G.O.N.E FOR GOODsavedbywolf
ฮัมมิ่งเบิร์ด ในกรงทอง
  • G.O.N.E

     

    FOR GOOD

     



    ถ้าจะไป ก็ขอให้ไปแล้ว ไปลับ อย่าได้กลับมา







    ตอนที่ 01•

    ฮัมมิ่งเบิร์ด ... ในกรงทอง



    การตัดสินใจที่ดีนั้น ไม่ได้หมายความว่ามันคือการตัดสินใจที่ถูกต้อง

    การตัดสินใจครั้งที่หนึ่ง ...

    “ยินดีต้อนรับกลับบ้าน ไอ้น้องชาย”

    ปาร์ค ชานยอล พูดเสียงดังพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆบนใบหน้าระหว่างมองชายหนุ่มซึ่งสูงไล่เลี่ยกันเดินเข้ามาในบริเวณงานปาร์ตี้ของตัวเอง ชายหนุ่มตบเบาะบนเก้าอี้ริมสระว่ายน้ำดังปั่กๆเป็นเชิงให้ ไอ้น้องชาย ที่ว่าเข้ามานั่งร่วมวงสังสรรค์ด้วยกันตามนิสัยเฮฮาและค่อนข้างกล้าได้กล้าเสียอยู่ไม่น้อยของเจ้าตัว

    ในขณะที่เจ้าของบ้านตระกูลปาร์คนั้นยังคงยิ้มแย้มอยู่เช่นเดิม แต่จงอินกลับส่ายหัวในขณะที่เดินอย่างเงียบๆเข้ามาใกล้ เขายกมือปัดเป็นเชิงปฏิเสธในทันทีเมื่อสาวน้อยคนหนึ่งเดินถือเครื่องดื่มเย็นๆมาเสนอให้ ฝ่ามือและร่างกายของผู้มาใหม่ถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อผ้าสีเข้มและถุงมือหนัง ปกปิดมิดชิดอย่างที่เคยเห็นๆกันจนชินตา จะเหลือให้เห็นก็เพียงแต่ใบหน้าหล่อคมเข้มและกลุ่มผมสีดำสนิทยุ่งๆบนศีรษะเท่านั้น

    ชานยอลยกแก้วบรั่นดีขึ้นจิบก่อนจะยกมือขึ้น กระดิกนิ้วชี้และนิ้วกลางพร้อมกันในอากาศเป็นสัญญาณ ทันใดนั้นลูกน้องคนสนิทที่ยืนคุมเชิงอยู่ใกล้ๆกับริมสระว่ายน้ำก็รีบกุลีกุจอนำสมุดเช็คกับปากกามาให้อย่างรู้หน้าที่ และยังไม่ทันที่ลูกน้องคนเดิมจะเดินกลับมา ฝ่ามือภายใต้ถุงมือหนังของคนที่ยืนค้ำโต๊ะอยู่ก็ขยับไปรูดซิปเปิดเสื้อแจ็คเก็ตของตัวเองออก แล้วคว้าโทรศัพท์มือถือใช้แล้วทิ้งเครื่องหนึ่งออกมาก่อนจะโยนโครมลงบนโต๊ะโดยไม่ไว้หน้าใครที่ไหนทั้งนั้น

    เซฮุนเบือนหน้าหนีในทันที ...

    เพราะเขารู้ดีว่าสิ่งที่อยู่ในโทรศัพท์นั้นคืออะไร

    ระหว่างนั้น ชานยอลก็เอี้ยวตัวมาทางเขาเพื่อรับสมุดเช็คจากลูกน้องของเจ้าตัว แต่ก่อนที่จะหันกลับไปเช่นเดิม ชายหนุ่มก็คว้าคอเขาเข้าไปจูบเสียเต็มริมฝีปากแล้วปล่อยออกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เซฮุนหน้าร้อนแต่ก็ยอมเพราะมันคือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำ แถมคนที่เห็นก็ยังทำเป็นไม่เห็นอีกด้วย

    คนข้างกายของเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู จากหางตาก็เห็นเพียงแวบๆว่ามันเป็นรูปของเหยื่อที่ตายสนิทเป็นที่เรียบร้อยจากน้ำมือของชายชุดสีเข้ม ตั้งแต่มาถึงที่นี่ จงอินก็ยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ ผู้ชายคนนั้นยืนกอดอกนิ่งๆ เด่น เป็นสีดำสนิทอยู่คนเดียวในปาร์ตี้ริมสระที่มีแต่คนนุ่งน้อยห่มน้อยของเจ้าบ้านตระกูลปาร์ค

    “พี่ให้” ชานยอลพูดอย่างใจป้ำพร้อมกับยื่นเช็คเปล่าที่มีลายเซ็นของตัวเองเซ็นกำกับเอาไว้เรียบร้อยหลังจากเช็ครูปในมือถือเครื่องนั้นเป็นที่เรียบร้อย “ถือซะว่าเป็นเงินพิเศษนอกเหนือจากค่าตัวที่จ่ายประจำ อยากได้เท่าไหร่ นายก็ไปกรอกตัวเลขเอาเอง”

    จงอินยังไม่ตอบอะไร ชายหนุ่มขมวดคิ้วแล้วมองกระดาษที่ชานยอลคีบอยู่ระหว่างนิ้วเขม็ง

    “เอาไปสิ” ชานยอลย้ำแล้วโบกกระดาษในมือไปมา “งานต่อไปที่พี่จะให้นายทำ ค่อนข้างต้องใช้แรงจูงใจพอสมควร”

    แต่จงอินก็ยังเงียบ ชายหนุ่มนิ่งอยู่อย่างนั้นอีกครู่หนึ่งแล้วจึงเปิดปากพูดขึ้นบ้าง “ฮยองนิม”

    ถึงแม้คนทั้งคู่เกือบจะมีศักดิ์เท่ากันในบ้านตระกูลปาร์คก็ตาม แต่การที่จงอินยังคงนอบน้อมและเคารพพี่ใหญ่อย่างออกนอกหน้าก็ทำให้ชานยอลพอใจอย่างถึงที่สุด แต่อันที่จริงความเป็นมาของครอบครัวนี้ไม่ได้ซับซ้อนอะไร แต่กลับสกปรกจนดูเหมือนความรักของหนุ่มสาวเป็นเรื่องน่ารังเกียจเสียมากกว่า

