Short Storyfebturday
องเจ็ดช้อน (Onghoon)
  • BGM: รออยู่ตรงนี้  by HUM





    .

    .

    .

    .

     


    21.03น. ริมระเบียง @ 99 Old Town Guest House / ภูเก็ต

     

    สวัสดีแก

     

    พัค...ตอนนี้แกเป็นยังไงบ้างวะฉันทายว่าตอนนี้แกคงเดินดุ่มๆอยู่ที่ไหนสักที่ หรือไม่แกก็อาจจะนอนโง่ๆ กลิ้งอยู่บนเตียงนุ่มๆ ฟูๆ บนโรงแรมสักแห่ง หรือไม่...แกก็อาจกำลังนั่งโซ้ยของอร่อยๆอยู่แล้วแกก็ต้องบ่น (ในใจ) ว่าไม่มีรสมือที่ไหนอร่อยเท่าที่แม่แกทำ ฉันทายถูกใช่ไหมแก?

     

    ว่าไปแล้วฉันก็โคตรคิดถึงไข่พะโล้สูตรลับของคุณนายบัว-แม่แกเลย 



    ตอนนี้เป็นไงมั่งคุณนายยังบ่นถึงฉันอยู่ไหม ไม่มีคนไปขอกินข้าวฟรีบ่อยๆ ไม่รู้คุณนายจะโล่งหรือเหงากันนะแต่ถ้าให้ฉันทายน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่าเพราะฉันก็เป็นเหมือนลูกคนหนึ่งของแม่แกไงแกเคยบอกฉันอย่างนั้น  แกบอกว่าถ้าฉันเป็นลูกชายแม่แกก็ดีสิเราจะได้เป็น "พี่น้องอ้วนผอมจอมซน"--- ตอนนั้นฉันจำได้ ฉันบอกแกไปว่า ไม่เอา  - ไม่เป็นพี่น้องกับแก 

     

    แต่ฉันอยากเป็น“ลูกชาย” คุณนายบัวนะ

     

    แกเข้าใจที่ฉันจะสื่อใช่ไหม? ฉันรู้ว่าแกไม่ได้โง่ แกก็แค่แกล้งโง่ แต่ไม่เป็นไร เรื่องโง่ๆโดยเฉพาะเรื่อง “แบบนี้” เป็นเรื่องที่แกฉลาดอยู่แล้วนิ

     


    แล้วแกรู้ไหมว่าตอนนี้ฉันกำลังทำอะไรอยู่แน่ล่ะ...ถ้าแกได้อ่านจดหมายฉบับนี้ตั้งแต่บรรทัดแรกแกก็คงรู้ว่าตอนนี้ฉันอยู่ภูเก็ตและแกก็คงไม่แปลกใจเท่าไหร่ถ้าฉันจะบอกว่าฉันมาภูเก็ตคราวนี้เพราะอะไร        มันเป็นธรรมเนียมที่ทุกปีฉันต้องมาที่นี่มารำลึกความหลังความทรงจำอะไรบ้าบอของฉัน (แน่นอนว่าจะต้องมีแกรวมอยู่ในนั้นด้วย)

     

    แกคงด่าฉันอยู่ในใจอยู่ใช่ไหมว่ามาทะเลทำไมไม่พูดเรื่องทะเล เอาน่า! เห็นใจผู้ชายหน้าซีดๆที่ชอบแบกเป้เก่าๆเยินๆกับร่างผอมๆหน่อย  ร่างผอมที่แกเคยบอกว่าฉันน่ะเหมือนคนกินข้าววันละ7 ช้อน แกจำได้  รึเปล่า แกเคยล้อฉันหลังจากที่แกดูข่าวดาราเกาหลีลดวามอ้วนด้วยการกินข้าวมื้อละ 7 ช้อน แต่แกก็รู้   ใช่ไหมว่าฉันไม่ได้ตั้งใจผมนะเว้ย นี่ฉันก็“แดกดะ” แต่ทำไงได้วะ มันไม่ยอมอ้วนเอง ไม่เหมือนแกที่แค่สูดอากาศเปล่าๆเข้าไปสามฮึบก็อ้วนขึ้นสามขีดแล้ว(อันนี้แกบอกเอง อย่ามโนว่าฉันพูด บอกไว้ก่อน!)

