#ficohayoxjo1ohayogozaimasx
#2 and my heartbeats racing at the same time make a firework together
  • #ficohayoxjo1
    #2 and my heartbeats racing at the same time make a firework together
    pairing : Tsurubo Shion x Kitagawa Reito
    warning : fem!shion x fem!reito 



    "น่าสงสารเป็นบ้าเลยเนอะ"


    "คงจะโดนกลั่นแกล้งแน่ ๆ เลย"


    "เด็กคนนั้นไม่มีเพื่อนในชั้นเดียวกันเลยเหรอ?"


    เสียงนินทาที่ดังขึ้นตลอดตามทางเดิน ถึงจะได้ยินมาทุกวันแล้วก็ยังไม่ชินอยู่ดี แต่ดูเหมือนว่าผู้หญิงที่เดินอยู่ตรงหน้าฉันจะไม่สนใจอะไรพวกนั้นไปแล้ว เธอทำเพียงแค่เดินกดโทรศัพท์และหันไปมองพวกคนที่ยังคงพูดกันไม่หยุดเท่านั้น แน่นอนว่าคนพวกนั้นเงียบเสียงลงทันที


    ถึงจะไม่เห็นหน้าก็รู้ได้เลยว่ารุ่นพี่คงทำตาขวางใส่อยู่แหง ๆ 


    สึรุโบะ ชิโอริ หรือ ชิโอจามิ ฉายาที่คนในโรงเรียนตั้งกัน เธออยู่ในชั้นปีที่ 3 ด้วยบุคลิกที่ดูไม่เป็นมิตรเลยทำให้เธอแทบจะไม่มีเพื่อนผู้หญิงเลยแม้แต่คนเดียว ไม่ว่าจะเป็นขนาดตัวที่สูง ตาขวาง ๆ ผมสีน้ำตาลอ่อนที่ผิดระเบียบ กระโปรงที่สั้นเกินกฎของโรงเรียน ไหนจะลิปกลอสบนริมฝีปากที่คอยเติมตลอดนั่นอีก


    ทั้งตัวหัวจรดเท้าของเธอน่ะ ไม่มีอะไรที่ดูถูกระเบียบเลยสักนิด


    "นี่ ยัยขาสั้น เดินให้มันเร็ว ๆ หน่อยได้ไหม"


    มาเร่งคนอื่นทั้ง ๆ ที่ตัวเองเป็นคนเข้าห้องน้ำนานแท้ ๆ รุ่นพี่ชิโอริ วันนี้ก็ยังคงสุดยอดจริง ๆ 


    ยัยขาสั้น นั่นไม่ใช่ชื่อของฉันสักหน่อย ชื่อมาจิโกะต่างหากล่ะ แต่รุ่นพี่ก็แทบไม่เคยเรียกชื่อของฉันเลย เอาแต่เรียกว่า ยัยขี้เหร่ ยัยขาสั้น ยัยคนสมองช้า บลา ๆ แล้วแต่ว่าวันนั้นรุ่นพี่จะอยากเรียกฉันว่าอะไร แน่นอนว่าก็ฉันเองก็ไม่ได้เกลียดมันสักเท่าไหร่หรอกนะ


    มันก็ผ่านมาประมาณเทอมนึงได้แล้วที่ฉันได้เจอกับรุ่นพี่ ตอนที่เข้ามาในโรงเรียนใหม่ ๆ รุ่นพี่ชิโอริเป็นคนที่ช่วยชีวิตฉันเอาไว้จากการโดนตบในห้องน้ำเพราะโดนเข้าใจผิดว่าไปแย่งแฟนของพวกรุ่นพี่ปี 2 ที่จริงแล้วแฟนของเธอคนนั้นน่ะเข้ามาจีบฉันก่อนต่างหาก


    ความจริงในตอนนั้นฉันก็สามารถรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าได้นะ ตอนเด็ก ๆ พ่อก็ให้เรียนพวกศิลปะป้องกันตัวมาตลอด แค่เด็กผู้หญิง 2-3 คนน่ะรับมือได้สบายมาก แต่รุ่นพี่ชิโอริดันเปิดประตูห้องน้ำออกมาเจอเสียก่อน


