#ohayoxfictoberohayogozaimasx
Day 8 : Frail
  • #ohayoxfictober
    D-8 : Frail
    Pairing : Kang Minhee x Hwang Yunseong




    "คังมินฮี ช่วยด้วย แขนขวากับลูกตาฉันหลุดออกมาอีกแล้วล่ะ"


    เสียงหวานใสที่คุ้นเคยตะโกนดังมาพร้อมกับเสียงกระดิ่งหน้าประตู คังมินฮีที่นั่งทำงานอยู่ถอนหายใจและเงยหน้าขึ้นไปมองสิ่งที่ตนเองสร้างขึ้นมา


    ใช่ เป็นสิ่งที่เขาทำขึ้นมาเองกับมือ เป็นผลงานที่เรียกได้ว่าภาคภูมิใจ จนกระทั่งผลงานนั้นขยับได้เองขึ้นมานั่นแหละ


    บ้านของคังมินฮีเป็นช่างทำตุ๊กตา เมื่อก่อนพ่อของเขาเคยทำตุ๊กตาให้กับภรรยาของครอบครัวเศรษฐีในเมือง นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของผลงานที่เขาภาคภูมิใจ ต้นแบบของสิ่งนี้คือเด็กคนนั้น


    "เขาหน้าเหมือนตุ๊กตาเลย"


    เป็นคำพูดแรกที่หลุดออกมาจากปากของคังมินฮีตอนเด็กหลังจากเห็นลูกชายบ้านนั้น เด็กคนนั้นที่ดูโตกว่าเขานิดหน่อยทำเพียงหัวเราะออกมากับคำพูดที่ออกมาตามประสาเด็กเท่านั้น ถึงพ่อที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จะหันมาตีคังมินฮีอย่างแรงก็ตาม


    "ไม่ต้องตีเขาหรอกครับ นั่นเป็นคำชมไม่ใช่เหรอ?"


    เขาช่วยห้ามไม่ให้พ่อของมินฮีอีกด้วยแต่หลังจากพูดจบประโยคก็ไอออกมาสองสามครั้ง พ่อแม่ของเด็กคนนั้นรีบสั่งให้กลับเข้าห้องนอนทันที เด็กคนนั้นทำเพียงหันมาโบกมือให้คังมินฮีเป็นการบอกลาเท่านั้น


    หลังจากนั้นเวลาพ่อของเขาไปที่บ้านหลังนั้น เขาจะแอบไปเล่นกับเด็กคนนั้นในห้องนอนขนาดใหญ่อยู่บ่อย ๆ


    เด็กคนนั้นชื่อว่าฮวังยุนซอง


    ร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เกิด ใบหน้าที่เหมือนตุ๊กตา ดวงตากลมโต ริมฝีปากสีชมพู ราวกับถูกตั้งใจช่างที่มีฝีมือดีปั้นขึ้นมา แต่ในความสวยงามนั้นก็ดูเปราะบางเสียเหลือเกิน อีกฝ่ายที่เอาแต่นั่งอยู่บนเตียงนอนขนาดใหญ่ดูราวกับว่าจะแตกสลายลงได้ตลอดเวลา


    แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นเขาก็ยังคงแวะเวียนมาหาฮวังยุนซองตลอดเพราะคิดว่าอยู่แต่ในห้องแบบนั้นคงจะเหงามากแน่ ๆ ถึงจะมีร่างกายที่อ่อนแอขนาดนั้นแต่ฮวังยุนซองก็ยังยิ้มออกมาได้ในทุกวัน คังมินฮีรู้สึกนับถือเขาจากใจจริง


    แต่ระยะเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันก็แสนสั้นเหลือเกิน เขาเจอฮวังยุนซองครั้งแรกตอนอายุ 9 ปีและเขาเสียฮวังยุนซองไปตอนอายุ 16 ปี ในงานศพไม่มีใครร้องไห้ออกมาเลยสักคนเพราะระหว่างที่ยุนซองยังมีชีวิตอยู่ก็ร้องไห้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว มันก็แค่ถึงวันที่สักวันตัวเขาเองก็รู้ว่ามันต้องมาถึง ก็แค่นั้นเอง