    ปาร์ค ชานยอลเป็นลูกชายคนแรกของท่านอดีตผู้นำ ชายหนุ่มคนนี้เกิดมาจากเมียแต่งของท่าน แต่โชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเมียแต่งคนที่ว่า แท้จริงแล้ว ถ้าหากนับตามลำดับ นายหญิงของตระกูลกลับเป็นเมียน้อย

    ส่วน คิม จงอิน เกิดมาจากเมียหลวงแต่น่าเสียดายที่แม่ของเขานั้น ไม่ใช่คนเกาหลี เธอจึงหมดสิทธิ์ในการขึ้นเป็นนายหญิงของเจ้าพ่อคนดังไปในทันที เมียคนแรกของท่านอดีตผู้นำเป็นสาวสเปน มีเลือดลาตินเต็มร้อย เธอสวยเย้า สวยยวนเต็มไปด้วยเสน่ห์ ผิดจากผู้หญิงคนอื่นของท่านอย่างเห็นได้ชัด ผิวเข้ม หน้าคม ผมดำ และนั่นคือสิ่งสุดท้ายที่เธอเหลือไว้ส่งให้กับลูกชายผ่านสายเลือดก่อนเธอที่จะจากไป

    แต่เพราะแม่เป็นเมียที่ครอบครัวของพ่อไม่ยอมรับ จงอินจึงน่าสงสารมาตั้งแต่เกิด เขาถูกกีดกันไม่ให้ใช้นามสกุลปาร์คเพราะเลือดของเขานั้นถูกเจือจาง แต่กลับให้เด็กชายที่น่าสงสารเปลี่ยนไปใช้นามสกุลลูกน้องของพ่อแทน เขาไม่ได้โอกาสเหมือนที่ชานยอลได้ เพราะฉะนั้นโอกาสเดียวที่เขาได้ก็คือการที่ชานยอลเคยขอชีวิตเขาเอาไว้ แล้วนำมาชุบเลี้ยงจนกลายมาเป็นมือปืนอันดับหนึ่งในซุ้มแห่งนี้ในเวลาต่อมา

    ชานยอลยิ้มกว้างในตอนที่จงอินเอื้อมมือมารับเช็คใบที่ว่า แต่วินาทีถัดมารอยยิ้มของชายหนุ่มก็หุบลงเมื่อจงอินวางเช็คใบนั้นลงกับโต๊ะราวกับไม่รู้ว่ามูลค่าของสิ่งที่จะได้นั้นมหาศาลมากเพียงใด

    “งานต่อไปที่ว่าหมายถึง ท่านอดีตผู้นำ ใช่ไหม”

    ทันใดนั้นชานยอลก็หัวเราะออกมา เขายักคิ้วหลิ่วตาเหมือนกำลังพูดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป “จนป่านนี้ก็ยังไม่ยอมเรียกว่า พ่อ อีกงั้นเหรอ”

    ชายหนุ่มอีกคนถอนหายใจในขณะที่เซฮุนยกแก้วค็อกเทลเย็นๆขึ้นจิบ เด็กหนุ่มขยับตัวยกขาขึ้นนั่งไขว่ห้างทำเหมือนกับไม่ได้สนใจในบทสนทนาถึงความเป็นความตายของอีกหนึ่งชีวิตเลยสักนิด แต่เสียงตุ้งติ้งที่ข้อเท้าของเขากลับเรียกความสนใจจากชายหนุ่มทั้งสองเอาไว้ได้เสียก่อน

    มันเป็นสร้อยเส้นบางๆทำจากทองคำขาวและมีเพชรเม็ดจิ๋วห้อยตุ้งติ้งสลับหว่างเว้นจังหวะกันอย่างสวยงาม แต่สิ่งดึงดูดสายตาคนมองได้มากที่สุดก็คือ จี้เพชรรูปนกตัวเล็กๆเหมือนฮัมมิ่งเบิร์ดต่างหาก สร้อยเส้นนี้ชานยอลให้มันกับเขาในวันที่ชายหนุ่มยกเซฮุนเหนือผู้หญิงคนอื่นๆของเจ้าตัว

    ฮัมมิ่งเบิร์ด ... ใครๆที่นี่ก็เรียกคนโปรดของชานยอลว่า ฮัมมิ่งเบิร์ด กันทั้งนั้น

    เพราะเซฮุนไม่ชอบให้ใครมาเรียกเขาว่า ที่รัก, สวีทฮาร์ท, เบบี๋ หรืออะไรที่มากกว่านั้น

    เขาไม่ชอบ

    “แล้วมันใช่หรือไม่ใช่ล่ะ” จงอินถามย้ำ จากนั้นความสนใจของชานยอลก็เปลี่ยนกลับไปอยู่ที่เจ้าตัวในที่สุด

    ชายหนุ่มผู้ถูกถามวางแก้วเครื่องดื่มลงกับโต๊ะ แล้วขยับนั่งตัวตรงกับเก้าอี้ริมสระ เสียงหัวเราะเฮฮา วี๊ดว๊ายของสาวๆในชุดบีกินี่พร้อมกับเสียงกระโดดน้ำยังคงดังแว่วมาให้ได้ยินเป็นระยะ แต่สายตาซ่อนมีดภายใต้รอยยิ้มโปรยเสน่ห์นั้น ... ถึงแม้จะไม่คมเข้มเหมือนกับดวงตาสีเทาแปลกๆของจงอิน แต่ก็ทำให้เซฮุนไม่กล้าขยับตัวได้ก็แล้วกัน

    “ใช่” ชานยอลตอบเสียงนิ่งๆพร้อมกับจ้องตาน้องชายคนเดียวของตัวเองไปด้วย “ถ้าพี่ขอ ... นายจะทำให้พี่ได้ไหมล่ะ จงอิน”

    ถึงกับเงียบกันไปพักหนึ่ง

    แต่ในที่สุดจงอินก็พยักหน้า “ได้”

    และนั่นก็ทำให้เซฮุน ซึ่งตอนนี้กำลังนั่งเบียดอยู่กับชานยอล เงยหน้าขึ้นไปมองชายหนุ่มอีกคนในทันที เขาอยู่กับชานยอลมาหลายปี ผู้ชายคนนี้เป็นคนทะเยอทะยาน ยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อความเป็นที่หนึ่ง กับชานยอลนั้น เขาไม่แปลกใจ ไม่แปลกใจเลยสักนิด

    แต่กับจงอิน ...

