แปลเกม Tear of ThemisCynthia-T
TOT: เนื้อเรื่องหลัก 1-5
  • (ขออนุญาติแทนชื่อของน้องนางเอกของเราว่า MC ที่ย่อมาจากคำว่า Main Character นะคะ)

    TOT: มือที่คอยอุ้มชู 1-5


    สถานที่: ย่านศูนย์กลางธุรกิจ (ศกธ.)




    คุณ:

    คุณวินนี่ ทางเข้าร้านอยู่ในตรอกนี้งั้นเหรอคะ


    (พอคุณมาถึงจุดที่ตั้งของร้านอาหาร จู่ ๆ วินนี่ก็ดึงคุณเข้ามาในตรอก ๆ หนึ่งทันที)



    วินนี่ คูเปอร์:

    คุณปู่เวิร์นรีโนเวตชั้นแรกของบ้านให้เป็นร้านอาหารน่ะค่ะ เพราะงั้นหน้าร้านก็เลยไม่อยู่บนถนนเส้นหลัก


    (แต่คงเป็นเพราะว่าร้านตั้งอยู่ในย่านศกธ. ขนาดเป็นเพียงตรอกเล็ก ๆ ก็ยังได้รับการปรับปรุงดูแลเป็นอย่างดี แปลงดอกคามิเลียใกล้ ๆ ส่งกลิ่นหอมลอยมาตามลม ทำให้บรรยากาศในตรอกดูดีเป็นอย่างมาก)


    วินนี่ คูเปอร์:

    ร้านอยู่ตรงหัวมุมนี่เอง ดอกคามิเลียพวกนี้ดีมากเลยใช่ไหมล่ะคะ คุณปู่เวิร์นเขาปลูกให้ภรรยาของเขาน่ะค่ะ


    คุณ:

    แบบนี้นี่เอง คุณกรีนคงจะรักภรรยาเขามาก ๆ เลยสินะคะ



    ‘…’ (คุณแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา)


    (หลังจากที่เดินเลี้ยวตรงหัวมุมตรอก คุณก็ยืนแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น เพราะว่าคุณเห็นใครบางคนที่คุณเคยสนิทกันมาก ๆ มาก่อน แต่ตอนนี้แทบจะกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันไปแล้ว เขาที่เคยเป็นส่วนสำคัญของชีวิตในวัยเด็กของคุณ แต่กลับหายไปจากชีวิตคุณโดยไม่ทิ้งแม้แต่ร่อยรอยใด ๆ ให้เห็นตั้งแต่เมื่อแปดปีก่อน)


    คุณ:

    ล...ลุค!?



    (เขาหันหน้ามาตามเสียงเรียกของคุณพร้อมกับสีหน้าที่เห็นได้ชัดว่าประหลาดใจ พลันดวงตาสีส้มปะการังคู่นันก็มีประกายแห่งความสุขวาบขึ้นมาทันที)


    ลุค เพียร์ซ:

    MC เป็นเธอจริง ๆ ใช่ไหม!?


    (ลุควิ่งมาหาคุณ รอยยิ้มสว่างสดใสของเขาทำให้คุณนึกถึงบ่ายวันหนึ่งเมื่อแปดปีก่อนขึ้นมา)


    [ตัดเข้าภาพเหตุการณ์ในอตีต]


    คุณ:

    ลุค! ฉันเคยบอกไปแล้วไงว่าอย่าไปนั่งอยู่ขอบหน้าต่างตอนอ่านหนังสือ ถ้านายพลาดตกลงไปขึ้นมาจะเป็นยังไงเล่า



    ลุค เพียร์ซ:

    โทษทีนะ คงเป็นเพราะว่าฉันคิดนู่นนี่เพลินเลยเผลอมานั่งตรงนี้ด้วยความเคยชินน่ะ


    (สายลมอุ่น ๆ ในช่วงบ่ายพัดผ่านยอดไม้ไป เหล่านกขี้เซาที่เกาะอยู่ตรงกิ่งไม้ส่งเสียงจิ๊บ ๆ ออกมาอย่างเกียจคร้าน น้ำเสียงเจือความเศร้าของลุคในตอนที่ยังเป็นวัยรุ่นนั้นพลันทำให้ความทรงจำกระจ่างชัดขึ้นมา...)