    ความตายของฮวังยุนซองเงียบสงบกว่าที่คิด มีเพียงความว่างเปล่า เขาเองก็ยังคงต้องใช้ชีวิตต่อไป ถึงจะรู้สึกเหงาขึ้นมานิดหน่อยที่ไม่มีเสียงหัวเราะเบา ๆ จากคนที่นอนอยู่บนเตียงอีกแล้วก็ตาม


    "สักวันนึงก็อยากจะออกไปใช้ชีวิตที่โลกภายนอกจังเลยนะ"


    เขาเคยพูดออกมาแบบนั้นในห้องนอนขนาดใหญ่ที่มีเพียบพร้อมทุกอย่างตอนเหม่อมองออกไปที่ริมหน้าต่าง ชอบพูดออกมาว่าอิจฉานก อิจฉาผีเสื้อ ที่อยู่ด้านนอก 


    "ฉันนี่ใช้ชีวิตเหมือนตุ๊กตาเลยเนอะ"


    เป็นคำพูดที่ดูโหดร้ายแต่เจ้าตัวกลับยิ้มออกมา อาจจะเป็นเพราะตัวเขาเองก็ได้ยอมแพ้ไปแล้ว คังมินฮีตอนอายุ 16 ปี จมอยู่กับความทรงจำเก่า ๆ แบบนั้นอยู่นาน จนถึงตอนนี้เขาก็ยังลืมไม่ได้


    คังมินฮีตอนอายุ 18 ปี ได้เริ่มทำตุ๊กตาตัวแรกขึ้นมาเป็นของตนเอง ทั้งที่ตอนทำไม่ได้คิดอะไรไว้ในหัวแท้ ๆ แต่หน้าตาของตุ๊กตาตัวนั้นกลับออกมาเหมือนฮวังยุนซองอย่างไม่มีผิดเพี้ยน เขาจับผลงานชิ้นแรกของตนเองด้วยความระมัดระวังไปวางไว้ที่หน้ากระจก จัดแจงเสื้อผ้าตามความทรงจำที่เขายังคงจำได้เกี่ยวกับอีกฝ่าย


    ราวกับว่าฮวังยุนซองยังคงมีชีวิตอยู่ตรงหน้าเขา ในตอนนั้นใบหน้าของคังมินฮีก็มีรอยยิ้มผุดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว


    หลังจากนั้นเขาก็พยายามปรับแต่งตุ๊กตาตัวนั้นให้เหมือนคนมากขึ้นเรื่อย ๆ พูดให้ถูกคือให้เหมือนฮวังยุนซองมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งทรงผม เสื้อผ้า ทุกอย่างล้วนมาจากความทรงจำที่ตกค้างอยู่ เพราะรูปถ่ายของฮวังยุนซองน่ะคังมินฮีมีอยู่แค่ใบเดียวคือรูปคู่ของพวกเขาสองคน คังมินฮีในวัยเด็กที่นั่งยิ้มกว้างอยู่ข้างเตียงกับฮวังยุนซองที่ยิ้มเพียงเล็กน้อยให้กล้องอยู่บนเตียง


     จนในตอนที่คังมินฮีอายุ 20 ปี ผลงานของเขาสามารถเรียกได้เลยว่าสมบูรณ์แบบ คังมินฮีภูมิใจกับผลงานชิ้นนี้มาก ภูมิใจจนอยากจะเก็บรักษาเอาไว้ในห้องไม่ให้ใครเห็น 


    เขาลูบใบหน้าของตุ๊กตาที่มีใบหน้าเหมือนกับฮวังยุนซองอย่างไม่มีผิดเพี้ยน ดวงตาที่กลมโตสดใสราวกับลูกแก้ว ขยับมุมปากให้ยิ้มขึ้นมาสักหน่อยก็สมบูรณ์แบบ


