On Shelvespiyarak_s
The Corpse Reader
  • Title: The Corpse Reader 
    Author - Antonio Garrido 




    หลายคนอาจจะเคยอ่านเรื่อง 'ยอดตุลาการราชวงศ์ซ่ง' ของมติชน ที่เป็นเรื่องของ ซ่งฉือ ผู้เขียนตำรานิิติเวชศาสตร์ของจีนโบราณ และเชื่อว่าเป็นเล่มที่เก่าแก่ที่สุดมาแล้ว เรื่องนี้ ของการ์ริโด ก็เป็นเรื่องของ ซ่งฉือ แพทย์นิติเวช ผู้มากความสามารถ แต่มีอะไรบางอย่างที่ต่างจากซ่งฉือที่หลายคนรู้จักเยอะอยู่เหมือนกัน 

    สำหรับเรื่องนี้ คนเขียนอธิบายว่า เอาเค้าเรื่องมาจากประวัติและตำรานิติเวชจีนทั้งห้าเล่มที่ซ่งฉือเขียนเอาไว้มาเขียนใหม่ พูดง่าย ๆ ว่า อาศัยชื่อกับเรื่องราวที่ซ่งฉือบันทึกเอาไว้ในตำรา บวกกับเรื่องราวชีวิตของตัวเอกที่ใช้ชื่อว่า 'ซ่งฉือ' ที่คนเขียนแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง 

    คนเขียน คนอ่านอาจบันเทิง แต่ซ่งฉือในเล่มคงส่ายหน้าว่า ชีวิตข้าบันเทิงตรงไหน (วะ) บัดซบสิ ไม่ว่า

    ถ้าเทียบกับในยอดตุลาการราชวงศ์ซ่งที่จีนเขียน ชีวิตของซ่งฉือใน The Corpse Reader เป็นอะไรที่เรียกได้ว่า บัดซบสุด ๆ ชนิดที่อยากจะพาไปออกรายการอาสาคลายทุกข์เอามาก ๆ เพราะเจอแต่ความซวยซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนไม่รู้ว่าจะมีใครซวยกว่านี้ได้อีก นอกเหนือไปจากคนที่อยู่ในสถานที่ที่โคนันหรือคินดะอิจิรุ่นหลานไปถึง 

    เริ่มจากพ่อเคยช่วยราชการในเมืองหลวงแต่ก็ลาออกกลับมาทำนา พี่ชายต้องคดี บ้านถูกไฟไหม้ พ่อแม่ตายหมด ทิ้งน้องสาวป่วยหนักไว้ให้เลี้ยง ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ร้าย โดนคนตามล่า ต้องอยู่แบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ ทำงานหาเงินด้วยวิธีเสี่ยง ๆ เพื่อให้ได้เงินมาเป็นค่าเช่าห้องกับซื้อยาให้น้อง กระทั่งไปทำงานเป็นคนขุดสุสาน ได้ฝึกการครวจศพเพื่อหาสาเหตุการตายที่ได้เรียนรู้มาให้จนชำนาญ และได้แสดงความสามารถต่อหน้าอาจารย์ที่พาศิษย์ในสำนักมาฝึกตรวจศพ อาจารย์ชวนเข้าไปเรียนในสำนักถึงได้มีโอกาสได้ลืมหูลืมตากับเขาบ้าง จนกระทั่งมือชื่อเสียง และได้ฉายา 'the Corpse Reader' เพราะมองศพ ตรวจศพ ก็สามารถเข้าใจสาเหตุการตายได้อย่างแจ่งแจ้ง แต่พอเข้าสำนักแล้ว ก็มาเจอกับคู่ปรับที่เขม่นกันมาตั้งแต่แรกเจอ ถูกแย่งผลงาน ผ่านมาได้ แต่ก็มีศัตรูเพิ่มมาอีก ชีวิตมีความสุขอยู่ช่วงหนึ่ง ได้มีโอกาสแสดงฝีมือ แต่ไป ๆ มา ๆ กลับโดนหักหลังอีกรอบ กว่าจะเอาตัวรอดมาได้และแฮปปี้เอนดิ้งในตอนจบก็เลือดตาแทบกระเด็น

