MADNESSNo.26
บางที
  • Pairing: ติณห์(KDN)×ภานุ(OSW)
    Published: Feb, 2019
    Warning: ตัวละครมีแนวคิดและมุมมองที่แตกต่าง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

            .
            .




            มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจ





            เขายังจำความอัศจรรย์หลังจากเหนี่ยวไกได้ดี ลูกกระสุนพุ่งตรงออกจากปากกระบอกอย่างรวดเร็ว และรุนแรงเพื่อพรากชีวิต


            เสียงปืนดังขึ้น


            ก่อนที่ร่างของเหยื่อกระสุนจะล้มลง ใบหน้าบิดเบี้ยว ยามลูกกระสุนถูกฝังเข้าไปในเนื้อเยื่อ หยดน้ำสีชาดค่อยๆซึมออกจากบาดแผล






            หวาดกลัว






            ตื่นตระหนก






            เขารีบสาวเท้าเข้าใกล้อย่างว่องไว เสียงหอบหายใจและท่าทางกระเสือกกระสนเพื่อเอาชีวิตรอดนั่น ยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญานดิบในตัวเขา


            นัดที่สอง นัดที่สาม นัดที่สี่






            ก้อนเนื้อในอกสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เลือดในกายสูบฉีดจนร้อนรุ่ม ยามดวงตาจับจ้องไปที่ร่างนิ่งบนพื้นเย็น ของเหลวหนืดข้นส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งน่าสะอิดสะเอือน ความรู้สึกหลากหลายประเดประดังเข้ามาภายในใจ แต่ความรู้สึกบางอย่างกลับเด่นชัด

            เหมือนช่องว่างภายในใจได้รับการเติมเต็ม 






            มันช่าง..






            น่าหลงใหล..






            ความลุ่มหลงน่ารังเกียจกำลังเอ่อล้น ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นความสุขน่าขยะแขยงที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้ ความวิปลาสภายในใจกำลังกู่ก้อง เขากำลังมีความสุขไม่ต่างจากเด็กน้อยที่ได้รับของขวัญในเช้าวันคริสต์มาส เขาสูดหายใจลึกหวังประโลมพายุอารมณ์ให้สงบลง เขาไม่ควรรู้สึกพึงพอใจในสถานการณ์เช่นนี้ เขาพยายามข่มความรู้สึกอย่างยากลำบาก

            ฉับพลันคลื่นความสุขถูกตีตื้นขึ้นจนไม่อาจปิดกลั้น พัดพาศีลธรรมในใจให้เลือนหาย เขาทำให้เพียงน้อมรับความพ่ายแพ้ด้วยรอยยิ้ม










            "แล้วยังไงต่อครับ" ภานุ—อัยการหนุ่มเอ่ยถามคู่สนทนาด้วยใบหน้าเรียบเฉย "ก็ไม่ยังไงครับ" ติณห์—ตำรวจหนุ่มตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม ดวงตาคมยังคงจ้องไปที่คู่สนทนาอย่างไม่วางตา

            "เฮ้อ.. นี่คุณกำลังสารภาพกับผมว่า คุณเจตนาวิสามัญผู้ต้องหาเหรอครับ" ภานุเริ่มหงุดหงิด เขาพยายามปรับสีหน้าให้เรียบเฉยก่อนจะละมือจากสำนวนบนโต๊ะ แล้วหันไปถามอีกฝ่ายอย่างจริงจัง

            "ผมกระทำการตามหน้าที่" 

            ประโยคประจำตัวนายตำรวจที่ทำให้ภานุรู้สึกไม่พอใจถูกเอ่ยออกมาอีกครั้ง เขาได้แต่กรอกตาไปมาพลางพ่นลมหายใจแรง 

            แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถใช้กำลังจับกุมผู้ต้องหาได้เมื่อมีความจำเป็น แต่ดูเหมือนความจำเป็นของคนตรงหน้าจะมากมายเหลือเกิน สำนวนหลายเรื่องที่ญาติผู้ต้องหาฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้กระทำการเกินความจำเป็นคนนี้ตกอยู่ในความรับผิดชอบของภานุ ยิ่งเพิ่มปริมาณงานที่มีเยอะอยู่แล้วให้เยอะขึ้นไปอีก