     


    แก...ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ริมระเบียงสีขาวของตึกเก่าๆสไตล์ชิโนโปรตุกีส  กำลังนั่งมองสาวๆ หมวยๆ ขาวๆ แอ็คท่าเป็นร้อยถ่ายรูปตึกเก่าอยู่ข้างล่าง เห็นแล้วก็นึกถึงแกเนอะ ถ้าแกมาด้วย ร้อยแอ็คก็ไม่รู้จะพอไหมน่าจะสักพัน สักหมื่นแอ็ค ถึงจะสาแก่ใจแก ก็แกมันได้ฉายา “ไอ้พัคหมื่นแอ็ค”มาตั้งแต่สมัยเรียนแล้วนี่นา

     

    แล้วแกรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงได้ระเห็จออกจากห้องมานั่งอยู่ริมระเบียงร้อนๆนี่  ใช่!เพราะห้องน้ำมันเหม็นชิบเป๋งเลยว่ะ  แต่ยังไงก็ตามฉันชอบห้องนี้นะแก  ห้องนี้อยู่ชั้นสาม ที่จองเพราะมีระเบียงนี่ล่ะแกก็รู้ฉันเป็นคนชอบมองนั่น มองนี่ จินตนาการไปสุดขอบ

     

    เล่าเรื่องห้องต่อนะห้องที่นี่มันเป็นห้องเก่าๆ เห็นว่าตึกแถวนี้อายุเป็นร้อยๆปีเชียวนะ พื้นก็เลยเป็นไม้ไง เวลาเดินทีฉันต้องเยื้องย่างยังกะนางหงส์เพราะถ้าลงน้ำหนักแรงๆมันจะสะเทือนไปถึงห้องข้างล่าง

     

    แกว่าฉันควรไปบอกเจ้าของโฮสเทลดีไหมว่าทุกอย่างดีหมดเลย ยกเว้นห้องน้ำ เขาน่าจะทำระบบน้ำไม่ดีฉันก็ไม่มีความรู้ด้านช่างอะไรหรอกนะ แกยังซ่อมไฟเก่งกว่าฉันเลย


    แกเคยบอกว่าฉันเก่งอย่างเดียว เก่งเรื่องเพ้อ  นอกนั้นไม่เป็นห่าอะไรเลย


    แต่เอาเหอะ แกก็รู้ว่าฉันมันคนกากที่ไม่อยากจะมีเรื่องกับใครแต่นั่นแหละ แค่คอมเพลนมันจะมีเรื่องได้ไงวะ แต่มาคิดๆดู อย่าเลยดีกว่าเนอะแกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยชอบยุ่งกับคน เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เช็คเอาท์ละไว้ฉันค่อยรีวิวผ่านเว็บบุ๊คกิ้งดีกว่า ตอนนั้นเจ้าของโฮสเทลจะได้ตามหาฉันไม่เจอไงล่ะขืนบอกตอนนี้แล้วเจอสายตาเขม่น ฉันคงรับไม่ไหว แกก็รู้ว่าฉันไม่สู้คนขนาดหมาแถวซอยบ้านแกฉันยังไม่สู้เลย

     

    พูดเรื่องหมาแล้วก็นึกถึงแก  แกจำได้ไหม ตอนอยู่ปีสองฉันหมดแรงเดินโซซัดโซเซเข้าไปในซอยบ้านแก(หลังจากเพิ่งผ่านการอกหักครั้งแรกในชีวิต ตอนนั้นแกเดินเข้าไป (แอบ) ตีหน้ายักษ์ใส่คนที่กรีดหัวใจฉัน แล้วเข้ามาหิ้วปีกฉันที่หอไปก๊งเหล้าที่ร้านพี่แดนหลังมอแต่ก๊งมาเป็นเดือนไม่เลิก แกเลยแทบจะหักปีกฉันแทน) วันนั้นจำได้ว่าฉันสะพายย่ามสีเหลืองที่ได้จากเมืองเหนือหลังจากไปเข้าค่ายอาสามา