    คุณ:

    เรื่องที่นายจะไปมหาวิทยาลัยศูนย์กลางแห่งชาติใช่ไหม พอดีแม่โทรหาฉันเมื่อบ่ายแล้วก็เผลอหลุดปากออกมาว่านายไม่ต้องมาโรงเรียนแล้ว


    ลุค เพียร์ซ:

    ใช่แล้ว ฉันสอบติดแล้วน่ะ อาทิตย์หน้าก็จะไปเมืองหลวงแล้ว


    คุณ:

    ทั้ง ๆ ที่นายเพิ่งจะอยู่มัธยมปลายปีแรกด้วยซ้ำ แต่สอบติดมหาลัยที่ดีที่สุดของประเทศได้แล้ว! สุดยอดไปเลย!


    [กดตรวจสอบใบหน้าของลุค]


    ลุค เพียร์ซ:

    ทำไมเธอจ้องกันขนาดนั้นล่ะ…


    คุณ:

    นายดูไม่ค่อยมีความสุขเลย ไม่ชอบคณะที่สอบเข้าไปได้เหรอ


    ลุค เพียร์ซ:

    ไม่ใช่แบบนั้นหรอก ฉันโอเคกับคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์เลยแหละ แม่ต้องภูมิใจในตัวฉันมากแน่ถ้ารู้ข่าว แต่ว่า...เราสองคนไม่เคยอยู่ห่างกันไกลขนาดนี้มาก่อน เธอจะต้อง...จะต้องเรียนให้ได้เกรดดี ๆ แล้วมาหาฉันที่เมืองหลวงนะ!


    คุณ:

    ฉันจะไม่สอบเข้ามหาลัยที่เมืองหลวงหรอก เพราะฉันอยากเรียนนิตินี่นา ใคร ๆ ก็รู้ว่าคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยสเตลลิสน่ะดีที่สุดแล้ว


    [กดตรวจสอบใบหน้าของลุคอีกครั้ง]


    ลุค เพียร์ซ:

    ฉันเป็นคนสอบติดแท้ ๆ ทำไมเธอถึงดูมีความสุขกว่าฉันเนี่ย 


    คุณ:

    แน่นอนสิ ก็หัวกะทิของชั้นปีหายไปทั้งคน ถึงเวลาที่ฉันจะได้ครองบัลลังก์อันดับหนึ่งนั่นแทนแล้ว!


    ลุค เพียร์ซ:

    แค่นั้นเองเหรอ ถ้าเธอบอกฉันตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ฉันก็คง-


    คุณ:

    เฮ้! ฉันไม่ได้อยากให้นายหลีกทางให้ฉันเองซะหน่อย!


    ลุค เพียร์ซ:

    ฮะ ๆ ต่อให้ฉันไม่ทำแบบนั้น เธอก็เป็นที่หนึ่งของเด็กฝั่งศิลป์อยู่ดี ฉันเศร้าอยู่นะที่เราไม่ได้เรียนห้องเดียวกัน ฉันนึกว่าเธอจะรู้สึกเสียดายเหมือนฉันซะอีก…


    [กดตรวจสอบใบหน้าของลุคอีกหนึ่งครั้ง]


    ลุค เพียร์ซ:

    มีอะไรติดหน้าฉันอยู่เหรอ ตรงไหนกัน


    คุณ:

    ไม่มีอะไรแล้ว


    [กดตรวจสอบหนังสือที่อยู่บนมือของลุค]


    คุณ:

    นายจะเอาหนังสือเชอร์ล็อก โฮมส์ของนายไปเมืองหลวงด้วยหรือเปล่า


    ลุค เพียร์ซ:

    ไม่ล่ะ ฉันจะเก็บมันไว้ที่บ้านพ่อแม่ฉันนี่แหละแล้วก็ทิ้งกุญแจไว้กับเธอ เธอจะได้ไปเอาออกมาอ่านตอนไหนก็ได้


    คุณ:

    สอบติดมหาวิทยาลัยศูนย์กลางแห่งชาติออกจะเป็นข่าวดี ทำไมทุกคนถึงเก็บเงียบไม่ยอมบอกฉันกันนะ


    ลุค เพียร์ซ:

    ฉันเป็นคนขอเอาไว้เองเพราะไม่รู้ว่าจะบอกเธอยังไงดีน่ะ หลายปีที่ผ่านมาฉันก็อาศัยอยู่บ้านเธอมาตลอด แถมรบกวนที่บ้านเธอไว้ตั้งเยอะ เพราะงั้น… 


    คุณ:

    เฮ้ ตอนนี้นายเลยจะทำเป็นว่าเราสองคนกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน ไม่ใช่ครอบครัวกันแล้วแค่เพราะว่านายย้ายไปเรียนที่มหาลัยงั้นเหรอ 


    { Translators’ talk: น้องนางเอกพูดเชิงตัดพ้อ อารมณ์น้อยใจว่าทำไมไม่บอกกันบ้าง ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าคิดว่าเป็นครอบครัวกันก็น่าจะบอกสิ ส่วนฝั่งลุคก็อารมณ์คนสนิทกันตัวติดกัน กลัวบอกไปแล้วเขารู้สึกแย่ที่ต้องแยกกันกะทันหัน ก็เลิ่กลั่กไม่รู้จะพูดยังไงให้นางเอกไม่เสียใจเลยอึกอักไม่ยอมบอก เพราะไม่รู้จะเริ่มพูดกับเขายังไงดี

    ประโยคทั้งจีนทั้งอังกฤษ พอมาไทยแล้วแอบงงทั้งคู่ค่ะ เรากับเพื่อนไม่รู้ว่าจะเรียงประโยคออกมายังไงดีให้ไม่งง เลยขออธิบายเพิ่มไว้แบบนี้นะคะ ขอโทษด้วยค่ะ }


    ลุค เพียร์ซ:

    มะ...ไม่ใช่แบบนั้น ฉันพูดผิดไปเอง ขอโทษที่ทำให้เธอรู้สึกแย่นะ


    [กดตรวจสอบหนังสือที่อยู่บนมือของลุคอีกครั้ง]


    คุณ:

    ในมือนั่นเชอร์ล็อก โฮมส์เล่มใหม่เหรอ ไม่เหมือนเล่มที่ฉันเห็นเมื่อสองวันก่อนเลย หรือว่าเป็นคนละคอลเล็กชันกัน


    ลุค เพียร์ซ:

    ไม่ใช่นะ! นะ...นี่มันก็เล่มเดียวกับที่ฉันอ่านวันก่อนนั่นแหละ!


    คุณ:

    แล้วทำไมต้องพูดเสียงสูงขนาดนั้นด้วยนะ


    [กดตรวจสอบหนังสือที่อยู่บนมือของลุคอีกครั้ง]


    ลุค เพียร์ซ:

    อย่าคิดมากไปเลยน่า ฉันอ่านเชอร์ล็อก โฮมส์เล่มนี้มาตั้งแต่วันก่อนแล้วจริง ๆ


    [กดตรวจสอบสร้อยคอ]


    คุณ:

    ไหน ๆ นายก็จะย้ายเมืองแล้ว จะไม่บอกกันหน่อยเหรอว่าในกล่องที่นายล็อกกุญแจไว้นั่นมีอะไรอยู่?


    ลุค เพียร์ซ:

    ถือว่าเป็นความลับอย่างสุดท้ายไม่ได้เหรอ เหมือนที่เขาว่ากันว่าในตอนที่ความจริงถูกเปิดเผยออกมา นั่นคือตอนจบของเรื่องราวยังไงล่ะ


    {Translators’ talk: ประโยคหลังลุคน่าจะอ้างถึงพวกบทนิยายสืบสวนสอบสวนค่ะ นิยายสอบสวนส่วนใหญ่ก็คือเรื่องจบเวลานักเขียนคลายปมทุกอย่างได้แล้ว ประมาณนั้นน่ะค่ะ}


    [กดตรวจสอบสร้อยคออีกครั้ง]