    จริงอยู่ ที่คนในต่างก็รู้ว่า ชานยอลเลี้ยงน้องชายเอาไว้เพื่อใช้งาน ให้ทุกอย่างที่จงอินเอ่ยปากขอเพราะฝีมือและความไม่สนชีวิตของเจ้าตัวซึ่งอย่างหลังมันก็คือการรับประกันอย่างหนึ่งว่าจะไม่มีข้อมูลอะไรหลุดรั่วออกไป คนไม่สนใจชีวิตจะเปิดปากไปพูดคุยเล่นกับใครที่ไหนกัน

    ทุกคนต่างก็มองจงอินว่าเป็นลูกน้องคนโปรดของชานยอล แต่แท้จริงแล้ว มันไม่ใช่แบบนั้น จงอินเป็นคนที่เลือกงานมากกว่าใครทั้งหมดและชานยอลก็ยอมให้มันเป็นแบบนั้นเสียด้วย ถ้าหากงานเลื่อยขาเก้าอี้พ่อแท้ๆของตัวเองนั้น ชายหนุ่มปฏิเสธ เซฮุนก็คิดว่าชานยอลก็จะไม่เสี่ยงกับนักฆ่าคนอื่นให้มาทำงานนี้อย่างแน่นอน

    “ถ้าไม่เอาเงินพิเศษ ...” คราวนี้ชานยอลพูดช้าๆเหมือนเพิ่งเริ่มตั้งสติได้ ฝ่ามือใหญ่กำลังลูบต้นขาขาวจัดของเด็กหนุ่มภายใต้เสื้อคลุมอาบน้ำนั้นชักกลับในทันที แล้วยื่นออกไปหาจงอินอย่างรวดเร็วดูราวกับเป็นพี่ชายใจดีอย่างไรอย่างนั้น

    “แล้วน้องรักของพี่อยากได้อะไรล่ะ”

    และนั่นก็ทำให้เซฮุนหันไปมองจงอินตามชานยอลไปด้วย น่าแปลกที่ดวงตาสีเทาเข้มๆคู่นั้นน่าจะสบกับพี่ชายของตัวเองมากกว่า แต่มันกลับตวัดมองลงมาที่เขาซึ่งกำลังนั่งอยู่ไปเสียได้ ...

    “ฮัมมิ่งเบิร์ด” จงอินตอบกลับมาเสียงดังฟังชัดในขณะที่สายตาของเราสบกัน “ผมขอเซฮุน

    ถึงกับอึ้งไปของจริง ...

    และปฏิกิริยาแรกของชานยอลก็คือ หันพรวดกลับมามองใบหน้าของเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว

    ในขณะที่เซฮุนอ้าปากค้าง มองจงอินอยู่แบบนั้น จนในที่สุดก็ตระหนักได้ว่า อีกฝ่ายไม่ได้ล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย

    ก่อนทุกอย่างจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเมื่อปาร์ค ชานยอลเริ่มหัวเราะ ... จากเบาๆเหมือนขบขันธรรมดาก็หัวเราะเสียงดังเหมือนเห็นน้องชายตัวเองมีสองหัวและนั่นก็ทำให้เซฮุนเบาใจไปด้วยจนเริ่มหัวเราะคิกคักตามไปติดๆ

    “ฮยองนิม ผมไม่ได้พูดเล่น” จงอินย้ำชัดเมื่อเสียงหัวเราะเบาลง “ขอเขาให้ผมแล้วผมจะทำทุกอย่างที่ฮยองนิมต้องการ”

    คราวนี้ชานยอลเริ่มขมวดคิ้ว ... เหมือนกับชายหนุ่มเพิ่งเข้าใจว่าครั้งนี้จงอินเอาจริง

    ไม่สิ ... ปฏิเสธสิ ชานยอล

    ดวงตาสีน้ำตาลของเด็กหนุ่มมองจงอินอีกครั้ง และพบว่าผู้ชายคนนั้นมองเขาอยู่ก่อนแล้ว แต่สีหน้าของอีกฝ่ายยังไม่บ่งบอกอะไรไปมากกว่านี้ ความตื่นตระหนกเข้ากระแทกในความรู้สึกเมื่อเขายังไม่ได้ยินเสียงปฏิเสธจากคนที่เซฮุนคิดว่าตัวเองมีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างมั่นคงกับอีกฝ่ายแต่อย่างใด

    “คนอื่นก็แล้วกัน” ชานยอลบอกปัดเหมือนจะประนีประนอม ในขณะที่เด็กหนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอก เพราะรู้ดีว่าตัวเองไม่มีปากไม่มีเสียงในเรื่องนี้ ถึงแม้สิ่งของที่ผู้ชายสองคนกำลังจะแลกเปลี่ยนกันนั่นคือตัวเขาเองก็ตาม

    “นายเลือกเลย จะเอาคนไหนก็ได้ พี่ยกให้”

    ฝ่ามือใหญ่ของชานยอลที่เอื้อมมาโอบบ่าของเขาไว้อย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเริ่มทำให้เซฮุนผ่อนคลาย ยังดีที่ชานยอลหวงเขามากกว่าคนอื่น แต่เพราะรู้นี่แหละ ถึงได้เบาใจ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่อยากจะคิดเหมือนกัน ... ครั้งหนึ่งเจ้าตัวเคยพาเขาไปเจรจาธุรกิจด้วย แต่กลับจบด้วยการที่คู่ค้าเอ่ยปากขอเซฮุนไปหนึ่งคืน ตอนนั้นชายหนุ่มไม่พูดอะไร แต่จู่ๆกลับลุกขึ้นแล้วคว้ามีดหั่นสเต็กปักลงบนกลางฝ่ามือของคู่ค้าคนนั้นจนตัวเขาเองนี่แหละที่ร้องเสียงดังเพราะความตกใจ

    แต่จงอินยังคงส่ายหัวเป็นคำตอบ ...

