BLACK BOX is in the big box.pan.
Black Box no.2: วันหยุดที่ติดอยู่ในห้องกับการดูปรมาจารย์ฯผ่านตาจี๋
  • ***ต่อไปนี้จะเป็นการเขียนบรรยายความรู้สึกจากคนที่เพิ่งมารู้จักเรื่องนี้จริงๆจังๆเพราะซีรี่ย์และความจำเรื่องชื่อและสถานที่อยู่ในระดับขั้นฟองน้ำ เนื้อหาหลายๆอย่างอาจจะไม่ตรงเด้อ***

    ''คนไม่รักษาสัจจะ ไม่มีสิทธิ์เป็นศิษย์ของตระกูลหลานแห่งกูซู''

    งั้นก็จี๋คนหนึ่งล่ะที่เป็นศิษย์ในกูซูหลานไม่ได้เพราะว่าช่วงที่เรื่องนี้ออนแอร์แรกๆบอกกับเพื่อนว่ารอมันครบก่อนค่อยไปดูนะ สรุปตอนช่วงหยุดยาวเดือนที่แล้ว ด้วยความที่อกหักอย่างแรงจากน้องจอยเลยหาอะไรดู และมันคือจุดเริ่มต้นของการติดซีรี่ย์เรื่องนี สมัครvipของ wetv และเวลาส่วนตัวที่ไม่มีใครติดต่อได้เลยทุกจ.-พ. 

    เฉินฉิงลิ่งเป็นเรื่องที่ดัดแปลงมาจากนิยายจีนกำลังภายในแนวชายรักชาย เนื่อเรื่องแนะนำให้ไปหาอ่านกันเองเพราะเราจำรายละเอียดไม่ค่อยแม่นเหมือนกัน ก่อนหน้านี้เราพอรู้กระแสมาบ้าง เคยลองไปอ่านตัวมังงะด้วยซ้ำ แต่ด้วยตอนนั้นไม่เข้าใจเส้นเรื่องเราเลยไม่อินกับมันเท่าไหร่
    พอมาเป็นรูปแบบนี้ทำให้เราค่อนข้างเข้าถึงพอสมควร ส่วนตัวเราชอบการออกแบบฉาก เครื่องแต่งกาย องค์ประกอบต่างๆของเรื่องนี้มาก มันทำให้เห็นอย่างชัดเจนเลยเวลาตัดฉากไปตระกูลใดตระกูลหนึ่ง แค่เห็นดาบก็เดาออกแล้ว คงเพราะตัวเรื่องเอาสีและลักษณ์ที่เด่นๆของแต่ละตระกูลมาใช้ในการออกแบบด้วย ที่ชอบที่สุดคงจะเป็น เฉินฉิง ของเว่ยอิง เวลาเว่ยอิงเข้าฉากกับเฉินฉิงแล้วรู้สึกทรงอำนาจขึ้นอีกขั้น จ้านเกอบอกว่ามันโปร่งแสงด้วย ตอนเวลาไปส่องกับแสงน่าจะสวยน่าดู อีกอันนี้คือ ขวดเหล้าเทียนจื่อเซี่ยว ตอนแรกคือไม่สังเกตด้วยซ้ำว่าที่ขวดมีลายเมฆสลักไว้รอบขวดด้วย แถมสวยอีกต่างหาก และสุดท้ายคือ หยกที่ประมุขเจียงให้เว่ยอิง ไม่ใช่ไรคือมันสวย มองกี่ทีก็สวย ยอมทีมอาร์ตไดแล้ว ออกแบบมาได้ดีจริงๆ ฝั่งคอสตูมก็ไม่น้อยหน้านะ ศิษย์พีี่ตอนใส่ชุดแต่งงานคือสวยมาก สวยจนแบบย้อนกลับไปดู ชุดของเว่ยอิงแต่ละช่วงชีวิตก็เหมือนกัน ไม่เหมือนกันสักช่วง ว้าวสุดก็ตอนไปออกมาจากล้วนกั่งจั่งแล้ว ชุดดำแดงมาดควีนมาก 