    เพราะว่าเธอเป็นคนให้กุญแจดอกนี้มา ดังนั้นฉันจะรักษามันเท่าชีวิตเลย

     


    [กดตรงเครื่องหมายสนทนา]


    คุณ:

    โอเค ร่าเริงหน่อยน่า สอบติดก่อนจบมอปลายก็เป็นเรื่องที่ดีนี่นา


    ลุค เพียร์ซ:

    สัญญากันไหมว่าจะวีดิโอคอลกันทุกวัน ถ้าเป็นแบบนั้น การที่ฉันอยู่ห่างจากเธอไปก็คงไม่แย่เท่าไหร่นักหรอก


    คุณ:

    โอเค ฉันสัญญา


    [จบการย้อนความ]


    (ทั้งที่เป็นความทรงจำที่ผ่านมานานแล้วแท้ ๆ แต่ทำไมถึงรู้สึกเหมือนมันเพิ่งเกิดขึ้นไปเมื่อวานกันนะ ผ่านมาตั้งแปดปีแล้ว แต่คุณก็ยังคงจำเหตุการณ์เหล่านั้นได้อยู่เลย)



    ลุค เพียร์ซ:

    ฉะ...ฉันไม่คิดเลยว่าจะเจอเธอที่นี่ เธอเป็นยังไงบ้าง?


    (คุณกำลังจะถามคำถามเดียวกันกับที่เขาถาม แต่เขากลับเป็นฝ่ายถามขึ้นมาก่อนเสียนี่)


    คุณ:

    ฉันสบายดี นายล่ะเป็นไงบ้าง ฉันไม่ได้ข่าวคราวจากนายเลยหลังจากที่นายย้ายไปเมืองหลวง ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอกันในที่แบบนี้…ตอนนั้นพ่อ แม่ แล้วก็ฉันติดต่อไปยังมหาวิทยาลัยศูนย์กลางแห่งชาติ เขาบอกว่านายถูกรับเลือกให้ไปเข้าร่วมในการทดลองลับ ๆ อยู่ เพราะงั้น...



    ลุค เพียร์ซ:

    อ...อืม เป็นโครงการลับระดับประเทศน่ะ ในช่วงของการทดลองฉันไม่ได้รับอนุญาตให้ติดต่อกับบุคคลภายนอก แล้วก็กลับมาที่นี่หลังจากการทดลองสิ้นสุดลง แล้วฉัน-


    คุณ:

    แล้วนายก็กลับมาโดยไม่ติดต่อหาฉันสักคำ ฉันไม่ได้เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ด้วยซ้ำ!



    ลุค เพียร์ซ:

    ไม่ใช่แบบนั้น คือฉัน…


    (ลุคยื่นมือของเขาออกมาเพื่อจะจับมือคุณ ตอนที่พวกคุณสองคนเด็ก ๆ การจับมือคือวิธีที่เขาใช้ขอโทษคุณเวลาคุณงอนเขา แต่วันนี้…)


    คุณ:

    ลุค…


    (มือของลุคกลับชะงักค้างอยู่กลางอากาศ สุดท้ายเขาก็ดึงมือตัวเองกลับไปไพล่ไว้ด้านหลัง)


    ลุค เพียร์ซ:

    ฉันไม่คิดว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้ เธอยกโทษให้ฉันได้ไหม


    คุณ:

    ฉันไม่ยกโทษให้นายหรอก ก็ฉันไม่ได้โกรธตั้งแต่แรกนี่นา ตอนนี้ฉันดีใจมากจริง ๆ ที่ได้เห็นหน้านายอีกครั้งนะ!



    ลุค เพียร์ซ:

    จริงเหรอ เธอดีใจที่ได้เห็นหน้าฉันจริง ๆ เหรอ


    (ร่างกายของลุคดูผ่อนคลายลงหลังจากได้ยินคำตอบจากปากคุณ)


    คุณ:

    แน่นอนสิ แล้วนี่นายจะย้ายกลับมาอยู่ที่นี่เลยหรือว่าแค่มาอยู่ชั่วคราวน่ะ



    ลุค:


    (ลุคอ้ำอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกลับมายิ้มอีกครั้ง)



    ลุค เพียร์ซ:

    เธออยากให้ฉันอยู่ที่นี่ไหม?