    "เกะกะ"


    เธอพูดออกมาแค่นั้นและพวกรุ่นพี่ปี 2 ก็หลีกทางให้เธอเดินออกไปจากห้องน้ำ ตอนแรกฉันคิดว่ารุ่นพี่ก็คงแค่เดินออกไปจากห้องน้ำเฉย ๆ โดยไม่ช่วยอะไรและคงไม่เอาไปบอกอาจารย์ด้วย แต่ฉันคิดผิด


    "ยัยเด็กปีหนึ่ง ไม่ได้จะเข้าห้องน้ำไม่ใช่เหรอ จะยืนโง่อยู่ทำไมล่ะ"


    รุ่นพี่ชิโอริมองตรงมายังฉันที่ยืนนิ่งดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า เธอส่งสายตาเป็นเชิงให้เดินตามออกไป แน่นอนว่ารุ่นพี่ปี 2 ไม่ได้ขัดขวางอะไร ฉันเดินออกไปได้อย่างสบาย ๆ เลยล่ะ


    หลังจากเดินออกมาจากห้องน้ำสักพัก ในระหว่างที่เราเดินอยู่ตรงทางเดินที่ในเวลานี้ทุกคนเข้าเรียนกันอยู่ รุ่นพี่ชิโอริก็หยุดเดินแล้วหันมาชี้หน้าฉัน 


    "นี่ ยัยเด็กปีหนึ่ง"


    "ฉันชื่อมาจิโกะนะ ไม่ใช่เด็กปีหนึ่งสักหน่อย"


    "เธอจะชื่ออะไรก็ช่าง ยังไงเธอก็เรียนปีหนึ่งอยู่ดีไม่ใช่หรือไง?"


    ฉันแอบลอบกลอกตาไปแวบหนึ่ง โชคดีที่รุ่นพี่ไม่เห็นมัน โอเค ผู้หญิงคนนี้ไม่ฟังที่คนอื่นพูดเลยสักนิด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อครู่เธอช่วยเหลือฉันเอาไว้ อย่างน้อย ๆ ฉันก็ควรจะขอบคุณเธอ


    "เรื่องเมื่อกี้ ขอบคุณนะคะ..."


    "เธอนี่มันไม่ได้เรื่องเลยจริง ๆ ยืนโง่ให้ยัยพวกนั้นยืนด่าอยู่ได้ ถ้ายอมโดนรังแกครั้งหนึ่งก็จะโดนรังแกตลอดไป เข้าใจไหม!"


    เหมือนว่าเธอจะไม่ฟังคำขอบคุณเลย แถมยังตวาดใส่อีกต่างหาก


    "ถ้าไม่มีฉันเธอคงอยู่คนเดียวไม่ได้แน่ ๆ เอาล่ะ ตัดสินใจแล้ว เธอคือหมายเลข 3"


    มีอย่างนึงที่เธอเข้าใจผิดไป ความจริงฉันก็ไม่ได้อยู่คนเดียวสักหน่อย ในห้องก็ยังมีเพื่อนอยู่นะ แค่เมื่อกี้ออกมาเข้าห้องน้ำก็เท่านั้นเอง 


    "อะไรคือหมายเลข 3 เหรอคะ?"


    "ผู้ติดตามน่ะ"


    "หะ?"