    "ยิ้มหน่อยสิ พี่ยุนซอง"


    เขากระซิบออกมาในห้องที่มีเพียงเขากับผลงานชิ้นเอกแล้วจุมพิตลงเบา ๆ บนหน้าผากของอีกฝ่าย แต่ใครจะไปคิดว่าตุ๊กตาตรงหน้าเขาจะกะพริบตาปริบ ๆ กลับมาได้ 


    ใช่ นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาเผลอเหวี่ยงผลงานของตัวเองออกไปอย่างเต็มแรง


    และเป็นวันแรกที่ตุ๊กตาตัวนี้เริ่มขยับได้และมีความคิดเป็นของตัวเอง


    ในตอนแรกคังมินฮีอยากจะเรียกหมอผีมาจัดการเรื่องนี้ด้วยซ้ำ ไม่รู้หรอกนะว่าเป็นวิญญาณร้ายมาจากไหนแต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารสนิยมดีในการเลือกที่สิงสู่จริง ๆ แต่ไป ๆ มา ๆ กลับกลายเป็นว่าตุ๊กตาตัวนี้เชื่อฟังกว่าที่คิด เราเลยกลายเป็นเพื่อนร่วมงานกัน คังมินฮีให้ที่อยู่และที่ทำงานแก่เขา ส่วนเขาก็ตอบแทนโดยการแค่เป็นฮวังยุนซองให้ เรื่องก็มีเท่านี้


    "ก็บอกแล้วไงว่าอย่าไปตีกับพวกแมวจรจัดในเมือง"


    "ก็แมวพวกนั้นมันขโมยลูกตาฉันไปนี่"


    เขาถอนหายใจออกมาระหว่างนั่่งซ่อมอีกฝ่ายเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็จำไม่ได้เหมือนกัน ถึงจะบอกว่าเป็นฮวังยุนซองแต่เขาไม่เหมือนฮวังยุนซองเลยสักนิด ทั้งซุ่มซ่าม ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ พนันได้เลยว่าถ้าฮวังยุนซองที่เขารู้จักได้ออกมาใช้ชีวิตแบบคนปกติต้องไม่เป็นแบบนี้แน่ ๆ


    "ว่าแต่ยังไม่ไปสู่สุขติอีกเหรอ?"


    "บอกไปกี่ทีแล้วว่าฉันไม่ใช่วิญญาณแต่ขยับได้เพราะความรักที่นายมีให้ตุ๊กตาตัวนี้ต่างหากล่ะ"


    "อ่านนิทานหลอกเด็กมากเกินไปแล้วมั้ง"


    "คุณป้าที่ร้านหนังสือบอกว่าถ้าหากมีความรักก็อาจจะกลายเป็นมนุษย์ได้ก็ได้นะ!"


    "เพ้อเจ้อ"


    อย่างที่บอกเขาไม่เหมือนฮวังยุนซองเลยสักนิด หากจะมีสักเรื่องที่เหมือนกันก็คงเป็นเรื่องที่อ่อนแอและเปราะบางราวกับจะแตกสลายหายไปได้ตลอดเวลา


    "ขอโทษนะครับ"


    เสียงประตูหน้าร้านดังขึ้น คังมินฮีที่เพิ่งประกอบดวงตาให้กับอีกฝ่ายเสร็จลุกขึ้นไปที่หน้าร้าน ก็เจอลูกค้าผู้ชายที่ไม่คุ้นหน้าคุ้นตายืนอยู่พร้อมกับวัตถุกลม ๆ ที่หน้าตาดูคุ้นเคยในมือ


    "นั่นมันลูกตาฉันนี่!"


