On Shelvespiyarak_s
Eromenos : (ชาย) ที่รักของจักรพรรดิ
  • Title - Eromenos 
    Author - Melanie McDonald 
    Cover photo: Hadrian and Antinous by Otto Knille (19th Century)



    เรื่องนี้เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่เล่าเรื่องของจักรพรรดิฮาเดรียน หรือ ฮาดริอานุส (Hadrian หรือ Publius Aelius Hadrianus Augustus,  ค.ศ. 76-138) ซึ่งเป็น 1 ใน 5 มหาราชของจักรวรรดิโรมัน กับคู่รักของพระองค์ คือ อันติโนอุส (Antinous, ค.ศ. 111-130) ชายหนุ่มเชื้อสายกรีกจากไบธีเนีย ซึ่งอยู่ในเขตการปกครองของจักรวรรดิโรมัน


    ไม่ผิดแน่นอนค่ะ อันติโนอุสเป็นผู้ชาย และเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ มีหลักฐานหลงเหลืออยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะรูปสลักหินอ่อนของอันติโนอุสที่ฮาเดรียนรับสั่งให้แกะสลักเอาไว้ด้วย 


    รูปสลักของจักรพรรดิฮาเดรียน (มีหนวดเครา และฮาเดรียนเป็นผู้นำแฟชั่นการไว้หนวดเคราของชาวโรมัน เพราะก่อนหน้านั้น ผู้ชายขาวโรมันจะนิยมโกนหนวดเคราให้เกลี้ยงๆ มากกว่า) และ อันติโนอุส (ถัดไปด้านหลัง) ที่บริติชมิวเซียม 
    (source: http://historyoftheancientworld.files.wordpress.com/2012/07/tumblr_lp5jqbv3uh1qf5lmco1_500.jpg )


    เรื่องของฮาเดรียนกับอันติโนอุสจะเรียกว่าเป็นโศกนาฎกรรมอย่างหนึ่งก็ได้ เพราะตามประวัติศาสตร์ อันติโนอุสเสียชีวิตเนื่องจากการจมแม่น้ำไนล์ ระหว่างตามฮาเดรียนไปยังอียิปต์ เมื่อเขาอายุย่าง 19 ปีเท่านั้นเอง และการตายของอันติโนอุสก็ยังเป็นปริศนามาจนถึงทุกวันนี้ มีข้อสันนิษฐานจากนักประวัติศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องนี้มาอย่างหลากหลายว่า สาเหตุการตายของอันติโนอุสฆ่าตัวตาย เป็นการบูชายัญ เป็นอุบัติเหตุ หรือแม้กระทั่งถูกฆาตกรรม ส่วนในเรื่องนี้ จะสรุปสาเหตุการตายของอันติโนอุสว่าอย่างไร ไม่สปอยล์ก็แล้วกันนะคะ 


    สำหรับชื่อเรื่องนี้ คือ  Eromenos เป็นภาษากรีก มีความหมายว่า 'the beloved' 


    ก่อนที่จะไปถึงเนื้อเรื่อง ต้องอธิบายคร่าว ๆ ถึงเบื้องหลังทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกรีกกันนิดนึง 


    ในยุคกรีกโบราณ มีระบบหนึ่งเรียกว่า ระบบ Pederasty ที่ผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่ คือ มีอายุตั้งแต่ 20-40 ปี จะจับคู่กับเด็กชายอายุตั้งแต่ 12-18 ปี เป็นผู้ดูแล ในลักษณะของ mentor คือ เป็นที่ปรึกษา เป็นผู้สอนเรื่องต่าง ๆ ให้แก่เด็กชาย ทั้งในเรื่องชีวิตทั่วไป สังคม วิชาการ และเรื่องอื่น ๆ  ฝ่ายผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่จะเรียกว่า Erastes (the lover) ส่วนเด็กชายที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากอีกฝ่าย เรียกว่า Eromenos ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเรื่องนี้นี่เอง

