Toruka | #โทรุกะliving_doll
#โทรุกะ | 「Aquatic Boy」 2

  • "this fiction was inspired by music video and this beautiful voice of Novo Amor
    please play this beautiful song and listening while you're reading"

    𝒔𝒆𝒍𝒌𝒊𝒆

    (𝒏) 𝒂 𝒎𝒚𝒕𝒉𝒊𝒄𝒂𝒍 𝒄𝒓𝒆𝒂𝒕𝒖𝒓𝒆 𝒕𝒉𝒂𝒕 𝒓𝒆𝒔𝒆𝒎𝒃𝒍𝒆𝒔 𝒂
    𝒔𝒆𝒂𝒍 𝒊𝒏 𝒕𝒉𝒆 𝒘𝒂𝒕𝒆𝒓 𝒃𝒖𝒕 𝒂𝒔𝒔𝒖𝒎𝒆𝒔 𝒉𝒖𝒎𝒂𝒏 𝒇𝒓𝒐𝒎
    𝒐𝒏 𝒍𝒂𝒏𝒅.

    "...ว่ากันว่าหากใครอยากให้เซลกี้มาพาตัวไป ก็จงร้องไห้ให้น้ำตาเจ็ดหยดตกลงสู่ทะเล"


    𝒴𝑜𝓊𝓇 𝓉𝑒𝒶𝓇𝓈 𝒶 𝓈𝑒𝒶 𝒻𝑜𝓇 𝓂𝑒 𝓉𝑜 𝓈𝓌𝒾𝓂.

    วันแต่ละวันผ่านไปอย่างเรียบง่าย

    เขาตื่นแต่เช้าอย่างที่ทำเป็นประจำ ปลุกเจ้าแมวน้ำขี้เซาให้ลุกไปอาบน้ำเพื่อที่จะมาทานอาหารเช้าด้วยกันก่อนเขาออกไปทำงาน และแน่นอนว่าทากะเป็นคนที่ขี้เซาที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา

    แต่โทรุรู้สึกชินกับการทำอะไรแบบนี้ไปซะแล้ว พอรู้ตัวอีกที พวกเขาสองคนก็อยู่ด้วยกันมาสองสัปดาห์กว่าๆ

    จากบ้านหลังเล็กที่เคยเงียบเหงา เป็นแค่ที่ซุกหัวนอนไว้ทำใจไปวันๆ มาวันนี้กลับอบอวลไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากเซลกี้ตัวน้อย

    โทรุให้ที่พัก อาหาร และสอนทากะในการใช้ชีวิตบนบก

    ส่วนทากะก็สอนให้เขายิ้มได้อีกครั้ง ความสดใสของเจ้าตัวเล็กค่อยๆ เยียวยาหัวใจของเขาทีละนิด

    ม่านสีสะอาดถูกเปิดออกเพื่อรับไออุ่นยามเช้าด้วยฝีมือของเจ้าของบ้าน แสงแดดจากพระอาทิตย์ยามเช้าส่องกระทบร่างบอบบางที่นอนอยู่บนเตียงเล็ก คนที่ถูกรบกวนการนอนส่งเสียงครางอือในลำคอเบาๆ แล้วพลิกตัวไปอีกทาง ร่างเล็กใต้ผ้าห่มสีขาวขดตัวซุกเข้าหากำแพงแล้วนอนต่อ

    "ทากะ" เจ้าของบ้านทรุดตัวลงนั่งข้างเตียง ถอนหายใจมองแมวน้ำขี้เซาที่รวมร่างเป็นก้อนผ้าห่มไปแล้ว ใบหน้าหวานซุกเข้ากับหมอนข้างเพื่อหนีเสียงรบกวน

    เจ้าก้อนผ้าห่มมีชีวิตขยับยุกยิกหามุมนอนที่สบายที่สุด มันทำให้พาลนึกไปถึงทากะในร่างแมวน้ำในคืนนั้น ที่พวกเขาเจอกันโดยบังเอิญที่แอ่งหินโสโครก

