In love with Intania ขอทิ้งใจไว้ลานเกียร์chaphabet
Chapter 00: บทนำ
  • คำอุทิศ


    ถึงคนที่เคยรู้จักแต่ไม่ได้รู้จักกันแล้ว

    เคยแอบชอบใครบ้างหรือเปล่า?
    เคยตกอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไร้ชื่อเรียกไหม?

    ความรู้สึกสุดท้ายของฉัน
    คำตอบสุดท้ายของคุณ

    พร้อมยินดีในความเป็นไป

    เพียงเพราะคำหนึ่งคำ
    และคนหนึ่งคน

    ขอสดุดีให้กับทุกเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นในชีวิต

    แด่ความฝันนิรันดร์กาลและความรักที่ไม่อาจเป็นไปได้ของข้าพเจ้า

    Cha Phabet

  • Intro

    เสียงตีกลองปึงปังดังขึ้นตลอดทางที่เรียวขาของเด็กสาวร่างอวบอัดได้สัดส่วนเดินผ่าน ผิวสีน้ำผึ้งถูกขลับให้ดูกระจ่างใสขึ้นเมื่อต้องแดดจัดยามเที่ยงวัน ช่างเป็นที่น่าจับตามองของผู้คนที่พบเห็นยิ่งนัก นัยน์ตาเรียวเล็กที่กวาดมองลีลาการเต้นอันบ้าคลั่งของรุ่นพี่กองสันทนาการนั้นสร้างความรู้สึกแปลกใหม่ให้กับเธอได้เป็นอย่างดี

    ทั้งน่าตกใจและน่าตื่นตาตื่นใจ

    แม้ว่าวันนี้อากาศจะร้อนอบอ้าว แต่ร่มไม้จามจุรีที่แผ่กิ่งก้านสาขาออกเป็นวงกว้าง และสายลมเย็นที่พัดผ่านมาหลายระลอกนั้น ก็ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นมาก

    แต่เสียงที่ดังไม่แพ้เสียงกลองเห็นจะเป็นเสียงของพวกรุ่นพี่ที่กำลังตะโกนขายเสื้อ กระเป๋า กับสมุดตรามหาลัย ภาพตรงหน้าทำให้เธอแอบคิดในใจว่า

    'นี่มัน First Date หรือ Shirt Date กันแน่เนี่ย'

    เธอถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเดินต่อไปยังซุ้มรับน้องของคณะวิทยาศาสตร์ ความว่างเปล่าที่พบนั้นสร้างความรู้สึกเสียดายและเสียเวลาให้เธอเป็นอย่างมาก มีเพียงพื้นหญ้าสีเขียวขจีที่มีร่องรอยของการนั่งทับภายใต้เต็นท์สูงสีขาวเท่านั้นที่สะท้อนเข้ามายังนัยน์ตาเรียวเล็ก

    'นี่ฉันมาช้าเกินไปเหรอ'

    มันก็แน่น่ะสิ งานเริ่มตอนเก้าโมงแต่เธอดันมาซะเที่ยงวัน แล้วจะไปทันได้ยังไงล่ะ

    สุดท้ายร่างบางก็ทำได้แค่ถอนหายใจ ก่อนจะเดินออกมาจากเต็นท์ด้วยอารมณ์บ่จอยสุด ๆ แต่สายตาอันซุกซนกลับหยุดมองที่ซุ้มรับน้องของคณะวิศวะ

    ร่างสูงหน้าคมผิวขาวเนียนละเอียดยืนเด่นหราท่ามกลางผู้คนมากมายที่อยู่ตรงนั้น ในห้วงความคิดของเธอราวกับเวลาเคลื่อนช้าลงและโลกกำลังจะหยุดหมุน

    'ทำไมเขาถึงดูดีได้ขนาดนี้นะ'

    เด็กสาวปล่อยให้ตัวเองใจลอยไป แล้วพึมพำออกมาอย่างไม่รู้ตัว ทันใดนั้นเธอก็กลับมาได้สติอีกครั้งเมื่อคนที่เธอจับจ้องอยู่หันมาสบตาเธอเข้าอย่างจัง ร่างบางผงะเล็กน้อยด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบแทรกตัวหายไปกับฝูงชนคนเสื้อสีชมพู ทั้งที่เธอไม่มีทางรับรู้เลยว่าร่างสูงกำลังลอบระบายยิ้มที่มุมปาก เมื่อเห็นเธอตกอยู่ในอาการประหม่าทันทีที่จับได้ว่าเธอแอบมองเขามานานสองนาน

    ส่วนร่างบางที่เร่งฝีเท้าหนีอย่างไม่คิดชีวิตก็พาลหัวใจเต้นระส่ำระสาย แม้ความรู้สึกกังวลใจจะเริ่มก่อตัวขึ้นมาบ้าง แต่ก็ปลอบตัวเองว่าพี่เขาจำเราไม่ได้หรอก คงชินกับการถูกแอบมองด้วยซ้ำไป

    แต่ในส่วนลึกของใจกลับมีอีกความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาว่า

    'นานเท่าไหร่เเล้วนะ ที่ใจเราไม่ได้เต้นแรงขนาดนี้'

    แม้เสียงกลองสันทนาการจะดังกระหึ่มตลอดทาง แต่เสียงที่ดังที่สุดในหัวของเธอตอนนี้กลับเป็นความเงียบและเสียงหัวใจของตัวเองเท่านั้น

    ...To be continued...

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in