงินในบัญชีธนาคารให้กับเขา เด็กหนุ่มทำแบบนี้เป็นประจำ ทำซ้ำๆมาได้เกือบสองปีแล้ว น่าแปลกที่ชานยอลไม่สงสัยอะไรเลย คงเพราะเจ้าตัวคงคิดไม่ถึงด้วยล่ะมั้ง เนื่องจากเซฮุนเองก็มีเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้และเครื่องประดับใหม่ๆมาให้เห็นอยู่เป็นประจำแทบจะตลอดเวลา

    แล้วในตอนนี้เซฮุนก็มีเงินสดเป็นฟ่อน ถูกเก็บยัดลวกๆอยู่ในกระเป๋าเดินทางแล้วซ่อนไว้ในกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่ตรงระเบียงบ้านจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว นับไปนับมาก็เกือบๆเจ็ดสิบล้านวอนนั่นแหละ เพราะเขาเสี่ยงซ่อนเงินไว้ในห้องหรือในตัวบ้านไม่ได้ ถ้าหากแม่บ้านเข้ามาทำสะอาดแล้วเจอว่าเซฮุนแอบซ่อนเงินล่ะก็ ชานยอลจะต้องรู้เรื่องนี้และเขาก็จะสูญเสียความไว้ใจทั้งหมดไปเลยแน่ๆ

    แต่คิดไปคิดมา ...

    เงินก็เป็นสิ่งเดียวที่ชานยอลให้เขาจริงๆนั่นแหละ

    การอยู่อย่างสุขสบาย ด้วยเศษเงินของเจ้าพ่อตระกูลปาร์ค การเอาของที่ชานยอลให้ไปขาย ถ้าหากหวังว่านั่นจะเป็นการแก้แค้นในสิ่งที่เจ้าตัวทำกับเขาได้ล่ะก็ ... ไม่มีทาง นั่นมันยังไม่แสบสันมากพอ การเอาของเล็กๆน้อยๆไปเร่ขายราวกับเป็นอีหนูร้อนเงิน การกระทำนั้นจะทำให้ชานยอลโกรธและเสียหน้านิดหน่อย เจ้าตัวคงจะคิดไปอีกทางว่าเงินที่ให้ไป เขาสุรุ่ยสุร่าย ไม่พอใช้เสียมากกว่า แต่ทั้งหมดนั่นยังไม่ใช่การกระตุกหนวดเสือแต่อย่างใด

    การจะตบคนอย่างปาร์ค ชานยอลให้หน้าหัน

    ผู้ชายคนนั้นจะต้องเสียเงินมากกว่านี้เยอะ!

    ก็บอกแล้วไง ถ้าหากให้แต่เงิน ฉันก็จะผลาญแกให้หมดตัวเลยคอยดู

    เซฮุนคิดในใจอย่างเยาะเย้ย ในขณะที่ริมฝีปากแตะเบาๆบนหลังคอของชายหนุ่มระหว่างโผเข้าสวมกอดชานยอลจากทางด้านหลังโดยไม่ทันให้อีกฝ่ายตั้งตัวได้ เสียงทุ้มบ่นที่เขาเข้ามาวุ่นวายในตอนทำงานแต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรนัก เซฮุนจึงได้จังหวะเหลือบตามองก็เห็นว่าชานยอลกำลังเข้ารหัสอะไรบางอย่างอยู่ในคอมพิวเตอร์ของตัวเอง เพียงแค่ไม่กี่วินาทีที่ปลายนิ้วแข็งแรงของอีกฝ่ายขยับอย่างรวดเร็ว หน้าจอก็เปลี่ยนจากแสดงบัญชีทางการเงินก็เปลี่ยนมาเป็นสีดำสนิทในทันที

    ริมฝีปากแดงสดพยายามออดอ้อนว่าตนอยากได้เสื้อผ้าและเครื่องประดับชุดใหม่พร้อมกับนัวเนียอีกฝ่ายอย่างเอาอกเอาใจเพื่อให้ชานยอลไม่สงสัยว่าเซฮุนตั้งใจโผล่มาเงียบๆเพื่อที่จะดูรหัสนั่นเอง

    หึ ... แต่มันก็ช้าไปแล้วหล่ะ

    เพราะเขาเห็นหมดแล้วว่ารหัสตัวเลขสี่ตัวโง่ๆของปาร์ค ชานยอลนั้นคือเลขอะไร

    1-8-4-5

    โอ้ เขาจะไม่มีวันลืมมันลงเลยทีเดียว

    ในเมื่อวันนี้ เซฮุนได้รู้สิ่งที่อยากรู้มานาน แผนการเอาคืนอย่างเจ็บแสบก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ในวันที่ปาร์ค ชานยอลมีกำหนดการเดินทางออกต่างจังหวัดอีกครั้ง วันนั้นจะเป็นวันที่ชานยอลจะร้อนในอกจนอยู่ไม่ได้ เซฮุนรู้ดีว่าเขาจะมีช่วงเวลาได้เปรียบแค่ไม่กี่ชั่วโมง ถ้าเขาไม่รีบทำตามแผนให้สำเร็จแล้วออกจากเมืองนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อนั้น ถ้าแผนแตก ก็ไม่ต้องหวังอะไรอีกแล้ว ได้ตายคากรงจริงๆก็คราวนี้นี่แหละ