    สายตาของรุ่นพี่ที่มองมาด้วยความภาคภูมิใจกับตัวเองที่ได้ช่วยเหลือฉันไว้ในวันนั้นน่ะ ทำเอาปฏิเสธไม่ลงเลยล่ะ รู้สึกตัวอีกทีก็หลวมตัวตอบปากรับคำมาเสียแล้ว 


    ในวันนั้นตอนเลิกเรียนรุ่นพี่ชิโอริก็เดินมารับที่ห้อง ทำเอาในห้องฮือฮากันยกใหญ่ว่าไปรู้จักกันได้ยังไง ถึงส่วนมากจะฮือฮาเพราะสองคนนั้นที่เธอเรียกว่าผู้ติดตามก็เถอะ รุ่นพี่โชยะกับรุ่นพี่สุไก ดังมาก ๆ ในหมู่เด็กปี 1 เลยล่ะ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะอยู่ด้วยกันแค่สามคนมาโดยตลอด


    จนฉันเคยเผลอถามออกไปเหมือนกันว่า 'รุ่นพี่ชิโอริเป็นแฟนกับรุ่นพี่สุไกเหรอคะ?'  สีหน้าของเธอในวันนั้น ราวกับจะอาเจียนอาหารกลางวันออกมา พอถามต่อว่า 'หรือว่าจะเป็นรุ่นพี่โชยะ?'  เธอยกมือขึ้นกุมหัวของเธอแล้วกรี๊ดออกมาเลยล่ะ...


    นั่นมันก็เป็นเรื่องของเมื่อตอนต้นเทอม ในตอนนี้เทอมแรกกำลังจะสิ้นสุดลงและกำลังจะเข้าสู่ปิดเทอมฤดูร้อนปีแรกในชีวิตมัธยมปลายของฉันแต่เป็นปิดเทอมฤดูร้อนปีสุดท้ายในชีวิตมัธยมปลายของรุ่นพี่ทั้งสามคน


    พอคิดว่าจะไม่มีพวกเขาแล้วก็เหงาขึ้นมานิดหน่อย


    "นั่งให้มันดี ๆ แบบมาจิโกะเขาหน่อยสิ กระโปรงเปิดหมดแล้ว"


    รุ่นพี่สุไกพูดขึ้นมากับรุ่นพี่ชิโอริที่ตอนนี้นั่งขัดสมาธิก้มหน้ากินข้าวกล่องที่เตรียมมาเป็นอาหารกลางวัน ถึงในช่วงนี้บนดาดฟ้าจะร้อนผิดปกติแต่พวกเราสามคนก็ยังคงขึ้นมานั่งกินข้าวกันบนนี้อยู่ดี 


    "ทำไม นายรู้สึกอะไรกับขาฉันรึไง โรคจิต"


    พูดจบก็ก้มหน้าก้มตากินต่ออย่างไม่สนใจคำเตือนใด ๆ ฉันทำเพียงส่งยิ้มแห้ง ๆ เป็นกำลังใจให้รุ่นพี่สุไกเท่านั้น 


    "จะว่าไปปิดเทอมฤดูร้อนจะทำอะไรกันเหรอ?"


    รุ่นพี่โชยะที่นั่งกินอาหารกลางวันอยู่ตรงข้ามฉันถามขึ้นมา


    "ซ้อมบาส" รุ่นพี่สุไกที่อยู่ชมรมบาสเกตบอลก็แหงอยู่แล้วสินะ


    "ทำเล็บใหม่" รุ่นพี่ชิโอริตอบออกมาโดยที่อาหารกลางวันยังเต็มปากอยู่


    "เรียนพิเศษค่ะ" นั่นเป็นคำตอบของฉันล่ะ 


    "แหวะ น่าเบื่อเป็นบ้า" รุ่นพี่ชิโอริทำหน้าแหยงใส่คำตอบของฉันอย่างไม่ปิดบัง มันก็น่าเบื่อจริงนั่นแหละแต่ที่บ้านเขาให้เรียนก็ต้องเรียน ฉันไม่ได้มีทางเลือกอะไรขนาดนั้น 


    "เพิ่งอยู่ปี 1 เองแต่ขยันจังเลยนะมาจิโกะ"


    "ที่บ้านให้เรียนน่ะค่ะ"


    "เป็นเด็กดีจังเลยนะ"


    "นี่ โชยะ ถ้ายังไม่เลิกจีบยัยเตี้ยนี่ฉันจะเอาข้าวกล่องนายอีกสองกล่องที่เหลือไปโยนทิ้งซะ"


    "ฉันแค่ชมเธอเฉย ๆ เถอะ!"


