In love with Intania ขอทิ้งใจไว้ลานเกียร์chaphabet
Chapter 01: พี่ปีสอง น้องขี้แย
  • A piece of Kel

    หลังจากวันประกาศผลสอบแอดมิดชัน ชีวิตนิสิตปี 1 ที่พึ่งเหยียบย่างเข้าสู่โลกมหาลัยของฉันกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่ช้า ถ้าถามถึงความรู้สึกก่อนวันประกาศผลสอบก็ตอบได้อย่างไม่ยากเย็นว่ากดดันสุด ๆ ไปเลย กลัวไม่มีที่เรียนบ้าง กลัวทำแม่กับพี่ผิดหวังบ้าง

    ทำไงได้ล่ะ ก็ไม่อยากสมัครสอบเยอะ เปลืองเงินจะตาย ไม่รู้ว่าจะเก็บแพงอะไรนักหนากะอีเเค่ค่าสมัครเนี่ย ฉันเลยรอเข้ารอบแอดซะเลย ชีวิตลุ้นดีเหมือนได้กระโดดบันจี้จัมพ์

    และตอนนี้ฉันก็รู้สึกภาคภูมิใจมากที่สามารถเข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกคนใหม่แห่งรั้วมหาลัยที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในประเทศนี้ โยะโฮะโฮะ!

    เกริ่นไว้ซะเวิ่นเว้อเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า!

    สวัสดีค่ะทุกคน ฉันชื่อเกล ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ที่คณะวิทยาศาสตร์ ภาคชีวเคมี หรือเรียกว่าไบโอเคมก็ได้

    ตอนที่ฉันเลือกเข้าคณะนี้ ยังไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าจบไปแล้วจะทำงานอะไร รู้แต่ว่าเรียนเรื่อย ๆ ให้ดีแล้วจะมีอนาคตที่สดใสรออยู่เเน่นอน!

    ส่วนสาเหตุที่ฉันเลือกเข้าภาคนี้ ฟังดูแล้วอาจจะเป็นเรื่องตลกสำหรับใครหลายคน แต่กลับเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับฉัน ทั้งที่ตัวเองชอบเรียนชีวะมากแท้ ๆ แต่ก็เรียนไม่ได้เพราะว่า

    'ฉันเกลียดกลัวสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่มันมีเมตามอร์ฟอซิสเเบบสมบูรณ์ กับ สัตว์ที่อยู่ในไฟลัมนีมาโทดามากมาย'

    แม้การกลัวยังดูมีสาระ ข้าพเจ้าเหมาะกับการเรียนคณะนี้เป็นที่สุด

    ด้วยเหตุนี้เอง ฉันจึงเลือกเรียน 'เคมี' หนึ่งในวิชาที่ฉันโคตรไม่ชอบเรียนในชั้นมัธยมปลายพ่วงเข้าไปด้วย บอกตามตรงว่าตั้งเเต่เรียนสายวิทย์มาก็ชอบเรียนเเค่ชีวะ ส่วนฟิสิกส์ เลข เคมีเป็นสิ่งที่เราไม่สมควรรู้จักกันเลย

    แต่ฉันก็เกลียดเคมีน้อยกว่าไอ้สิ่งมีชีวิตประหลาดที่กล่าวมาข้างต้นมากโข

    แล้วภาควิชานี้เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้างเหรอ คือแค่ดูชื่อสาขาฉันก็คิดไว้ว่า ไบโอเคมก็ควรจะเรียนไบโอกับเคมีอย่างละ 50% แต่ที่ไหนได้หลักสูตรมันเรียนเคมีเกือบ 80% แล้วไหนล่ะชีวะของฉัน TTOTT

    แต่ก็ช่างมันเถอะ จะเรียนทั้งที เเม่ขอทำเต็มที่ เป็นไงเป็นกัน!