    แต่ถ้าหากเขาทำสำเร็จขึ้นมา

    เมื่อนั้น เซฮุนก็จะได้เป็นอิสระเช่นกัน








    และแล้วโอกาสของเซฮุนก็มาถึงจนได้

    อาทิตย์ต่อมา ชานยอลมีกำหนดการออกต่างจังหวัดในที่สุด

    เด็กหนุ่มคิดทบทวนแผนการใหญ่ในใจด้วยความเป็นกังวลเพราะเขายังต้องระวังความปลอดภัยของตัวเองอยู่ทุกลมหายใจเหมือนกัน ในตอนเช้าตรู่ เซฮุนเปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้ ให้มันเล่นซีรีส์ตลกเบาสมองดั่งที่เขาชอบดูเป็นประจำไปเรื่อยๆ ร่างสูงโปร่งขดตัวอยู่บนเก้าอี้ด้วยความครุ่นคิดระหว่างที่ยกมือขึ้นมากัดเล็บด้วยความกังวลโดยไม่รู้ตัว

    แต่เซฮุนรู้ว่าอย่างไรชานยอลก็ต้องมาหาเขา ใบหน้าขาวจัดทำเบ้ไปเบ้มาเมื่ออยู่คนเดียวพลางชะเง้อคอมองดูประตูตาไม่กระพริบ ขณะที่หูก็คอยเงี่ยฟังเสียงรถที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ตัวบ้านขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะกระเด้งตัวขึ้นจากโซฟาอย่างรวดเร็วจนผ้าห่มขนสัตว์ผืนโปรดตกลงไปบนพื้นพรม แต่เซฮุนก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมายเท่าไหร่นัก และเมื่อได้ยินเสียงรองเท้าหลายคู่กระทบพื้นเด็กหนุ่มก็รีบเดินเร็วๆไปแสร้งทำเป็นยืนแต่งองค์ทรงเครื่องอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งในทันที

    ไม่นานนัก ก่อนจะออกเดินทาง ชายหนุ่มก็ถือวิสาสะเข้ามาในห้องนอนภายในบ้านเล็กของเขา ในขณะที่เซฮุนกำลังยืนหวีผมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งก่อนจะค่อยๆหันกลับมาเมื่อชานยอลวางมือบนบั้นเอวทั้งสองข้างแล้วดึงเข้าหาตัว ก่อนอีกฝ่ายจะนิ่วหน้าเมื่อมองใบหน้าของเด็กหนุ่มในอ้อมกอดกลายๆที่คล้ายกับจะออกอาการแง่งอน

    “เป็นอะไร ฮึ”

    ฝ่ามือใหญ่เชยคางของเขาขึ้นก่อนทำท่าจะก้มหน้าลงมาจูบ เซฮุนได้แต่ทำเสียงฮึดฮัดในลำคอแล้วเบือนหน้าหนีแกล้งทำเป็นไม่ยอมให้จูบปากแต่แท้จริงแล้ว เขาทนไม่ได้ที่จะใกล้ชิดกับชานยอลอีกต่อไปต่างหาก

    “เปล่าครับ” ตอบเสียงสะบัดแล้วช้อนตามองในแบบที่รู้ว่าชานยอลจะใจอ่อนกับมันมากเพียงใด

    แต่แท้จริงแล้ว เซฮุนแทบจะบังคับตัวเองให้ยืนอยู่ตรงนั้นแล้วปล่อยให้อีกฝ่ายกอด จูบ ทำราวกับตัวเองเป็นเจ้าข้าวเจ้าของตัวเขาแทบไม่ได้ เขาไม่ปฏิเสธว่าชานยอลเป็นคนรูปหล่อ จมูกสวย ปากอิ่ม ตาใส ดูดีไปหมดทุกอย่าง แถมยังผิวขาวหมดจด หล่อสะอาดสะอ้านราวกับเป็นคุณชายจากตระกูลผู้รากมากดี 

    แต่เซฮุนไม่ได้รักอีกฝ่ายในแบบที่พร้อมจะอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิตหรือจะยอมทนเมื่อชานยอลทำร้ายจิตใจเขาในแบบที่อภัยให้ไม่ได้ ความหล่อไม่ได้ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดและความรวยไม่ได้ช่วยทำให้การกระทำโหดร้ายเบาบางลง

    สิ่งเดียวที่เคยรั้งเขาไว้ได้ก็คือเงินและการที่ชานยอลไม่เคยทำร้ายทั้งจิตใจและร่างกาย แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ความรู้สึกดีๆอย่างคนถ้อยทีถ้อยอาศัยไม่มีเหลืออีกต่อไป มีแต่ความโกรธแค้นที่รอวันเอาคืนอย่างสาสมเท่านั้น

    “ไม่เอาหน่ะ เซฮุน ฉันไปแป๊บเดียว เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว” ชานยอลพยายามตะล่อม