    อีกคนที่เพิ่งเดินออกมาจากหลังร้านตะโกนให้คำตอบแทนแล้ว เพิ่งจะประกอบเสร็จไปแท้ ๆ แต่อีกฝ่ายก็รีบวิ่งมาอย่างไม่ระมัดระวังและรับของจากมือผู้ชายตรงหน้า พวกเขายืนคุยกันสักพัก ทั้ง ๆ ที่เป็นตุ๊กตาแท้ ๆ แต่ดันยิ้มกว้างออกมาแบบนั้นซะได้


    อีกอย่างฮวังยุนซองน่ะไม่ได้ยิ้มแบบนั้นสักหน่อย


    "ไว้เจอกันใหม่นะ"


    ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเสียงบอกลาลูกค้านั่นทำเอาคังมินฮีไม่พอใจขึ้นมานิดหน่อย เอาจริง ๆ เขาแทบไม่อยากให้อีกฝ่ายไปเดินเพ่นพ่านข้างนอกเลยด้วยซ้ำแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้อีกเหมือนกันว่าการมีอีกฝ่ายคอยซื้อของให้มันสะดวกจริง ๆ 


    หลังจากนั้นผู้ชายคนนั้นก็แวะเวียนเข้ามาหาตุ๊กตาของเขาตลอดเป็นประจำ เจ้าตัวก็ดันมีความสุขไปซะได้ เอามาพูดให้ฟังทุกวันว่าคุยอะไรกันบ้าง ทั้ง ๆ ที่คังมินฮีไม่ได้อยากจะรับรู้เลยแท้ ๆ 


    จนมาวันนึงความรำคาญนั้นเริ่มมาถึงปลายทาง


    "จะไปเล่นกับเขาอีกจนถึงเมื่อไหร่?"


    "แต่เขาเป็นคนดีนะ คุยสนุกด้วย กำไลที่เขาเพิ่งให้มาก็สวยดีจะตาย ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่"


    "ถอดออกมาเลย พี่ยุนซองไม่ใส่ของแบบนั้นสักหน่อย"


    มินฮีกระชากข้อมือของอีกฝ่ายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแต่อีกฝ่ายกลับขัดขืน นั่นยิ่งทำให้เขาโมโหหนักไปมากกว่าเดิม เป็นตุ๊กตาที่เขาสร้างขึ้นมาแท้ ๆ ทำไมถึงทำตัวแบบนี้กัน


    "ฉันไม่ใช่พี่ยุนซองอะไรนั่นของนายสักหน่อย!"


    อีกฝ่ายกระชากแขนกลับไปอย่างเต็มแรงซึ่งนั่นทำให้แขนของเขาหลุดออกมา เอาเถอะ ยังไงเขาก็ต้องเป็นคนซ่อมเองอยู่แล้ว อีกอย่างเป็นความผิดของอีกฝ่ายต่างหากที่กระชากกลับไปแรงขนาดนั้น


    "เลิกเพ้อฝันสักทีจะได้ไหม เขาไม่มาสนใจตุ๊กตาแบบพี่หรอก ความรักอะไรนั่นมันก็เป็นแค่เรื่องหลอกเด็กเท่านั้นแหละ"


    "ใครกันแน่ที่เพ้อฝัน สร้างตุ๊กตาขึ้นมาให้หน้าเหมือนกับคนที่ไม่อยู่แล้ว คอยเรียกด้วยชื่อนั้นตลอดเวลา แบบนี้ไม่เรียกว่าเพ้อฝันหรือไง!"


    เป็นครั้งแรกที่ผลงานของเขากล้าตะโกนกลับมาอย่างสุดเสียงขนาดนั้น อีกฝ่ายจ้องมองคังมินฮีอย่างไม่ยอมเหมือนอย่างทุกที พอกันที ตุ๊กตาตัวนี้ไม่ใช่ฮวังยุนซองที่เขาชอบในวัยเด็กจริง ๆ


    และคงไม่มีวันเป็นได้


    "จะไปไหนก็ไป จะไปอยู่กับผู้ชายคนนั้นหรือไปมีความรักกับเขาก็ไปเลย"


    คังมินฮีเป็นฝ่ายหันหลังมาแล้วพูดไล่อีกฝ่ายออกไป


    "นายพูดบ้าอะไร คนที่ฉันอยากจะมีความรักด้วยน่ะ..."


    "ก็บอกให้ไปไหนก็ไปไง!"