            พอเรียกอีกฝ่ายมาสอบถามคำให้การ ติณห์ก็มักจะเล่าเหตุการณ์ด้วยน้ำเสียงเรียบ พร้อมจบด้วยประโยคว่า 'ผมกระทำการตามหน้าที่' 

            สถานการณ์คล้ายคลึงกันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนภานุอดหัวเสียกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีทีท่าจะลดนี้ไม่ได้ เขาอยากตอกกลับใส่หน้าอีกฝ่ายเหลือเกินว่า 'เอ่อรู้แล้วว่า กระทำการตามหน้าที่แต่มันกระทบคนอื่นเขาไง แล้วเดือนนี้วิสามัญไปกี่คนแล้ว ช่วยแหกตาดูด้วย' แต่เมื่ออยู่ร่วมกันในสังคม มนุษย์จำเป็นต้องรักษามารยาท โดยเฉพาะภานุที่กำลังสวมหน้ากากอัยการผู้สุภาพและสุขุม ทำให้ไม่สามารถแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกไปได้ 

            แต่ภานุคงแสดงออกทางสีหน้ามากเกินไป จนอีกฝ่ายส่งยิ้มบางมาให้ พร้อมเอ่ยอย่างนอบน้อมว่า 

            "ขอโทษที่ทำให้งานยุ่งมากขึ้นนะครับ"

            ดูดีเชียว.. แต่รอยยิ้มจอมปลอมกับคำพูดที่ไร้ความรู้สึกจะมีความหมายอะไร ถึงอย่างนั้นภานุก็ต้องยอมรับว่า การที่คนตรงหน้าไม่รู้สึกยินดียินร้ายใดๆนั่น เรียกความสนใจจากเขาได้ไม่น้อย






            ใช่ น่าสนใจ






            ความดำมืดในจิตใจมนุษย์ช่างน่ารังเกียจ แต่กลับมีแรงดึงดูดอย่างน่าประหลาด มันจะลึกสักแค่ไหนกันนะ คำถามที่ไม่มีคำตอบแวบเข้ามาในหัว จนภานุเผลอจ้องกายหยาบที่ห่อหุ้มจิตวิปลาสตรงหน้าด้วยความสงสัย






            พวกเขาจ้องใบหน้าเรียบเฉยของกันและกัน โดยปราศจากคำพูด มีเพียงความเงียบ และเสียงเข็มนาฬิกาที่เดินไปข้างหน้า






            "เอาเถอะครับ.. เดี๋ยวผมจัดการสำนวนต่อเอง คุณกลับไปเถอะ" ภานุกล่าว เขาละความสนใจจากติณห์ก่อนจะเปิดสำนวนปึกใหญ่อีกครั้ง

            แต่ติณห์ยังคงนิ่ง เขาชั่งใจครู่หนึ่ง






            "ถ้าคุณได้ลอง"



            "คุณอาจจะรู้สึกแบบผมก็ได้"



            "เวลาฆ่าใครสักคนน่ะ" 






            ติณห์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาแน่วแน่เสียจนน่ากลัว เป็นครั้งแรกที่ภานุได้เห็นปฏิกิริยาแบบนั้นจากนายตำรวจ ความรู้สึกภายในถูกเผยออกมาอย่างชัดเจน ก็น่าตื่นเต้นดี ภานุรู้สึกพึงพอใจ เขาฉีกยิ้มกว้างและนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ติณห์ได้เห็นปฏิกิริยาแบบนั้นจากภานุเช่นกัน






            "แต่ฆ่าแบบคุณดูไม่มีคลาสเอาซะเลย" 

            ช่างคำตอบรับที่ดึงความสนใจของติณห์ได้ดีเสียจริง ดวงตาวาวโรจน์ภายใต้กรอบแว่นชวนหลงใหลมากกว่าเดิม ก้อนเนื้อในอกของติณห์เริ่มบีบรัดแรงขึ้นจนเขารู้สึกได้ 