    “แล้วทำไมถึงให้ผมไปด้วยไม่ได้ล่ะครับ คุณจะทิ้งผมไว้คนเดียวจริงๆน่ะเหรอชานยอล” เด็กหนุ่มปั้นสีหน้าแง่งอนมองอีกฝ่าย ก่อนจะกลืนความรังเกียจลงคอแล้วกอดชานยอลกลับอย่างเอาอกเอาใจ

    “พรุ่งนี้ฉันก็กลับมาแล้ว” ชายหนุ่มพึมพำอยู่ข้างหูพร้อมๆกับฝ่ามือที่เลื่อนลงไปคลำอยู่แถวๆสะโพก ในขณะที่เซฮุนเบ้ปากขึ้นมาทันที แต่ก็ต้องบังคับตัวเองให้ขยับออกห่างจากชานยอลด้วยความนุ่มนวลที่สุด

    “เพราะผมไม่มีชุดดีๆ ใส่ไปงานกับคุณใช่ไหม คุณเลยไม่ให้ผมไปด้วย”

    เขาพูดด้วยเสียงที่แกล้งทำเป็นสั่นเครือ พร้อมกับมองคนตรงหน้าด้วยความอ้างว้างเหมือนตัวเองกำลังรู้สึกแย่อยู่จริงๆ แต่ความจริงก็คือ เซฮุนมีเสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้าอย่างดีอยู่เต็มตู้ แต่เขาแกล้งพูดอะไรโง่ๆออกไปเพื่อให้ชานยอลคิดว่าที่เขางี่เง่าอยากจะไปด้วยใจจะขาดเพราะเขาอยากได้เสื้อผ้าใหม่และอยากจะตามติดชานยอลไปทุกที่จริงๆ

    “ถ้าอย่างนั้น ฉันกลับมาเมื่อไหร่ ฉันจะพานายออกไปช้อปปิ้งดีไหม คราวหน้านายจะได้มีเสื้อผ้าดีๆใส่ไปทำงานกับฉันได้ยังไงล่ะ”

    ชานยอลพูดเสียงทุ้ม สีหน้าหล่อจัดดูประนีประนอมราวกับกำลังหลอกเด็ก ช่างอบอุ่นและอ่อนโยนอย่างเหลือเชื่อ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเซฮุนคงจะหลงรักอีกฝ่ายได้อย่างไม่ยากเย็นเชียวล่ะ เด็กหนุ่มแสร้งถอนหายใจและเอนศีรษะไปซบบ่าของอีกฝ่ายแล้วตอบเสียงเล็กเสียงน้อย

    “คุณสัญญาแล้วนะ”

    อีกฝ่ายมีท่าทีลังเล ... ดูราวกับใจหนึ่ง ชานยอลก็อยากจะรีบๆออกไปจัดการงานของตัวเองให้เสร็จเรียบร้อย แต่อีกใจก็ไม่อยากทิ้งเซฮุนไว้คนเดียวจริงๆ

    “อือฮึ” ชานยอลรับคำง่ายๆระหว่างลูบฝ่ามือไปบนแผ่นหลังของเด็กหนุ่มไปมา “ฉันบอกแล้วไง เราก็ยังอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม ฉันไม่เคยคิดจะเอาคนอื่นมาแทนที่นาย”

    เหมือนเดิมกับผีน่ะสิ!

    เซฮุนเงยหน้าขึ้นมายิ้ม ... นึกลิงโลดอยู่ในใจว่าท่าทางออเซาะของเขาหลอกชานยอลได้สนิท

    ชายหนุ่มกอดเขาแน่น แล้วก้มหน้าลงมากระซิบแนบชิดริมฝีปาก “เอาหล่ะ ฉันต้องไปแล้วนะ ฉันจะทิ้งคนไว้อยู่เป็นเพื่อนนายสักคนก็แล้วกัน อยากได้อะไรก็บอกเขานะ”

    แน่ล่ะ ... ชานยอลไม่เคยปล่อยให้เขาอยู่คนเดียว จะต้องมีหนึ่งในลูกน้องของชายหนุ่มคอยเฝ้าเซฮุนไว้ไม่ให้คาดสายตาอยู่เสมอ แต่เด็กหนุ่มก็ฉลาดพอที่จะแกล้งทำเป็นชอบที่มีบอดี้การ์ดคอยตามติด ถึงแม้ความจริงแล้วเขาเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าการที่ชานยอลคอยให้ลูกน้องมาเฝ้าเป็นเพราะความขี้ระแวงและไม่ไว้ใจคนอื่นของเจ้าตัวเองต่างหาก

    “วันนี้อี้ชิงจะอยู่เป็นเพื่อนผมเหรอครับ”

    เซฮุนแกล้งถาม เพราะในใจลึกๆเขาไม่อยากให้เป็นอี้ชิงเลยแม้แต่น้อย ผู้ชายคนนั้นดูเหมือนจะเป็นคนดี เขาแทบไม่พูดจาหยาบคายและที่สำคัญอี้ชิงไม่เคยร่วมวงเล่นมุกทุเรศๆเกี่ยวกับอีหนูของชานยอลเหมือนที่คนอื่นทำ ถ้าหากแผนการของเซฮุนสำเร็จ อย่างน้อยเขาก็ไม่อยากให้เป็นอี้ชิงเลยจริงๆที่จะโดนลากไปซ้อมจนปางตาย