    หรือว่ารุ่นพี่ชิโอริจะหึงรุ่นพี่โชยะกันนะ นั่นเป็นสิ่งที่ฉันคิด แต่ถ้าพูดออกไปมีหวังโดนกรี๊ดใส่อีกแน่ ๆ เลย บางทีเธออาจจะแค่ยังไม่รู้ใจตัวเองล่ะมั้ง 


    "ก่อนเปิดเทอมไปงานเทศกาลกันไหม?" รุ่นพี่โชยะพูดชวนขึ้นมา ฉันยิ้มแห้ง ๆ ให้เขาแต่อีกสองคนที่เหลือดันทำหน้าต่อต้านซะจนฉันรู้สึกสงสารเขาขึ้นมา


    "ไร้สาระ" รุ่นพี่ชิโอริพูด


    "คนเยอะ" ถึงรุ่นพี่สุไกจะพูดจามีเหตุผลขึ้นมาหน่อยแต่ก็ปฏิเสธอยู่ดี


    "ฉันติดเรียนค่ะ" ต่อให้รุ่นพี่โชยะจะส่งสายตาเป็นเชิงขอร้องมายังฉันแต่ยังไงก็ต้องปฏิเสธไปอยู่ดี


    แต่ฉันที่เพิ่งย้ายมาโรงเรียนนี้เป็นปีแรกไม่เคยได้เที่ยวงานเทศกาลของที่นี่เลย จะว่าไปก็อยากลองไปดูเหมือนกัน แถมยังเป็นปีสุดท้ายของพวกรุ่นพี่อีก หลังจากนี้ถ้าไปก็คงจะไม่ได้ไปด้วยกันแล้ว


    "แต่ฉันเองก็อยากลองไปเหมือนกันนะคะ..."


    ฉันพูดออกมาเบา ๆ พอหันไปก็เจอรุ่นพี่ชิโอริหรี่ตาใส่แต่เธอไม่ได้พูดอะไรตอบกลับมา 


    มันก็เป็นเพียงแค่บทสนทนาทั่วไปในช่วงเวลาพักกลางวันที่พอเวลาผ่านไปฉันก็ลืม ๆ มันไปแล้วล่ะ


    หลังจากสอบเสร็จก็เข้าสู่ช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ฉันไม่ได้เจอหน้ารุ่นพี่ทั้งสามคนเลย แต่ว่าก็ยังเห็นความเคลื่อนไหวกันผ่านโซเชียลอยู่ รุ่นพี่สุไกก็ซ้อมบาส รุ่นพี่ชิโอริก็ออกไปเที่ยวกับเพื่อนของเธอที่ฉันไม่รู้จัก รุ่นพี่โชยะเหมือนจะอยู่ต่างจังหวัดกับครอบครัว ส่วนฉันก็เรียนพิเศษ เราทุกคนต่างแยกย้ายกันไปมีปิดเทอมฤดูร้อนเป็นของตัวเอง


    ช่วงเวลาปิดเทอมฤดูร้อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว การที่วันนี้ตามท้องถนนเห็นผู้คนแต่งชุดยูกาตะเตรียมไปงานเทศกาลกันเป็นสัญญาณบอกว่าปิดเทอมใกล้หมดลงแล้ว ฉันที่เดินสวนทางกับคนเหล่านั้นไปยังที่เรียนพิเศษรู้สึกเหงาขึ้นมานิดหน่อย


    ตอนนี้รุ่นพี่ชิโอริจะทำอะไรอยู่กันนะ เธออาจจะนั่งคุยโทรศัพท์กับเพื่อนอยู่ที่ห้องพลางบ่นว่างานเทศกาลมันไร้สาระ หรืออาจจะเดินซื้อเสื้อผ้าอยู่ที่ไหนสักที่ก็ได้ 


    ฉันที่นั่งอยู่ในโรงเรียนกวดวิชาในวันนี้รู้สึกไม่ค่อยมีสมาธิสักเท่าไหร่เพราะเอาแต่มองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง ถ้ามองจากตรงนี้คงได้เห็นดอกไม้ไฟล่ะมั้ง 


    "นี่ ยัยหมายเลขสาม!"