    ช่วงแรกของหนังสือ เป็นช่วงที่อึดอัดมากถึงมากที่สุด เพราะคนอะไรซวยบรรลัยได้ขนาดนี้ ชีวิตเหมือนเรือหางเสือพังมากจนแทบนึกไม่ออกเลยว่าจะกลับเข้าสู่เส้นทางปกติได้ยังไง อ่านแล้วมีคำถามตลอดว่า ชีวิตจะเจอความสุขกับเขาบ้างไหม คนเขียนเกลียดอะไรนักหนาเนี่ยถึงประเคนเรื่องเฮงซวยใส่พานให้ตั้งครึ่งเล่ม พระเอกในช่วงนี้ก็จะอยู่ในอารมณ์แบบ angst ไปตลอดครึ่งเรื่อง

    พอมาถึงช่วงกลางถึงหลังเป็นต้นไป คือ ช่วงที่ซ่งฉือได้เจอกับใต้เท้าหมิง ซึ่งเป็นข้าราชการและเป็นอาจารย์ในสำนักอบรมบัณฑิตที่จะเข้ารับราชการ ช่วงนี้สนุกมาก มีอะไรให้ลุ้นอยู่ตลอด มีจุดพลิกผัน มีปมที่วางไว้ตอนแรก แล้วมาคลี่คลายเอาตอนหลังทั้งหมด แม้เทพเจ้าแห่งโชคร้ายจะยังเกาะบ่าไม่ไปไหน แต่แต่ความ angst และความซวยสาหัสในช่วงแรกก็เบาบางลงมาก เพราะซ่งฉือมีคนที่พึ่งพาได้คอยช่วยมากขึ้น แต่พึ่งความรู้ความสามารถของตัวเองเป็นหลักอยู่ดี 

    ส่วนตัวแล้ว ช่วงท้ายเล่มเป็นส่วนที่ดีที่สุดของเรื่องและสนุกที่สุด เพราะเป็นช่วงที่พลิกไปพลิกมา แล้วคลายปมทั้งหมดของเรื่อง รวมถึงหลายเรื่องที่วางมาตั้งแต่ต้น (และย้ำคำพูดว่า Too good to be true เป็นคำพูดที่ใช้ได้ตลอดกาล) วิชานิติเวช วิธีการตรวจศพ ฯลฯ ที่มีเค้ามาจากบันทึกของซ่งฉือ (ตัวจริงในประวัติศาสตร์) มาเต็ม ๆ 

    ถ้าให้จัดประเภทของหนังสือ คิดว่า เรื่องนี้เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่มีกลิ่นไอของนิยายสืบสวนสอบสวนอยู่มากพอสมควร แต่ก็ไม่ใช่นิยายสืบสวนสอบสวนเต็มตัวเสียทีเดียว แม้ว่าจะมีหลายตอนที่ชี้สาเหตุการตายและตัวฆาตกรด้วยความรู้ทางนิติเวชวิทยาก็ตาม

    ถ้าข้ามช่วงแรกมาได้ เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สนุกเรื่องหนึ่ง ได้อารมณ์แบบ cliffhanger อยู่ตลอดเวลา ในอเมซอนมีขายอยุ่ ไม่แน่ใจว่า bookdepository จะมีขายไหม ถ้าใครชอบเรื่องแนวนี้ ชอบบรรยากาศ exotic หรืออยากลองเรื่องจีนที่ฝรั่งเขียน ก็แนะนำอยู่ค่ะ  


    ป.ล. เสียดายปกหนังสือที่ผิดยุคไปหน่อย เพราะเรื่องเกิดในราชวงศ์ซ่ง แต่ปกเป็นราชวงศ์ชิงชัด ๆ 


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
gift2say_yenta4 (@gift2say_yenta4)
ขอบคุณมากๆคะ ที่เขียนให้อ่าน ชอบหนังสือเล่มนี้มานานแล้ว เพิ่งได้รู้ข้อมูลเพิ่มเติมจากเล่มภาษาอังกฤษ จากบทความนี้
piyarak_s (@piyarak_s)
@gift2say_yenta4 ดีใจที่ชอบนะคะ ฉบับจีนกับฉบับอังกฤษจะไม่เหมือนกันเลย แต่หลายอย่างเหมือนกัน เพราะมาจากตำรากับบันทึกเล่มเดียวกัน