watch the scenetotheworld
สีบรรยากาศที่ร้อยเรียงเป็น “THE SHAPE OF WATER”
  • ภาพยนตร์ส่วนใหญ่มักจะใช้สีฟ้าและสีส้มเป็นส่วนมาก เพราะการใช้สองสีนี้จะช่วยในการปลอบประโลมสมอง ทำให้ผู้ชมรู้สึกสบาย เหมือนอยู่ที่บ้าน และทำให้เข้าถึงเนื้อเรื่องของภาพยนตร์ได้ดียิ่งขึ้น แต่ใน The Shape of Water จะไม่ใช่แบบนั้น แต่เพื่อบรรยากาศและโทนเรื่องในการบ่งบอกถึงทะเลลึก จะใช้เป็น สีเขียว สีฟ้า สีเขียวน้ำทะเล ในส่วนใหญ่ และอาจต่างกันในระดับโทนของสี และใช้ สีแดง เป็นตัวแทนถึงความรัก

    จากที่เห็นฉากในภาพยนตร์ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นในห้องวิจัย ซึ่งห้องนี้จะเป็นสีเขียวทั้งหมด ทั้งผนังห้อง, กระเบื้องปูพื้น หรือแม้แต่สบู่ ก็เป็นสีเขียว และแสงในภาพยนตร์ก็เกือบที่จะมืดอยู่แล้ว จนทำให้ราวกับว่าห้องวิจัยแห่งนี้จมลึกอยู่ในท้องทะเลตลอดเวลา ด้วยส่วนประกอบทั้งแสงและสีในห้องนี้ทั้งหมด

    ส่วนที่สำคัญที่สุดของนัยสำคัญในสีเขียวนั้นคือความหมาย ในเรื่องนี้ สีเขียว เป็นตัวแทนของ อนาคตและความก้าวหน้า ซึ่งในส่วนนี้ไม่ใช่การตีความที่ซับซ้อนแต่อย่างใด เนื่องจากมีตัวละครที่พูดออกมาเองในภาพยนตร์ซึ่งก็คือฉากที่ ไจลส์ หนึ่งในตัวละครหลัก เพื่อนของเอลิซ่า ได้รับบทที่มีอาชีพเป็นศิลปิน ได้รับงานวาดภาพสื่อโฆษณาขนม Jell-O ในตอนแรกเขาลงสีขนมเป็นสีแดง แต่เมื่อเขานำไปให้เจ้านายของเขาดูเจ้านายของเขาก็บอกให้เขาเปลี่ยนเป็นสีเขียวทันทีที่เห็น โดยให้เหตุผลว่า “สีเขียวเป็นสีแห่งอนาคต” และมองย้อนกลับไปที่ศูนย์วิจัยในตอนนี้เพิ่งได้รับ พรายทะเล มาไว้ที่ห้องวิจัยที่กล่าวไว้ในตอนต้น อีกทั้งยูนิฟอร์มของพนักงานในศูนย์วิจัยแห่งนี้ยังเป็นโทน สีเขียว สีฟ้า อีกด้วย จะสื่อได้ว่าศูนย์วิจัยในเรื่องกำลังก้าวหน้านั่นเอง และนอกเหนือจากนี้ยังมีการให้สัญลักษณ์สำคัญในเรื่องของตัวละครอีกด้วย

    ตัวละครที่ต้องการที่จะคืบหน้าในเรื่องใดสักเรื่องในภาพยนตร์เรื่องนี้ต่างมีส่วนเกี่ยวข้องกับสีเขียว ทั้งไจลส์ ที่มักจะสั่ง Lime pie ในร้านค้าแห่งหนึ่ง เพราะต้องการจีบคนขายซึ่งเป็นผู้ชาย ตัวละครหลักของเรา เอลิซ่า และเพื่อนสนิทสาวของเธอในที่ทำงานสถานวิจัยก็สวมเครื่องแบบสีเขียวน้ำทะเล โดยพวกเขาเหล่านี้ เป็น รักร่วมเพศ สาวผิวสี และ สาวใบ้ มองกลับไปในยุค 60 ซึ่งเป็นยุคที่ภาพยนตร์เรื่องนี้เลือกใช้ ทำให้ตัวละครเหล่านี้มีความต้องการที่จะได้รับความยอมรับ และ ได้รับความเคารพในสิทธิส่วนบุคคลบ้าง โชคชะตาของพวกเขาถูกกำหนดด้วยพรายทะเล ซึ่งมีลักษณะเป็นสีเขียวทั้งตัว และต้องคอยต่อสู้กับริชาร์ด หัวหน้าการควบคุมวิจัยพรายทะเล จากการช่วยพรายทะเลหลบหนีออกมาจากศูนย์วิจัย