    นอกจากการเป็นผู้ดูแลเรื่องวิชาการและชีวิตแล้ว ความสัมพันธ์ของอีราสเตสและอีโรเมนอสจะมีลักษณะพิเศษอีกอย่างหนึ่ง คือ อีราสเตสจะแสดงความรักที่มีต่ออีโรเมนอสด้วยการมีความสัมพันธ์กันด้วย โดยฝ่ายอีราสเตสเป็นผู้แสดงออก ส่วนอีโรเมนอสเป็นฝ่ายรับการแสดงออกนั้น โดยปกติแล้วความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างอีราสเตสกับอีโรเมนอสที่เป็นอิสรชนด้วยกันทั้งคู่ จะเป็นแบบ intercrural หรือความสัมพันธ์แค่ภายนอก ไม่ใช่แบบ intercourse หรือมีการล่วงล้ำเข้าไปภายใน เพราะถือเป็นการรักษาศักดิ์ศรีความเป็นผู้ชายของอีโรเมนอส เพราะเมื่ออีโรเมนอสโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ก็จะหยุดความสัมพันธ์ทางเพศที่ว่า เนื่องจากการมีความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่ด้วยกันเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย (แต่มีอะไรกับทาส ในฐานะที่ตัวเองเป็นฝ่ายรุก กรณีนั้นไม่ถือ) 


    ในยุคโรมันนั้น ระบบ pederasty เสื่อมความนิยมและไม่มีใช้โดยทั่วไปอีกแล้ว แต่สำหรับจักรพรรดิฮาเดรียนนั้น ได้ชื่อว่า เป็นพวกนิยมวัฒนธรรมและองค์ความรู้แบบกรีก แม้จะมีมเหสีเป็นตัวเป็นตน แต่ก็เป็นที่รู้กันว่าจักรพรรดิฮาเดรียนไม่โปรดผู้หญิง ดังนั้น พระองค์จึงได้นำระบบพีเดอราสตีมาใช้ และก่อตั้งโรงเรียนหลวง (imperial paedagogium) เพื่อให้การศึกษาและฝึกอบรมเด็กหนุ่มที่พระองค์คัดเลือกมาให้ทำหน้าที่มหาดเล็ก แต่อีกนัยหนึ่งก็คล้าย ๆ กับการมีฮาเร็มส่วนพระองค์ไปด้วยนั่นเอง และอันติโนอุสก็เป็นหนึ่งในบรรดาเด็กหนุ่มที่ฮาเดรียนคัดเลือกมาเข้ารับการศึกษาในระบบนี้




    เรื่องนี้ คนเขียนเลือกที่จะเล่าเรื่องจากมุมมองของอันติโนอุส โดยใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 โดยเริ่มตั้งแต่ชีวิตวัยเด็กที่ซุกซนไปตามประสา สนุกกับการตามรอยสัตว์ไปตามเรื่อง และมีความกระตือรือร้นอยากจะเข้าไปเรียนหนังสือ เพราะความที่ไม่ใช่ชนชั้นสูงโอกาสที่จะได้เรียนแบบดีไปเลยก็ค่อนข้างยาก แต่เมื่อโตขึ้น และไปเยี่ยมญาติที่ Nicomedia ในช่วงเดียวกับที่จักรพรรดิฮาเดรียนเสด็จมาก รูปร่างหน้าตาของอันติโนอุสก็ไปเข้าตาของฮาเดรียน 

    เมื่อได้รับการคัดเลือกให้เข้าวัง ชีวิตของเด็กชายชาวกรีกก็เปลี่ยนไปตลอดกาล เพราะต้องพบกับการแข่งขันกันในหมู่นักเรียนด้วยกัน แม้จะมีเพื่อนรัก แต่ก็มีคู่แข่งไม่น้อย โดยเฉพาะเด็กหนุ่มที่มีสถานะทางสังคมสูงกว่า แต่อันติโนอุสไม่ได้มีดีแค่หน้าตา เพราะเป็นคนฉลาด เป็นนักเรียนระดับหัวกะทิที่โดดเด่น ฮาเดรียนก็ยิ่งประทับใจ จนกระทั่งวันหนึ่ง อันติโนอุสก็ได้รับเลือกให้ไปเป็นมหาดเล็กรับใช้ระหว่างฮาเดรียนเสด็จไปล่าสัตว์ และกลายเป็น 'คู่รัก' ของพระองค์อย่างออกหน้าออกตาหลังจากวันนั้นเอง เพราะฮาเดรียนยกย่องและแนะนำให้ทุกคนรู้จักเขาในฐานะคู่รัก 