    อีกฝ่ายเงียบไปสักพักหลังจากคังมินฮีตะตวาดออกไปอย่างสุดเสียง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายทำสีหน้าแบบไหนอยู่เพราะไม่อยากหันไปมอง


    "ก็ได้ ฉันไปเองก็ได้!"


    ก่อนจะออกไปเขาก็ปาแขนขวาของตัวเองที่หลุดใส่หลังคังมินฮีอย่างเต็มแรง หลังจากเสียงประตูปิดลงพร้อมกับอีกฝ่ายที่จากไปแล้ว มินฮีก็หยิบแขนข้างนั้นที่มีกำไลนั่นอยู่โยนลงถังขยะทันที


    หลังจากนี้ก็คงไม่ต้องซ่อมอะไรอีกแล้ว ดีจริง ๆ


    "พี่ยุนซอง ออกไปซื้อกาแฟให้หน่อยสิ"


    ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา ลืมไปแล้วว่าอีกฝ่ายไม่อยู่แล้ว สงสัยต้องจ้างคนมาทำงานเพิ่มซะแล้วมั้ง คังมินฮีก็ไม่ได้เหงาอะไรหรอกนะ ก็แค่ต้องออกไปซื้อของเองมันน่ารำคาญเฉย ๆ 


    วันนี้ที่ต้องนั่งกินข้าวคนเดียวก็ไม่ได้เหงาอะไร ปกติอีกฝ่ายก็กินด้วยไม่ได้อยู่แล้ว เอาแต่พูดเรื่องไร้สาระบนโต๊ะอาหารอยู่ตลอดเวลาด้วย


    ก่อนนอนที่ไม่มีคนนั่งคุยเรื่องหนังสือที่ซื้อมาอ่านด้วยกันก็ไม่ได้เหงาหรอก ตุ๊กตาตัวนั้นจะมีความคิดอะไรมาพูดคุยด้วยเยอะกัน อ่านคนเดียวก็ไม่ต่างกันหรอก


    ใช่ เขาใช้ชีวิตแบบไม่มีตุ๊กตาตัวนั้นได้สบายมาก


    เดี๋ยวสักพักก็คงวิ่งกลับมาหาเพราะหาคนซ่อมเองนั่นแหละ อาจจะเดินสะดุดตกบันไดจนขาหลุดออกมาก็ได้ ใช่ สิ่งที่คังมินฮีควรทำคือแค่นั่งรอ


    และนี่ก็ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์แล้วยังไม่มีวี่แวว ทุกครั้งที่เสียงประตูดังขึ้น เขาก็แอบคาดหวังให้เป็นอีกฝ่ายกลับมาแล้วตะโกนบอกให้ซ่อมแขน ซ่อมลูกตา อะไรนิดหน่อย


    คงเป็นความเสียดายล่ะมั้ง เป็นผลงานที่ใช้เวลาทำนานมากเลยนะ


    วันนี้ฝนก็ดันตกหนักอีก คงไม่มีลูกค้าแล้วล่ะมั้ง ไปปิดร้านดีกว่า พอเขาเดินไปที่ประตูเพื่อที่จะหมุนป้ายหน้าร้านว่าวันนี้ปิดแล้ว ประตูบานนั้นก็ถูกกระชากออกพร้อมกับฝนด้านนอกที่สาดเข้ามา คนที่เปิดประตูบานนั้นเอาเสื้อกันฝนออกทำให้คังมินฮีเห็นใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน


    "พี่ยุนซอง!"


    ที่มาพร้อมกับสภาพที่ดูไม่ได้เลย แย่เสียยิ่งกว่าตอนตีกับแมวจรจัดในเมืองเสียอีก


    "ช่วยฉันด้วย ฉันขอโทษ!"