    ไม่ใช่แค่เรื่องอาร์ตนะ เรื่องบทก็ด้วย ความที่เรื่องนี้เป็นชายรักชายมาก่อน เรื่องนี้ต้องปรับบทกันเยอะมาก มีการใส่บทบาทของตัวละครหญิงเพิ่มขึ้น ซึ่งดูแล้วมันไม่ขัดตาแถมยังลื่นไหลไปอีกต่างหาก จนแบบว่าถ้าไม่เคยรู้ว่าเรื่องเป็นแนววาย อาจจะเข้าใจด้วยซ้ำว่าเว่ยอิงชอบศิษย์พี่ การใส่สัญลักษณ์บางอย่างของเรื่องก็โผล่มาได้ดีให้เหล่าชิปเปอร์ได้ชื่นใจ บางอย่างซ่อนมาจนแบบสุดจริงแบบมีบทคิดได้ไงทุกอาทิตย์ชอบที่ได้เห็นสายตาของพี่วั่่งมองน้องอิง ฉากที่น้องอิงเขี่ยมือหรือสัญลักษณ์ที่ซ่อนอยู่  แต่ที่ขัดอย่างคือเรื่องบท ด้วยความตัวเองเป็นเซียนมีพลังมากกว่าคนธรรมดา ทำไมถึงเชื่อคนง่ายกันจังถึงขนสดเปลี่ยนเป้าหมายได้เพียงไม่กี่วิ ที่เห็นได้ชัดเลยคือประมุขเหมา หูเบา ขี้ฉอดจนรำคาญ แถมยังหลายหัวอีกต่างหาก ขี้ประจบไปด้วยเลย ประมุขโอวหยางก็คน (แต่ตระกูลนี้ลูกชายหล่อให้อภัย)  แต่ที่ขัดใจมากกว่าคือการจัดฉากและตัดต่อ บางฉากเหมือนมาลอยๆ การกระทำของตัวละครก็ลอยๆบ้างหรือไม่สมเหตุสมผลบ้าง เช่นจู่ๆพี่ซีเฉินก็เป่าขลุ่ยขึ้นมา อิหยังวะ กันทั้งทวิตภพ วิธีฉอดแบบใหม่จากกูซูหลานรึ หรือตอนฉากที่ศิษย์วิ่งมาหาเว่ยอิงอะ คือระยะทางมันไม่ได้ไกลจนมองไม่เห็นอะ แต่กว่าพวกแกจะหากันเจอแล้วพวกแกมีพลังกันไม่ใช่หรอ แค่ดาบทำไมปัดกันไม่ได้ แส้มีไว้ทำอะไร ดาบมีไว้ทำอะไร แต่ก็ด้วยความที่หลายๆฉากมันไม่สามารถมาเล่าได้หรือบางฉากที่มันจำเป็นต้องเกิดเป็นสาเหตุ ผลที่ได้เลยออกมาเป็นแบบนี้ 

