On Shelvespiyarak_s
Atlas Obscura: สมุดภาพแผนที่โลกของเรื่องปริศนา
  • "ให้ความสงสัยใคร่รู้ของเธอเป็นเข็มทิศ" 
    Let you curiosity be your compass

    - from Atlas Obscura -




    Title: Atlas Obscura: An Explorer’s Guide to the World’s Hidden Wonders
    Authors:  Joshua Foer, Dylan Thuras, and Ella Morton




    คำเตือน: เป็นรีวิวกึ่ง ๆ อวดของนิดหน่อยค่ะ  เพราะเป็นหนังสือที่ตัวเองรอมานานมาก และมีฉันทาคติกับหนังสือเล่มนี้อย่างเต็มเปี่ยม  (ฮา)






    ว่าแต่  Atlas Obscura คืออะไรกันล่ะ 


    หลายคนอาจคุ้นกับคำว่า แอตลาส (Atlas) หรือสมุดภาพแผนที่ที่เอามาจากชื่อยักษ์แอตลาสในปกรณัมกรีกที่แบกโลกเอาไว้บนบ่า คำว่าแอตลาสในที่นี้ก็มีความหมายอย่างนั้นละ ส่วนคำว่า obsucra ก็คือ obscurity หรือ ความลึกลับ สิ่งที่ยังไม่ถูกเปิดเผย สิ่งที่หาคำอธิบายไม่ได้ สิ่งที่ไม่ชัดเจน หรือความมืดดำ นั่นเอง (คำว่า Obscurus และ Obscurial ในหนัง Fantastic Beast and Where to Find Them ก็มีรากศัพท์อย่างเดียวกับคำนี้นี่ละ) ความหมายโดยรวมของ Atlas Obscura ก็คือสมุดแผนที่ของเรื่องลึกลับหรือสิ่งที่ยังเป็นปริศนาอยู่นั่นเองค่ะ


    แรกเริ่มเดิมที แอตลาสออบสคูรา เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมเอาเรื่องราวแปลกประหลาด หาคำอธิบายไม่ได้ หรือเรื่องลึกลับและยังเป็นปริศนาของสถานที่ต่าง ๆ  หรือไม่ก็เป็นเรื่องของสถานที่แปลก ๆ ที่บางทีเราก็คิดไม่ถึงว่ามันมีอยู่ในโลกนี้ หรือไม่รู้ว่าทำไมสถานที่นี้ถึงได้เป็นแบบนี้ เอาไว้ด้วยกัน เป็นหนึ่งในเว็บไซต์ที่ตัวเองติดตามและอ่านเรื่องในนั้นบ่อยที่สุด และในความเห็นส่วนตัว เป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาสาระ หรือ content ที่น่าสนใจและตั้งใจทำมาก ๆ (อาจจะเป็นเพราะมีความ morbid เหมือนกันก็เป็นได้)

    เนื้อหาหลัก ๆ ของเว็บ Atlas Obscura จะแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน คือ Atlas, Stories และ Events 

    ในส่วนของ แอตลาส จะเป็นเรื่องของสถานที่แปลกประหลาด ลึกลับ หรือน่าสนใจทั้งในทางวิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม ความเชื่อ หรืออื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ ที่รกร้าง สถานที่ที่ว่ากันว่ามีผีสิง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ สถานที่ที่มีลักษณะพิเศษทางสถาปัตยกรรม สถานที่เก็บสิ่งของที่ยังเป็นปริศนา หรืออะไรทำนองนี้ เช่น Catacombs de Paris สุสานใต้ดินที่เต็มไปด้วยหัวกระโหลกในกรุงปารีส the Winchester House บ้านที่สร้างต่อเนื่องกันไปไม่มีวันหยุดจนกระทั่งเจ้าของบ้านตาย หรือสถานที่น่ารัก ๆ อย่างเกาะแมวที่ญี่ปุ่น หรือสถานที่ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์เอาไว้อย่างมหัศจรรย์อย่างน้ำพุร้อน Fly Geyser ที่เนวาดา เป็นต้น

    สำหรับหมวด Stories ก็จะเป็นกลุ่มบทความเกี่ยวกับเรื่องลึกลับ ความเชื่อ ประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ที่ไม่มีอยู่ในตำรา และหลายเรื่องก็เคยเป็นกรณีดังที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว บางเรื่องมีคำอธิบาย แต่บางเรื่องก็ยังไม่มี เช่น เรื่องที่มีคนเคยทดลองปลุกศพให้ฟื้นแบบ ดร. แฟรงเกนสไตน์มากแล้วจริง ๆ เมื่อศตวรรษที่ 18-19 ตำนานแม่มดแห่งซาเลมและการทำแม่มดให้มีพื้นที่ทางการตลาด รสชาติที่ห่วยแตกที่สุดในโลกที่มนุษย์ค้นพบมาคือรสอะไร เป็นต้น ในหมวดนี้จะมีเรื่องที่เป็น features ซึ่งมีรายละเอียดเป็นพิเศษ มีคอลัมน์หมวดต่าง ๆ ซึ่งสามารถค้นแท็กเอาก็ได้ (ส่วนตัวชอบหมวดนี้ของแอตลาสออบสคูราที่สุดแล้ว เพราะอ่านสนุกมาก) และมีส่วนที่เป็น interactive ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแผนที่ที่เราจิ้มเล่นได้ หรือพวกโพลล์ หรือแบบสำรวจต่าง ๆ ด้วย