    เสียงตะโกนขอร้องพร้อมกับคำขอโทษของเขาดังกว่าเสียงฝนด้านนอกเสียอีก คังมินฮีรีบให้อีกฝ่ายเข้ามาก่อนจะรีบปิดประตูร้านเพราะกลัวโดนฝนสาด


    ก่อนอื่นเลยเขาต้องเริ่มซ่อมตุ๊กตาตัวนี้จากตรงไหนดีนะ แขนขวาที่ขาดไปตั้งแต่ทะเลาะกันวันนั้น ผมก็หลุดกระเซอะกระเซิง ข้อต่อขาที่ใกล้จะหลุดออกมาทั้งสองข้างเพราะวิ่งมา เรียกได้ว่าสภาพดูไม่ได้


    "ไปตีกับใครมาล่ะ?"


    "ผู้ชายคนนั้นเล่นจะทำอะไรแปลก ๆ น่ะสิ ฉันเลยกลัวแล้วหนีออกมา แล้วเราทะเลาะกันนิดหน่อย"


    "อะไรแปลก ๆ นี่คืออะไร?"


    "ก็เข้ามาแตะตัว กอด แล้วก็พยายามจะจูบด้วย ผลักฉันลงไปกับเตียงอีก ห้ามก็ไม่ฟัง"


    สาบานกับพระเจ้าเลยว่าถ้าตอนนี้ไม่ได้ฝนตกอยู่ คังมินฮีจะรีบแล่นไปที่บ้านของผู้ชายคนนั้นแล้วต่อยหน้าเขาให้สภาพยับกว่าตุ๊กตาของเขาอย่างแน่นอน


    "ดีแล้ว ที่หนีออกมาได้"


    "คังมินฮี นายจะไม่ไล่ฉันไปแล้วใช่ไหม?"


    ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องตรงมาราวกับจะคาดคั้นขอคำตอบ คังมินฮีไม่ตอบอะไรกลับไปแต่ทำเพียงลูบหัวอีกฝ่ายไปเท่านั้น ถึงจะคิดว่าลูบหัวไปตุ๊กตาก็คงไม่รู้สึกอะไรก็เถอะ


    แต่เขาก็ยิ้มออกมาอยู่ดี เป็นตุ๊กตาที่บ้า ๆ บอ ๆ เสียจริง


    ในคืนนั้นหลังจากซ่อมฮวังยุนซองเสร็จ คังมินฮีเดินไปหยิบภาพถ่ายในลิ้นชักออกมา เขาไม่ได้หยิบมันออกมานานจนฝุ่นเกาะขนาดนี้เลยเหรอ รอยยิ้มของคนบนภาพยังคงเหมือนเดิมอย่างที่มันเป็นมาตลอด


    คังมินฮีเดินออกไปรับลมตรงระเบียงพร้อมกับภาพถ่ายใบนั้น อยากเจอคนในรูปเป็นบ้า นานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่ได้ไปเยี่ยมหลุมศพของอีกฝ่ายหรือว่าเขาเองก็ควรจะลืมเรื่องของฮวังยุนซองไปให้ได้สักทีกันนะ เลิกหาใครสักคนมาเป็นตัวแทนของเขาที่ไม่มีวันกลับมา 


    เขาน่ะอ่อนแอเสียกว่าฮวังยุนซองหรือตุ๊กตาที่เขาสร้างขึ้นมาเสียอีก


    ในขณะที่กำลังเหม่อลอยก็มีแก้วกาแฟยื่นมาให้ตรงหน้า กลิ่นกาแฟร้อนที่คุ้นเคยทำเอาเขารู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในใจเล็กน้อยหลังจากไม่ได้ดื่มกาแฟฝีมือของคนตรงหน้ามานาน


    "คิดถึงกาแฟฝีมือฉันไหม?"


    "ไม่เลยสักนิด"


    "ใจร้ายชะมัด"


    อีกฝ่ายบ่นอุบอิบออกมาแต่ถึงจะพูดไปแบบนั้นคังมินฮีก็รับแก้วกาแฟมาดื่มอยู่ดี


    "คนในรูปนั่นคือฉันเหรอ?"