    กลับมาสู่ปัจจุบันที่ฉันกำลังเดินอยู่กันเถอะ 

    ตอนนี้ฉันกำลังเดินไปที่บ้านรับน้อง ก็ชีวิตปี 1 มันก็ต้องคู่กับการรับน้องนี่แหละ

    สำหรับการรับน้องของมหาลัยนี้ เขาจัดเป็นบ้านรับน้อง ซึ่งเราสามารถเลือกบ้านรับน้องได้ตามแต่จริตตน ที่สำคัญไม่มีพี่ว้ากและไม่มีการโซตัส จบจากกิจกรรมนี้คงทำให้ฉันได้รู้จักเพื่อนใหม่และรุ่นพี่ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว

    ในที่สุดฉันก็เดินถึงซุ้มที่ว่านั่น

    "น้องบ้านอะไรคะ" พี่ที่นั่งประจำโต๊ะลงทะเบียนเงยหน้าขึ้นมาถามฉันด้วยน้ำเสียงสดใส

    "บ้านฟ้าลั่นค่ะ"

    "โอเคจ้า เดี๋ยวเซ็นตรงนี้นะ แล้วบอกชื่อด้วย พี่จะได้ไปเอาป้ายชื่อให้เราถูก"

    "เกลค่ะ" ฉันบอกพร้อมกับเซ็นชื่อลงไปบนกระดาษ

    "นี่ป้ายจ้ะ เดี๋ยวเราไปรอตรงนู้นนะ ตรงที่เพื่อน ๆ ต่อเเถวกันอยู่ อีกสักครู่จะมีพี่มารับไปฐาน ยินดีต้อนรับจ้ะ น้องเกล" ฉันยิ้มตอบน้อย ๆ ก่อนจะเดินไปยังสถานที่ที่พี่เขาบอก

    รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่คนที่เราไม่รู้จักทั้งนั้น ฉันควรจะหยิบหูฟังขึ้นมาใส่ แล้วเปิดเพลงกลบความอึดอัดนี้ให้จางไป คิดได้ดังนั้นฉันก็เปิดกระเป๋าเป้ใบกะทัดรัดเพื่อหยิบหูฟังคู่ใจขึ้นมา แต่ดูเหมือนจะช้าไป เพราะมีพี่เดินมารับพวกเราเเล้วน่ะสิ

    "มาสายนะเนี่ย ต้องโดนลงโทษด้วยการเต้นให้เจ้ดู! " อาเจ้ที่เป็นผู้ชายทางกายภาพหวีดร้องอย่างสะใจ หลังจากที่เห็นเพื่อนผู้ชายที่อยู่ข้างหน้าฉันหล่อทำลายล้าง

    "ตามเจ้มานะคะเด็ก ๆ "

    แล้วเราก็เดินชมนกชมไม้มาจนถึงบ้านรับน้องของเรา มันเป็นบริเวณลานจอดรถหน้าตึกวิศวะเคมี ดูเก่ามากเลย ขลังสุด ๆ!

    กิจกรรมก็ไม่มีอะไรมาก เต้นแร้งเต้นกาเหมือนเดิมแต่ก็สนุกดีนะ พวกพี่ ๆ น่ารักมาก ส่วนเจ้าแม่ขาแดนซ์อย่างฉัน ถ้าวันนี้เอวไม่พังก็ไม่เลิกล่ะบอกเลย

    วันนี้ฉันได้รู้จักเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นเยอะมาก ถือว่าถูกจุดประสงค์การรับน้องเลยทีเดียว

    และแล้ววันวานแห่งการรับน้องก็ผ่านพ้น

    แน่นอนว่าจะต้องมีการจับสายรหัส และฉันก็ได้อาเจ้โต๋เต๋เป็นพี่รหัสด้วย จะบอกว่าตอนรู้นี่ฉันถึงกับกรี๊ดเลยนะ เพราะส่วนหนึ่งก็อยากได้เจ้เป็นพี่รหัสอยู่เเล้ว แถมเจ้เเกก็น่ารักมาก เเละที่สำคัญคือคุยด้วยแล้วรู้สึกสนุก

