CONTENTลิปดา.
- Revolutionary Girl Utena : การปฏิวัติของเด็กสาว.
  • หลังจากที่อ่านฉบับมังงะ ค่อนข้างใช้เวลาตกตะกอนหลายวันกับเรื่องนี้ ไม่แค่เนื้อเรื่องที่สนุกแต่ยังเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ที่ต้องตีความ ก่อนจะค้นพบว่าเป็นมังงะผู้หญิงที่ลึกซึ้งและล้ำสมัยเรื่องหนึ่ง ถ้าเปรียบกับยุคนั้น


    เริ่มต้นด้วยตัวละครอย่าง"อูเทน่า"ที่เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของผู้หญิงที่แหกขนบ เธอรักในการเล่นกีฬาและไม่ชอบใส่กระโปรง ต่างจาก"แองจี้"เจ้าสาวกุหลาบผู้ไม่เคยมีความคิดเป็นของตัวเอง เป็นเพียงทาสที่ทำตามคำสั่งของ"เจ้าชาย"อย่างว่าง่าย


    ในการประลองเพื่อแยกชิง"พลังปฏิวัติโลก"นั้น หากใครชนะการประลองก็จะได้รับเธอไปเป็น"คู่หมั่น" ไม่ต่างอะไรกับคติผู้ชายสมัยเก่าที่มองว่าหญิงสาวเป็นเพียงแค่ของรางวัลของผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเท่านั้น เหมือนกับการประลองที่เจ้าชายที่แข็งแกร่งที่สุดจึงจะคู่ควรกับเจ้าหญิง โดยเจ้าหญิงเหล่านั้นไม่มีสิทธิแม้แต่จะเลือก"เจ้าชาย"ของ"ตัวเอง"
    การเป็นเจ้าสาวกุหลาบก็เป็นเปรียบได้กับการแต่งงานของผู้หญิงที่ไม่มีสิทธิเลือก และต้องทำตามคำสั่งของ"เจ้าชาย"(เปรียบได้เหมือนสามี)ของตนอย่างไม่อาจขัดขืน ไม่มีสิทธิแม้แต่จะแสดงความคิดเห็นใดหรือแม้แต่สิ่งที่ตนปรารถนาอย่างแท้จริงได้ โดยไม่แม้แต่จะตั้งคำถามด้วยซ้ำ

    ซึ่ง"ดาบดิออส"ที่ฝั่งอยู่ในตัวของแองจี้เปรียบเหมือนตราประทับหรือการตีตราของการเป็นเจ้าสาวกุหลาบ หรือก็คือการแบกรับหน้าที่อันแสนเจ็บปวดเอาไว้
    ในสังคมเองต่างก็มองว่า"การแต่งงาน"คือที่สุดของชีวิตหญิงสาวอยู่แล้ว ผู้หญิงหลายๆคนก็พร้อมที่จะเป็นแบบแองจี้(ผู้หญิงในแบบที่สังคมบอกว่าควรจะเป็น)



    ในขณะที่อูเทน่าต่างออกไป เธอไม่เชื่อในการเป็น"เจ้าหญิง"ที่ต้องคอยหลบอยู่ข้างหลังรอให้คนมาปกป้อง แต่กลับใฝ่ฝันที่จะเป็นอย่าง"เจ้าชาย"ที่กล้าหาญและสามารถปกป้องตัวเองและผู้อื่นได้ เพราะวัยเด็ก"ดิออส"เจ้าของ"พลังปฏิวัติโลก"ได้ช่วยเธอไว้และได้มอบ"แหวนตรากุหลาบ"ที่เป็นสิทธิของคนที่จะได้รับ"พลังปฏิวัติโลก" ทำให้เธอตามหาและใฝ่ฝันจะเป็นอย่างเขา

    ในตอนแรกเองอูเทน่าก็ไม่ต่างจากเด็กสาวทั่วไปที่ต้องการตามหา"เจ้าชาย"ของตัวเอง เหมือนที่ผู้หญิงมากมายใฝ่ฝันจะพบรักแท้แบบในนิยาย


    อูเทน่าเข้าร่วมการประลองแม้จะไม่รู้ว่าทั้งหมดถูกวางแผนมาแล้วโดย"วาระสุดท้ายของโลก(อากิโอะ)" ซึ่งอูเทน่าก็ตกหลุมรักเขาแม้จะรู้ว่าเขาเป็น"วาระสุดท้ายของโลก"ก็ตาม เปรียบกลับผู้หญิงหลายๆคนที่ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะเลวแค่ไหน เธอก็ยังรักเขาอยู่ สิ่งนั้นเป็นทำให้อูเทน่าหลงทางและสูญเสียความภูมิภาคใจของตัวเองไป(การยอมอยู่ภายใต้อำนาจของผู้ชายเลว)