    ฉากที่เราประทับใจมากมีอยู่ 3 ฉาก ฉากแรกคือศึกสุดท้ายที่ปู้เย่เทียน สีหน้าและคำพูดที่ตัดพ้อทุกคนของเว่ยอิงตอนนั้นมันแทงใจเรามากจริงๆ เพียงแค่ต้องการหาแพะก็โยนทุกอย่างใส่คนที่ไม่เข้าพวก แล้วใส่ไฟให้เขาสารพัด เขาพูดขาวตัวเองก็กลับให้กลายเป็นดำ เหมือนทุกอย่างโทษเขาไปหมด แม้แต่คนที่บอกว่าจะเชื่ออย่างหลานจ้านยังคิดเลยว่าหุ่นเชิดที่นั่นเป็นเพราะตัวเว่ยอิง จนตอนนั้นเว่ยอิงก็ยังคิดว่าตัวเองทำ ประเด็นนี้ล่ะทำให้เราในฐานะคนดูเจ็บปวดที่สุด ไม่มีอะไรน่าเจ็บใจเท่ากับการไม่เชื่อในตัวเอง เพราะที่ผ่านมาเว่ยอิงเป็นคนที่เชื่อในตัวเองสูงมาก สูงจนบางทีเรากลัวเวลาเขาล้มและพอถึงตอนที่เขาล้มมันน่ากลัวจริงๆ เว่ยอิงในเวอร์ชั่นอื่นเราไม่รู้หรอกว่าจากไปยังไง แต่ในเวอร์ชั่นเลือกวิธีจากไปด้วยการกระโดดผาฆ่าตัวตาย มันบอกแล้วจริงๆที่เขาเลือกมาที่นี่เขาตั้งใจมาตายตั้งแต่แรกแล้ว เขาคิดเรื่องนี้มาดีแล้ว มันเลยกลายเป็นความรู้สึกแย่มากๆที่สิ่งรอบข้างทำให้เขาคิดเรื่องแบบนี้  
    ต่อมาคือเมืองอี้ ที่ชอบเพราะประเด็นของเซวี่ยหยางตอนที่จะปลุกเสี่ยวซิงเฉิน ด้วยความที่น้องหยางไม่รู้วิธีรักษาของรักอะ ตอนแรกที่ซิงเฉินตายน้องยังหัวเราะอยู่เลย แต่พอตอนที่ซิงเฉินไม่ฟื้นมาแล้วน้องร้องไห้กอดซิงเฉินใหญ่ อนิจจา แล้วยิ่งฉากที่ใส่เข้ามาตอนที่ซิงเฉินเอาลูกอมมาให้วันละเม็ดสองเม็ด คือ ความสัมพันธ์มันน่าจะดีกว่านี้ถ้าน้องหยางรู้จักความรักสักครั้งก่อนหน้านี้ไม่ได้มารู้จักแบบนี้หรือตอนนี้ แล้วที่เจ็บมากแทนซิงเฉินคือการโดนคนที่ไว้ใจหลอกให้ฆ่าคนบริสุทธิ์ โดนหลอกให้ฆ่าแม้กระทั่งเพื่อนสนิทตัวเอง ไหนจะซ่งหลานที่ตามหาซิงเฉินมาตั้งนานแล้วโดนเขาแทง คำพูดอะไรก็ส่งไปไม่ถึง ความสัมพันธ์ของทั้งเซวี่ยหยาง เสี่ยวซิงเฉินและซ่งหลาน มันเหมาะกับคำว่าโศกนาฎกรรมจริงๆ
    (จี๋รักคนสวย จี๋รักเสี่ยวซิงเฉิน น้องจี้หยางคือยิ้มสวยมาก ตอนปิดตาคือฉันเป็นคนบาปเลยจ้า) 
    และฉากสุดท้ายคือฉากที่เรือนของหลานจ้านที่กูซู ชอบสัญลักษณ์ที่ซ่อนอยู่ในนั้นตั้งแต่ที่มีนกระยาง(หรือกระเรียนนะ?)ช่วงที่หลานจ้านโดนลงโทษกับฉากที่หลานจ้านบอกพี่ซีเฉินว่า อยากจะเอาคนๆหนึ่งไปไว้ที่กูซูแล้วซ่อนเขาไว้แล้ว พอมาตอนที่เว่ยอิงโดนเอากลับมาแล้วพี่ซีเฉินเล่าเรื่องเรือนให้ฟัง(มันเป็นเรือนที่พ่อหลานจ้านให้แม่หลานจ้านมาอยู่อะ เป็นเรือนที่เขาเอาแม่หลานจ้านมาซ่อนไว้ จริงๆมีรายละเอียดอีกมาก แนะนำให้ลองหาอ่านดู )มันคือการแสดงความรักทั้งหมดตลอดมาจริงๆอะ มันไม่เคยมีคำว่ารักแต่การกระทำของเขามันแสดงออกมาเอง 