    ริชาร์ด มีนิสัยที่โหดร้ายและต้องการที่จะปลิดชีพพรายทะเลเพื่อการวิจัย ฉะนั้นสีเขียวสำหรับเขาคือ ความต้องการที่จะลบ จะมีฉากที่เขาได้ไปซื้อรถยนต์ ในตอนแรกเขามองไปที่รถสีเขียวน้ำทะเลแล้วพูดออกมาทันทีว่าเขาไม่ชอบสีนี้จนกระทั่งพนักงานขายบอกเขาว่า เขาสามารถเป็น “the man of the future” ได้หากซื้อไป ทำให้เขาตัดสินใจซื้ออย่างจำใจเพราะเหตุผลในด้านความก้าวหน้าในการงาน และด้วยความที่ไม่ชอบสีเขียว ฉะนั้นเมื่อผู้คนบอกกล่าวว่ารถของเขามีสีเขียว เขาจะแก้ทุกครั้งว่าเขียวน้ำทะเลต่างหาก อีกทั้งเขายังชอบทานลูกอมยี่ห้อหนึ่งซึ่งมีสีเขียวโดยบอกว่า มันมีราคาถูกและหาซื้อได้ง่าย ฉะนั้นเขาจึงไม่ได้เคารพหรือชื่นชมในสีเขียว สำหรับเขามันเป็นแค่ก้อนน้ำตาลที่ไม่ได้ให้สารอาหารใด ๆ และไม่มีประโยชน์อะไรที่เขาสามารถนำมาใช้ได้เลย เพราะสีเขียว (ความก้าวหน้า) สำหรับเขาถือเป็นเรื่องง่าย เขาจึงก้าวมาอยู่ในจุดนี้ของหน้าที่การงานได้

    สีแดงนั้นอาจหมายถึงความเป็น อดีต หากเปรียบเทียบกับ สีเขียวที่หมายถึง อนาคต เพราะในฉากที่ไจลส์โดนบอกให้เปลี่ยนสีของขนมนั้นจะเห็นได้ว่า สีเดิมใช้สีแดง ซึ่งก็หมายถึงว่าให้เปลี่ยนจาก สีของอดีต ให้กลายเป็น สีของอนาคต แต่ความหมายที่เห็นได้เด่นชัดเมื่อนึกถึงสีแดงนั่นก็คือ “ความรัก” หรือ "การได้รับการยอมรับ" โดยปกติแล้วตัวละครหลักของเรื่อง เอลิซ่า จะสวมชุดในโทนสีเขียว ก่อนหน้านี้จะมีฉากที่เธอจ้องมองรองเท้าสีแดงในร้านค้า สื่อถึงว่าเธอปรารถนาที่จะมีความรัก หรือต้องการใครสักคนที่พร้อมจะเข้าใจและยอมรับในตัวตนของเธอ และเมื่อพบกับพรายทะเลได้สักพัก จนค่อย ๆ เกิดความรู้สึกรักขึ้นมา เสื้อผ้าของเอลิซ่าก็จะเริ่มมีสีแดงเข้ามาปน ไม่ว่าเป็นรองเท้า หรือที่คาดผม และสุดท้ายก็ใส่เสื้อผ้าสีแดงทั้งตัว เมื่อยามที่เธอรับความรู้สึกรักเข้ามาเติมเต็มตัวตน

    The Shape of Water เป็นเรื่องราวความรัก และเทพนิยาย แต่สิ่งที่ลึกไปกว่านั้น คือเรื่องของความก้าวหน้า ความเจริญ ในยุค 60 ที่ประชาชนต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมือง และเรื่องราวถูกเล่าผ่านนัยสำคัญของความหมายในตัวสีเขียว ทั้งยังความโดดเดี่ยวที่สะท้อนออกมาผ่านเอลิซ่า ที่เป็นสาวใบ้ ก็สื่อถึงการที่ไม่สามารถออกความคิดเห็นอะไรในสังคมได้ ความอ้างว้าง ทำให้เธอโหยหาความสัมพันธ์กับคนอื่น จนค่อย ๆ เปิดรับความรู้สึก ผ่านการสื่อออกมา จากการใช้ สีแดง ตั้งแต่ตอนที่เธอจ้องมองไปที่รองเท้าแดง เพราะต้องการได้รับการยอมรับ ตลอดถึงการแต่งกายของเอลิซ่า ที่ค่อย ๆ มีสีแดงแต่งแต้มขึ้นเรื่อย ๆ จากการได้รับการยอมรับในตัวตนโดยพรายทะเล

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in