#Fictober2019 — Welcome to Streaming hidepaparkro9er
(2) BLOOD

  • Fictober day 2 — BLOOD










    สตรีมมิ่งไฮด์เป็นเมืองที่เหมาะจะหลบซ่อนตัว ญาติห่าง ๆ ของเขาได้บอกเอาไว้ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงได้มายืนตากฝนอยู่หน้าโมเต็ลมอร์นิ่งสตาร์ในเวลานี้ สิ่งก่อสร้างตรงหน้าดูอย่างไรก็ไม่เหมือนก่อสร้างมาแล้วกว่าสองร้อยปีได้เลย มันดูใหม่และร่วมสมัยเหมือนกับเพิ่งถูกสร้างไม่เกินเจ็ดแปดปีเสียมากกว่า พลังของการรีโนเวทช่างน่าอัศจรรย์จริง ๆ



    มองออกไปด้านข้างของโมเต็ล หลังสวนดอกไม้เบ่งบานมีแม่น้ำสายใหญ่เป็นดั่งปราการปิดกั้นระหว่างเมืองสตรีมมิ่งไฮด์กับเมืองที่อยู่ถัดไป สายฝนพรำทำให้มองบรรยากาศตรงหน้าได้ไม่ถนัดนัก แต่ด้วยความสามารถของแวมไพร์ มันคงไม่ยากนักหากจะมองฝ่าการร่วงหล่นของเม็ดฝนด้วยสายตาที่เฉียบคมกว่ามนุษย์หลายเท่าตัว



    เขายกยิ้มพึงใจกับความเงียบสงบที่โอบล้อมเมืองนี้ เงียบสงบมากพอที่เขาจะหายเข้ากลีบเมฆไปสักระยะ เขาก้าวขาเข้าไปในโมเต็ลก่อนจะพบไฟสีเหลืองนวลและห้องโถงโอ่อ่า ด้านข้างมีโต๊ะเคาน์เตอร์สำหรับติดต่อเข้าพักอยู่ เจ้าของโมเต็ลเป็นหญิงสาวหน้าตาดี เธอส่งรอยยิ้มหยาดเยิ้มมาให้เขา



    คนคนนี้เป็นแม่มดสินะ...



    ชายหนุ่มส่งรอยยิ้มบางเบากลับไป ที่สตรีมมิ่งไฮด์คุณสามารถพบเจอสิ่งมีชีวิตที่นอกเหนือจากมนุษย์ได้เป็นปกติ พวกเขาไม่หลบซ่อนตัวแต่ใช้ชีวิตกลมกลืนไปกับผู้คนสอดประสานราวกับจังหวะดนตรี มนุษย์บางส่วนรับรู้ตัวตนของพวกเขาแต่ก็ใช้ชีวิตตามปกติ ว่ากันว่ามนุษย์ที่อยู่ที่นี่ส่วนมากมักไม่ใช่มนุษย์เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์นัก



    "เอเลียต วินเซนต์ ผมจองห้องที่ชั้นสามไว้ครับ" เขากล่าวกับเธออย่างสุภาพ แม่มดสาวยังคงคลี่ยิ้มชวนฝันมาให้ เธอพ่นควันจากซิการ์ในมือขวาเบา ๆ ก่อนจะเดินนวยนาดไปหยิบกุญแจและคีย์การ์ดมาให้



    "สำหรับลูกค้าชั้นสาม ต้องสแกนลายนิ้วมือเพื่อความปลอดภัยของตัวลูกค้าก่อน" เธอเอ่ยก่อนจะวางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางอย่างลงบนโต๊ะ



    เขาสแกนรอยนิ้วมือทั้งห้าอย่างว่าง่าย รอยนิ้วมือของเขาจะถูกระบบรักษาความปลอดภัยของโมเต็ลจดจำเพื่อใช้สแกนลิฟต์แยกตัวหนึ่ง ซึ่งถ้าหากไม่ใช่คนที่ใช้บริการห้องพักชั้นสามก็จะไม่สามารถใช้ลิฟต์ตัวนี้ได้ ระบบความปลอดภัยที่เข้มงวดทำให้เขารู้สึกพออกพอใจกับที่นี่มากขึ้นไปอีก