    แต่ชานยอลกลับส่ายหัว แล้วตอบเรียบๆ “วันนี้คยองซูจะอยู่”

    เซฮุนถึงกับนิ่งไปในทันที เพราะคยองซูคือคนสุดท้ายที่เขาอยากจะให้อยู่น่ะสิ ให้ตาย! ในบรรดาลูกน้องของชานยอล คนที่ดูเหมือนจะฉลาดและมีสายตาคมกริบซึ่งทำให้เขาเสียวสันหลังวาบอยู่บ่อยๆก็คือ โด คยองซู นี่แหละ

    “จะดีเหรอครับ”

    เซฮุนถามเสียงเรียบเรื่อยราวกับไม่ได้ติดใจอะไรทั้งๆที่ในใจเต้นตึกๆจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอกอยู่แล้ว “คุณก็รู้ว่าคยองซูเขา ... ไม่ค่อยถูกกับผม อีกอย่างเขาก็เป็นมือขวาของคุณด้วย ให้เขาไปกับคุณจะไม่สะดวกกว่าเหรอครับชานยอล”

    ชายหนุ่มส่ายหัวอีกครั้ง ชานยอลยิ้มราวกับผู้ใหญ่ใจดี แล้วจับมือขาวสะอาดของเขาขึ้นมาจูบแล้วพูดต่อยิ้มๆไม่เปลี่ยนแปลง “คยองซูคือคนที่ฉันไว้ใจที่สุด ถ้าเขาอยู่ที่นี่ นายจะปลอดภัย จะไม่มีใครกล้าเข้ามาหานายที่นี่อีก แต่อย่าไปแผลงฤทธิ์กับคยองซูให้มากนักก็แล้วกัน เจ้านั่นไม่ได้จะตามใจนายไปทุกเรื่องเหมือนฉันหรอกนะ”

    “ก็ได้ครับ”

    เด็กหนุ่มว่าแล้วทำน้ำเสียงแง่งอนอย่างไม่ได้จริงจังอะไรมากมายนักก่อนจะยอมให้ชานยอลจูบที่กลางศีรษะอีกครั้งราวกับยินยอมพร้อมใจ แล้วบังคับตัวเองให้ตัดใจเลิกถามเรื่องคยองซูในที่สุด ถึงแม้จะแอบหวั่นใจเพียงใดก็ตาม แต่เขาไม่อยากทำอะไรที่จะไปกระตุ้นความสงสัยของชานยอลให้เป็นเรื่องอีก ตอนนี้ควรยอมเลือกที่จะอยู่อย่างปลอดภัยโดยการตามน้ำไปอย่างว่าง่ายจะดีที่สุด

    ส่วนอะไรที่ไม่คาดคิด เขาจะหาทางแก้ปัญหาเอง

    “มีอะไรโทรหาฉันนะ แล้วเจอกัน ฮัมมิ่งเบิร์ด” ชานยอลพูดด้วยรอยยิ้ม ชายหนุ่มกอดและจูบเซฮุนอีกครั้งก่อนจะตัดใจเดินออกจากบ้านไปในที่สุด

    และก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของชานยอลจะเดินพ้นประตูไปนั้น

    เซฮุนก็ตัดสินใจพูดขึ้นมาบ้างด้วยรอยยิ้มอันจอมปลอมที่ถูกหลอกโดยใบหน้าใสไร้เดียงสา “แล้วเจอกันครับ ชานยอล”

    ครั้งหนึ่ง เซฮุนเคยเป็นสิ่งที่สะดวกสำหรับชานยอล เป็นสิ่งที่ใช้เงินแลกและถูกใช้แลกแทนเงิน เขาตั้งใจทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้เชียวแหละ เพราะเมื่อปาร์ค ชานยอล กลับมาอีกครั้ง เราจะได้เจอกันอย่างแน่นอน 

    แล้วไอ้คนเฮงซวยนี่ จะได้จำนกน้อยในกรงทองตัวนี้ของมัน

    ไปจนวันตาย








    สิ่งแรกที่เซฮุนตั้งใจจะทำก็คือ ทำใจดีสู้เสือเดินออกไปหาคยองซู

    เด็กหนุ่มบังคับตัวเองให้เดินอย่างช้าๆก่อนจะทรุดตัวนั่งลงข้างๆโด คยองซูซึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโซฟา โดยไม่ลืมที่จะถือไอแพดติดมือออกมาด้วย เซฮุนแสร้งทำเป็นเรียกร้องความสนใจจากผู้ชายที่นั่งหน้านิ่งอยู่ข้างกัน โดยการเข้าเว็บช้อปปิ้งออนไลน์และถามความเห็นของคยองซูพลางเลือกแบบที่ชอบแล้วเซฟถูกใจเก็บไว้

    ทำเหมือนตอนที่เขาชอบคุยเล่นอี้ชิงไม่มีผิด ...