    ตอนนั้นแกล้อฉันว่า “ไอ้จ่อยเด็กวัด”  ฉันงอนไม่พูดกับแกตั้งครึ่งชั่วโมงแน่ะ 

     

    เอาล่ะๆกลับมาเข้าเรื่องหมาๆ  ก็ตอนนั้นที่เดินเข้าซอยบ้านแกมันมีบ้านหลังหนึ่งที่รั้วสีน้ำเงินน่ะ แกจำได้ไหม มีดอกเฟื่องฟ้าอยู่หน้าบ้าน มีหมาดุโคตรๆ ฉันก็ไม่รู้หรอกว่ามันพันธุ์อะไรมารู้ทีหลังว่าเป็น “บางแก้ว”   เดินอยู่ดีๆ มันพุ่งออกมาจากบ้านจะเข้ามากัดฉันแล้วอยู่ๆแกก็มาช่วยฉันด้วยการเห่าโฮ่งๆใส่หมาตัวนั้น(นั่นเป็นวิธีสู้กับหมาของแกเหรอวะ) บอกตามตรงไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดีที่อยู่ๆแกก็แผลงฤทธิ์เห่าใส่หมาในขณะที่ฉันเป็นลมล้มพับไปจนแกต้องเรียกคนทั้งบ้านมาช่วย

     

    “น่าอายชิบหาย”


    แต่นึกๆไปก็ขำดี แกไม่รู้ตัวหรอก ตั้งแต่ตอนนั้นแกเป็นเป็นฮีโร่ตัวน้อยๆ(?) ที่เข้ามาช่วยชีวิต “ผู้ชายเจ็ดช้อน” อย่างฉันไว้ได้  จำได้เลยพอฟื้นจากเป็นลม ฉันซัดไข่พะโล้ของแม่แกแทบหมดหม้อคิดมาแล้วก็ขำเนอะ เฮ้อ! นี่ฉันพล่ามถึงอดีตอีกแล้วบอกเลยไม่ใช่เป็นเพราะฉันแก่นะ แต่น่าจะเป็นเพราะฉันคิดถึงแกมากกว่า

     

    ฉันมาเมืองทะเลสามวันแล้วแต่ไม่มีอวัยวะสักส่วนในร่างกายฉันที่ได้สัมผัสทะเลเลยว่ะ นอกจากสายตาคมๆคู่นี้(ฉันไม่ได้เพ้อไปเองนะถึงฉันจะเป็นนักเพ้อก็ตามทีแกเคยชมฉันว่าสายตาฉันคมเสียยิ่งกว่ามีดบ้านหล่มสักเสียอีก ฉันยังนึกสงสัยมาจนถึงทุกวันนี้ว่ามันคมยังไงแล้วบ้านหล่มสักอะไรที่แกว่านี่ เขายังทำมีดอยู่หรือเปล่า)  

     

    อย่างที่แกรู้แหละว่าฉันมาที่นี่  ฉันก็มักจะหมกตัวอยู่ตามมุมอาร์ทต่างๆ  แกพอนึกภาพออกไหม ที่ที่ศิลปินและคนรักงานศิลปะจะมาเจอกันเออเนี่ย เกือบลืมแน่ะ พี่มินทำแกลอรี่ใหม่สวยมาก วันหลังลงมาเยี่ยมหน่อยดิ พี่มินยังถามถึงแกอยู่เลยบ่นใหญ่ว่าทำไมไม่พาแกมา ถ้าแกมานะจะลงมือผัดหมูผัดกะปิ ทำหมูฮ้องไว้รอเลยเห็นไหมเวลานึกถึงแกใครๆก็จะนึกถึงเรื่องกินทุกที (แกควรจะดีใจนะ)

     