    อันติโนอุสมีรูปเป็นทรัพย์ มีสติปัญญาที่ดี แต่นั่นก็อาจเป็นทุกขลาภไปในเวลาเดียวกัน เพราะการอยู่กับผู้มีอำนาจมหาศาลอย่างฮาเดรียนไม่ใช่เครื่องรับประกันความมั่นคงของชีวิตเสมอไป เพราะระบบพีเดอราสตีจะเอื้อให้เขาอยู่กับพระองค์ในช่วงระยะเวลาอันสั้นก่อนเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ซึ่งอนาคตหลังจากนั้นไม่แน่นอนเลย ยิ่งไปกว่านั้น เพราะทุกคนเห็นว่า เขาเป็นคนสนิทของฮาเดรียน และในสายตาของคนทั่วไปมองว่า ฮาเดรียนทั้งรักทั้งหลง ก็จะมีทั้งคนที่มุ่งร้ายและคิดจะใช้เขาเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงพระองค์ แต่อันติโนอุสเลือกที่จะไม่ทำตัวมีอิทธิพลเหนือฮาเดรียน และระวังตัวไม่ให้ใครใช้เขาเป็นเครื่องมือได้ จนกระทั่งวันที่อันติโนอุสจากฮาเดรียนไปตลอดกาล





    ความรู้สึกตอนอ่าน คือ... 'อันติโนอุส ไหวมั้ย ลูก'... 


    เพราะสิ่งที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งแบกมาเจ็ดปีเต็ม ๆ หนักหนาสาหัสมากจริง ๆ การที่ทนมาจนถึงนาทีสุดท้ายได้ ก็เก่งมากแล้ว เพราะตอนเรียนก็ต้องเอาตัวรอดจากคู่แข่งอย่างมาร์คัส เมื่อเป็นคู่รักของฮาเดรียน ก็ถูกกีดกันออกจากเพื่อนฝูงที่เคยสนิทกัน เพื่อนรักที่เคยรู้สึกดีต่อกันอย่างโคริอัส ถูกลูซิอุส คอมโมดุส เด็กหนุ่มซึ่งมาจากครอบครัวชนชั้นสูง และฮาเดรียนให้ความสนิทสนมมาก่อนตั้งกำแพงใส่ 


    จากคำบอกเล่าของอันติโนอุสในเรื่องนี้ สิ่งที่เขามีให้ฮาเดรียนอย่างปราศจากข้อสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น คือ ความจงรักภักดี ความเคารพ แต่เขาเองก็ไม่แน่ใจว่า เขารักพระองค์หรือเปล่า ในฐานะของคนที่ถูกรัก 



    ถึงการเล่าเรื่องนี้ จะเป็นการเล่าแบบเรื่อย ๆ ไม่มีหักมุมอะไร แต่ก็มีหยอดเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ทำให้เข้าใจได้ว่า การตัดสินใจของอันติโนอุสตอนจบสมเหตุสมผลและน่าเห็นใจเอามาก ๆ  


    จุดพลิกผันสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่ง คือ การที่มีข้าราชการอาวุโสของโรมันของพระราชทานพระราชานุญาตจากฮาเดรียนเพื่อฆ่าตัวตาย เนื่องจากป่วยหนักเสียจนอยู่ต่อไปไม่ไหวและไม่อยากตายในสภาพที่ไร้ศักดิ์ศรี ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ซึ่งทำให้อันติโนอุสเริ่มทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองว่า แท้จริงแล้ว สิ่งที่เขาเป็นอยู่ในตอนนี้ คือ สิ่งที่ตนเองไม่มีทางเลือก และไม่ต่างจากสุนัขล่าเนื้อของฮาเดรียนที่ได้แต่เชื่อฟังคำสั่งของนาย ปกป้องนาย และต้องถูกกำจัดเมื่อใช้งานไม่ได้ ประกอบกับการที่เขาโตเป็นหนุ่ม ทำให้เขามีความสามารถที่นำหน้าฮาเดรียนซึ่งมีกำลังถดถอยลง และมองออกว่า ฮาเดรียนอาจไม่พอใจอยู่ลึก ๆ 