    "ทากะ ตื่นได้แล้ว"

    "ขอ...ขออีกแปปนึงนะ" โทรุส่ายหน้าด้วยความระอา ฝ่ามือหยาบบีบลงบนแก้มนุ่มอย่างหมั่นเขี้ยว คนขี้เซายกมือขึ้นปัดแล้วส่งเสียงฮื่อด้วยความรำคาญใจ

    "จะตื่นไม่ตื่น?" เสียงเข้มเจือแววดุขึ้นเมื่ออีกคนยังมัวงอแง เปลือกตาสีน้ำนมต้องจำใจปรือขึ้นมองคนที่นั่งทำหน้าดุอยู่ข้างเตียง แพขนตาหนากระพริบช้าๆ ปรับภาพพร่าเลือนตรงหน้าให้เป็นปกติ

    "โทรุเหรอ... ยังง่วงอยู่เลยอ่า" มือน้อยยกขึ้นขยี้ตาเบาๆ เจ้าแมวน้ำลุกขึ้นนั่งโงนเงนทั้งๆ ที่ตายังลืมไม่ขึ้น เป็นภาพที่ทั้งน่าขำทั้งน่าเอ็นดูในคราเดียวกัน

    "ตอนเช้าต้องทักทายกันว่ายังไง สอนไปแล้วนี่" เขากอดอกมองคนตัวเล็กที่พองแก้มกลมๆ ใส่ แล้วยกมือขึ้นปิดปากหาวต่อหน้าเขา

    "ลืมไปแล้วอ่ะ"

    "ทากะ.." เสียงทุ้มกดลงต่ำ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มหรี่ลงอย่างคาดโทษ

    "ล้อเล่นน จำได้น่าาา" เจ้าแมวน้ำตัวแสบยิ้มทะเล้น

    หมั่นเขี้ยว อยากจับมาบีบให้แก้มช้ำ

    "อรุณสวัสดิ์โทรุ... ยิ้มหน่อยเร็ว"

    โทรุมองรอยยิ้มหวานของทากะ เจ้าตัวเล็กทำมือเป็นรูปยิ้มตรงปาก ริมฝีปากเรียวเผยรอยยิ้มบางเบา

    เขาไล่อีกคนไปอาบน้ำ เจ้าตัวเล็กเดินโซเซลับหายไปอย่างว่าง่าย

    ความสดใสของทากะทำให้เขาเหมือนได้รับพลังบวกในทุกๆ เช้า

    นานวันเข้าก็กลายเป็นอยากได้ยินเสียงหวานหูนั่นบอกอรุณสวัสดิ์ทุกวันและบอกฝันดีก่อนนอนทุกคืน

    "โทรุยังไม่บอกอรุณสวัสดิ์เลยอ่ะ" เจ้าตัวเล็กโผล่หน้าออกมาจากกรอบประตู โทรุเงยหน้ามอง

    ยังอีก.. ยังไม่ไปอาบน้ำอีก

    "คนตื่นสายต้องฟังคำนี้ด้วยเหรอ" เขาแกล้งถามอย่างไม่ใส่ใจนัก เจ้าตัวเล็กทำหน้ามุ่ยเมื่อถูกว่า

    "ทีโทรุยังให้เราบอกเลย บอกอรุณสวัสดิ์เราเร็วๆ"

    "เร็วๆ สิโทรุ"

    ไวเท่าความคิด ขายาวก้าวไม่กี่ก้าวก็เข้าไปประชิดคนที่ยืนเกาะประตูอยู่ ลมหายใจร้อนเป่ารดต้นคอ คนถูกจู่โจมยืนตัวแข็งทื่อ

    "อรุณสวัสดิ์ทากะ" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบข้างหู แทบลืมหายใจเมื่อจมูกโด่งปัดผ่านแก้มเนียนโดยไม่ได้ตั้งใจ

    มนุษย์แมวน้ำอ้าปากค้าง ใบหน้าขาวเริ่มแดงระเรื่อขึ้นมาทั้งแก้มทั้งใบหู

    "ฮื่อ อะ--อะไรอ่ะ..."