    พอพี่มินถามถึงแกฉันนิ่งไปตั้ง 25 วินาทีแน่ะฉันไม่รู้จะตอบยังไงดีที่จะให้พี่มินเห็นภาพแกตอนนี้ ภาพคนตัวเล็กที่ไม่เล็กกำลังเดินสายทั่วไทยชิมอาหารแล้วปั่นออกมาเป็นงานเขียนภาพตอนที่แกยิ้มกว้างวิ่งมาไชโยแปะมือกับฉันตอนที่มีคนมากดไลค์     เพจแกครบร้อยคนแกรู้ไหมตอนนั้นนัยน์ตาแกเป็นประกายวิบวับเหมือนลูกแก้วของนางเมขลาเลย   

     

    ฉันบอกพี่มินไปว่าตอนนี้แกผันตัวไปเป็นบล็อกเกอร์รีวิวอาหารแล้ว พจอร่อยทั่วไทย  ฉันยังชวนกึ่งบังคับให้พี่มินไปกดไลค์อยู่เลย เพราะถ้ามีคนกดไลค์เพิ่มแกก็จะมีความสุขใช่ไหมล่ะ   พี่มินบอกให้แกลงมาชิมน้ำยาปูของร้านญาติเขาที่นี่(แล้วเขียนลงเพจดีๆ) ถ้าแกมาจริงแล้วจะให้กินฟรีทุกวันเลย แกสนใจจะมาไหมล่ะ  

     

    ตอนนี้เริ่มดึกแล้วแก แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวเดินเอื่อยๆกินลมชมวิวอยู่เลยถนนเส้นนี้ประดับไฟสปอตไลท์สีหวานดวงน้อยๆ ส่องให้ตึกเก่าๆสวยขึ้นอย่างน่าประหลาดแต่ยังไงฉันว่าแสงประดิษฐ์พวกนี้ที่ไหนเลยจะสู้แสงธรรมชาติได้ 

     

    วันนี้ฉันไปแหลมพรหมเทพมาด้วยล่ะแกมองเห็นทะเลไกลๆ เห็นแสงตะวันสีทองแดงทาบทาลงบนพื้นทะเล ก็เลยอดใจไม่ไหวสเก็ตช์ออกมาสวยเชียวล่ะ แกอยากดูไหมล่ะ ถ้าอยากดู วันหลังจะเอาไปให้ดูที่บ้านนะแลกกับไข่พะโล้ชามใหญ่ บอกคุณนายบัวด้วยนะ ขอเป็นไข่เป็ดลูกโตๆเหมือนเดิมโตเหมือนตาแกนั่นแหละ  ใส่หมูสามชั้นเยอะๆด้วย หรือไง หรือจะเอาสามชั้นที่หน้าท้องแกแทน 


    แน่ะ กำลังถลึงตาใส่ฉันอยู่ใช่ไหม แกก็รู้ว่าฉันล้อเล่น  “รักดอกจึงหยอกเล่น” เข้าใจใช่ไหมแก

     

    พัค....ตอนนี้อากาศเริ่มเย็นแล้วว่ะเดี๋ยวฉันคงต้องกลับเข้าไปในห้องแล้ว ไม่รู้ห้องน้ำจะหายเหม็นหรือยัง ถ้าไม่หายทำไงดี    ถ้าเป็นแก ป่านนี้แกคงไปวีนจนได้ห้องใหม่แล้วหรือถ้าจะพักห้องนี้เหมือนเดิมก็คงจะได้ส่วนลด ดีไม่ดีได้พักฟรีไปเลย 

     

    แกรู้ตัวไหมว่าเวลาฉันอยู่กับแก เหมือนฉันมีบอดี้การ์ดกับเลขายังไงไม่รู้เหมือนแกเข้ามาคอยช่วยจัดการชีวิตที่เลื่อนลอยอย่างฉันให้เข้าที่เข้าทางแกเคยบอกฉันว่า ให้ฉันหัดดูแลตัวเองบ้าง ให้หัดสู้คนบ้าง จะได้ไม่ต้องคอยห่วง  ตอนนี้ฉันเก่งขึ้นแล้ว เป็นไอ้องยุค 2018 แล้ว วิชาจัดการชีวิตเบื้องต้น 101ฉันน่าจะพ้นเอฟมาแล้วล่ะ  ฉันรู้แล้วว่าถ้าลืมจ่ายค่าน้ำต้องไปติดต่อตรงไหนแล้วฉันก็เพิ่งโหลดแอพของการไฟฟ้ามาเช็คค่าไฟด้วยล่ะ