    ถึงต่อมาสถานการณ์ระหว่างเขากับพระองค์จะดีขึ้น แต่หลายอย่างก็ย่ำแย่กว่าเดิม เพราะฮาเดรียนคิดจะรับคอมโมดุสเป็นบุตรบุญธรรมเพื่อสืบอำนาจต่อ เพื่อนรักและคนที่เคยเป็นศัตรูแต่ก็ชื่นชมกันอยู่ลึก ๆ ล้วนแต่จากเขาไปในเหตุการณ์ต่าง ๆ ส่วนตัวอันติโนอุสเองก็กำลังจะมีอายุ 19 ซึ่งควรจะมีสถานะเป็นผู้ใหญ่ได้แล้ว แต่ฮาเดรียนก็ยังทำเหมือนคิดที่จะเก็บเขาไว้กับตัวในฐานะอีโรเมนอสเหมือนแต่ก่อน แต่ถ้าเขายังเป็นคู่รักของพระองค์สถานะและศักดิ์ศรีของความเป็นพลเมืองโรมันของเขาก็จะถูกมองอย่างเหยียดหยาม การกระทำของฮาเดรียนก็จะไม่ได้รับการยอมรับไปด้วย โดยเฉพาะเมื่อพลานามัยของฮาเดรียนเองก็เริ่มถดถอยจากเดิมไปมาก

    แต่ก่อนที่สิ่งที่เขาหวาดหวั่นจะเกิดขึ้น อันติโนอุสก็เสียชีวิตในแม่น้ำไนล์... 




    ในหนังสือจบแค่นั้นค่ะ แต่ในประวัติศาสตร์จริง ๆ หลังจากอันติโนอุสตาย ฮาเดรียนถึงกับสติแตกไปพักหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งมีบันทึกของนักประวัติศาสตร์สมัยนั้นบอกว่า พระองค์ร้องไห้โฮเหมือนผู้หญิงเลยทีเดียว และพระองค์ก็ได้เขียนบทกวีรำพันถึงการตายของเขาเอาไว้ด้วย และหลังจากนั้น ก็ไม่มีใครที่ได้รับยกย่องเป็นคู่รักที่ได้ยืนเคียงข้างพระองค์เป็นเงาตามตัวกันอย่างนั้นอีก 

    เรื่องนี้เขียนดีค่ะ มีเอื่อย ๆ ในบางช่วง แต่ก็ไม่น่าเบื่อ อ่านแล้วตับไตไม่พังเท่าไหร่ แต่เห็นใจอันติโนอุสเอามาก ๆ  ถ้าได้อ่านเรื่องที่เล่าจากมุมมองของฮาเดรียนด้วย ควบคู่กัน ก็น่าจะเข้าท่าดี





    ป.ล. ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ คู่จักรพรรดิฮาเดรียนกับอันติโนอุสนี้มี fan fiction เยอะมากเลยนะคะ และมีศิลปินในช่วงศตวรรษที่ 19 วาดภาพเอาไว้ ตั้งแต่แบบธรรมดาไปจนถึงแนวอีโรติกกันเลยทีเดียว (เช่น งานของ Édouard-Henri Avril เป็นต้น) ส่วนมังงะที่พูดถึงผลงานและการเมืองสมัยจักรพรรดิฮาเดรียนเอาไว้ได้สนุกมาก ๆ คือ เรื่อง Thermae Romae (สู้เขานะ ลูเชียส) เป็นช่วงหลังจากอันติโนอุสตายไปแล้ว และเป็นช่วงปีท้าย ๆ ของรัชสมัยจักรพรรดิฮาเดรียนค่ะ เรื่องนี้สนุกมาก ๆ แนะนำ
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in