    โทรุพยายามเงี่ยหูฟังเจ้าตัวเล็กพึมพำกับตัวเอง แต่อีกคนก็ถดตัวหนีปิดประตูห้องน้ำไปซะก่อน ทิ้งให้คนก่อเหตุยืนรำพึงรำพันกับตัวเองอยู่ในใจ

    เมื่อกี้... ทากะหน้าแดงใช่รึเปล่านะ...


    𝒶𝓆𝓊𝒶𝓉𝒾𝒸 𝒷𝑜𝓎


    "วันนี้ฉันจะออกไปข้างนอก อยู่คนเดียวนะ"

    ทากะกระพริบตาถี่ๆ จมูกรั้นขยับฟุดฟิด กลิ่นหอมของแพนเค้กของโปรดที่เพิ่งกินไป กับกลิ่นโคโลญจ์อ่อนๆ ของคนตัวใหญ่ลอยมาแตะจมูก

    หอม

    "ไปทำงานอีกแล้วเหรอ" ทากะเงยหน้ามองคนที่แต่งตัวด้วยเสื้อคอเต่าแขนยาวสีดำ สวมทับด้วยเสื้อโค้ทสีเข้ม ตากลมใสจ้องร่างสูงใหญ่นิ่งค้างก่อนคนที่ถูกมองอยู่จะเดินถือจานแพนเค้กที่หมดแล้วของเขาไปวางที่ซิงค์ล้างจาน

    "แค่จะไปช่วยจามิลยกลังปลาเฉยๆ อย่าลืมล็อกบ้านด้วยนะ"

    ทากะพยักหน้ารับ จามิลคือเพื่อนคนแรกของโทรุที่นี่ และจามิลยังเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ด้วย อีกคนคือคริสซี่ สาวสวยเจ้าของบาร์ในหมู่บ้าน เขาเจอจามิลและคริสซี่เมื่อสัปดาห์ก่อน สองคนนั้นมาที่บ้านเพื่อดูว่าโทรุอยู่สบายดีไหม ทันทีที่โทรุแนะนำว่าเขาคือน้องชายที่มาเที่ยวพักผ่อน สองคนนั้นก็รีบกลับไปบ้าน ขนเอาทั้งอาหาร ขนมและชาผลไม้มาให้เขาทันที

    จามิลและคริสซี่ใจดีมากๆ เขานึกไม่ถึงเลยว่านอกจากโทรุแล้วยังมีมนุษย์ที่ใจดีแบบนี้อีก

    แต่ว่านะ.. โทรุของเขาก็ยังเป็นคนที่ใจดีที่สุดอยู่ดี

    "ไปนะทากะ เดี๋ยวจะรีบกลับ" เขาเอ่ยลาเจ้ามนุษย์แมวน้ำที่นั่งทำหน้าตาเศร้าๆ อยู่บนเก้าอี้ คนตัวสูงเดินอ้อมมาลูบหัวเขาอย่างที่ทำเป็นประจำ ทำทุกวันจนกลายเป็นความเคยชิน

    อยากไปด้วยจัง

    "โทรุ จะไปแล้วเหรอ" ขายาวเตรียมจะก้าวออกจากบ้านไปแล้วในตอนที่ทากะดึงเสื้อเขาไว้ น้ำเสียงอ่อยๆ ทำเขาชะงัก ดวงตาคมพินิจมองใบหน้าของทากะนิ่งนาน จนในที่สุดความคิดแปลกๆ ที่ว่าไม่อยากออกจากบ้านเพราะเป็นห่วงเด็กนี่ก็ลอยเข้ามาในหัว

    "โทรุ... ไปด้วยได้มั้ย" เจ้าตัวช้อนตามองเขาอ้อนๆ ..อ้อนอีกแล้ว

    "ลมมันแรงนะทากะ" เขาว่าพลางนึกถึงงานที่ตัวเองต้องไปทำสลับกับมองผิวตัวขาวๆ ของอีกคน "แถมยังอยู่ใกล้ทะเลอีก"