    เมื่อพูดถึงน้องจี้หยาง นักแสดงที่แสดงเป็นเสี่ยงซิงเฉินไป มีที่ชอบมากกว่าน้องจี้หยางจะมีนักแสดงอยู่ 2 คนที่เราชอบมาก คือ อวี๋ปิน หรือ ปินเกอเกอ บุคคลที่จี๋พยายามขายให้เพื่อนๆ กับ พี่จ้านจิ่ง พ่อแก้มบุ๋ม 
    ปินเกอในเรื่องแสดงเป็น เวินหนิง น้องขุนพลผีีที่เดินตามถนนก็โดนเด็กรังแกได้ ส่วนตัวเราเอ็นดูตัวละครตัวนี้มากเลยนะ น้องหนิงเป็นประเภทที่ไม่สนใจคนรอบข้าง อันนี้ที่น้องว่าถูกน้องไปเลย คนไหนมีบุญคุณกับน้องทุ่มเต็มที่ แต่อันไหนน้องผิด น้องก็สำนึกไปชั่วชีวิตเหมือนกัน อย่างเรื่องจื่อเซวี่ยนน้องยังรู้สึกผิดเสมอมา เจอหน้าจินหลิง(หลานป้าาา)ที่ไหนทำหน้าหงอยทุกที ทุกๆครั้งน้องใช้ตัวเองปกป้องใครแบบสุดตัว ยิ่งเพื่อคะแนนความน่าเอ็นดูไปใหญ่ (ตอนที่ถือป้าเซี่ย ปินเกอเท่มากเลยค่ะ )
    พี่จ้านจิ่ง แสดงเป็นเมิ่งเหยาหรือจินกวงเหยา รู้สึกถูกชะตาตั้งแต่แรกด้วยลักยิ้มที่น่าจิ้มและยิ้มหวานๆของพี่ จนกระทั้งหลายๆอย่างที่รู้สึกว่าพี่เหยาฉลาดมาก และร้ายมากเช่นเดียวกัน คนแบบนี้เป็นคนที่อันตรายมากจริงๆนะ ฉลาดพูด ฉลาดคิด ฉลาดเข้าหาคน ฉลาดยืมมือคน หลายๆครั้งที่พี่เหยาพูดอะไรไม่ใช่แค่ตัวละครในเรื่องหรอก เราก็ยังคิดและเชื่อตามเลยบางที เพราะมันเป็นเรื่องที่เราก็คิดเหมือนกันตอนดู ส่วนตัวเราว่าชีวิตตัวละครตัวนี้พังเพราะพ่อเลยนะ เรื่องทุกอย่างก็เพราะพ่อ เริ่มวางแผนทำลายทุกอย่างก็เพราะพ่อ ถ้าประมุขจินยังฉลาดอยู่จะรู้ว่าคนแบบนี้เลี้ยงไปมีแต่ดี เอาใจเขาชีวิตจะสบาย แต่ก็นะคนมันอยู่จุดนั้นแล้วไม่เห็นหัวคนอื่นหรอก เมิ่งเหยาเป็นตัวละครที่น่าสงสารในสายตาเรานะแต่ด้วยการกระทำของพี่เหยาเอง แถมมาเจอคนที่ฉลาดกว่า แนบเนียนกว่าเลยต้องแพ้ไป 
    (นี่จะร้องไห้แล้วฉากสุดท้ายก่อนตายที่พี่เหยาตัดพ้อใส่พี่ซีเฉินอะ แบบจริงๆพี่เหยาแทบจะเทิดทูนพี่ซีเฉิน ยกไว้สูงพอๆกับความไว้ใจของพี่ซีเฉินที่มีให้พี่เหยาด้วยซ้ำอะ รักเขามากถึงขนาดสุดท้ายที่จะเอาเขาไปด้วย ยังตัดสินใจผลักเขาออกเลย) 
    จริงๆมีนักแสดงที่รู้สึกเอ็นดูอีกกลุ่มนะคือกลุ่มEDM ตลกตอนที่ฝานซิง(ซือจุย) ชีเผยชิน(จินหลิง) คุณชายโอวหยาง(จื่อเจิน)แล้วก็พี่กัวเฉิง(จิ่งอี๋) (จี๋จะแจ้ง คนนี้เราตามเขาในไอจีมากตั้งนานแล้ว นึกว่าเด็กกว่า ที่ไหนได้เกิด 95 ฮือพ่อหลัวเด็กถาปัตย์เอ๊ย) ถ่ายคลิปเซิงกันในรถ ผ้าคาดหัวตระกูลหลานยังคาหัวอยู่เลยคุณ ชอบพลังจากการฉอดของจินหลิง จิ่งอี๋แล้วก็คุณชายโอวหยางมาก ไหนจะความขออภัยที่ข้าเสียมารยาทของน้องซือจุยอีก แก็งศีลเสมอกันสุด 