    "พี่ยุนซองต่างหาก ไม่ใช่นายสักหน่อย"


    "ก็หน้าตาเหมือนกันนี่ ขอดูหน่อยสิ"


    ตอนที่มินฮียื่นภาพถ่ายให้อีกฝ่าย ลมตรงระเบียงก็ดันพัดแรงจนภาพถ่ายใบนั้นปลิวหลุดออกจากมือไป คังมินฮีเอื้อมมือออกไปสุดแขน แต่ตุ๊กตาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขา ดันยืดตัวออกไปได้ไกลกว่า


    "หยุดนะ!"


    คังมินฮีตะโกนห้ามออกไปแต่ไม่ทันเสียแล้ว อีกฝ่ายกระโดดลงไปจากระเบียงเพื่อคว้ารูปถ่ายตรงหน้า ทั้ง ๆ ที่บอบบางแท้ ๆ เดี๋ยวก็แขนหลุดออกมาแต่เขากลับไม่ลังเลที่จะกระโดดลงไปเลยแม้แต่น้อย


    "ก็มันเป็นของสำคัญของนายไม่ใช่หรือไง!"


    ร่างที่กระโดดลงไปตะโกนกลับขึ้นมา ไม่นานนักเสียงร่างของเขากระแทกกับพื้นอย่างแรงก็ดังขึ้นมาจนถึงชั้นบน คังมินฮีรีบวิ่งลงไปด้านล่างทันที ร่างกายของเขาแหลกละเอียดแต่ในมือที่บอบบางคู่นั้นดันกำภาพถ่ายใบสำคัญไว้แน่น


    "ขอบคุณนะ"


    คังมินฮีพูดออกมาถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ยินแล้วก็เถอะ


    เป็นค่ำคืนอันยาวนานของช่างทำตุ๊กตาจริง ๆ ราวกับต้องประกอบผลงานที่ใช้เวลาสร้าง 2 ปี ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เขาประกอบตุ๊กตาตัวนี้จนเกือบเช้ากว่าจะกลับมาเป็นแบบเดิม 


    "ราตรีสวัสดิ์นะ"


    คังมินฮีพูดออกมากับตุ๊กตาที่เพิ่งประกอบเสร็จแล้วยังไม่ได้สติ เขาเดินไปจุมพิตเบา ๆ บนหน้าผากของอีกฝ่าย เพ้อฝันเป็นบ้า เขาไม่ใช่เจ้าชายสักหน่อย ไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะฟื้นขึ้นมาหรอก


    "อรุณสวัสดิ์"


    ตุ๊กตาตรงหน้าคังมินฮีค่อย ๆ กะพริบตาแล้วยิ้มตอบให้เหมือนกับฮวังยุนซองที่คอยพร่ำพูดคำนี้กับเขายามอยู่บนเตียงเมื่อหลายปีก่อน 


    "อย่าหายไปไหนอีกนะ"


    คังมินฮีที่ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้ตัวเองคิดอะไรอยู่โผกอดตุ๊กตาที่เพิ่งลืมตาตื่นอย่างเต็มแรง อีกฝ่ายไม่พูดตอบอะไรกลับมาทำเพียงลูบหลังเขาเบา ๆ 


    อย่างที่คิดเลยเขาน่ะเปราะบางและอ่อนแอกว่าตุ๊กตาตรงหน้าเสียอีก


    จะว่าไปในวันนั้นที่เขาไล่ให้อีกฝ่ายไปหาผู้ชายคนนั้น เหมือนว่าพี่ยุนซองจะพูดอะไรออกมาด้วยนี่นา


    เอาไว้ค่อยถามแล้วกัน



    //

    วันที่ 8 ในวันที่ 15 ไทม์โซนดาวไหนได้บ้าง มีใครเดาวันนี้ถูกไหมนะ พอเห็นหัวข้อ frail แล้วอยากเขียนยุนซองเป็นตุ๊กตาขึ้นมาเลย จบแฮปปี้กว่าที่คิดไว้ตอนแรกด้วย เอนจอยรีดดิ้งนะคะ เจอกันตอนหน้า! #ohayoxfictober





Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in