    ความคิดที่ว่าไม่อยากให้คลาดสายตาไปไหน อยากให้เจ้าตัวเล็กมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ นั่นก็มีอยู่เต็มสมอง แต่ว่าความเป็นห่วงมันก็มีอยู่เต็มอกเช่นกัน

    ทากะเม้มปากแน่นเมื่อโทรุเอ่ยคำว่าทะเลออกมา เจ้าตัวเล็กนิ่งเงียบไป ทากะขมวดคิ้วเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง

    หลังจากวันที่เจอกัน ตั้งแต่วันนั้นทากะก็ไม่เคยพูดถึงทะเลอีกเลย ในเมื่อเจ้าตัวไม่อยากพูดถึงมันและพอใจจะเล่ามาแค่นั้น เขาก็ไม่บังคับหรือไปเซ้าซี้ถามอะไรอีก

    เจ้าเด็กนี่ต้องมีความทรงจำที่แย่มากๆ แน่ๆ ถึงได้หนีมาแบบนี้

    "ลมแรงก็ไม่เป็นไร ทนได้ จะไม่กวนโทรุด้วย สัญญาเลย" ทากะดึงมือหนาขึ้นมาเกี่ยวนิ้วก้อยเข้ากับนิ้วด้านๆ ของโทรุแล้วยิ้มแป้นกลบบรรยากาศแปลกๆ เมื่อกี้ไปจนหมด

    เจ้าตัวเล็กกำลังเกี่ยวก้อยทำสัญญาแบบที่เขาเคยสอนไป

    น่ารัก

    "...งั้นก็ตามใจ อย่ามาบ่นทีหลังนะ"

    ทากะยิ้มกว้างให้คนตัวสูงที่ถอดหมวกไหมพรมของตนออกแล้วสวมมันลงบนศรีษะเขา รู้ว่าโทรุก็บ่นไปอย่างนั้นแหละ โทรุของเขาใจดีที่สุด

    "ไม่บ่นหรอก เราอดทนเก่งนะ แข็งแรงมากด้วย เคยว่ายข้ามไปเกาะฝั่งนู้นด้วยนะ" เจ้าตัวเล็กโม้ด้วยท่าทางภูมิใจ

    "ครับๆ เชื่อแล้วครับว่าเป็นแมวน้ำที่เก่งที่สุดในโลก" โทรุพยักหน้ายิ้มๆ มองเจ้าตัวเล็กที่หัวเราะคิกคักจนตาโค้งเป็นสระอิ

    "รออยู่นี่ เดี๋ยวไปหยิบเสื้อกันหนาวให้"

    โทรุจับอีกคนแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าหนาๆ ทั้งเสื้อกันลมและผ้าพันคอจนมนุษย์แมวน้ำแทบกลายเป็นก้อนกลมๆ เขามองตุ๊กตาจำเป็นด้วยความพอใจ ก่อนจะจัดการเอาถุงมือของตัวเองมาใส่ให้เจ้าตัวเล็ก ทากะยกมือขึ้นคลำๆ แล้วทำหน้าแปลกๆ ไม่ชินกับการที่มีของพวกนี้มาสวมอยู่บนตัว เซลกี้ตัวน้อยยกมือขึ้นตบๆ ด้วยความไม่ชินมือ โทรุหัวเราะในลำคอ เขานึกไปถึงเด็กนี่ตอนอยู่ในร่างแมวน้ำแล้วทำท่าตบมือแบบนี้ คงน่ารักมากแน่ๆ

    "ทำไมต้องใส่อะไรเยอะขนาดนี้ด้วยล่ะโทรุ"

    "ข้างนอกอากาศเย็น ใส่ไว้แบบนี้จะได้อุ่นๆ ไง"