    "ขอบคุณครับ" เขารับกุญแจและคีย์การ์ดมาก่อนจะจ่ายค่าห้องด้วยบัตรเครดิต เขาเช่าห้องพักที่โมเต็ลมอร์นิ่งสตาร์ไว้สิบสี่วัน ระหว่างนี้หากเขาถูกใจเขาอาจหาที่พักระยะยาวอยู่ไปเลยก็ได้



    "พ่อหนุ่มน้อย" ในจังหวะที่ชายหนุ่มกำลังจะหันหลังไปขึ้นลิฟต์ แม่มดสาวก็ได้เรียกรั้งเขาเอาไว้ "บริการอาหารเช้าจะรับเป็นเลือดสด ๆ จากโรงพยาบาลเซนต์โยฮัน หรือดอกไม้บานสะพรั่งตัดจากต้นดีล่ะ"



    เอเลียตยืนนิ่งก่อนจะตอบรับกลับไป "ผมขอดอกไม้สักสามสี่ดอกก็พอครับ"



    ก็เขาเป็นแวมไพร์มังสวิรัตินี่นา



    แม่มดสาวส่งเสียงหัวเราะฮุฮุเหมือนเอ็นดูเขานักหนาออกมา ชายหนุ่มเดินหูขึ้นสีสแกนลิฟต์แยกแล้วขึ้นห้องพักไปในทันที แวมไพร์น่ะไม่ได้เป็นคนที่ตายแล้วหรือไม่มีเลือดหล่อเลี้ยงในร่างกายเหมือนในหนังหรอกนะ พวกเขาแค่มีเส้นเลือดที่ลีบเล็กมาก ๆ เลยไม่ค่อยมีเลือดฝาดตามผิวหนังต่างหาก ไม่ได้แปลว่าหน้าแดงหรือหูแดงไม่เป็นสักหน่อย



    ชายหนุ่มยืนหยุดอยู่หน้าห้องที่มีเลขโรมันสลัก VII อยู่ นี่เป็นห้องที่เขาได้พักในโมเต็ลมอร์นิ่งสตาร์ เขาไขกุญแจแล้วเสียบคีย์การ์ดตรงมุมหนึ่งของผนังเพื่อเปิดระบบไฟฟ้าภายในห้อง แสงสว่างสีส้มปรากฏขึ้นในสายตาเมื่อเขาสับสวิตช์ไฟ เอเลียตกวาดตามองไปรอบ ๆ ห้องพักขนาดไม่ใหญ่ที่มีเพียงเตียงนอน โทรทัศน์ โต๊ะยาวสารพัดประโยชน์เข้าชุดกับเก้าอี้ ตู้เสื้อผ้า ตู้เย็นขนาดเล็กและโซฟาตัวยาวปลายเตียง



    มองดูโดยรวมจนพอใจเขาก็ปิดล็อคห้องแล้วถอดเสื้อโค้ทที่ชื้นแฉะออก ต่อให้เป็นแวมไพร์หากตากฝนนาน ๆ ก็ใช่ว่าจะไม่ป่วย เขาแขวนโค้ทกับราวไม้ข้างประตูก่อนจะเดินไปแหวกเปิดผ้าม่านสีอ่อน ด้านนอกนั้นเม็ดฝนยังคงโปรยปราย เอเลียตยืนมองสายฝนอยู่อย่างนั้นสักพักเขาจึงปิดม่านแล้วเดินเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำ



    คืนแรกในสตรีมมิ่งไฮด์ผ่านพ้นไปด้วยดี เตียงนอนนุ่มสบาย อากาศเย็นสบาย เขาตื่นเช้ามาตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นเพื่อไปชมบรรยากาศที่ญาติห่าง ๆ โอ้อวดเอาไว้นักหนา หมอกลงเล็กน้อยจากฝนที่ตกตลอดคืน เขายืนชมพระอาทิตย์ยามเช้าอยู่ที่สวนดอกไม้ข้างโมเต็ลมอร์นิ่งสตาร์อย่างผ่อนคลาย



    แสงสีส้มอมชมพูค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนฟ้า เขาที่สวมหมวกใบโตยืนชมภาพยามเช้าอยู่อย่างนั้นจวบจนกระทั่งหมอกยามเช้าเริ่มจางหายและพระอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าเต็มดวง เขาคิดว่านี่มันสมควรแก่เวลาที่จะกลับโมเต็ลเพื่อทานมื้อเช้าสักที



    ที่ห้องโถงมีมุมทานอาหาร เขาเดินเข้าไปหาแม่มดท่านนั้นที่เขาทราบนามของเธอเมื่อสักครู่ว่าริเวอร์ ริเวอร์ที่แปลว่าแม่น้ำนั่นล่ะ เธอบอกเขาว่าได้ชื่อนี้เพราะมีบ้านอยู่ติดแม่น้ำใหญ่ บ้านที่ตอนนี้กลายเป็นโมเต็ลไปเต็มตัว เขารับฟังแล้วพยักหน้าตอบรับเป็นครั้งคราว เอเลียตไม่ทันอ้าปากถามในสิ่งที่เขาคิด แม่มดคนนั้นก็เอ่ยปากตัดหน้าเสียก่อน



    "โอ้ ตายจริง ฉันนี่พูดเยอะเหลือเกิน" เธอหัวเราะ "พ่อหนุ่มน้อย เธอไปนั่งรอที่โต๊ะก่อน เดี๋ยวฉันให้คนไปตัดดอกไม้ในสวนที่เธอเพิ่งเดินชมเมื่อครู่มาให้" แม่มดแย้มยิ้มงดงาม เธอมีเสน่ห์มาก ๆ สำหรับแม่มดคนหนึ่ง ใบหน้าที่เผยสันกรามชัดเจน ริมฝีปากอวบอิ่ม ดวงตาสีมรกต ผิวสีเข้มและผมสีแดงเพลิงมันช่างเข้ากับเธอและขับเสน่ห์ความเป็นผู้ใหญ่มาได้อย่างลงตัว



    เขานั่งลงที่โต๊ะตัวหนึ่งแล้วจมอยู่กับความคิดของตัวเอง ที่สตรีมมิ่งไฮด์มีแต่คนที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวและกลิ่นอายที่ชัดเจน อย่างคุณเจ้าของร้านหนังสือเมื่อวาน เอเลียตรู้ได้ในทันทีที่พวกเขาจับจ้องดวงตาของกันและกันว่าอีกฝ่ายไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา กลิ่นอายเฉพาะตัวของมนุษย์หมาป่ากำจายรอบตัวของเขา ดวงตาที่ดูง่วงงุนในตอนแรกสะท้อนแสงคล้ายข่มขู่ เพราะเขาเป็นคนต่างถิ่น จึงไม่แปลกเลยหากจะถูกมองอย่างระมัดระวัง



    ชายหนุ่มพบว่าคุณเจ้าของร้านหนังสือช่างเข้าใจได้ง่ายดายนักจากการแสดงออกของเขา เริ่มแรกระแวดระวัง จากนั้นก็ใช้สัญชาตญาณตรวจสอบ ว่ากันว่าสัญชาตญาณของมนุษย์หมาป่าล้วนแม่นยำนัก พอวางใจคุณเจ้าของร้านหนังสือก็ยินยอมและคล้อยตาม เขาจึงมีที่ให้หลบฝนอย่างน้อยหลายสิบนาที