    ก่อนจะคุยโอ้อวดว่าถ้าหากชานยอลกลับมาเมื่อไหร่ เขาจะขอของพวกนี้เป็นของขวัญแล้วจะบอกชายหนุ่มด้วยว่าคยองซูเป็นคนช่วยเลือกให้ ในขณะที่ชายหนุ่มเจ้าของชื่อซึ่งดูเหมือนจะไม่เอ็นจอยกับการติดแหง็กอยู่กับเขาเท่าไหร่นักได้แต่พยักหน้าตามน้ำไปอย่างแกนๆ คยองซูถามคำตอบคำ ไม่มีเกินมาจากนั้นแม้แต่นิดจนเซฮุนได้แต่สงสัยว่าแท้จริงแล้วผู้ชายคนนี้มีอารมณ์หรือความรู้สึกเหมือนชาวบ้านเขาบ้างไหม

    “หิวรึยัง”

    จู่ๆคยองซูก็ถาม มานิ่งๆแต่น้ำเสียงติดจะรำคาญอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มพยายามจะตัดบทเขาอยู่หลายครั้งจากการที่เซฮุนพยายามชวนคุยเรื่องไร้สาระ ช้อปปิ้งและเรื่องความสวยความงาม แต่เซฮุนก็ยิ่งแกล้งทำเป็นไม่รู้เพราะเขาอยากให้อีกฝ่ายนั้นเข้าใจว่าเรื่องพวกนี้คือสิ่งเดียวที่สำคัญสำหรับเขา

    “หิวสิ” เด็กหนุ่มจีบปากจีบคอตอบในทันที ก่อนจะมองเมินสีหน้าดุๆของชายหนุ่มอีกคนซึ่งกำลังมองมาด้วยแววตาตำหนิกับความไม่มีมารยาทของเขาอย่างชัดเจน

    “ถ้างั้นจะกินอะไร” คยองซูลุกขึ้นแล้วกอดอกถาม

    “อยากกินอะไรก็ได้ที่ร้อนๆ” เซฮุนตั้งใจยียวน เขาตอบพร้อมกับยกขาขึ้นนั่งไขว่ห้างก่อนจะช้อนตามองราวกับต้องการยั่วโมโห

    “แล้ว ‘อะไรร้อนๆ’ ที่อยากจะกิน มันคืออะไรล่ะ?” ที่ชานยอลเตือนเอาไว้คงจะไม่ผิด คยองซูจะไม่ตามใจเขาเหมือนกับลูกน้องคนอื่นของเจ้าตัวอย่างแน่นอน

    “ไม่รู้!”

    เซฮุนสะบัดหางเสียงเมื่อโดนกวนประสาทกลับบ้าง ทั้งหมดทั้งมวลเขาจงใจทำให้คยองซูเอือมระอาเพื่อที่จะได้แยกกันอยู่คนละห้อง แล้วเขาก็จะได้หาข้ออ้างขลุกตัวอยู่แต่ในห้องนอนได้โดยที่อีกฝ่ายจะไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย “ก็ให้แม่บ้านคิดเอาเองสิ จะกินอะไรก็ได้ที่มันร้อนๆ ถ้าคิดไม่ออก ก็โทรไปถามชานยอลเองก็แล้วกัน”

    คยองซูไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ ได้แต่มองกลับมาตาแข็งพร้อมทั้งยังยืนกอดอกข่มขวัญอยู่อย่างนั้น ถึงแม้เซฮุนจะนั่งเชิดหน้ามอง คอตั้งเสียคอแทบหัก แต่เขาก็แอบหวั่นๆใจอยู่ไม่น้อย จริงอยู่ที่คยองซูไม่ใช่คนเสียงดัง แต่อะไรบางอย่างที่แผ่ออกมาจากผู้ชายคนนั้นกลับทำให้เด็กหนุ่มขวัญหนีดีฝ่อได้อย่างไม่ยากเย็น แล้วยิ่งเจ้าตัวเป็นลูกน้องคนสนิทที่สุดของชานยอลแล้วด้วย ถ้าหากอีกฝ่ายฟิวส์ขาดแล้วพลั้งมือหลังแหวนใส่เขาหน้าคว่ำขึ้นมา บอกตามตรง เซฮุนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชานยอลจะเข้าข้างเขาด้วยหรือไม่

    “จะกินซุปใช่ไหม”

    ครั้งนี้เสียงของคนถามแข็งขึ้นเยอะ ทั้งแข็ง ทั้งถามเน้นราวกับต้องการดุเด็กที่ไม่รู้จักกาลเทศะ แล้วมันก็ทำให้เซฮุนหลุดฟอร์มหน้าเสียขึ้นมาจริงๆ เพราะเขาไม่รู้ว่าจะรับมือกับคยองซูอย่างไรต่อไป คยองซูไม่โมโหแล้วด่าทอ ไม่ลงไม้ลงมือ แต่กลับข่มความโกรธแล้วถามกลับอย่างใจเย็น คนแบบนี้ต่างหากที่น่ากลัวที่สุด

    “กินก็ได้”

    เขาทำใจกล้า ตอบกลับ ทำหน้าทำตา ขู่ฟ่อๆอย่างไม่ยอมแพ้ แต่ในใจกำลังหาทางทำอย่างไรก็ได้ ให้หนีกลับเข้าไปในห้องนอนให้เร็วที่สุดเพราะไม่อย่างนั้น เขาจะเสียเวลาไปเปล่าๆเลยทีเดียว “ทำไมชานยอลถึงทิ้งให้นายอยู่ที่นี่ บ้าจริง! ถ้าเป็นอี้ชิงนะ เขาคงไม่ทำให้ฉันอารมณ์เสียแบบนี้แน่ๆ ฉันจะเข้าห้องนอนไปอาบน้ำ แล้วอย่าได้ตามเข้ามานะ ถ้าฉันอยากกิน ฉันจะออกมากินเอง ไม่อย่างนั้นมีเรื่องแน่!”

    คยองซูมองเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะถอนหายใจอย่างหนักหน่วง แล้วจึงหันหลังไปกดโทรศัพท์ต่อสายภายในถึงห้องครัวเพื่อที่จะสั่งอาหารให้กับตัวเจ้าปัญหา ในขณะที่เซฮุนเดินเร็วๆกลับเข้ามาในห้องนอน ฝ่ามือขาวจัดดันประตูปิดลงอย่างแรงราวกับโมโหมากมายนัก

    ครู่ต่อมา เมื่อเสียงภายในห้องนั่งเล่นเงียบกริบลง ดวงตาสีน้ำตาลของเด็กหนุ่มก็บังเอิญไปสบเข้ากับดวงตาของโอลีฟ ... ผู้หญิงคนนั้นที่อยู่ในรูปเข้า พอเห็นเธอ ก็ดันคิดได้ จริงสิ ถ้าเขาไม่ลุกขึ้นสู้ สุดท้ายเซฮุนก็คิดว่าเขาจะต้องตายลงอย่างช้าๆไม่ต่างจากเธอ หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นรัวขึ้นมาทันทีเมื่อคิดได้ดังนั้น

    อย่ากลัว เซฮุน ... อย่าไปกลัว

    นี่มันก็แค่โด คยองซูเอง ... ไม่ต้องกลัว

    เขาปลอบตัวเอง

    ใบหน้าขาวจัดเหลือบมองนาฬิกาติดผนังก่อนจะพบว่าเขาเหลือเวลาอีกแค่ไม่ถึงชั่วโมงที่จะหลอกล่อคยองซูได้

    เพราะฉะนั้น ตอนนี้ก็ถึงเวลาลงมือสักที








    เมื่อกลับเข้ามาในห้องนอนได้ เด็กหนุ่มก็รีบเดินไปรื้อหากระเป๋าเสื้อผ้าที่เคยซ่อนเอาไว้ เซฮุนมองมันอยู่นิ่งๆครู่หนึ่ง ก่อนจะคิดว่าเขาต้องเข้าไปเปิดน้ำในห้องน้ำทิ้งไว้ เผื่อคยองซูจะแอบย่องเข้ามาแอบฟัง จากนั้นก็เดินออกมากระชากตู้เสื้อผ้าเปิดออกอย่างแรง แล้วเลือกหยิบเอาแต่เสื้อยืด กางเกงวอร์มกับชุดชั้นในและเสื้อกันหนาว สีเข้มๆและไม่สะดุดตาใส่กระเป๋าเท่านั้น

    ดวงตาน้ำตาลมองเมินเครื่องเพชรและสิ่งของราคาแพงที่ชานยอลเคยให้ เพราะตอนนี้มันไม่ได้มีค่าอะไรกับเขาอีกต่อไปแล้ว เซฮุนเลือกแต่ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นต้องใช้ ก่อนจะก้าวออกไปนอกระเบียง คุ้ยกระถางต้นไม้อย่างบ้าคลั่งเพื่อหากระเป๋าเป้ใส่เงินที่เคยซ่อนเอาไว้ แล้วยัดกระเป๋าเสื้อผ้าขนาดเล็กใส่ในเป้ วางมันไว้บนพื้นอย่างเตรียมพร้อม

    เซฮุนพร้อมแล้ว แต่ก่อนไป ขอเอาคืนให้หนักๆหน่อยก็แล้วกัน

    เพราะถึงหนีไปได้ ถ้าไม่ตายก็รอด มีอยู่สองอย่างเท่านั้นแหละ!

    เด็กหนุ่มคิดด้วยความสะใจ เขาเปลี่ยนชุดเป็นชุดเสื้อแขนยาวเนื้อหนากับกางกางวอร์มพร้อมกับรองเท้าผ้าใบเพื่อความคล่องตัวเป็นที่เรียบร้อย แต่ก่อนไป ขอนั่งนิ่งๆบนเตียงแสนนุ่มของฮัมมิ่งเบิร์ดเป็นครั้งสุดท้ายแล้วขอจัดให้ปาร์ค ชานยอลลืมไม่ลงสักทีก็แล้วกัน

    ฝ่ามือขาวสะอาดหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่เอี่ยมที่ตนแอบซื้อไว้ขึ้นมากดเข้าอินเตอร์เน็ต แบงกิ้งของปาร์ค ชานยอลที่เขาแอบท่องจำได้จนขึ้นใจ เด็กหนุ่มล็อกอินด้วยหัวใจที่เต้นระรัว บังคับตัวเองไม่ให้ใจสั่น จนสติเตลิดไปเสียก่อนระหว่างเข้าไปเปลี่ยนข้อมูลภายในของชานยอลให้เป็นอีเมลแจ้งเตือนและเบอร์โทรที่เซฮุนแอบสร้างใหม่เอาไว้ เพื่อตอนที่เขาโอนเงิน ธนาคารจะได้ส่งอีเมลและข้อความแจ้งเตือนไปเข้าอีเมลและเบอร์โทรอันใหม่แทน