    “ไอ้น้องชาย ...” ชานยอลเริ่มลากเสียงเพราะพยายามจะหว่านล้อม “เข้าใจพี่เถอะ พี่ไม่แชร์เซฮุนกับใคร”

    เด็กหนุ่มชะโงกหน้าเข้าไปจูบสันกรามของคนที่โอบกอดเขาอยู่อย่างเอาใจ และในตอนที่ชานยอลก้มลงมายิ้มให้กับเขา เซฮุนก็เบาใจจนแทบไร้กังวล ... อย่างน้อยเขาก็เบาใจว่าตัวเองเป็นเมีย ชานยอลเคยบอกว่าเซฮุนไม่เหมือนคนอื่น เซฮุนแตกต่างและเจ้าตัวจะไม่มีวันยกเขาให้กับใครอย่างเด็ดขาด

    “ผมยังยืนยันคำเดิม” จงอินยังนิ่ง ไม่ยอมพูดอีก ทำเพียงแค่จ้องมอง

    เด็กหนุ่มมองไปรอบๆก็เห็นว่าทุกคนอยู่ไกลเกินกว่าจะได้ยินบทสนทนาของเราสามคน แต่กระนั้นก็เถอะ ชานยอลเป็นคนหน้าใหญ่ ถ้าหากมีใครรู้ว่า ... ยังมีอีกคนที่มีอำนาจเหนือนายใหญ่ของทุกคนแล้ว เจ้าตัวก็จะเสี่ยงเสียการปกครองไปได้อย่างง่ายๆ

    การจะยกเซฮุนให้จงอิน ...

    จะให้หรือไม่ให้นั้น เดิมพันด้วยอะไรหลายอย่าง

    แล้วการเดิมพัน ต่างก็ต้องลงขันกันทั้งสองฝั่งเลยทีเดียว

    “คิดดูดีๆนะจงอิน ที่นี่มีเด็กหนุ่ม เด็กสาวมากมายที่ยังไม่เคยผ่านมือใครมาก่อน พี่ย้ำอีกครั้งว่านายจะเลือกใครก็ได้ แล้วนายจะมาเซ้าซี้อยากได้คนของพี่ทำไม” ชานยอลว่า น้ำเสียงเริ่มมีอารมณ์

    “ถ้าอย่างนั้น ...”

    เป็นอีกครั้งที่จงอินตอบเรียบๆในระหว่างยืนกอดอกอยู่เช่นเดิม ถึงแม้สีหน้าจะไม่มีแววของความไม่พอใจแม้แต่น้อย แต่เขาก็รู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างที่น่ากลัว พยายามลองเชิง แก่งแย่ง ชิงดีชิงเด่นอยู่ในบรรยากาศระหว่างพี่น้อง

    ผมขอถอนตัว

    เกือบแล้ว ... เกือบที่จะตวัดสายตามองจงอินด้วยความตกใจแต่ยังยั้งไว้ได้ทัน

    ขณะนี้ชานยอลยังคงเงียบกริบราวกับไม่หายใจ ระหว่างที่จงอินก็รอคอยด้วยความอดทนเพราะเจ้าตัวได้ตัดสินใจปล่อยไพ่ไม้ตายใบสุดท้ายลงไปกลางวงเป็นที่เรียบร้อย

    ชานยอลเบี่ยงตัวหันมามองเซฮุนที่ยังเกาะติดร่างของตนไม่ยอมปล่อย เมื่อร่างสูงใหญ่ถอยห่าง เด็กหนุ่มก็เริ่มตื่นตระหนก มือขาวจัดลนลานเกาะต้นแขนของอีกฝ่ายเอาไว้ ร่างโปร่งขยับตัวเปลี่ยนท่านั่งเพื่อยื้ออย่างสุดความสามารถ เสียงตุ้งติ้งเพชรที่ข้อเท้าดังแผ่วเบาๆเหมือนเสียงกระพรวนของโซ่ล่ามสัตว์
    จี้ฮัมมิ่งเบิร์ดแกว่งไกวไปกับสายสร้อยไปมา

    ไม่รู้ว่าจี้นั้นจะหยุดโคลงเคลงเมื่อไหร่

    “ถ้าขอ ... ยังไงก็ให้ไม่ได้” ชานยอลหันมามองเขาอีกครั้ง เหมือนต้องการจะปลอบ ต้องการจะบอกว่าไม่ต้องกังวล แต่ดวงตากลับเยือกเย็นแบบคนทำธุรกิจ ถึงแม้ไม่อยากจะยอมรับแต่เซฮุนก็รู้ว่าชายหนุ่มกำลังคิดทบทวนถึงสิ่งที่จะได้แล้วสิ่งที่กำลังจะเสียไป ถ้าหากยังดึงเชงอยู่แบบนี้

    คำพูดต่อไปที่จะออกจากปากชานยอลต่างหากที่ทำให้สันหลังของเขาเย็นวาบ

    “แต่พรุ่งนี้พี่ต้องออกต่างจังหวัด แวะเข้ามาเอารางวัลของนายก็แล้วกัน”

    เซฮุนอ้าปากค้าง ...

    มือที่ยื้อยุดกับต้นแขนของชายหนุ่มตกลงข้างตัว เขามองใบหน้าของคนที่อยู่ด้วยกันมาเป็นปีๆอย่างไม่อยากจะเชื่อ ดวงตาสีน้ำตาลคลอน้ำ เขาไม่มองจงอิน ไม่ขยับ ไม่กระพริบตาเกือบนาที จริงอยู่ที่ชานยอลกับเขาอยู่ด้วยกันเพราะความสะดวกสบาย

    แต่ครั้งนี้ ... ครั้งนี้

    ปาร์ค ชานยอลเอาศักดิ์ศรีอันน้อยนิดของเขาออกมากระทืบเองกับมือ

    จากนั้นจงอินก็พยักหน้าแต่สายตาของชายหนุ่มกลับเลื่อนมาอยู่ที่ใบหน้าขาวจัดของเด็กหนุ่มเนิ่นนาน “ขอบคุณครับ ฮยองนิม”

    “แค่ครั้งเดียวนะ” ชานยอลว่า ก่อนจะเว้นระยะแล้วลุกยืนขึ้น คราวนี้น้ำเสียงทุ้มต่ำกลับพูดราวกับต้องการย้ำถึงข้อตกลงทั้งหมดให้เด็ดขาด

    “พี่ยอมให้แค่ครั้งเดียว หลังจากนั้น เราหายกัน”

    ถ้าเพียงแต่ ...