    โอเค ฉันคิดถึงรุ่นพี่ก็จริง แต่ทำไมอยู่ ๆ ถึงได้ยินเสียงรุ่นพี่แว่วมากันนะ 


    "นี่เธอหูตึงหรือไง ข้างล่าง มองลงมาข้างล่าง!"


    ฉันมองลงไปข้างล่างตามเสียงที่ตะโกนมาก็เห็นรุ่นพี่ชิโอริในสภาพ...ดูไม่ได้ เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเธอในชุดไปรเวท ถึงจะเป็นสภาพผมกระเซิง ใส่กางเกงขาสั้นและเสื้อกล้ามกับแจ็คเก็ตหนังคลุมทับด้านนอก รวมถึงใส่แว่นกันแดดถึงแม้ว่าตอนนี้พระอาทิตย์จะตกดินแล้วก็ตาม ไหนจะรองเท้าบูตนั่นอีก


    สภาพรุ่นพี่ดูเหมือนควรขี่มอเตอร์ไซค์มามากแต่ข้าง ๆ เธอกลับมีเพียงแค่จักรยานเก่า ๆ คันนึงเท่านั้น


    ฉันเปิดหน้าต่างออกไปโบกมือให้กับรุ่นพี่ที่โบกไม้โบกมืออยู่ข้างนอกโดยไม่สนสายตาของคนอื่นในชั้นเรียนหรืออาจารย์ที่หยุดพูดไปแล้วเพราะคงตกใจกับสิ่งที่ฉันกำลังทำ


    "รุ่นพี่มาทำอะไรที่นี่เหรอคะ?"


    "ก็เห็นบอกว่าอยากลองไปดูไม่ใช่เหรอ ฉันก็เลยมารับเธอนี่ไง!"


    สิ้นเสียงตะโกนของรุ่นพี่ก็ทำเอาฉันนิ่งไปเพราะกลั้นรอยยิ้มไว้แทบไม่อยู่ ฉันไม่คิดด้วยซ้ำว่าเธอจะใส่ใจกับคำพูดในวันนั้น 


    "ถ้าไม่มีฉันมารับ คนแบบเธอไม่มีปัญญาไปเองได้อยู่แล้ว เพราะงั้นรีบกระโดดลงมาสักที!"


    "ใครจะไปกระโดดกันล่ะ เดี๋ยวฉันจะเดินลงไปทางบันไดค่ะ!"


    ถึงปกติฉันจะค่อนข้างเชื่อฟังเธอก็เถอะแต่การที่บอกให้โดดลงไปจากชั้น 2 พร้อมอ้าแขนรับนี่มันก็จะเกินไปหน่อยนะ ฉันเก็บข้าวของทุกอย่างลงกระเป๋าแล้วรีบวิ่งออกไปโดยทันที ต่อให้หลังจากนี้อาจารย์จะเอาเรื่องไปบอกผู้ปกครองจนฉันโดนด่า แต่ก็ไม่ได้เสียใจหรอกนะ


    พอวิ่งลงมาถึง เธอก็บอกให้ฉันขึ้นไปซ้อนท้ายและรีบปั่นจักรยานออกไปทันทีโดยไม่พูดอะไรออกมา ถึงฉันจะมองรุ่นพี่จากด้านหลังมาตลอดทั้งเทอมแต่ภาพของรุ่นพี่ที่กำลังตั้งใจปั่นจักรยานตรงหน้าฉันตอนนี้น่ะ ดูเท่ที่สุดเลยล่ะ


    "ขอบคุณนะคะ"