    เอเลียตจำดวงตาสีอำพันคู่นั้นได้แม้กระทั่งยามมันสะท้อนแสงเพื่อข่มขู่เขา เลือดในกายเดือดพล่านอย่างไร้สาเหตุนั่นจึงทำให้เขาละสายตาจากดวงตาคู่นั้นในที่สุด อันที่จริงเขาคิดว่ามันไม่ได้ไร้สาเหตุเสียขนาดนั้นหรอก ทุกเผ่าพันธุ์มีบางสิ่งบางอย่างที่สืบทอดต่อกันมา ในโลกที่ไม่ว่าคุณจะเป็นตัวอะไรก็ตาม เพศสภาพหลักไม่สามารถบ่งบอกเพศสภาพรองได้ คุณจะไม่มีทางรู้จนกว่าคนคนนั้นจะแสดงอาการบางอย่างที่บ่งบอกเพศสภาพรองออกมา



    ดั่งเช่นตัวเขาที่เลือดพล่านจนร่างกายคล้ายจะขับของเหลวบางอย่างออกมา ต่อหน้าคนที่เพิ่งพบหน้าเขาไม่ควรจะรู้สึกแปลกประหลาดเช่นนั้นสักหน่อย ดวงตาสีอำพันที่เขาคิดว่าสวยงามน่ามองกลับอันตรายต่อตัวเขาถึงเพียงนี้ เพศสภาพรองของเขาแทบจะถูกเปิดเผยเพียงเพราะคุณเจ้าของร้านหนังสือคนนั้น



    "ทำไมถึงหน้าแดงอย่างนั้นพ่อหนุ่มน้อย" ความคิดของเขาหยุดชะงักไปเมื่อมีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมา เป็นแม่มดริเวอร์นั่นเอง



    เธอวางตะกร้าดอกไม้ลงตรงหน้าเขา มันเป็นดอกกุหลาบสีแดงสดบานสะพรั่ง ดอกกุหลาบมีรสชาติของชีวิตในแบบที่ตัวเขาชอบ หอมหวล นุ่มนวลและทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย เอเลียตค่อย ๆ เด็ดดอกไม้ออกจากก้านของมัน เขาประคองดอกกุหลาบด้วยสองมือก่อนจะค่อย ๆ แนบริมฝีปากแตะลงไป



    ดอกกุหลาบสีแดงเหี่ยวเฉา ร่วงหล่นกลีบแล้วกลีบเล่าลงบนสองฝ่ามือที่คอยประคองรับ เขาวางกลีบเหล่านั้นใส่ในตะกร้าดังเดิม ดวงตาสีแดงเงยมองแม่มดผู้ซึ่งจ้องมองเขาอยู่ ริมฝีปากที่ดูคล้ายมีสีแดงแต่งแต้มมากกว่าทุกครั้งเผยรอยยิ้มบางเบาออกมา



    "เป็นกุหลาบที่รสชาติดีมากเลยครับริเวอร์" เขากล่าวอย่างสุภาพ แม่มดสาวมอบรอยยิ้มชวนฝันให้กับเขาก่อนเธอจะเดินจากไป



    ชายหนุ่มไม่มีทางรู้หรอกว่าดอกกุหลาบที่เขาลิ้มลองจากสวนดอกไม้เลียบแม่น้ำเส้นใหญ่ข้างโมเต็ลมอร์นิ่งสตาร์งอกเงยได้จากเลือดเนื้อ พวกมันเติบโต งดงาม ชูช่อบานสะพรั่งเพราะมันถูกปลูกบนสุสานเก่าของสตรีมมิ่งไฮด์








    Fictober day 2 — BLOOD
    TBC.

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
uss1701_ (@uss1701_)
ชอบมากก รอตอนต่อไป ชอบภาษาคุณคนเขียนมากคร้าบ
PLoy Ploykamol (@fb3567815013260)
รอตอนต่อไปค่ะ ^__________^