    คุณ:

    นายจำเป็นต้องได้รับความเห็นจากฉันด้วยเหรอ ตอนนี้นายทำงานให้ประเทศนี่นา ถ้าฉันบอกว่าอยากให้อยู่นายก็จะอยู่ทีนี่ได้เลยหรือไงกัน



    ลุค เพียร์ซ:

    แน่นอนอยู่แล้ว รอบนี้ฉันจะฟังเธอล่ะ


    คุณ:

    โอเค ๆ เอาไว้เราค่อยคุยเรื่องนั้นกันทีหลัง ตอนนี้มาคุยกันก่อนดีว่าว่าทำไมนายมาอยู่ที่นี่ได้ หรือว่า…


    (สายตาของคุณปะทะเข้ากับพวงกุญแจเชอร์ล็อก โฮมส์ของเขา แล้วความคิดหนึ่งก็วาบเข้ามาในหัวคุณทันที)


    คุณ:

    นักสืบเอกชนที่คุณวินนี่เป็นคนจ้างวาน...คือนายใช่ไหม




    จบไปอีกหนึ่งตอนค่ะ เย้! //จุดพลุ


    ทุกคนเคยมีโมเมนต์ไม่อยากทำงานกันบ้างไหมคะ 

    พอฉันไม่อยากทำงานที่อาจารย์ให้มาแล้ว ฉันก็จะมานั่งแปลเธมิสล่ะค่ะ (ฮา)

    น่าแปลกนะคะ ทั้ง ๆ ที่เป็นงานแปลเหมือนกันแท้ ๆ แต่ความอยากหรือไม่อยากทำ ณ เวลานั้น ๆ นี่ส่งผลกับงานจริง ๆ ค่ะ


    ว่าไป พอเห็นยอดคนเข้ามาอ่านเกิน 100 ก็ตกใจมากเลยค่ะ เพราะว่าไม่ได้เอาลิงก์ไปแปะไว้ไหนเลย ทุกคนหาฉันเจอได้ยังไงเหรอคะ ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะที่เข้ามาอ่านกัน


    กำลังคิดว่าถ้าแปลเสร็จครบ 1 ตอนใหญ่ค่อยเอาไปแปะในกลุ่มคอมมูเธมิสใน FB น่ะค่ะ กลัวคนที่เข้ามาอ่านจะรู้สึกค้างกัน เราก็ไม่มั่นใจด้วยว่าจะลงงานได้บ่อยขนาดไหนเพราะไม่มีสต็อกไว้เลย แต่จะพยายามมาบ่อย ๆ นะคะ


    สุดท้ายนี้ สำหรับใครที่อยู่ในช่วงปลายเทอมต้นของมหาลัยและกำลังสอบเหมือนกับเรา ขอให้ทุกคนผ่านพ้นมันไปได้ด้วยดีนะคะ ไม่เจ็บไม่ป่วย หน้าฝนอากาศค่อนข้างเย็นเลยค่ะ ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ อย่าหักโหมอ่านหนังสือจนป่วยนะ! คะแนนสอบสำคัญก็จริง แต่ร่างกายและสุขภาพจิตของเราก็สำคัญนะคะ! ทนเรียนออนไลน์มาได้ถึงตอนนี้ เราเก่งกันมาก ๆ แล้วค่ะ :D

    (อา แต่ฉันไม่ได้หมายความว่าคนที่ตัดสินใจดรอปหรือลาออกไม่เก่งนะคะ การที่เราตัดสินใจหยุดอะไรกลางคันมันก็ใช้ความกล้าอย่างมากเหมือนกันค่ะ หากเปลี่ยนเส้นทางชีวิตกันไป ก็ขอให้เส้นทางนั้นสุกสว่างสดใสเหมือนพระอาทิตย์ในประเทศตั้งเหนือเส้นศูนย์สูตรขึ้นมานิดเดียวอย่างประเทศไทยนะคะ)


    ขอให้เป็นวันที่ดีของทุกคนค่ะ

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in