    เรื่องทั้งหมดนี่เป็นเรื่องล้อเล่น

    แต่เซฮุนรู้ดีว่าไม่ใช่เพราะเขาเพิ่งเข้าใจว่าการถูกโยนลงไปในบ่อจระเข้แล้วปล่อยให้พวกมันรุมทึ้งเนื้อ ทึ้งกระดูกนั้น มันรู้สึกอย่างไร






    หลังจากปาร์ตี้จบลง

    และสัญญาปากเปล่าก็ถูกตกลงไว้เป็นที่เรียบร้อย

    เซฮุนก็กลับมานอนในบ้านหลังน้อยของตัวเองเพราะเขาหมดอารมณ์ที่ปรนนิบัติใครทั้งนั้น ... ใช่ ชานยอลโปรดเขาถึงขนาดสร้างบ้านหลังเล็กๆชั้นเดียวไว้ให้ติดกับสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ภายในอาณาจักรของตระกูลปาร์คเพื่อความเป็นส่วนตัว

    ในขณะที่กำลังจะล้มตัวนอน อารมณ์ของเด็กหนุ่มก็ยังคงขุ่นมัว ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองประตูทางเข้าบ้านอย่างเลื่อนลอย คิดไม่ตกเกี่ยวสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ในใจได้แต่หวังว่าชานยอลจะเดินเข้ามาแล้วบอกว่าเรื่องข้อตกลงบ้าๆนั้นเป็นเรื่องล้อเล่น เจ้าตัวเพียงแค่อยากลองใจเท่านั้นว่าเขายังจงรักภักดีกับเจ้าตัวคนเดียวเหมือนเดิมหรือไม่

    ตั้งแต่ได้บ้านหลังนี้มา เซฮุนก็ไม่เคยล็อคประตูเลยสักครั้ง เพราะมีผู้ชายเพียงแค่คนเดียวที่จะกล้าเดินเข้ามาหาเขาในยามดึกได้โดยไม่โดนลากไปซ้อมโทษฐานทะลึ่งไม่รู้เรื่อง ก็มีเพียงแค่ชานยอลคนเดียวเท่านั้น

    แต่ในคืนนี้ ท่ามกลางความมืดมิดในยามดึกสงัด เสียงประตูถูกเปิดออกก็ดังขึ้น แต่ผู้ชายคนที่เดินเข้ามาในบ้านของเขากลับไม่ใช่ชานยอลอีกต่อไป

    คิม จงอิน

    ลูกชายนอกคอกของท่านอดีตผู้นำ

    คนในบ้านตระกูลปาร์คทุกคนนั้น ต่างก็รู้ดีว่าชายหนุ่มผู้แสนลึกลับผู้นี้คือใคร เพียงแต่ว่า จะมีใครสนใจหรือเปล่า เท่านั้นเอง

    แต่มีบางอย่างที่แปลกประหลาดเกี่ยวกับบุคลิกนิ่งเงียบของจงอิน ทั้งๆที่เจ้าตัวพยายามทำตัวให้ไม่เป็นจุดสนใจเวลาอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนมากมาย แต่ก็น่าแปลกอีกเช่นกัน ที่สายตาของเด็กๆหนุ่มๆสาวๆของชานยอลมักจะแอบมองผ่าน ‘นาย’ ผู้ซึ่งภายนอกขาวสว่างไสว พุ่งเข้าหาน้องชายคนเดียวของเขา ผู้เปรียบเหมือนความมืดมิด จุดด่างดำในตระกูลแทน

    ชายหนุ่มผู้บุกรุกเคลื่อนไหวเงียบเชียบ ปลายเท้าแตะพื้นเบาราวกับจับวางพร้อมกับค่อยๆขยับเข้ามาในสายตาของเขา เซฮุนตกใจ เขานิ่ง พูดไม่ออก แต่สิ่งที่แสดงออกไปได้มีเพียงอาการเงียบและลุกพรวดขึ้นมายืนข้างเตียงเท่านั้น จงอินย่างก้าวเงียบๆใกล้เข้ามาหลังจากล็อคประตูหน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อย

    สายตาคมเข้มจ้องมองเหมือนผู้ล่ามองเหยื่อที่ไม่มีทางหนีรอด และนั่นก็ทำเด็กหนุ่มรีบคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำบางๆขึ้นมาสวมทับชุดนอนวาบหวิวของตัวเอง เขามองออกไปที่นอกหน้าต่าง ตอนนี้ด้านนอกนั้นเกือบจะมืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์ที่กระทบเงาน้ำในสระเห็นอยู่ไม่ไกล

    และในวินาทีที่จงอินสบตากับเขา เสียงในสมองก็สั่งให้เซฮุนเอาตัวรอด ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ เขาจึงตัดสินใจวิ่งหนี ร่างสูงโปร่งหมุนตัวอย่างรวดเร็วจนเสื้อคลุมบางๆปลิวสะบัดตามแรง เขาโผออกไปที่ระเบียงบ้าน ท่อนขายาวตอบสนองต่อความกลัวโดยปราศจากการยั้งคิด เขากลัวและไม่ทันตั้งตัวใดๆทั้งสิ้น ในใจคิดอยู่อย่างเดียว ด้วยความสิ้นหวังว่า ... อย่ายอม ต้องหนี!

    ‘ช่างมัน ไว้ไปตายเอาดาบหน้าก็ได้’

    เซฮุนคว้าประตูกระจกกระชากเปิดออกแล้วพุ่งไปเกาะที่ระเบียงหินอ่อน เขาชะโงกหน้าลงไปมองพื้นดินด้านล่าง ก็ไม่ได้สูงอะไรมากมากนัก ขอแค่ปีนข้ามลงไปได้ เขาก็จะรอด เพราะด้านล่างเป็นเพียงแค่พุ่มไม้เตี้ยๆ ถัดไปเป็นพื้นที่ของสระว่ายน้ำ ขอแค่วิ่งออกไปหาชานยอลได้ เขาก็จะรอด ในขณะที่ปากเริ่มร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ก็เริ่มมีเงาดำของใครสักคนวิ่งมาดูจากที่ไกลๆ แต่เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ยืนจังก้าอยู่ด้านหลังของเขา เงาดำที่ว่าก็รีบหันหลังเดินกลับไปในทันที

    เด็กหนุ่มอ้าปากค้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ แต่น้ำตาร้อนๆก็เริ่มรื้นขึ้นมาในดวงตา หันไปทางไหนก็ไม่มีใครเลยสักคน เพราะทุกคนรู้เห็นเป็นใจแล้วทิ้งเขาไว้ ในขณะที่วาดขาคร่อมระเบียงหินพยายามจะปีนลงไปข้างล่าง ในใจก็ได้แต่ค่อนขอด ก็ใช่สิ ใครมันจะกล้ามาช่วยเขา ในเมื่อ ป่านนี้ ลูกน้องของชานยอลก็คงรู้กันหมดแล้วว่าเจ้านายเป็นคนอนุญาตที่จะแบ่งเขาให้กับจงอินเองกับปาก