    "เย็นนี้ว่างไหม เจ้ว่าจะพาไปเปิดสายสักหน่อย"

    "ว่างค่ะ ว่าแต่เจ้จะพาเค้าไปไหน"

    "เดี๋ยวเจ้บอกอีกทีนะ ตอนนี้แยกย้ายก่อน เจอกันตอนเย็นจ้ะ"

    "รับทราบค่ะ" แล้วเจ้โต๋เต๋ก็เดินออกไปกับแก๊งเพื่อนสาวของเธอ

    ส่วนตัวฉันก็ไปกินไอศกรีมกับเหล่าเพื่อนใหม่ ก่อนกลับหอเพื่อไปนอนฆ่าเวลาเล่น

    ลองมานั่งคิด ๆ ดู จะว่าไปเเล้วฉันน่ะ...

    ยังไม่เคยมีเเฟนเลย อาจจะเป็นเพราะว่าฉันจบจากสตรีล้วนก็ได้มั้ง หรือเป็นเพราะหน้าตาของฉันมันคงจะจืดชืดเกินกว่าที่จะดึงดูดให้ใครมาสนใจ

    แต่ถ้าถามว่าเคยแอบชอบใครไหม เเทบอยากจะร้องเป็นเพลงออกมาเลยว่า

    'ฉันชอบใครเขาก็ไม่ชอบฉัน'

    นกมาโดยตลอดจริง ๆ นกเพราะไม่ยอมพูดนี่แหละประเด็น เจ็บเเบบนี้จนชิน แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็หวังว่าจะมีใครสักคนมาทำให้หัวใจของฉันกลับมาเต้นเเรงอีกครั้ง

    แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วนี่ ก็พี่ที่เจอตรงซุ้มรับน้องวิศวะในวัน Frist date คนนั้นไง เรือนผมสีดำสนิทขลับกับใบหน้าคมคาย ผิวขาวเนียนละเอียดทำให้เขาเปล่งประกายยิ่งกว่าใคร ตัวสูงไหล่กว้าง ใส่เสื้อช็อปกับกางเกงยีนสีซีด ที่สำคัญคือรอยยิ้มหวานที่สะกดให้ฉันละสายตาไปจากเขาไม่ได้

    ตึกตัก... ตึกตัก...

    คนอะไรดูดีชะมัด ถ้าฉันเป็นผู้ชายแล้วพี่เขาเป็นผู้หญิงนะ ป่านนี้ให้แม่มาขอละโว้ย

    เฮ้อ พอคิดเรื่องนี้ทีไรก็เป็นแบบนี้ทุกที กินไอศกรีมต่อดีกว่า

    แล้วดวงอาทิตย์ก็ตกดิน เข้าสู่ยามสนธยาอย่างเต็มรูปแบบ

    ตอนนี้ฉันกำลังนั่งรออาเจ้โต๋เต๋ที่ร้านกาแฟ ไม่นานนักคนที่ฉันรอก็ปรากฎตัวขึ้น

    "ว่าไงหนูรอนานไหม"

    "ไม่นานค่ะ เกลก็พึ่งมาถึงเหมือนกัน"

    "โอเค งั้นเราไปกันเลย เพื่อนเจ้รออยู่ที่ร้านแล้ว"

    ฉันกับเจ้โต๋เต๋เดินทางไปยังร้านที่จองไว้โดยเเท็กซี่ และใช้เวลาประมาณ 15 นาทีในการไปยังที่หมาย ระหว่างทางพวกเราก็คุยกันหลายเรื่องเลยทีเดียว เพราะเจ้โต๋เต๋เป็นคนคุยสนุก ก็เลยหาเรื่องที่สนุกสุดเหวี่ยงมาเม้าท์ได้ตลอดเวลา

    แต่แล้วความช็อคก็เข้าเล่นงานฉันทันทีเมื่อเห็นร้านที่พวกเจ้แกจองกันไว้

    "เอ่อ คือเจ้ คือว่า..."

