รู้เยอะกว่าใครแน่! 'ออสการ์ฉบับล้วงลึก'พรมแดงยาวเท่าไหร่ ใครคือคนแรกที่รู้ผล อ่าน!

หนังเรื่องนี้ได้ชิงกี่สาขา ดาราคนนั้นได้ตุ๊กตากลับบ้านไปแล้วกี่ตัว ลีโอนาโด้วืดรางวัลกี่ครั้งแล้ว เรื่องแบบนี้ใคร ๆ เขาก็รู้กัน เอาไปเม้าให้เพื่อนฟังก็ไม่สนุกแล้ว วันนี้เราเลยเอาเรื่องออสการ์ ๆ ที่ไม่น่าจะมีคนรู้ (มั้ง) มาให้ดูกัน รับรองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ช้ำ เอาไปเล่าให้ใครฟังก็พีคแน่นอน :D


gq.com

พรม - จะมีซักกี่ครั้งที่พรมปูพื้นกลายเป็นสัญลักษณ์ได้ ! บอกว่าเดินพรมแดงก็รู้แล้วใช่มั้ยล่ะว่าคืองานออสการ์ มา มาดู 5 เรื่องพีคแบบพรม ๆ กัน


ibtimes.com

1.พรมแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของออสการ์เมื่อคิดพื้นที่จะกว้างถึง 1,532 ตารางเมตร โดยค่าใช้จ่ายในการเช่าและติดตั้งพรมคิดเป็นเงินบาทไทยอยู่ที่ประมาณ1ล้านกับอีก7หมื่นบาท (30,000 $)  

2.ในปีก่อน ๆ การปูพรมแดงใช้ปูไปตรง ๆ กับพื้นถนนเลย ส่วนที่เป็นหลุมไม่เรียบก็จะใช้ทรายไปอุดให้เรียบเสมอกัน แต่ในปีนี้ได้เขาก็พัฒนาโดยการปูลงบนแผ่นไม้ที่วางบนพื้นอีกทีเพื่อความสมูท เดินได้ไม่สะดุด สมูทจนจะสเก๊ตบอร์ดเข้ามาก็ยังได้!


3.เนื่องจากมีฝนตกในวันงานมาแล้วถึง 2 ปีซ้อน ปีก่อนๆ ก็มีใช้เต๊นท์พลาสติกร่วมกับเอาพลาสติกปูทับพรมไปเลย แต่ก็สื่อ ทีมงาน ช่างภาพต่างๆ ก็ยังเปียกเละเทะไปหมด (ดาราน่ะไม่ต้องห่วง ลิมูซีนส่งถึงหน้าประตูสวยๆ)  แถมน้ำก็ท่วมจนพรมเจ๊ง แถมเจ้าแผ่นพลาสติกก็ทำให้เสียงดังกรอบแกรบเข้าไมค์  ปีนี้จึงเตรียมการเรื่องเต๊นท์กันฝนชนิดที่ว่าฝนโปรยลงมาไม่มีได้โดนพรมแม้แต่หยดเดียวแน่นอน (แล้วจะมีปัญหาอบอ้าวจนเมคอัพไหลกันมั้ยล่ะเนี่ย)

4.เสาที่อยู่บนพรมทั้ง 2 ฝั่งจะมีชื่อภาพยนตร์ที่ได้รางวัล Best Picture (ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม) อยู่ ซึ่งปัจจุบันยังมีเสายังมีที่ว่างให้กับผู้ชนะได้จนถึงปี 2071 นู่นแน่ะ

5.การเดินบนพรม หากเป็นผู้เข้าชิงรางวัลจะถูกขอให้เดินชิดทางซ้ายเพื่อให้สัมภาษณ์กับสื่อได้ ส่วนคนอื่นๆ ก็เดินชิดขวาไปละกันนะเธอ (ทำไมดูแบ่งชนชั้น ฮือๆ)

6 เรื่องราวจากตุ๊กตาออสการ์-ไม่มีเจ้าหุ่นสีทองยืนเท่บนม้วนฟิล์มจะเรียกว่างานออสการ์ได้ยังไงกัน !


dailymail.co.uk


1.ดาราหลายคนชอบให้สัมภาษณ์ว่าตอนรับตุ๊กตาหนักกว่าที่คิด ซึ่งก็ไม่ได้พูดขำๆ หรอกนะ เพราะถ้าไปดูก็จะพบว่าน้ำหนักของตุ๊กตาอยู่ที่ประมาณ 3.85 กิโลกรัม (นึกดูว่าถือด้วยมือเดียวก็เอาการอยู่ หมาชิวาว่าตัวนึงเลยนะเธอ)