    บัดซบจริงๆ

    ก่อนที่จะปีนลงไปได้สำเร็จ ฝ่ามือของอีกฝ่ายก็คว้าชายเสื้อคลุมอาบน้ำของเขาเอาไว้ได้เสียก่อน จงอินยังไม่ยอมพูดอะไรอยู่เช่นเดิม แต่ชายหนุ่มทำเพียงกระชากแรงๆ ดึงกลับมา จนร่างสูงโปร่งเกือบจะถลาตกจากระเบียง ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้างอย่างตกใจ ไม่สิ คนที่ไหนจะเคลื่อนไหวได้รวดเร็วและเงียบเชียบได้ถึงเพียงนี้

    เซฮุนมองไปรอบๆ พยายามหาอะไรสักอย่างเพื่อมาป้องกันตัว อย่างน้อยถ้าฟาดอีกฝ่ายได้เน้นๆสักครั้งก็อาจจะซื้อเวลาให้ตัวเองได้บ้าง แต่ก็พบเพียงตุ๊กตากระเบื้องตกแต่งสวนอยู่ไม่ไกล แต่ตุ๊กตากระเบื้องตัวนี้น่ะเหรอที่จะมาช่วยเขาจากจงอินได้

    แม้กระทั่งในบ้านของตัวเองก็ยังไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว

    เด็กหนุ่มตัวแข็งค้างอยู่แนบกับระเบียงหินอ่อนเย็นๆและไม่สามารถไปไหนต่อได้ ในขณะที่อีกฝ่ายดึงเสื้อคลุมของเขาไว้แน่น ดูเหมือนทางรอดจะอยู่แค่ข้างหน้า แต่ทว่าตอนนี้มีมือคู่หนึ่งที่เอื้อมผ่านบั้นเอวของเขาแล้วไปวางนิ่งๆอยู่ที่ขอบระเบียง ความอุ่นร้อนจากร่างกายของใครอีกคนทาบมาแนบชิดเสียเต็มแผ่นหลัง

    ลมเย็นๆในยามค่ำคืนพัดผ่าน น้ำในสระด้านหน้ากระเพื่อมเป็นระลอก สัมผัสใบหน้าและเส้นผมสีน้ำตาลจนมันปลิวยุ่งเหยิง เขาทำท่าจะหันกลับไปเผชิญหน้าและคว้าตุ๊กตาขึ้นมาซัดอีกฝ่ายให้ถอยห่าง แต่เพียงแค่ขยับตัว ฝ่ามือหนักๆก็เอื้อมมาจับหัวไหล่ทั้งสองข้าง ตรึงอยู่กับที่ไม่ให้ขยับไปไหน

    ความตื่นตระหนกอัดแน่นอยู่ในความรู้สึก เขากลัว ... กลัวกับความไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป ได้แต่ยืนเหมือนโดนแช่แข็งอยู่แบบนั้น เพราะเซฮุนเองก็ไม่รู้ว่าถ้าหากเขาแสดงออกชัดเจนว่าไม่ยอม จงอินจะทำร้ายร่างกายหรือจะโกรธจัดถึงขั้นใช้อาวุธกับเขาด้วยหรือไม่

    จริงอยู่ที่ชานยอลไม่ได้ใกล้เคียงกับสุภาพบุรุษในฝัน แต่อีกฝ่ายก็ไม่เคยตบตีหรือใช้กำลังกับเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว

    “เวลาของนายคือพรุ่งนี้” เด็กหนุ่มเสียงสั่น ได้แต่พูด ไม่กล้าหันไปมอง

    ไม่มีเสียงตอบกลับมา มือเพียงแต่ฝ่ามือร้อนๆที่ลูบจากหัวไหล่ลงสู่ต้นแขน นวดเฟ้นเนื้อเหมือนคนกำลังดื่มด่ำกับของล้ำค่าที่เพิ่งได้ลิ้มลอง ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้จนคราวนี้ได้แนบชิดกันของจริง ลมหายใจร้อนๆเป่ารดที่ข้างใบหูจนเซฮุนต้องเอียงคอหนี และฝ่ามือคู่เดิมก็ย้ายไปลูบที่แถวๆหน้าท้องกับต้นขาเปลือยเปล่าภายใต้เสื้อคลุมตัวโปรด

    “นายผิดสัญญา ถอยออกไปซะจงอิน ถ้าชานยอลรู้ เขาจะโกรธ” เซฮุนพยายามห้าม

    แต่มือคู่นั้นก็ยังลูบอีก ... คราวนี้มันลูบจากต้นแขนลงมาเรื่อยๆจนไปถึงฝ่ามือของเขาที่กำแน่นอยู่กับระเบียงเหมือนกับเจ้าตัวพอใจมากมายที่ผิวของเขานั้นไร้ที่ติ แน่นอนสิ รสนิยมของปาร์ค ชานยอลไม่เคยเป็นสองรองใคร และมันก็เป็นหน้าที่ของเซฮุนเช่นกันที่ต้องดูแลตัวเองตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ความโปรดปรานในตัวเขาของชานยอลลดลงไปเป็นของคนอื่น

    “ที่พูดไปน่ะ ไม่ได้ยินเหรอ ถอยออกไป” เขาย้ำอย่างพยายามใจดีสู้เสือ

    “ชานยอลจะไม่ปล่อยให้ถึงพรุ่งนี้ ถ้าหากฉันมาพรุ่งนี้จริง ... ฮยองนิมก็คงจะพานายออกไปด้วยแล้ว” เป็นครั้งแรกที่จงอินเปิดปากพูดกับเขาโดยตรง น้ำเสียงแข็งๆขัดกับการสัมผัสในตอนนี้มากมายนัก

    “ไม่ต้องกลัว” เสียงนั้นยังย้ำ

    คราวนี้ฝ่ามือลูบลงต่ำก่อนจะยกขาของเด็กหนุ่มข้างไปวางพักไว้บนระเบียง แน่นอนว่าช่วงล่างเปิดอ้ากว้างท้าสายตาคนมองอย่างแน่นอน ยืนลูบกันมาพักใหญ่ อีกฝ่ายต้องรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่ได้ใส่ชั้นในใดๆทั้งสิ้น เซฮุนหันขวับกลับไปในทันทีที่ตั้งตัวได้ ก่อนจะพบว่าสายตาของคนที่ทำให้เขายืนท่าน่าอายนั้นมองตรงไปในความมืดด้านหน้า ไม่แม้แต่จะมองใบหน้าของเขาแม้แต่น้อย