    ฉันพูดออกไป รุ่นพี่ชิโอริที่ปั่นจักรยานอยู่ทำเพียงพยักหน้าเท่านั้น แต่ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่าแต่ฉันคิดว่าใบหูของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงขึ้นมานิดหน่อย อาจจะเป็นเพราะเหนื่อยก็ได้มั้ง


    เธอหยุดรถตรงสวนสาธารณะที่ใกล้กับงานเทศกาลก่อนจะลากฉันเข้าไปในห้องน้ำแล้วยื่นถุงกระดาษใบใหญ่ให้ ด้านในเป็นชุดยูกาตะสีขาวที่มีลายผีเสื้อและดอกไม้สีแดงกับสีดำสลับกัน ปฏิเสธไม่ได้ว่ารุ่นพี่มีรสนิยมในการเลือกเสื้อผ้าให้คนอื่นจริง ๆ 


    "ยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะ รีบเข้าไปเปลี่ยนชุดได้แล้ว"


    "ฉันใส่เองไม่ได้หรอกนะคะ..."


    รุ่นพี่ชิโอริมองฉันแล้วถอนหายใจออกมาก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องน้ำด้วยกัน สุดท้ายแล้วเธอก็ช่วยฉันแต่งชุดยูกาตะจนเสร็จ 


    "อย่าเพิ่งไป หน้าเธอตอนนี้หยั่งกะศพ หันหน้ามานี่"


    เธอจับใบหน้าของฉันไว้ก่อนจะหยิบลิปกลอสแท่งโปรดมาทาให้ เป็นครั้งแรกเลยที่ได้จ้องหน้ารุ่นพี่ชิโอริใกล้ขนาดนี้ พอมองใกล้ ๆ แล้วก็รู้สึกได้เลยว่า


    หน้าตาเธอดูหาเรื่องคนอื่นจริง ๆ นั่นแหละนะ...


    แต่ความจริงแล้วถึงหน้าจะดูดุแต่รุ่นพี่เป็นคนใจดีมาก ๆ เลยล่ะ ข้อนี้ฉันรู้ดีที่สุดเลยและรุ่นพี่โชยะกับรุ่นพี่สุไกก็คงรู้ถึงข้อนี้ด้วยเหมือนกัน 


    "อย่ายิ้ม มันทาลิปยาก เดี๋ยวก็ออกมาเละหรอก"


    ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอยิ้มออกไป น่าอายนิดหน่อยแหะ


    พอทาเสร็จแล้ว รุ่นพี่ก็จับมือฉันไว้แล้วรีบวิ่งออกจากห้องน้ำทันที การใส่ยูกาตะนี่ทำเอาวิ่งไม่สะดวกเอาซะเลยแต่ฉันก็วิ่งตามรุ่นพี่ไปโดยไม่ปริปากบ่นอะไรออกไป ก็การที่รุ่นพี่ชิโอริเป็นแบบนี้น่ะมันสนุกดีนี่นา


    "ยัยขาสั้น รีบวิ่งเร็ว เดี๋ยวก็ไม่ทันดอกไม้ไฟหรอก"


    รุ่นพี่ที่วิ่งนำหน้าฉันอยู่หันมาพูดแค่นั้นก่อนจะรีบวิ่งตรงไปงานเทศกาลด้วยความเร็วเพิ่มขึ้น ผมสีน้ำตาลของรุ่นพี่ที่ปลิวไปตามแรงลมกับใบหน้าด้านข้างของเธอที่อยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้ คงเป็นภาพที่ฉันคงไม่มีวันลืมเลยล่ะ


    ทันทีที่เราวิ่งมาถึงงานเทศกาล ดอกไม้ไฟลูกแรกก็ถูกจุดขึ้นไปบนท้องฟ้าพอดิบพอดี พวกเรามาทันเวลาฉิวเฉียด รุ่นพี่ชิโอริที่วิ่งมาตลอดทางยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อบนใบหน้าของเธอ ฉันเลยหยิบผ้าเช็ดหน้ายื่นไปให้ 


    "ขอบใจ"