    "อ๋อ" ริมฝีปากห่อเป็นรูปตัวโอ โทรุนึกหมั่นเขี้ยวอยากจะยื่นมือไปบีบปากอิ่มๆ นั่นซักทีถ้าไม่ติดว่ามือทั้งสองข้างกำลังล็อคประตูบ้านอยู่

    "แต่แค่อยู่กับโทรุก็อุ่นแล้วเนี่ย โทรุตัวใหญ่ บังลมมิดเลย" ว่าจบเจ้าแมวน้ำก็หัวเราะเสียงใส มือเล็กเกาะแขนของโทรุแล้วแกว่งไปมา ดวงตากลมเป็นประกายวาววับ

    คนที่ถูกกล่าวหาว่าตัวใหญ่มองอาการนั้นด้วยความเอ็นดู ริมฝีปากได้รูปยกยิ้มบาง ลองขยับมายืนเทียบกับอีกคนดูเงียบๆ

    อืม บังมิดจริงๆ ด้วย...

    𝒶𝓆𝓊𝒶𝓉𝒾𝒸 𝒷𝑜𝓎

    โทรุยกลังไม้อันสุดท้ายขึ้นจากเรือหาปลา ลมทะเลพัดพาความเย็นบาดผิวกายจนรู้สึกสั่นสะท้าน โสตประสาทได้ยินเสียงคลื่นกระทบฝั่งที่ฟังดูรุนแรงกว่าครั้งไหนคลอไปกับเสียงนกทะเลที่ร้องดังอยู่ไกลๆ

    "หมดแล้วๆ ขอบใจนะเดฟ" หนุ่มฝรั่งตัวสูงใหญ่เดินมาตบหลังของเขาเบาๆ

    "ไม่เป็นไรจามิล" เขาพยักหน้าให้อีกฝ่าย รับสินน้ำใจเป็นปลาสดลังเล็กๆ จากเพื่อน แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับมื้ออาหารของเขาและทากะไปได้หลายวัน

    "ส่วนนี่คริสซี่ฝากมาให้ ยัยนั่นบอกว่าให้นายแวะไปที่บาร์บ้าง ให้พาทากะไปด้วย"

    โทรุเปิดลังไม้ออกดู ผลสตรอว์เบอรี่ลูกโตวางเรียงอยู่ในลังอย่างเป็นระเบียบ

    "ขอบใจนะ ทากะคงชอบ... ส่วนเรื่องบาร์ เดี๋ยวว่างๆ จะพาไป"

    "อืม ว่าแต่วันนี้น้องชายนายดูเหงาๆ นะ"

    เพื่อนชาวประมงของเขาพยักเพยิดไปข้างหลัง ดวงตาคมตวัดสายตามองตาม เห็นทากะนั่งห้อยขาอยู่บนกำแพงหินห่างไปไม่ไกลจากพวกเขาเท่าไหร่ หากแต่ทิ้งระยะห่างจากทะเลพอสมควร ลมทะเลพัดหวีดหวิวหอบเอาความหนาวเย็นมาอีกครั้ง คนตัวบางกระชับเสื้อกันหนาวแล้วฝังหน้าตัวเองลงไปบนผ้าพันคอ โทรุมองตามสายของทากะที่ทอดเหม่อมองไปยังทะเลเหนือที่กว้างสุดลูกหูลูกตาแล้วถอนหายใจเบาๆ

    คงคิดถึงที่ๆ จากมาสินะ

    เขาบอกจามิลและใครต่อใครว่าทากะเป็นน้องชาย และแน่นอนว่าไม่มีใครที่นึกสงสัยเลยซักนิดว่าเจ้าเด็กตาใสนี่เป็นมนุษย์แมวน้ำจากใต้ทะเลบ้านเกิดของพวกเขานี่เอง จะให้บอกว่าเด็กคนนี้เป็นมนุษย์แมวน้ำที่เก็บได้เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนเหรอ ไม่มีทาง ใครจะเชื่อ...