    “อยู่เฉยๆ ฮัมมิ่งเบิร์ด ... แล้วฉันจะไม่ทำร้ายนาย”

    ความตื่นตระหนกเกิดขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อจงอินเลิกชายเสื้อคลุมขึ้นจนมันไปกองอยู่บนบั้นเอวและต้นขากับหัวเข่าที่ถูกยกไปพาดบนระเบียง ในขณะที่เขาหลับตาพร้อมกับทำใจยอมรับกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว อีกฝ่ายกลับทำสิ่งที่เขาไม่คาดคิดยิ่งกว่าเดิม เมื่อร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มได้เริ่มเด้งตัวเข้าหาเขาเป็นจังหวะทำราวกับเราสองคนได้สอดใส่และมีเซ็กส์อยู่ด้วยกันจริงๆ

    เพียงแต่ ... ทั้งหมดมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย

    มองไกลๆอาจจะใช่เพราะการเคลื่อนไหวมันหลอกตา

    เซฮุนพยายามถดตัวหนี แต่แรงส่งจากคนข้างหลังก็เริ่มทำให้ท่อนแขนที่ยันท้าวไว้กับระเบียงเริ่มสั่น แต่จงอินก็จับเขาไว้มั่น แล้วเริ่มซุกไซ้ใบหน้าลงกับผิวเนื้อที่โผล่พ้นเสื้อคลุมออกมา ริมฝีปากร้อนๆไล้ไปตามใบหน้าด้านข้างแต่กลับไม่ยอมจูบปากแต่อย่างใด

    เขาดิ้น และมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ เขามองอย่างค้นหา ... มองผู้ชายที่แทบจะจับเขาแก้ผ้าและแกล้งทำเป็นมีเซ็กส์กันอยู่ตรงระเบียงท้าทายสายตาคนอื่นท่ามกลางความมืดมิด แต่ก็มีเพียงแค่ดวงตาคมเข้มที่ตอบกลับมา จากนั้นอีกฝ่ายก็ชะโงกเข้ามาจูบมุมปากเบาๆทั้งที่เรายังสบตากันอยู่

    “เล่นตามน้ำไปก่อน โด คยองซูมองอยู่” น้ำเสียงทุ้มๆพึมพำในทันทีที่ใบหน้าของเราแนบชิดกัน

    คยองซู ....

    มือขวาของชานยอลน่ะเหรอ?

    เท่านั้น ทุกอย่างก็ดูเข้าเค้าขึ้นมาทันที ...

    “อย่าบอกนะว่าที่ชานยอลส่งคยองซูมาดู ก็เพื่อให้แน่ใจว่าเรา...” เขาโพล่งถาม ตะลึงงันเหมือนโดนน้ำเย็นสาดหน้ามาทั้งถัง

    จงอินไม่ตอบอะไร แต่ตอนนั้นเองที่เซฮุนแน่ใจในคำตอบของคำถาม ทำไมจงอินถึงต้องให้เขาอยู่ที่ระเบียง ถ้าอีกฝ่ายตั้งใจจะตักตวงเอาจากเขาจริงๆ ลากกลับเข้าไปในห้องนอนไม่ดีกว่าอย่างนั้นเหรอ ในทันทีที่เริ่มประติดปะต่อเรื่องได้ก็เหมือนอะไรในกายของเด็กหนุ่มได้ขาดผึงไปแล้ว ที่สุดของความผิดหวังและคับแค้นใจ ถึงแม้จะไม่ได้รัก แต่เขาก็คิดว่าทั้งเขากับชานยอลนั้น ... อาจจะผูกพัน อย่างน้อยถ้าไม่ได้รัก แต่การเอาเขามาชุบทอง เลี้ยงดูเป็นอย่างดี เขาก็คิดว่าอีกฝ่ายอาจจะเมตตาเขาบ้าง

    แต่เปล่าเลย ... สุดท้าย ชานยอลก็คือนักธุรกิจดีๆนี่เอง

    ยอมได้ทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าเวลาโดนแว้งกัดมันเจ็บอย่างไร

    สุดท้าย ... ไอ้ที่บอกว่าหวงนักหวงหนา มันก็ไม่ได้มีค่าอะไรเลย

    เสียใจ

    ในตอนที่เริ่มสะอื้นถึงได้รู้ตัวว่าตัวเองร้องไห้แล้ว ได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายหยัดร่างเข้าหาอย่างปลอมๆอยู่แบบนั้น ถ้าเป็นเวลาปกติเขาคงจะหัวเราะลั่น ถ้าหากต้องมาทำอะไรแบบนี้ แต่ในตอนนี้ ถ้าหากไม่มีจงอินคอยยึดร่างเอาไว้ เซฮุนก็คงล้มพับไปแล้ว ทำไมถึงได้เสียความรู้สึกขนาดนี้ 

    จริงอยู่ที่เขาไม่เคยเสียใจหรือรู้สึกอะไรกับการผลาญเศษเงินของชานยอลเล่นๆ แต่ในวันที่ความจริงกระแทกหน้าแบบจังๆว่าตัวเองนั้น แท้จริงแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง ที่มีหน้าที่แค่คอยเสริมบารมีของเจ้านายเท่านั้น ก็เป็นตัวเขาเองนี่แหละที่รับมันไม่ได้

    อึดใจถัดมา จงอินก็ผละออกและค่อยๆจับตัวเขาหันกลับมา ชายหนุ่มดันให้เซฮุนขึ้นไปนั่งบนระเบียงหินก่อนจะดันท่อนขายาวให้แยกกว้าง แทรกตัวเข้าไปอยู่ตรงกลางแล้วดึงให้ทั้งแขนและขาโอบกอดร่างของตัวเองไว้ จงอินยังแสร้งทำเป็นมีเซ็กส์ แต่เขากลับกอดอีกฝ่ายเหมือนคนต้องการที่พึ่งแล้วก็ ... ร้องไห้

    เสื้อคลุมถูกเลิกขึ้นไปกองอยู่ที่เอว มีเพียงแค่เชือกผูกเอวรั้งเอาไว้เท่านั้นที่ยังทำให้เซฮุนไม่เปลือยเปล่าไปทั้งร่างแต่ก็ไม่เหลืออะไรให้จินตนาการอีกแล้วเช่นกัน เด็กหนุ่มพยายามควบคุมตัวเอง แต่ก็ทั้งแค้นใจ น้อยใจ เสียใจ เอาแต่ซุกหน้าร้องไห้จนแก้มเปียก สะอึกสะอื้นจนคิดว่าถ้าหากตอนนี้เรากำลังมีอะไรกัน จริงๆ การร้องไห้โฮเหมือนสุนัขถูกเจ้าของทิ้งนั้นก็คงทำให้จงอินหมดอารมณ์เข้าให้เหมือนกัน