    เธอพูดออกมาแค่นั้นแล้วเอาผ้าเช็ดหน้าของฉันเช็ดเหงื่อตามใบหน้า ความจริงสภาพฉันตอนนี้ก็คงดูไม่ได้เพราะวิ่งมาเหมือนกันแต่ถึงจะดูไม่ได้ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร ฉันหันไปมองใบหน้าของรุ่นพี่ที่ในตอนนี้มีแสงจากดอกไม้ไฟบนฟ้าสะท้อนอยู่บนใบหน้าของเธอ


    "ดูดอกไม้ไฟไปสิ จะมองหน้าฉันทำไม"


    รุ่นพี่พูดขึ้นมาโดยที่สายตาของเธอยังคงจับจ้องอยู่ที่ดอกไม้ไฟบนท้องฟ้า ฉันคงจ้องเธออย่างไม่ปิดบังจนเธอรู้สึกตัว


    "นี่ก็เป็นดอกไม้ไฟเหมือนกันนั่นแหละค่ะ"


    "ตามใจ"


    เธอลอบถอนหายใจออกมาแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ถ้ามองไม่ผิดเหมือนฉันจะเห็นรุ่นพี่ลอบยิ้มออกมา เพียงแค่นั้นก็ทำให้ฉันที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ยิ้มตามออกมาได้เหมือนกัน


    "ยิ้มอะไร ยัยขี้เหร่"


    รุ่นพี่ที่หันมาเจอฉันยิ้มให้รีบหุบยิ้มแล้วกลับไปทำหน้าดุทันทีแล้วถามออกมา


    "ยิ้มให้รุ่นพี่ไงคะ"


    ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแสงจากดอกไม้ไฟรึเปล่าแต่ฉันคิดว่าใบหน้าของรุ่นพี่น่ะเปลี่ยนเป็นสีแดงหลังจากฉันบอกเธอออกไปแบบนั้น


    ในตอนที่เรายืนดูดอกไม้ไฟด้วยกันเงียบ ๆ เป็นช่วงเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ระหว่างนั้นฉันหันไปเห็นรุ่นพี่โชยะกับรุ่นพี่สุไกในงานด้วยแต่รุ่นพี่ชิโอริหันมาพูดใส่เสียงแข็งว่า 'ต่อให้ตายก็ห้ามทักเด็ดขาด' ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่แต่ก็ทำตามที่รุ่นพี่บอกอยู่ดี


    พอดอกไม้ไฟลูกสุดท้ายถูกจุดขึ้นไปบนท้องฟ้า เสียงประกาศว่างานเทศกาลจบลง รุ่นพี่ชิโอริก็เดินไปซื้อสายไหมให้ฉันและเดินกลับไปยังสวนสาธารณะด้วยกัน โชคดีที่ขากลับเราไม่ต้องวิ่งเหมือนขามา อยากให้ถนนสายนี้ยาวขึ้นจัง จะได้เดินอยู่กับรุ่นพี่ไปนาน ๆ 


    นั่นคือสิ่งที่ฉันคิด


    หลังจากเปลี่ยนชุดเสร็จ ฉันก็ยื่นถุงกระดาษที่ใส่ชุดยูกาตะเอาไว้คืนรุ่นพี่ชิโอริไป ถ้ารุ่นพี่ได้ใส่มันคงสวยมากแน่ ๆ เลย น่าเสียดายที่ในวันนี้มีแค่ฉันที่ได้ใส่


    "ฉันอยากเห็นรุ่นพี่ใส่ชุดยูกาตะจังเลยค่ะ"


    รุ่นพี่ชิโอริทำหน้าแหยง ๆ ออกมานิดหน่อย ตอนฉันยิ้มให้เธอและพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไป


    "ไม่เหมาะกับฉันหรอกน่า"


    "รุ่นพี่ใส่ต้องออกมาสวยแน่ ๆ เลยค่ะ"


    "ฉันไม่ใช่เธอสักหน่อย"


    "รุ่นพี่จะบอกว่าฉันใส่แล้วมันออกมาสวยเหรอคะ?"