    "หนูจะยืนให้แมลงวันมันแทะหินยายหนูก่อนเหรอลูก เข้ามาสิ"

    "นี่มัน..."

    "ก็ร้านเหล้าไง"

    พระเจ้า! ตั้งแต่เกิดจนอายุปาไป 18 ปี ลิ้นของฉันยังไม่เคยสัมผัสรสสิ่งมึนเมาหรืออะไรเทือกนี้เลยสักครั้ง ขอกลับได้ไหม ไม่อยากเข้าไปเลย T.T

    "มันจะดีเหรอ ที่ให้เกลเข้าไป..."

    "เข้ามาสิ อย่าช้า งานจอย ๆ แบบนี้เธอจะพลาดเหรอ เข้ามา ๆ เพื่อนฉันรอกันนานแล้วนะ"

    ในที่สุดฉันก็ต้องเดินเข้าร้านอย่างจำใจ ข้างในก็เหมือนร้านเหล้าดี ๆ นี่แหละ มีเพลงที่บรรเลงโดยวงดนตรีสดดังขึ้นมาเป็นระยะ ๆ

    เมื่อถึงโต๊ะฉันก็ทักทายพวกพี่ ๆ ที่นั่งอยู่ ก่อนจะหย่อนตัวลงบนเบาะโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มซึ่งหาความนุ่มสบายแทบไม่ได้เลย

    พวกพี่เขาก็ดูคุยกันสนุกดี บ้างก็คุยถึงตอนลงเรียนซัมเมอร์ บ้างก็เรื่องสัพเพเหระ บ้างก็เรื่องเปิ่น ๆ ส่วนฉันก็ได้แต่นั่งเงียบคอยฟัง คอยหัวเราะรับมุกเขาไป เพราะไม่รู้จะคุยอะไรถ้าไม่มีคนถาม

    "เธอ ๆ ทั้งหลาย นี่ลูกสาวฉัน น้องเกลจ้ะ เห็นนิ่ง ๆ แบบนี้แต่ชีก็แซ่บกรุบนะจ๊ะ เต้นทีนี่อกเอวองค์แม่ประทับร่าง ยิ่งเต้นลายยิ่งคม แล้วชีก็เป็นน้องรหัสฉันเองจ้า"

    ฉันเบิกตากว้างเมื่อเจ้โต๋เต๋พูดถึงฉัน

    "ไม่เชื่อนะ แบบนี้ต้องพิสูจน์ รอวงสุดท้ายเล่นเเล้วไปเต้นกัน"

    พี่หวานคนสวยที่นั่งข้าง ๆ หันมาเเซว ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแก้วช็อต แล้วเปิดก๊อกทาวเวอร์ที่บรรจุของเหลวปริศนาสีฟ้า เมื่อรินของเหลวที่ว่าได้ปริมาณอย่างพอเหมาะแล้ว พี่หวานก็ปิดก๊อกก่อนจะส่งแก้วนั่นมาให้ฉัน

    "วอดก้าจ้ะ"

    "เอ่อ... คือเค้า"

    "หน่า เดี๋ยวหนูก็ต้องมากินบ่อย ๆ สาววิทยาต้องกินให้เป็นนะ ไม่งั้นจะโดนเพื่อนมอมเอา"

    ฉันยื่นมือไปรับแก้วด้วยความรู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ แล้วจ้องเข้าไปยังแก้วใบเล็กอยู่นานสองนาน

    เอาวะ! ไหน ๆ ก็มาละ เต็มที่เลยละกัน กินเข้าไปจะได้รู้ว่ารสชาติมันเป็นยังไง

    ฉันกระดกของเหลวสีฟ้าจนหมดช็อต รสสัมผัสแรกที่ได้รับคือความหวานจากตัวมิกซ์เซอร์เเละรสขมนิด ๆ ของวอดก้า ซึ่งฉันคิดว่ามันก็อร่อยดี