    ฉันเก่งไหมล่ะฉันอยากให้แกชมว่าฉันเก่งนะ แต่เรื่องสู้คนกับสู้หมาอันนี้ไม่ได้จริงๆ ยอมแกว่ะ

     



    อืมมม...นี่จะเที่ยงคืนแล้วช่างเป็นจดหมายที่ใช้เวลาเขียนนานเอาการเลยว่ะแกก็รู้คนฉันมันเป็นพวกชอบเลี้ยงอารมณ์  อะไรที่ฉันชอบฉันก็จะจมอยู่กับมันนานๆ  แต่ว่าฉันเริ่มง่วงแล้วล่ะแก คงต้องถึงช่วงสุดท้ายของจดหมายฉบับนี้แล้ว  ไม่แน่ใจว่าแกจะได้อ่านมันวันไหน  แต่ยังไงถึงแกไม่อยู่บ้าน ฉันเชื่อว่าคุณนายบัวต้องเก็บจดหมายนี้ไว้อย่างดีแหละ

     

    สุดท้ายนี้ ฉันจะบอกแกยังไงดีฉันเริ่มเบื่อการเขียนจดหมายแล้วล่ะ เพราะเขียนไปแกก็ไม่เคยตอบฉัน (เป็นจดหมาย) กลับมาสักทีแต่แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยชอบเทคโนโลยี แกเคยบอกฉันให้โหลดไลน์มาแชตกัน เร็วกว่าส่งจดหมายตั้งหลายล้านปีแสง       ที่ฉันยังไม่โหลดเพราะฉันกลัวว่าความเร็วจะบั่นทอนความรู้สึกบางอย่าง

     

    แกก็รู้ใช่ไหมว่าฉันเป็นคนเดินช้า คิดช้า เขียนช้า (ฉันไม่เหมาะกับเจ้าแอพนั่นหรอก)  มีอยู่เรื่องเดียวที่ (แกบอกฉันว่า) ไม่ช้า คือ “ฉันแก่เร็ว” ฉันไม่โกรธแกหรอกฉันยังล้อแกเรื่องอ้วนได้เลย (ก็รู้แหละว่าแกไม่แฮปปี้ถ้าเป็นคนอื่นล้อแกก็คงกินกบาลไปแล้ว แต่นี่ฉันไง ไอ้องเจ็ดช้อนของแก “เพราะเป็นฉัน” แกเลยยอม)แกจะล้อเรื่องฉันแก่เร็ว ฉันก็ไม่ถือสำมะหาอันใดกับ         แกหรอก

     

    ฉันจะต้องลาจากระบียงสีขาวแสนสวยนี่แล้วล่ะตาจะปิดแล้ว  อยากจะบอกแกว่าหาเวลามาเจอกันบ้าง หรือว่าฉันควรจะโหลดไลน์มาคุยกับแกดี  เอาล่ะ ยังไงพรุ่งนี้จะลองดูนะฉันคงตอบแกได้เร็วขึ้นถึงฉันจะพิมพ์ช้าก็ตาม เพราะฉันตั้งใจว่าจะไม่แอดใครเป็นแฟนเลยนอกจากแกคนเดียวจะได้ตอบแกไวๆยังไงล่ะ 

     

    ฝันดีผีกัดตูดนะแก



     

                                                                                                  รอแกอยู่ตรงนี้เสมอ

                                                                                                        องเจ็ดช้อน

     


    ปล.   **เฟรนด์   เพิ่งเห็นว่าเขียนผิดว่ะแต่ไม่อยากใช้ปากกาขีดฆ่า เดี๋ยวกระดาษสวยๆ (ที่ฉันซื้อจากร้านพี่มิน) จะเลอะเอา :)

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in