    "ใครพูดแบบนั้นกัน ยัยขี้เหร่!"


    ถึงเธอจะตะโกนใส่ฉันแบบนั้นแต่ฉันกลับไม่รู้สึกว่านั่นเป็นคำด่าเลยสักนิดก็เลยทำเพียงหัวเราะกลับไป รุ่นพี่จิ๊ปากอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะเดินนำหน้าไปยังจักรยานของเธอที่จอดทิ้งเอาไว้


    "เดี๋ยวฉันไปส่ง มันดึกแล้ว"


    การนั่งซ้อนท้ายจักรยานในตอนกลางคืนนั้นดีกว่าที่คิด ต่อให้เป็นอากาศในช่วงฤดูร้อนก็ยังเย็นสบาย แถมคนปั่นยังเป็นรุ่นพี่อีก ฉันถือวิสาสะเอาหน้าพิงไปบนหลังของเธอแต่รุ่นพี่ไม่ได้ว่าอะไรกลับมา แสดงว่านั่นคงเป็นคำอนุญาต


    "เอาไว้ปีหน้านะ"


    "คะ?"


    "ชุดยูกาตะไง เอาไว้ปีหน้า"


    "นั่นหมายความว่า ปีหน้ารุ่นพี่ก็จะไปงานเทศกาลกับฉันเหรอคะ!"


    ดีใจจนเผลอตะโกนออกมาเลยล่ะ 


    "ก็หมายความตามนั้นนั่นแหละ!"


    รุ่นพี่ตะโกนตอบกลับมาโดยไม่หันกลับมามองหน้าฉัน ซึ่งนั่นก็ดีแล้ว ฉันก็ไม่ได้อยากให้เธอเห็นสภาพฉันตอนนั่งยิ้มเป็นคนบ้าเหมือนกัน


    "และก็ชุดยูกาตะเหมาะกับเธอมากเลยนะ มาจิโกะ..."


    ถึงจะเบามากแต่ฉันก็ได้ยินมันอย่างชัดเจน แต่เห็นแก่ใบหน้าด้านข้างของรุ่นพี่ที่เปลี่ยนเป็นสีแดงหลังพูดมันออกมา ฉันจะไม่พูดอะไรกลับไปเยอะก็แล้วกัน


    "ค่ะ"


    ฉันตอบกลับไปแค่นั้นแต่น้ำเสียงที่เก็บซ่อนความดีใจนั้นไม่อยู่คงถูกเธอจับได้เสียแล้วเพราะรุ่นพี่น่ะแอบลอบยิ้มออกมาจนมองจากใบหน้าด้านข้างก็ยังมองเห็นรอยยิ้มนั้นอย่างชัดเจน


    ทั้งรอยยิ้มของรุ่นพี่ในวันนี้และดอกไม้ไฟที่ยืนดูด้วยกันรวมไปถึงคำสัญญาในปีหน้า แน่นอนว่าฉันคงจะลืมมันไม่ลง 


    อยากให้ฤดูร้อนที่กำลังจะสิ้นสุดลงหมุนเวียนกลับมาไว ๆ จัง นั่นคือคำขอของฉันในวันสุดท้ายของการปิดเทอมฤดูร้อนในมัธยมปลายปีที่ 1


    และฉันเองก็ได้แต่หวังว่ารุ่นพี่เองก็คงจะคิดเหมือนกัน



    //


    เป็นครั้งแรกที่เขียนเฟมเลยค่ะแต่ชอบเคมีชิโอจามิ (ที่ขออนุญาตเปลี่ยนชื่อเพราะคงแปลกๆ ถ้าเขียนชื่อนี้ไปตลอดในเรื่อง...) กับมาจิโกะ ความจริงเคมีสองคนนี้มีอะไรให้เล่นเยอะมากแต่ยังไงก็ต้องเป็นงานเทศกาลฤดูร้อนแหละนะ #ficohayoxjo1






Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in