2.แม่พิมพ์ในการทำตุ๊กตาออสการ์มีเพียง 1 อันเท่านั้น  ถึงแม้ว่าในแต่ละปีจะต้องผลิตตุ๊กตาออสการ์อย่างน้อยๆ  50 ตัวก็ตาม  

3.ตุ๊กตาที่เราเห็นสีทองๆ นั่นคือการชุบทองขั้นตอนสุดท้าย แต่ก่อนหน้านั้นต้องผ่านการชุบทองแดง นิกเกิลและเงินก่อนด้วย  ทำให้มูลค่าของตุ๊กตาอยู่ที่ประมาณ 32,000 บาท (900 $) ส่วนระยะเวลาการผลิตตั้งแต่เริ่มจนจบต่อหนึ่งตัวใช้เวลาถึง 10 วันเชียวล่ะ  

4.ถึงตอนนี้ก็อย่าพึ่งคิดว่า อ้าวแบบนี้คนที่ทำป้ายให้ตุ๊กตาแต่ละตัวก็รู้ผลก่อนน่ะสิ  ไม่ใช่นะจ๊ะ เวลารับรางวัลก็เอาตัวไปก่อน ป้ายตามไปที่หลังเพื่อกันผลหลุดนั่นเอง 

5.ตุ๊กตาออสการ์ 55 ตัวเคยถูกขโมยในระหว่างขั้นตอนการขนส่ง เมื่อปี 2000  ซึ่งเวลาถัดมาไม่นานก็มีคนไปเจอตุ๊กตา 53 ตัวในกองขยะ ซึ่งพอส่งคืนก็ได้รางวัลเป็นเงิน 50,000 $ และตั๋วเข้างานออสการ์ในปีนั้น 2 ใบ ( เริ่ดเฟ่ออ)  ส่วนคนขโมยก็จับได้ไม่ลอยนวลนะจ๊ะ แถมต้องไปนอนคุกตามระเบียบ  ส่วนอีก 3 ปีต่อมาก็เจอเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ตัว ส่วนอีก 2 ตัวยังสาบสูญจนปัจจุบัน   

6.ลองนึกภาพว่าได้ตุ๊กตาทองติดไม้ติดมือมาบ้านคงจะดีใจจนแทบจะตั้งโชว​์หน้าบ้าน แต่ดาราหลายคนกลับเอาไปไว้ในที่แปลกๆ  เช่น รัสเซล โครว์ ได้เคยให้สัมภาษณ์ว่าเก็บเจ้าตุ๊กตาทองไว้ในเล้าไก่  ครูเฟลชเชอร์อย่าง เจเค ซิมมอนส์ ก็บอกว่าได้เก็บรางวัลไว้ในตู้ในห้องน้ำ (ทำเป็นลูกเหม็นไปได้ !)   หรือจะเป็นนาตาลี พอร์ตแมนที่บอกว่า โอ๊ย จำไม่ได้แล้วอะ ว่าเก็บไว้ที่ไหน (โถ ออสการ์คลุง)

7 เรื่องมหัศจรรย์ของทีมงาน - ไม่มีพวกเขา งานก็ไม่ออกมาเริ่ดได้ขนาดนี้หรอกนะ!



กระเป๋าใส่ผลรางวัล เห็นดูเป็นกระเป๋าธรรมดาๆ แต่มีตำรวจคุ้มกันนะจ๊ะ

time.com

1.ทีมงานของออสการ์มีประมาณ 100 คน  ซึ่งทั้งหมดในวันประกาศออสการ์ถึงแม้ว่าจะดูไม่ได้แว้บไปอยู่ในกล้องแน่ๆ แต่ก็ต้องใส่ทักซิโด้ให้เนี้ยบนะจ๊ะ 

2.สำหรับผู้เข้าชิงสาขาการแสดงทุกคน จะมีช่างภาพจากทีมของออสการ์คอยถ่ายภาพชนิดที่ว่า 1 - 1 เลยทีเดียว ส่วนสาขาอื่นๆ ที่ความเด่นอาจจะน้อยลงมา ทีมงานจะพยายามจัดที่นั่งให้อยู่ใกล้ๆ กันเพื่อให้ช่างภาพแค่คนสองคนก็เก็บภาพได้ครบถ้วนทุกผู้เข้าชิงนั่นเอง 

3.ทุกวันนี้ผลการโหวตรางวัลยังเป็นการนับด้วยมือล้วนๆ อยู่นะ ไม่มีคอมพิวเตอร์มาช่วยแต่อย่างใด คนนับคะแนนก็มีแค่ 6 คน และต้องนับซ้ำกันการผิดพลาดหลายครั้ง ดังนั้นต้องใช้เวลาในการนับเป็นเดือนเลยแหละ