    หลังจากนั้น กว่าชานยอลจะรู้ตัวว่าเขาเล่นสนุกกับเงินในบัญชีของเจ้าตัวก็คงจะ ... อืมมม วันนี้เป็นวันศุกร์ ... กว่าธนาคารจะโทรไปหาก็คงวันจันทร์ละมั้ง ฮึ 

    10 ล้านวอนแรกที่เซฮุนโอนไป ... เขาโอนให้มูลนิธิช่วยเหลือสุนัขจรจัด 10 ล้านวอนที่สองเพื่อมูลนิธิเด็กและสตรี 10 วอนที่สาม อืมมมม ... ให้หน่วยปราบปรามยาเสพย์ติดก็แล้วกัน 10 ล้านวอนที่สี่ ยกให้โรงพยาบาลที่ขาดแคลนเครื่องมือแพทย์ 10 ล้านวอนที่ห้า ให้บ้านพักคนชรา 10 ล้านวอนที่หก ให้ทุนการศึกษาผู้ยากไร้ดีกว่า

    ส่วน 10 ล้านวอนที่เจ็ด ... ฉันจะโอนให้ คิม จงอิน

    น้องรักของแกไงล่ะ ชานยอล

    รวมๆทั้งหมดก็ 70 ล้วนวอนพอดี เท่ากับเงินที่แกเคยโยนให้ฉันเลยเนอะ

    แล้วก็ไสเจีย เสียใจด้วยนะ ฉันรู้จักแกดี เงินที่โอนไปเพื่อบริจาค คนหน้าใหญ่อย่างแก ไม่มีวันบากหน้าไปขอคืนหรอก เสียไปแล้วก็เสียไปเลย แต่ถือว่าฉันยังใจดีกับแกอยู่นะ ที่ฉันไม่ผลาญสิบล้านวอนสุดท้ายในบัญชีนี้ แต่ถ้าอยากได้คืนก็ไปอ้อนวอนขอจากจงอินเองก็แล้วกัน !

    สะใจจริงๆเลยโว๊ย

    และแผนทั้งหมดนี่ เซฮุนก็ได้มาจากหนังตลกปัญญาอ่อนที่ปาร์ค ชานยอลเคยค่อนขอดเขาว่าเสียเวลาดูไปทำไมนั่นแหละ

    สมน้ำหน้า ไอ้หน้าโง่!








    เสียงกุกกักหน้าประตูห้องทำให้เซฮุนรู้สึกตัว เด็กหนุ่มสะดุ้งโหยงก่อนจะปล่อยโทรศัพท์ในมือลงพื้น เขาหายใจเข้า-ออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตั้งสติแล้วเก็บโทรศัพท์ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง แล้วรีบถอดซิมการ์ด เดินเร็วๆไปโยนทิ้งในชักโครกก่อนจะกดทำลายหลักฐาน ส่วนโทรศัพท์เจ้าปัญหา เขาก็ ... กะจะโยนทิ้งไว้ในสระว่ายน้ำให้ชานยอลดูเล่นๆ

    ถึงแม้จะสะใจในความรู้สึกมากเท่าใดก็ตาม แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลาเอ้อระเหยอีกต่อไปแล้ว เซฮุนเดินไปเอาเป้ขึ้นมาสะพายหลังก่อนจะก้มผูกเชือกรองเท้าให้เรียบร้อย ท่อนขายาวเดินออกไปนอกระเบียงที่ครั้งหนึ่ง จิตใจของเขาเคยพังยับเยินอยู่ที่นี่ ในมือของเด็กหนุ่มมีโทรศัพท์เครื่องที่ใช้ยักยอกเงินอยู่ในมือ เซฮุนสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะตัดสินใจปาออกไปรวดเร็วอย่างแรง เสียงจ๋อม! ดังขึ้น เมื่อมีบางสิ่งกระทบผิวน้ำในสระ ก่อนโทรศัพท์เครื่องนั้นจะค่อยๆจมสู่ก้นสระน้ำในที่สุด

    เขามองลงไปด้านล่างก็เห็นเพียงพุ่มไม้เตี้ยๆรองพื้นดินเอาไว้ แต่เซฮุนไม่กลัวเจ็บเพราะความสูงมันไม่ได้มากอะไรนัก อีกทั้งเขายังเลือกใส่กางเกงวอร์มที่เนื้อหนาเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นกิ่งไม้เล็กๆไม่น่าจะข่วนจนได้รับรอยแผลเป็นแต่อย่างใด เด็กหนุ่มก้าวขาข้ามระเบียงหินอ่อนนั่นในที่สุดก่อนร่างสูงโปร่งจะทิ้งดิ่งลงพื้นดัง ตุ๊บ! ในเวลาต่อมา

    เจ็บจี๊ดไปจนถึงสมอง แต่เขาไม่มีเวลามานั่งโอดครวญอีกต่อไป เมื่อลุกขึ้นได้ เซฮุนก็รีบตะเกียกตะกายขึ้นมาบนริมขอบสระว่ายน้ำ เขาหลอกถามอี้ชิงมาหมดแล้วว่าเดินเลาะไปทางไหน กล้องวงจรปิดในบ้านตระกูลปาร์คจะส่องไม่ถึง ในตอนที่กำลังจะวิ่งผ่านสระว่ายน้ำไปได้ อะไรบางอย่างสั่งให้เซฮุนหันกลับไปมองบ้านหลังน้อยของตัวเองอีกครั้ง

    ไม่มีอีกต่อไปแล้ว ...