    "เขาคง...คิดถึงบ้านล่ะมั้ง"

    "ก็คงงั้น แต่ไม่นึกเลยนะว่านายจะมีพี่น้องด้วย ไม่เห็นเหมือนกันเลยซักนิด"

    โทรุนิ่งเงียบไป จามิลปรายตามองคนข้างๆ ที่ยกบุหรี่ขึ้นจุดสูบ ไม่รู้ว่าหมอนี่มันจะรู้ตัวรึเปล่าว่าตัวมันเองโคตรจะโกหกไม่เก่ง แน่นอนว่าเขาและคริสซี่ไม่เชื่อหรอกว่าเด็กนั่นเป็นน้องชาย แต่ถ้าโทรุตัดสินใจจะบอกพวกเขาแบบนั้นก็แสดงว่าเจ้าตัวต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่าง

    "นายดูเปลี่ยนไปนะ" จามิลเอ่ยขึ้นมาลอยๆ ทำท่าคิดก่อนจะพูดต่อ "ตอนที่เห็นนายทีแรก... วันแรกเลยนะ นายโคตรโทรมเลยว่ะ หนวดเครารุงรัง ผมเผ้าไม่ตัด ตาโหลๆ เดินมาขอเช่าบ้าน ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแค่กระเป๋าเป้เล็กๆ ติดตัวมาแค่ใบเดียว"

    "...ฉันดูแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ"

    "ก็ใช่น่ะสิ  ฉันยังพูดกับคริสซี่อยู่เลยว่านายเป็นซอมบี้หลงฝูงมาจากเอเชียรึเปล่า"

    คนโดนว่าเป็นซอมบี้หลุดหัวเราะอย่างนึกขำ นึกถึงสภาพตอนนั้นเขาก็ดูพังจริงๆ นั่นแหละ ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะซ่อมได้ด้วยซ้ำ

    จนกระทั่งเจอทากะ

    "แล้วตอนนี้ล่ะ" เขาเอ่ยถามเพื่อน หนุ่มตัวใหญ่เหลือบมองเสี้ยวหน้าของเพื่อนชาวเอเชียที่ทอดสายตามองไปข้างหน้า น้ำเสียงแว่วหวานใสกว่านักร้องคนไหนลอยมาตามลม ดวงตาคมสีน้ำตาลเข้มจับจ้องไปยังร่างบอบบางที่นั่งฮัมเพลงบนกำแพงหนาไม่ละสายตา โทรุคงไม่รู้ว่าแววตาของตนนั้นทั้งอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ข้างใน

    และในสายตาของคนนอกอย่างเขากลับมองเห็นได้อย่างชัดเจน นัยน์ตาของโทรุที่เคยอ่อนแสงแทบมอดดับคู่นั้นกลับมามีชีวิตชีวาทุกครั้งที่มองไปยังหนุ่มน้อยคนนั้น

    "นายก็รู้ดีอยู่แล้วนี่เดฟ" ฝ่ามือใหญ่ตบลงที่ไหล่กว้างแล้วบีบเบาๆ "เหลือแค่นายเท่านั้นแหละที่จะตัดสินใจทำยังไงต่อไป"

    "..."

    "โอกาสมันมีไม่เยอะหรอกนะ"

    𝒶𝓆𝓊𝒶𝓉𝒾𝒸 𝒷𝑜𝓎

    โทรุนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาเป็นชั่วโมงหลังจากที่กลับมาจากท่าเรือ เขานั่งคิดถึงประโยคแปลกๆ แฝงไปด้วยความหมายของจามิลก่อนจากกัน

    หลังจากที่ไปช่วยงานเพื่อนในช่วงเช้า เขาก็กลับบ้านมาใช้เวลาครึ่งวันบ่ายไปกับการนั่งมองเจ้าตัวเล็กทำนู่นทำนี่ เสียงเจื้อยแจ้วนั่นถามเขาในทุกเรื่องๆ ที่สงสัย ขอให้เขาเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟังและโทรุไม่ได้รู้สึกเบื่อกับการนั่งคุยอีกคนทั้งวัน เขายินดีที่จะเล่าทุกอย่างที่ทากะอยากรู้ 