4.ทั้ง 6 คนนี้ไม่มีใครได้นับผลการโหวตทั้งหมดของแต่ละสาขา เพื่อเป็นการเก็บความลับ อย่างไรก็ตาม มีทีมงานอีก 2 คนที่เป็นคนรวบรวมคะแนน ซึ่ง 2 คนนี้แหละเป็นคนที่รู้ผลก่อนใครบนโลกประมาณ 2 วัน  

5.อีกหนึ่งอาชีพที่น่าอิจฉาคือ seat - filler เนื่องจากดาราก็ต้องมีเดินไปเดินมาบ้าง ไม่ได้นั่งอยู่ที่นั่งตลอดเวลา ซึ่งภาพเก้าอี้ว่างๆ ก็คงจะดูไม่สวยใช่ม๊า  ดังนั้นเพื่อให้งานถ่ายเมื่อไรก็สวย จึงต้องมีคนแต่งตัวเริ่ดๆ เสมือนว่าเป็นดาราเลยแหละ คอยเสียบเวลาที่เก้าอี้ว่าง รอจนกว่าดาราคนนั้นจะกลับมานั่ง ซึ่งบางทีก็ได้ออกกล้องเนียนๆ ไปเลยแหละ 

6.แต่ความเศร้าของ seat - filler คือถูกสั่งมาเลยว่าห้ามดี๊ด๊าเสียจริต ห้ามไปคุยกับใครทั้งนั้น ยกเว้นแต่ว่าเขาจะหันมาคุยด้วยก่อน  แถมไม่ใช่ว่าสมัครเข้าไปได้ไก่กา จะเป็นได้ต้องทำงานกับ PricewaterhouseCoopers บริษัทที่นับผลโหวตออสการ์ หรือไม่ก็ต้องรู้จักกับทีมงานของออสการ์เท่านั้น (รีบตีซี้ไว้เลย!)

7.ทีมงานมีการซ้อมเผื่อมีการประกาศผิดพลาดด้วยล่ะ ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น  จะมีทีมงานที่สามารถขึ้นไปประกาศแก้ไขได้ทันที  (ซึ่งตั้งแต่จัดมายังไม่เคยมีผิด เย่)

ห้องน้ำหลังเวทีจะเป็นยังไง? ไปซับมันกันตรงไหน แล้วสถานที่ดื่มย้อมใจถ้าชวดรางวัลล่ะ? - 4 เรื่องห้องหลังเวทีออสการ์ที่ต้องตะลึงแน่รับรอง!



ew.com

1.กรีนรูม เป็นบาร์และห้องพักอยู่ด้านหลังของเวที ตกแต่งหรูหราสวยงาม ซึ่งคนที่จะเข้าห้องนี้ได้ก็ต้องเป็นระดับเอลิสต์เท่านั้นแหละ  ไก่กาอย่าหวังเลย  

2.แต่นอกจากกรีนรูมแล้ว ที่ชั้นลอบบี้ก็มีบาร์ที่ก่อนงานเริ่มทุกอย่างฟรี ! แต่พอหลังจากงานแล้วก็เสียเงินตามปกตินะจ๊ะ แต่ถึงแม้ว่ามันจะไม่ฟรียังไงเขาก็บอกกันว่าดาราเยอะแยะเบียดเสียดกันเต็มไปหมด โดยเฉพาะผู้เข้าชิงที่วืดรางวัลทั้งหลาย (มากินปลอบใจตัวเองสินะ)

3.หลังเวทีมีห้องน้ำแค่ 2 ที่เท่านั้นเอง !  แถมยังเป็นห้องน้ำรวมอีกต่างหาก ซึ่งเขาก็เม้ามอยกันว่าคิวน่ะยาวเหยียด  แม่บ้านในงานออสการ์น่าจะแอบฟินน่าดู   

4.สำหรับห้องแต่งตัวหลังเวที บอกเลยว่าจะดังขนาดไหน ได้รางวัลกี่รางวัลก็อด ใช้ได้เฉพาะพิธีกร และทีมงานของออสการ์เท่านั้นจ้ะ จะตัวแม่ตัวพ่อขนาดไหนก็ไต่บันไดลงไปโลดจ้ะ มีให้แต่เดินหน่อยละกัน แต่ถ้าจะแค่โบ๊ะหน้าซับมันเพิ่มนิดๆ หน่อยๆ มีโต๊ะเครื่องแป้งให้ในกรีนรูม  ใช้ได้ตามสบาย


ที่มา :usatoday,the wrap,dailymail,lattices,pricewaterhousecoopers,ew