            "อีกอย่างผมยังหาวิธีฆ่าคนแบบไม่ทิ้งหลักฐานไม่ได้ ถ้าฆ่าแบบแรนด้อมมันคงไม่น่าจดจำเท่าไหร่ คุณว่ามั้ย อุตส่าห์ฆ่าคนทั้งที มันควรจะมีอะไรพิเศษสักหน่อย ไม่งั้นก็คงไม่ต่างกับการจับหมาแมวมาฆ่าเล่น" 

            ภานุพูดด้วยน้ำเสียงเย้าและท่าทางผ่อนคลายที่ไม่ได้เห็นบ่อยนัก สวนทางกับแววตาดุดันที่ทำให้ติณห์เชื่อว่าอีกฝ่ายสามารถทำอย่างที่พูดได้จริง



            "แต่ถ้าฆ่าแล้วต้องหนี มันคงไม่น่าอภิรมย์เท่าไหร่" ภานุมองไปที่ติณห์ 



             พวกเขาสบตากัน 



            "แล้วผมยังไม่มีคนที่ชอบมาก จนอยากจะฆ่าให้ตาย แล้วตายไปพร้อมกันซะด้วยสิ น่าเสียดายเนอะ" คำพูดและรอยยิ้มแสนร้ายกาจนั่นดูเข้ากับภานุมาก มากเกินไป ติณห์รู้สึกเหมือนตัวเองได้เห็นตัวตนเบื้องหลังหน้ากากของภานุครู่หนึ่ง ก่อนอีกฝ่ายจะส่งรอยยิ้มเครื่องหมายการค้าตามแบบอัยการหนุ่มแสนสุภาพมาให้เมื่อพูดจบ






            ความลุ่มหลงกำลังจู่โจมติณห์อีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้รู้สึกต่อต้าน ตรงกันข้ามเขากลับพาตัวเองไปติดกับดักอันตราย ความคิดยังวนเวียนอยู่กับคำพูดของภานุ 'ไอ้คำว่าชอบมากจนอยากฆ่าให้ตายนี่มันต้องมากขนาดไหน'


            ต้องชอบมากขนาดไหน

      
            ต้องหลงมากขนาดไหน


            ต้องอยากครอบครองมากขนาดไหน


            ต้องพิเศษมากขนาดไหน


            ถ้าได้ฆ่าคนที่ชอบมากจะรู้สึกยังไง
            ถ้าถูกคนที่ชอบมากฆ่าจะรู้สึกยังไง
            คำถามมากมายเกิดขึ้น
            ยิ่งเมื่อนึกถึงความรู้สึกยามที่ได้เห็นใบหน้าของเหยื่อคนแล้วคนเล่าหายใจอ่อนโรย หากเปลี่ยนเป็นใบหน้าของคนที่ชอบมากจะรู้สึกดีขนาดไหน


            ถ้าได้ตายด้วยกันคงจะพิเศษ


            จะเป็นฝ่ายฆ่าก่อน


            หรือจะถูกฆ่าก่อน


            ตื่นเต้น


            เร้าใจ


            ยิ่งคิดยิ่งอยากสัมผัสความรู้สึกแบบนั้น ถ้ามีคนที่ชอบมากขนาดนั้นคงจะดี






            ถ้ามี






            สักคน






            และเป็นอีกครั้งที่ติณห์น้อมรับความพ่ายแพ้ด้วยรอยยิ้ม ภานุสามารถเรียกความสนใจจากเขาได้อย่างร้ายกาจ






            บางทีเราอาจจะมีบางอย่างคล้ายกัน 






            บางทีอาจจะเป็นไปได้






            บางที






            บางทีผมอาจทำให้คุณรู้สึกชอบจนอยากฆ่าผมให้ตายก็ได้









            มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจ 







            แต่ก็..







            น่าหลงใหลเช่นกัน







            คุณคิดเหมือนกันมั้ย?



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in