    ฮัมมิ่งเบิร์ดแสนสวย

    ต่อไปนี้ จะมีแต่โอ เซฮุน ... ฉันที่เป็นฉันนี่แหละ

    แต่ก่อนที่จะได้คิดอะไรในใจต่อ ตรงประตูกระจกในห้องนอนก่อนที่จะออกมาสู่หน้าระเบียงบ้าน ก็ปรากฏร่างสันทัดของโด คยองซูยืนนิ่งๆอยู่ตรงนั้น เท่านั้นก็ทำให้เซฮุนขาตายยืนนิ่งอยู่กับที่ขึ้นมาในทันที เขาอ้าปากค้าง มือทั้งสองกำสายเป้เอาไว้แน่นเหมือนต้องการที่พึ่ง ในขณะที่มือข้างหนึ่งของชายหนุ่มนั้น กำลังล้วงอยู่ในสาปเสื้อของตัวเอง

    ปืนเหรอ ...

    ออกมาได้ขนาดนี้ จะไม่รอดจริงๆใช่ไหม

    เซฮุนหลับตาปี๋ ในใจได้แต่ยอมรับชะตากรรมเป็นที่เรียบร้อยว่าเขาคงได้นอนเป็นผีเฝ้าสระว่ายน้ำของตระกูลปาร์คอย่างแน่นอน เพราะระยะทางเพียงแค่นี้คยองซูไม่มีทางยิงพลาด แต่ยืนหลับตาอยู่ครู่ใหญ่ เขาก็ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดบนร่างกายแต่อย่างใดและเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง

    มือของคยองซู ... ที่เซฮุนคิดว่ากำลังจะล้วงปืนขึ้นมายิงเขาที่คิดหนีนั้น มันกลับไปจับแน่นอยู่ตรงริมขอบผ้าม่านเหมือนกับท่าทางของคนที่กำลังจะกระชากผ้าม่านปิดไปเสียได้ 

    ไป!

    เป็นครั้งแรกที่คยองซูตะโกนให้เขาได้ยิน แต่เซฮุนก็อึ้งจนทำอะไรไม่ถูก เขามองอีกฝ่ายชัดๆ เขาเข้าใจไม่ผิดใช่ไหม ผู้ชายคนนั้น ... โด คยองซู กำลังช่วยให้เขาหลบหนีออกไปได้ ผู้ชายคนนั้น คนที่ชานยอลไว้ใจมากที่สุด!

    “ไปสิ!” เสียงตะโกนดังขึ้นมาอีกรอบ ก่อนคราวนี้ผ้าม่านจะถูกกระชากปิดอย่างเต็มแรง “หนีไปซะ!”

    เซฮุนไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไร แต่ที่รู้ๆก็คือเขาร้องไห้

    น้ำตาเม็ดโตไหลออกมาในตอนที่เด็กหนุ่มหมุนตัวกลับแล้วจึงออกวิ่งอย่างรวดเร็วไปตามทางมืดๆที่เป็นเส้นทางอับกล้องวงจรปิดของตระกูลปาร์ค ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าออกไปได้ เขาจะต้องออกไปเผชิญกับอะไรบ้าง แต่ไม่รู้ล่ะ ตอนนี้เซฮุนรู้แล้วว่าคนพวกนี้สามารถทำอะไรได้บ้าง

    เพราะฉะนั้น เขายอม ... ถ้าหากมันจะเป็นการหนีเสือปะจระเข้อีกล่ะก็ ...


    เซฮุนก็จะยอมเสี่ยงอย่างไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น










    เขียนโดย LONE WOLF

    Twitter hashtag: #ฟิคforgood


    •  Thank You  •





Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
eexoo12yslv (@eexoo12yslv)
อ่านมาถึงตอนนี้คึอไม่เข้าใจสองพี่น้องนี้อยู่อ่ะ...บางทีก็ดูเหมือนจะรักแต่บางทีก็ร้ายเฮ้อ😥คยองซูช่วยน้องอ่ะโอ้ยพ่อตำหลวดแสนดี...ชอบมากค่ะไรท์ ภาษาสวย อ่านไปก็ลุ้นจนเกร็งอ่ะ เรายังรอนะ สู้ๆๆๆ✌✌
eve_ivyyy (@eve_ivyyy)
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราชอบมากเลย อ่านไปลุ้นไปแทนน้อง
fishypug (@fishypug)
ชอบเรื่องนี้มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
kanwarameen (@kanwarameen)
ฮืออ เราชอบคยองซูจัง