    อากิโอะหลอกให้อูเทน่าเข้า"พิธีหมั่น" เพื่อที่จะขโมย"พลังปฏิวัติโลก"มาเป็นของตัวเองและตีตราอูเทน่าในฐานะเจ้าสาวกุหลาบคนใหม่แทนแองจี้ เปรียบได้กับชีวิตของหญิงสาวที่พลังมาพอจะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆได้แต่สุดท้ายก็ถูกหน้าที่ทางสังคม(การเป็นภรรยา)แยกชิงไปและตีตราเธอในฐานะเจ้าสาวแบบที่สังคมต้องการ(การเป็นแม่บ้าน,ดูแลสามี)

    แองจี้เองยังคงเป็นนกในกรงที่ทำตามคำสั่งของอากิโอะ(ผู้ชายที่เธอรัก)อย่างไร้ข้อกังขาเช่นเดิม แม้จะต้องหักหลังอูเทน่าก็ตาม


    ตอนท้ายมีการเฉลยว่าแองจี้เป็นคนผนึกร่างของดิออสเข้ากับปราสาทและปักดาบดิออสไว้ในอกของตัวเอง เป็นเหตุให้เธอต้องกลายเป็นเจ้าหญิงกุหลาบ เปรียบเหมือนกับหญิงสาวเวลารักใครสักคนสุดหัวใจจนยอมแลกทุกอย่างเพื่อเขา แม้จะทำให้ตัวเองต้องเจ็บปวดก็ตาม

    แต่เพราะอูเทน่าพยายามเรียกสติของเธอและต้องการรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเธอ แองจี้บอกว่า"เพิ่งจะเคยมีคนพูดกับฉันอย่างนี้เป็นครั้งแรก"แสดงให้เห็นว่าเธอไม่เคยแม้แต่จะถามตัวเองเลยว่าตัวเองต้องการอะไร

    อูเทน่าที่พยายามช่วยแองจี้มาตลอดแต่สุดท้ายก็ทุกหักหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ต่างอะไรกับเวลาที่เราเห็นคนติดอยู่ในภวังค์รัก เรามองเห็นความเจ็บปวดของเขา แม้จะพยายามช่วยเหลือหรือเตือนสติ แต่เจ้าตัวกลับไม่อยากรับความช่วยเหลือนั้น และจบลงที่เราเป็นฝ่ายเจ็บปวดเสียเอง

    ท้ายที่สุดอูเทน่าประกาศท้าสู้กับอากิโอะเพื่อช่วยแองจี้ เป็นการกบฏต่อหน้าที่เจ้าสาวกุหลาบ(ท้าทายอำนาจสามี) แองจี้ที่มองเห็นความพยายามนั้นได้สติและได้แสดงความต้องการของตัวเองเป็นครั้งแรก(การเข้าไปช่วยอูเทน่าและบอกให้เธอหยุดสู้ ทั้งที่มันไม่ใช่หน้าที่ของเจ้าสาวกุหลาบเลยแม้แต่น้อย)


    อูเทน่าที่เห็นเช่นนั้นได้บอกกับแองจี้ว่าเธอได้ทำหน้าที่"เจ้าชาย"สำเร็จแล้ว(การช่วยเหลือเจ้าหญิง) นั่นคือการทำให้แองจี้หลุดพ้นจากการเป็นเจ้าสาวกุหลาบ(ผู้หญิงที่เอาแต่ทำตามคำสั่ง)

    สุดท้ายอูเทน่าได้กลายเป็น"ดิออส(เจ้าชาย)"และผนึก"วาระสุดท้ายของโลก(อากิโอะ)"ได้สำเร็จ การเป็นดิออสของอูเทน่าแสดงให้เห็นว่าเธอได้เป็นเจ้าของ"พลังปฏิวัติโลก"(การปฏิวัติตัวตนของผู้หญิงในแบบที่ควรจะเป็น)

    ก่อนที่อูเทน่าจะสลายไปพร้อมกับ"วาระสุดท้ายของโลก" เธอได้มอบ"แหวนตรากุหลาบ"ให้กับแองจี้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการส่งต่อ"พลังปฏิวัติโลก" ให้กับแองจี้

    ในตอนจบแองจี้ที่ได้รับ"แหวนตรากุหลาบ"ก็ได้เปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่ กลายเป็นคนที่กล้าหาญและมีความคิดเป็นของตัวเอง

    "พลังปฏิวัติโลก"นั้นจึงเปรียบเหมือนการปฏิวัติตัวตนของหญิงสาวที่กล้าหาญพอจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง หากพวกเธอทำสำเร็จ โลกจะได้รับการปฏิวัติอย่างแน่นอน.

    - lipda , Rujapa Promvisat
    28.12.2018
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in