    “นายรักฮยองนิมอย่างนั้นเหรอ” จงอินถามเหมือนจู่ๆก็อยากจะรู้ขึ้นมา

    แต่เซฮุนกลับเงียบ

    เขาพยายามควบคุมตัวเองอีกครั้ง ลมหายใจยังคงหอบแรงและขาดห้วงจากแรงสะอื้น ตอนนี้ใบหน้าของเขาคงจะเละเทะน่าดู แม้แต่ชานยอลก็ยังไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้ คิม จงอินเป็นคนแรกที่ได้เห็นฮัมมิ่งเบิร์ดแสนสวยปีกหัก ถูกถีบกระเด็นตกลงมาจากฟ้าต่อหน้าต่อตา

    “แล้วนายคิดว่าชานยอลรักฉันรึเปล่าล่ะ” เขาตอบกลับด้วยคำถาม

    ทันใดนั้นชายหนุ่มก็ดูเหมือนจะหยุด จงอินมองเขา ใกล้กันเพียงแค่นี้ แล้วเซฮุนก็ได้เห็นว่าแท้จริงแล้วนัยน์ตาของอีกฝ่ายไม่ได้เป็นสีน้ำตาลอย่างที่เขาเคยเข้าใจ แต่มันเป็นสีแปลกๆเหมือนสีเหล็กผสมกับสีดำ สีเงินอย่างนั้นเหรอ? ก็ไม่เชิงจะสีเงินไปเลยทีเดียว ไม่อย่างนั้นมันคงน่ากลัวมากกว่าจะสวยดึงดูดอย่างนี้ แต่สีนัยน์ตาของจงอินกลับเป็นสีดำแทรกกับสีเงินเหมือนตาแมว ไม่ชัดมาก แต่สวยแปลกตาในแบบฉบับสายเลือดลูกผสม

    “ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้นายก็คงรู้แล้ว ว่าฮยองนิมรักนายรึเปล่า” มานิ่งๆ แต่มาทีถึงกับเลือดซิบ

    “นั่นสินะ” คราวนี้เซฮุนพูดด้วยดวงตาชุ่มน้ำพราวระยับไปด้วยอะไรบางอย่าง เหมือนในใจได้ตัดสินใจจะทำอะไรลงไปแล้ว “ถ้าหากฉันพิเศษสำหรับเขาจริงๆอย่างที่พี่ชายนายชอบพูด ตั้งแต่ตอนที่นายยกขาฉันพาดระเบียง ตอนนั้นคยองซูคงเป่านายล้มไปตั้งนานแล้ว แต่ตอนนี้นายก็ยังยืนอยู่ตรงนี้ สุดท้ายฉันมันก็ไม่ต่างอะไรกับคนอื่น”

    “ถ้ารู้อย่างนี้แล้ว จะร้องไห้ทำไม” น้ำเสียงทุ้มๆกระซิบถาม ในขณะที่มือก็ลูบต้นขาขึ้นไปจนถึงแผ่นหลัง

    “ก็คงเพราะ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกล่ะมั้ง ที่เขากล้าแชร์ฉันกับคนอื่น ... ฉันไม่รู้หรอกว่าทั้งหมดนี่ นายทำไปเพื่ออะไร แล้วฉันก็ไม่อยากจะรู้ด้วย แต่ในเมื่อเขาเป็นคนยกฉันให้นายเองแล้วนายก็ยังใจดี ยอมหลอกคยองซู … เพื่ออะไร ฉันก็ไม่รู้อีกนั่นแหละ”

    เด็กหนุ่มเว้นจังหวะ ฝ่ามือขาวค่อยๆยกขึ้นมาวางแนบกับแผ่นอกของคนตรงหน้า คิม จงอินยังคงไม่มีเสื้อผ้าชิ้นไหนหลุดออกจากกาย แม้กระทั่งซิปแจ็คเก็ตก็ยังไม่ได้รูดลง พร้อมๆกับที่เซฮุนขยับท่อนขาซึ่งกำลังกอดรัดเอวของอีกฝ่ายอยู่อย่างขี้เล่นจนเสียงสร้อยเพชรตุ้งติ้งที่ข้อเท้าดังเป็นจังหวะกังวาน

    ท่ามกลางความเงียบสงบที่มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่

    ไม่เคยรัก เขาก็ไม่เคยเรียกร้อง ไม่เคยว่า ...

    เพราะรู้ดีว่าที่ของตัวเองอยู่ตรงไหน

    แต่ไม่รัก แล้วยังมาทำร้าย นี่รับไม่ได้ ...

    ต่อจากนี้ จะได้เห็นว่าเวลาสัตว์เลี้ยงเชื่องๆ มันคิดจะสู้เจ้าของขึ้นมา สู้ เพราะมันโดนทำร้ายจนแสนสาหัสจากคนที่มันเคยคิดว่าจะไม่มีวันทำร้ายมันได้ลง สู้ ในตอนที่เจ้าของมันไม่ทันตั้งตัว สู้ เพราะมันเป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่

    สู้ เพื่อปลดปล่อยโซ่ที่ล่ามขามันเอาไว้

    สู้ เพื่ออิสระ

    แล้ววันหนึ่ง ปาร์ค ชานยอลจะได้รู้ว่า ... นรกในอกมันเป็นอย่างไร

    จงอินยังนิ่งเหมือนที่ทำจนเป็นนิสัย แต่คราวนี้เซฮุนปาดน้ำตาออกจากใบหน้าแล้วยิ้มหวานอย่างเอาอกเอาใจ ยิ้มแบบที่เคยทำเจ้าพ่อคนดังหลงหัวปักหัวปำมาแล้ว ก่อนจะพูดขึ้นมาในที่สุด




    “ ... แต่ในเมื่อชานยอลอยากให้นายได้ฉันนัก ถ้าหากนายอยากจะทำขึ้นมาจริงๆ ... ฉันก็ไม่ถือหรอกนะจงอิน








    เขียนโดย LONE WOLF
    Twitter hashtag: #ฟิคforgood

    •  Thank You  •





Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in