    อีกส่วนหนึ่งก็จะเป็น Events ต่าง ๆ กิจกรรมที่ร่วมกันทำ และมีการออกทริปไปในสถานที่ลึกลับหรือมีปริศนาที่พูดถึงในแอตลาสออบสคูราด้วย เนื่องจากออฟฟิศของแอตลาสออบสคูราอยู่ในสหรัฐฯ การออกทริปก็จะอยู่ในสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก 



    สำหรับ Atlas Obscura ที่เป็นหนังสือ จะเป็นส่วนของแอตลาสผสมกับ stories โดยเฉพาะส่วนที่เป็นแผนที่ค่ะ เป็นหนังสือปกแข็ง หนาเอาเรื่อง ราคาก็แพงใช้ได้ แต่อยู่ในระดับมาตรฐานของพวกสารานุกรมปกแข็งทั้งหลาย คิดเป็นเงินไทยพันกว่าบาท ยังไม่มีแปลเป็นภาษาไทย หาซื้อได้ใน book depository หรือ คิโนะคุนิยะ 


    เห็นปกก็ว่าสวยแล้ว แถมมีคอมเม้นต์ของนีล เกแมน (Neil Geiman คนเขียน American God กับ Coraline) พาดอย่างสวยงามอยู่บนปกอีกต่างหาก แต่พอแกะห่อออกมาพบว่า แจ็คเก็ตกับปกในสวยมาก






    ในส่วนของการเรียบเรียงเนื้อหาข้างในตัวเล่ม ก็จะคล้ายกับแผนที่แอตลาส (ที่ไม่รู้ว่าเด็ก ๆ เดี๋ยวนี้ ได้เรียนการอ่านแผนที่และใช้แผนที่แอตลาสกันหรือเปล่านะคะ) คือ แบ่งเป็นทวีปต่าง ๆ และประเทศที่เป็นที่ตั้งของสถานที่และเหตุการณ์ปริศนาในทวีปนั้น ๆ 







    สิ่งที่โดดเด่น และแตกต่างจากในเว็บไซต์อย่างชัดเจน คือ ส่วนของภาพประกอบ แผนที่ และ infographic ที่อยู่ในตัวเล่มค่ะ มีการแนะนำสถานที่ที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน หรือเรื่องที่จะไปอ่านต่อได้ เผื่อสนใจ


    เป็นตัวอย่างแผนที่ที่อยู่ในเล่ม จุดที่มาร์กอยู่บนแผนที่ คือ ชื่อของสถานที่ที่มีรายละเอียดอยู่ในเล่ม และนอกจากเรื่องราวของสถานที่นั้นแล้ว ช่วงท้ายของบทความในตอนนั้น ก็จะมีที่อยู่ และวิธีการไปอยู่ด้วย ได้อารมณ์หนังสือท่องเที่ยวแบบโลนลี่แพลเน็ตอยู่พอสมควร 



    ส่วนนี่เป็นแผนที่สัตว์ประหลาดที่มีข้อมูลว่าพบเห็นตามทะเลสาบต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกา เรียกได้ว่า มีแทบทุกรัฐก็ว่าได้ มาแบบประหลาดสุด ก็น่าจะเป็นหมึกยักษ์น้ำจืดนี่ละ 


    ส่วนที่น่าสนใจอีกส่วนหนึ่ง คือ ส่วนของ appendix ท้ายเล่ม ที่จะมี special appendix ที่ไม่ได้ทำแค่เรียงคำค้นจากตัวอักษร แต่มีการจัดหมวดหมู่สถานที่กลุ่มต่าง ๆ เอาไว้ เผื่อมีใครสนใจเรื่องไหนเป็นพิเศษก็ค้นดูได้ เช่น หมวดปราสาทและพระราชวัง หมวดที่ฝังศพและสุสาน หมวดสถานที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เป็นต้น 



    ก็ต้องขอบคุณผู้ก่อตั้งเว็บไซต์และผู้เขียนบทความหลักของเว็บไซต์ทั้งสามคนที่ริเริ่มทำเว็บและหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา 







    โดยภาพรวมแล้ว Atlas Obscura เป็นสารานุกรมที่อ่านได้เพลินมากจริง ๆ ค่ะ ถึงเล่มจะหนา แต่ค่อย ๆ ทยอยอ่านไปได้เรื่อย ๆ ถึงส่วนตัวจะชอบหมวด Stories ในเว็บมากกว่า แต่ในส่วนของ Atlas ที่เอามาทำเป็นเล่มก็ดีงามมากสมกับที่รอ เพราะเป็นหนังสือที่เปิดโลกในมุมที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีอยู่เยอะมาก ถ้ามีส่วนของ Stories ตามออกมาอีก ทางนี้ก็หยอดกระปุกรอซื้อเลย 


    เล่มนี้ ถ้าใครสนใจและพอมีกำลังทรัพย์ก็แนะนำให้ซื้อไว้ค่ะ ที่แนะนำมา ไม่ได้ค่าคอมมิชชั่นแต่อย่างใด เป็นความติ่งของตัวเองล้วน ๆ ><





    Last but not least

    เผื่อใครสนใจ

    ตามอ่านบทความของ Atlas Obscura สามารถจิ้มไปอ่านได้ที่นี่ หรือฟอลทวิตของเว็บไซต์กันได้ค่ะ

    เว็บไซต์ : http://www.atlasobscura.com/
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in