    หลังจากนั้นพวกพี่เขาก็ส่งแก้วเหล้ามาให้ฉันเรื่อย ๆ จนฉันเริ่มรู้สึกว่าโลกกำลังหมุน ตาของฉันที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ไม่สามารถโฟกัสกับอะไรได้สักอย่าง มันรู้สึกมึนไปหมดและหนักหัวมาก

    นี่สินะที่เขาเรียกว่าเมา

    'ไม่อยากจะขอให้เวลานี้เป็นของเรา ไม่อยากจะถามว่าเราจะเหมือนเดิมได้ไหม เเค่อยากให้รู้ที่ผ่านมานั้น ฉันคิดถึงเธอสุดหัวใจ'

    ทำไมเพลงในร้านเหล้ายิ่งฟังมันยิ่งเจ็บจังวะ เหมือนกับเอาเข็มหมุดเป็นพัน ๆ เล่มมาเสียบที่ใจทีละเล่ม ทีละเล่ม เเล้วฉันก็สัมผัสได้ว่ามีของเหลวใส ๆ กำลังไหลออกมาจากตา

    ฮึก ฮึก ไอ้พี่จี ไอ้คนใจร้าย

    แล้วสติทั้งหมดของฉันก็ค่อย ๆ หายไปทีละนิด ทีละนิด...

    "เฮ้ย ๆ มึงดูดิ น้องร้องไห้ว่ะ 555"

    A piece of Xin

    ร้านเหล้าที่ไม่ว่าจะมาสักกี่ครั้งก็แน่นขนัดไปด้วยผู้คนมากมายที่กระหายความสุขชั่วคราวนี่มันน่าเบื่อจริง ๆ

    เเต่จะทำไงได้ ก็เพื่อนผมอยากมาก็ต้องสนองความอยากมันหน่อย คือมันซิ่วได้มหาลัยอื่นไง เลยต้องพามาฉลองพร้อมกับเลี้ยงส่งไปซะเลย อีกอย่างคือผมไม่ได้ซีเรียสนัก เพราะวิศวะกับเหล้ามันของคู่กัน!

    สวัสดีครับ ผม 'ซิน' คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาคไฟฟ้า และก็เป็นเดือนคณะเมื่อปีที่แล้วด้วย

    กว่าจะได้ภาคนี่แสนลำบาก ตอนปี 1 นะ ผมไม่อยากจะเผาตัวเองว่าเรียนจนลืมหล่อกันเลยทีเดียว กลัวเกรดไม่ดีเเล้วจะไม่ได้ภาคที่อยากเข้า

    แต่ตอนนี้ผมทำสำเร็จละ ถึงจะได้ภาคที่อยากเข้าก็จริง เเต่พอเห็นชะตาอันแสนหนักหน่วงที่ผมต้องเเบกรับไว้ลาง ๆ ว่าด้วยวิชามหาโหดของภาค อีกทั้งการบ้านและโปรเจคงานต่าง ๆ อีกมากมายมหาศาล

    เฮ้อ ช่างมัน เข้าร้านเหล้า ใครเขาให้พูดเรื่องเรียน!