    สุดท้ายนี้วันนี้เป็นตอนจบของปรมาจารย์ลัทธิมาร ยอมรับว่าเป็นช่วงที่สนุกมากจริงๆ ชอบเวลาก่อนที่เราจะทวิตอะไรไป เราจะมาคุยกับตัวเองก่อนลง มันก็น่าสนุกไปอีกเหมือนกัน(อันนี้เหมาะสำหรับคนคุยกับตัวเองเป็นประจำนะ ถ้าไม่เคยมันจะรู้สึกแปลกๆไหม) สารภาพว่าตกใจมากจริงๆตอนที่รู้ว่าใครเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังการกลับมาของเว่ยอิง คนที่น่ากลัวที่สุดคือคนที่ไม่รู้อะไรจริงๆ แต่ตั้งแต่รู้ว่าใครเป็นคนร้ายกลายเป็นชอบตัวละคนตัวนี้ขึ้นมาเลย มันสนุกกับการจับผิดคนๆนี้มาก ฉากสุดท้ายเราชอบเลยนะ ตอนแรกนึกว่าจะปิดด้วยเป็นฮูหยินของเซียนตู แต่สรุปคือแยกกันไปตามทางของตัวเอง ตรงคนเซปที่ทางกองตั้งเอาไว้ มิตรภาพวัยรุ่นอะแก(มิตรภาพมากจ้า มิตรภาพสุดๆ) แยกกันออกเดินทางสักวันก็ได้เจอกันใหม่ มีเรื่องให้ได้คุยกันมากขึ้นทุกๆครั้งที่เจอกันน่าสนุกจะตาย 

    ป.ล.เห็นว่าจะเดินเส้นเรื่องของเวินหนิงกับซือจุยต่อ จี๋คงได้เห็นปินเกอไปอีกนาน แต่ถามว่าอยากดูภาคสองของเส้นเรื่องวั่งเซียนต่อไป คำถามคือไม่นะ รู้สึกแบบนี้มันดีอยู่แล้วอะ แต่ถ้ามีประเด็นใหม่มาให้เสพก็น่าสนเหมือนกัน
    ป.ล.2 ระหว่างนั่งเรียบเรียงใหม่ ไปดฺูBTSของทางทีมโปรดิวเซอร์มา เห็นว่าจริงๆเรื่องนี้ตั้งใจจะเป็นแนว coming of age จริงๆมันก็ใช่นะ มันไม่ได้เห็นเป็นรูปธรรมชัดขนาดนั้นเพราะทุกอย่างมันปุ๊บปั๊บหรืออาจจะเพราะเราไม่ได้สังเกตเอง แต่พอนึกย้อนกลับไปแล้ว มันเห็นพัฒนาการและการออกจากกรอบความคิดของตัวเองในตัวละครจริงๆ
    ป.ล.3 ไม่รู้จะเอาอันนี้ใส่ไปตรงไหนดี เราชอบวิธีการใช้สายตาของอี้ป๋อมากเลยนะ หลานจ้านเป็นตัวละครที่ไม่ค่อยพูดก็จริง การกระทำก็ไม่ค่อยแสดง แต่สายตาของหลานจ้าน(โดยเฉพาะเวลาเกิดอะไรกับเว่ยอิง)มันสื่อออกมาชัดเจน อันนี้นับถืออี้ป๋อเลยจริงๆ 
    ป.ล.4 #ไจ้เจี้ยนปรมาจารย์ลัทธิมาร เด้อ ขอบคุณตลอดที่ผ่านมาจริงๆ เย็นวันจันทร์-พุธไม่เหงาอีกเลยตั้งแต่ได้ดู ไม่ได้ติดเรื่องอะไรนานๆแบบนี้มาตั้งนานแล้ว 

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in