    เขานั่งมองเจ้าตัวเล็กนั่งกินสตรอว์เบอรี่ที่ได้มาจากคริสซี่อย่างตั้งใจอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะยกมือถือที่ทุกวันนี้มีหน้าที่แค่ทับกระดาษมาเปิดกล้องถ่ายรูป แอบกดชัตเตอร์เก็บรูปเจ้าตัวเล็กไปเงียบๆ

    จนกระทั่งการแจ้งเตือนแสดงข้อความเสียงที่ค้างไว้เด้งขึ้นมา เขามองเครื่องมือสื่อสารสลับกับคนตัวบางที่นั่งอยู่ข้างๆ

    โทรุเดินเลี่ยงมาที่ห้องนอนเงียบๆ ปล่อยให้ทากะนั่งดูทีวีและกินผลไม้อยู่ที่ห้องนั่งเล่น

    มือของเขาสั่น

    ใจนึงบอกให้ตัวเองปัดมันทิ้งแล้วลบไปซะ กลับไปหาทากะ แล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    แต่อีกใจเขาก็อยากจะลอง.. ลองดูว่าเขาจะมีอาการยังไง

    และสุดท้ายความอยากรู้อยากเห็นก็ชนะทุกสิ่ง


    [ข้อความเสียง] "ไงโทรุซัง.. นี่เราเองนะ โทรหาทีไรก็ฝากข้อความเสียงตลอดเลย
    รู้น่ะว่าไม่อยากได้ยินเสียงเรา แต่ช่วยฟัง voicemail นี้ทีนะ
    คือ.. คือว่า...เรา...เราแค่อยากถามว่าเธอเป็นยังไงบ้าง
    สบายดีรึเปล่า ที่สก็อตแลนด์หนาวมากมั้ย
    อโทษสำหรับเรื่องคืนนั้นด้วย คือ แค่อยากจะบอกว่า โทรุ... เราคิดถึงเธอนะ
    คิดถึ---"



    เพล้ง!

    เสียงถูกตัดไปก่อนที่ประโยคนั้นจะดังออกมาจากลำโพงจนจบ โทรศัพท์เครื่องแพงถูกปาไปกระทบกำแพงห้องจนมันแตกกระจาย ข้าวของบนโต๊ะถูกกวาดลงพื้นจนเกิดเสียงดังโครมคราม ลมหายใจหอบหนักหน่วง กำปั้นหนาชกลงบนผนังปูนซ้ำๆ หวังจะให้ความเจ็บทางกายลดความเจ็บปวดทางใจที่ได้รับ

    "โถ่เว้ยย!"

    ของที่ใกล้มือที่สุดถูกเขวี้ยงออกไปจนสุดแรง ที่เขี่ยบุหรี่โลหะลอยไปกระทบผนังบ้านในจังหวะทีี่ร่างเล็กเปิดประตูเข้ามาพอดี

    ทากะยืนแข็งทื่อด้วยความตกใจ ของแข็งที่เกือบฟาดหัวตนเมื่อครู่ร่วงลงกลิ้งไปกับพื้นมาหยุดอยู่ที่ปลายเท้า

    "ท--โทรุ..."

    ร่างบอบบางเดินเข้ามาในห้องช้าๆ โทรุเงยสบสายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

    "ทากะ...ฉัน..."

    ความรู้สึกเจ็บหน่วงตีรวนขึ้นมาจนร้าวไปทั้งอกในตอนที่ร่างเล็กทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นตรงหน้าเขา สองแขนค่อยๆ รับคนตัวใหญ่เข้ามาในอ้อมกอด ท่อนแขนบางโอบเอวสอบแน่น ใช้น้ำเสียงอ่อนโยนปลอบประโลมหัวใจที่ยับเยินด้วยน้ำมือของเขาเองซ้ำไปซ้ำมา

    "โทรุ... ไม่เป็นไรนะ"
    "มันจะไม่เป็นไร..."