    งั้นเรื่องอะไรที่ควรจะนึกถึงในเวลาแบบนี้ คงไม่พ้นหัวข้อเรื่องความรักอย่างแฟนเก่าของผมหรอกจริงไหม เวลาที่มองย้อนกลับไปตอนที่ผมยังไม่ลืมเธอแล้วนั้น รู้สึกขำเป็นบ้าเลยว่ะ ทำไมถึงต้องเสียใจขนาดนั้น กะอีเเค่ผู้หญิงคนเดียว หาใหม่ก็ได้หรอก

    "ซิน ๆ มึงดูสิว่าใครมา"

    พีชหันมาสะกิดแขนผม ก่อนจะเดินนำหน้าไป

    "โต๋เต๋ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะมึง อากาศที่ครุศาสตร์เป็นไงบ้าง"

    "อร๊าย! คนหล่อทั้งสอง เจอกี่ทีมดลูกเจ้ก็สั่น 9.8 ริกเตอร์ ครุศาสตร์อากาศดีเพราะมีกะเทยกลิ่นหอม ที่สำคัญคือกูได้เอกเเล้วจ้า ดีใจกับกูหน่อย กรี๊ด"

    "ดี ๆ งั้นก็ดีใจกับกูด้วยดิ กูซิ่วได้เเล้วนะ กรี๊ด"

    "เเหน่ะ ซิ่วไปไหนวะมึง มึงมันไม่รักกูไง ทิ้งกู TT.TT"

    "ก็ยังมีไอ้ซินอยู่ไง"

    ผมยิ้มตอบเล็กน้อยก่อนจะนั่งลงตรงที่ ๆ ยังว่างอยู่ แต่เเล้วผมกลับได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นมาจากคนที่นั่งข้าง ๆ และนั่นก็ทำให้ผมหันไปยังต้นเสียงทันที ภาพที่เห็นคือเด็กสาวคนหนึ่งกำลังฟุบหน้าลงบนผ่ามือทั้งสองข้างของตัวเอง พลางปาดน้ำตาที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไหล

    เฮ้ย! นี่มันยัยเด็กที่แอบมองผมวัน First Date

    ทำไมมาอยู่นี่ได้วะ ดูจากสภาพก็ไม่น่าจะไหวแล้วไหม ทำไมถึงเมาได้ขนาดนี้ และเรื่องอะไรกันที่ทำให้ยัยเด็กน้อยนี่ฟูมฟายหนักจนต้องร้องไห้อย่างเป็นบ้าเป็นหลังขนาดนี้

    "พีช ๆ เเล้วมึงซิ่วไปคณะไหน"

    "เศรษฐศาสตร์น่ะ"

    หลังจากที่เธอได้ยินคำว่า เศรษฐศาสตร์จากปากพีช เธอก็ร้องไห้หนักกว่าเดิมอีก

    ตาย ๆ แล้วไอ้พวกเพื่อนบ้าก็เอาแต่เต้นแร้งเต้นกาไม่สนใจน้องเลยเนี่ยนะ ผมคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว

    "เอ่อ... น้องครับ น้องร้องไห้ทำไม" ผมหันไปถามน้องก่อนจะถือวิสาสะปัดกลุ่มผมที่ปรกหน้าเธอออก เผยให้เห็นดวงตาที่บวมจนแดงก่ำกับน้ำตาที่ไหลทะลักออกมาอย่างกับเขื่อนแตก

    "ไอ้พี่จี ไอ้คนใจร้าย ฮื้อ ถ้าไม่รักกันแล้วมาทำแบบนี้ทำไม พี่น้องบ้านป้าแกเหรอไปรับไปส่ง คุยกันทุกวี่ทุกวันยันตีสองตีสาม พี่น้องกันเขาทำเเบบนี้เหรอ ไอ้เลว! ฮื้อ! ใจฉันไม่ใช่กระดาษนะ ขยำ ๆ แล้วเขวี้ยงทิ้งอยู่นั่นแหละ"

    หลังจากที่เธอพูดจบ ทั้งโต๊ะก็หันมามองผมกับยัยเด็กขี้เมาแถมขี้แยด้วยความประหลาดใจ

    "ไอ้ซิน มึงทำอะไรน้องวะ"

    "กูยังไม่ทันทำห่าอะไรเลย น้องเขาร้องไห้มาก่อนหน้านี้เเล้วโว้ย -O-"