    เขาไม่รู้เลยว่าน้ำตามันไหลออกมาเมื่อไหร่จนกระทั่งมือบางยกมันขึ้นมาเช็ดให้อย่างนุ่มนวล

    "ดูสิเนี่ย เปื้อนหมดเลยโทรุ" ปากอิ่มบ่นงึมงำด้วยความเป็นห่วง สองมือก็ยังสาละวนกับการเช็ดหน้าเช็ดตาให้เขาอยู่ โทรุมองหน้าคนเด็กกว่าที่ขมวดคิ้วแน่นจนแทบเป็นปม เขายกมุมปากเป็นรอยยิ้มขื่นๆ เผื่อว่าทากะจะสบายใจขึ้น

    "ขอโทษนะทากะ"

    "ขอโทษทำไม" ทากะถามกลับ นิ้วโป้งนุ่มปาดน้ำตาออกจากแก้มเขาแผ่วเบา

    "ตกใจใช่มั้ย" กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องที่สภาพเละเทะจนดูไม่ได้แล้วถอนหายใจ

    "ไม่หรอก ห้องพังก็แค่เก็บ... กลัวโทรุจะเป็นอะไรไปมากกว่า" เจ้าตัวเล็กยิ้มปลอบ แต่ดวงตาคู่สวยยังคงสั่นไหว

    "ขอโทษที่เมื่อกี้ปาของใส่...ไม่เจ็บตรงไหนใช่มั้ย" นิ้วเรียวเกลี่ยลงไปบนแก้มนุ่มเบามือ ทากะส่ายหน้า ดวงตากลมใสช้อนมองอีกคนด้วยความเป็นห่วง

    "โทรุนั่นแหละ เจ็บมากมั้ย" คนขี้กังวลดึงมือที่แตกยับเยินของเขาไปดูด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย ฟันขาวขบลงบนกลีบปากอิ่มจนแทบห้อเลือดเพื่อสะกดกั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาให้อีกคนเห็น

    "ไม่เจ็บเท่าไหร่"

    "ละ..แล้วตรงนี้ล่ะ" ฝ่ามือขาววางทาบลงบนอกข้างซ้ายของโทรุ เอ่ยกระซิบถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เจ็บมากมั้ย..."

    "..."

    "เจ็บเท่าที่ทำร้ายตัวเองหรือเปล่า..."

    ทากะมองเห็นน้ำตาไหลร่วงลงจากดวงตาคู่คมอีกครั้ง และอีกครั้ง

    ร่างสูงใหญ่ทิ้งตัวลงกับพื้นราวกับกำแพงหนาที่พังทลาย เปราะบางจนแทบสลาย ใบหน้าคมซุกเข้ากับไหล่บาง เสียงสะอื้นอย่างทรมานดังอยู่ข้างหู

    เขาก็เจ็บปวดไม่แพ้โทรุ เจ็บที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย

    ทากะยกมือขึ้นอย่างลังเล ก่อนจะตัดสินใจโอบกอดร่างกายสูงใหญ่ไว้ด้วยสองแขน



    น้ำตาหนึ่งหยดของเซลกี้ไหลลงอาบแก้มเนียนก่อนจะสลายไปกับอากาศ

    เป็นสัญญาณว่า เวลาของเขาใกล้จะหมดลงแล้ว...

    𝒶𝓆𝓊𝒶𝓉𝒾𝒸 𝒷𝑜𝓎

    -to be continued-


    นี่ล่ะน้าที่เค้าว่ากันว่า คลื่นลมทะเลจะสงบก่อนเกิดพายุใหญ่..

    หายไปนานมาก... ก็คือว่าขอยอมรับผิดแต่โดยดี Orz
    (;-------------;) และเนื่องในโอกาสที่ได้เห็นรูปอิพ่ออิแม่พร้อมกันในวันเดียว
    ดีใจ คิดถึง..

    ไปคุยกันได้ที่ทวิตนะคะ เหงา ;-;
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in