    "ร้องมาได้สักพักละ ฉันพามาปลดปล่อยเอง สงสัยจะมีเรื่องในใจเยอะ" โต๋เต๋หันมาตอบก่อนจะกลับไปเม้าท์กับพีชต่อ

    แล้วคือยังไง พวกมึงไม่คิดจะทำอะไรกันเลยเหรอ จะปล่อยให้น้องเขาร้องไห้อย่างนี้เนี่ยนะ ดูสิคนอะไรร้องไห้อย่างกับพึ่งล้างหน้า ตาบวมจนลืมไม่ขึ้นเเล้ว ผมจึงเอื้อมมือไปหยิบกล่องทิชชู่เเล้วส่งไปให้น้อง

    "เเล้วเราชื่ออะไรเนี่ย ยังไงก็หยุดร้องไห้ก่อน ไม่เอาไม่ร้องแล้วนะ โอ๋ ๆ มาคุยกับพี่ดีกว่า"

    "ฮึก ฮึก เค้าชื่อเกล เเล้วพี่เป็นใครอะ อ๋อ! พี่ที่เค้าเห็นวัน First Date ในซุ้มวิศวะนี่ คิคิ"

    น้องจำผมได้แฮะ เเล้วก็หยุดร้องไห้ด้วย ถอนหายใจยาวหน่อยค่อยอย่างชั่ว

    "พี่ก็จำเราได้นะ พี่ชื่อซิน"

    "คิคิ พี่ซิน พี่หล่อมากเลย วันนั้นน่ะ พี่ไม่น่าหันมาเจอเค้าเลย อยากจะมองพี่ให้นานกว่านี้หน่อย เชื่อเค้าไหมว่าเวลามันหยุดเดินได้ด้วยนะ"

    นี่สินะฤทธิ์สุรา ถ้าเป็นปกติยัยเด็กนี่จะทำตัวยังไงนะ ผมฟันธงว่าคงจะนั่งตัวลีบเเน่ ๆ ขนาดวันนั้นยังเดินหนีผมเเทบไม่ทัน -O-

    ทำไมผมรู้สึกว่าอยากเเกล้งน้องวะ ดูพูดเข้า เขาบอกว่าคนเมาย่อมพูดความจริง ผมคงจะเป็นรักแรกพบของน้องสินะ หึหึ

    "นี่ไง อยู่ให้มองเเล้ว มองสิครับ" ผมพยายามมองเข้าไปในตาเธอก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอกว่าเดิมเล็กน้อย

    "พี่ซิน มันใกล้ไป"

    เธอยื่นมือเล็ก ๆ มาผลักไหล่ของผมออกไป ก่อนที่ใบหน้าของเธอจะเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ และนั่นก็ทำให้ผมอยากเเกล้งเธอให้หนักกว่าเดิม

    "เขินเหรอ" ผมยกยิ้มมุมปากเล็ก ๆ ก่อนนะวางมือลงบนใบหน้าของคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ไล้สัมผัสกับผิวเนียนละเอียดของเธออย่างเชื้อเชิญ

    "จะแกล้งให้เค้าใจเต้นแรงใช่ไหม ได้! เค้าก็จะทำให้พี่ใจเต้นเเรงเหมือนกัน"

    พอพูดจบเธอก็ฝังริมฝีปากนุ่ม ๆ ไว้ที่มุมปากของผมเบา ๆ เเล้วถอนออกอย่างรวดเร็วก่อนจะผล็อยหลับไป และไหล่ของผมก็กลายเป็นหมอนของเธอโดยปริยาย

    ตึกตึก ตึกตัก

    นี่ผมโดนเด็กเล่นคืนเเล้วใช่ไหม?

    เเค่จุ๊บเนี่ยนะ ทำไมใจผมถึงได้...

    ตึกตัก ตึกตัก

    โว้ย เป็นไปไม่ได้

    ช่างเเม่งเเล้วเเดกเหล้าเหอะ !

    To be continued

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in