#ohayoxfictoberohayogozaimasx
Day 7 : Enchanted
  • #ohayoxfictober
    D-7 : Enchanted
    Pairing : Kang Minhee x Hwang Yunseong



    "มาช่วยงานชมรมการแสดงสิ!"


    "พี่ก็มาช่วยชมรมภาพยนตร์ก่อนสิ!"


    "ฉันไม่ได้ว่างขนาดนั้นหรอกนะ"


    "ผมก็ไม่ได้ว่างขนาดนั้นเหมือนกัน ขอปฏิเสธครับ"


    เป็นอีกครั้งที่ฮวังยุนซองถูกคนเด็กกว่าตรงหน้าปฏิเสธและเป็นอีกครั้งที่ตัวเขาเองปฏิเสธคนเด็กกว่าตรงหน้าเช่นกัน


    ชมรมการแสดงของเขาต้องการตัวคังมินฮีมาเล่นบทตัวละครหลักในงานโรงเรียนมาก ทั้งหน้าตาและบทบาทมันเข้าไปซะหมดแต่เจ้าตัวก็ยังยืนกรานว่าจะขอเลือกทำกิจกรรมชมรมของตัวเอง


    ฮวังยุนซองก็เข้าใจแหละ


    แต่ก็ไม่ยอมรับอยู่ดี


    ในขณะเดียวกันคังมินฮีก็อยากได้ตัวฮวังยุนซองมาเล่นในหนังสั้นของชมรมตัวเองเหมือนกัน หน้าตาและบทบาทถามว่าเข้าขนาดนั้นไหม


    คังมินฮีไม่รู้หรอก


    แต่ก็แค่ชอบหน้าของอีกฝ่ายมากเลยอยากได้ตัวมาเล่นก็แค่นั้น


    แน่นอนว่าเขาทะเลาะกับคนในชมรมเรื่องนี้ไปหลายต่อหลายครั้งแต่คนในชมรมก็เถียงไม่ออกในเรื่องที่ว่าฮวังยุนซองดูดีแค่ไหน บางคนในชมรมก็บอกว่าเขาน่ะโดนฮวังยุนซองทำของใส่แล้วแน่ ๆ


    ว้าว นั่นฟังดูโรแมนติคดีนะ


    เรื่องที่เขาชอบหน้าตาของอีกฝ่ายมากมันก็เป็นคนละเรื่องกับที่ฮวังยุนซองจะลากเขาไปเล่นละครเวทีของชมรมการแสดงอยู่ดี ถึงเวลาที่ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมาที่คังมินฮีจะแอบทำเอาเขาใจอ่อนไปหลายรอบก็ตาม


    ยังไงก็เถอะ เขาไม่มีวันเป็นฝ่ายยอมก่อนแน่นอน


    "ไม่ไหวแล้ว! ฉันตามตื๊อไอเด็กนั่นจนดูเหมือนพวกโรคจิตในสายตาเด็กปีสองไปแล้วนะ"


    "ใจเย็นน่าพี่ ไม่มีเด็กปีสองคนไหนมองว่าพี่โรคจิตหรอก"


    จูชางอุคที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ฮวังยุนซองดึงมือของรุ่นพี่ที่ลุกขึ้นตบโต๊ะชมรมเสียงดังแล้วตะโกนประโยคเมื่อครู่ออกมา ถึงจะเป็นการตะโกนที่ไม่มีใครกลัวเลยก็เถอะ


    ใคร ๆ ก็รู้ว่าเสียงของฮวังยุนซองน่ารักจะตายไป เป็นสาเหตุที่รับบทตัวละครหลักไม่ได้ เสียงแบบเขาถ้าเป็นเล่นบทเท่ ๆ บนละครเวทีมันคงดูพิลึก เสียงของเขาสูงกว่านักเรียนหญิงบางคนเสียอีก ส่วนใหญ่ถ้าไม่เล่นเป็นตัวประกอบก็ทำงานเบื้องหลัง


    สุดท้ายแล้วการถกเถียงกันในชมรมปลายทางก็ไปจบลงที่คนในชมรมอยากได้คังมินฮีมาเล่นเป็นบทเจ้าชายในละครเวที โอเค นี่เป็นอีกวันที่ฮวังยุนซองเป็นฝ่ายแพ้ในการเถียง


    "ยังไงเขาก็ชอบหน้านายอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?"


    "เขาแค่อยากได้ไปเล่นหนังให้เท่านั้นแหละ"


    "ก็ไปสิ แลกกันไง"


    "ไม่เอา ไม่ชอบ"


    ขนาดระหว่างทางเดินกลับไปที่ห้องเรียนเพื่อนร่วมห้องที่อยู่ชมรมเดียวกันก็ยังคงตื๊อเขาอยู่ตลอดทาง


    "หรือว่าจะลองใช้ไอนี่ดูล่ะ?"


    เพื่อนร่วมห้องที่เดินอยู่ข้าง ๆ ยื่นขวดเล็ก ๆ ที่หน้าตาเหมือนขวดน้ำหอมมาให้ฮวังยุนซอง 


    "คืออะไร?"


    "ยาเสน่ห์"


    "อ่านการ์ตูนเยอะไปเหรอ"


    "เฮ้ย ไม่ลองไม่รู้รึเปล่า เห็นเขาบอกว่าได้ผลนะแบบแค่ 1 ชั่วโมงไรงี้ ก็เอาแค่แปปเดียวแล้วให้น้องมันตอบตกลงก็ได้นี่"


    "งมงายอ่ะ"


    "ก็ลองดู ไม่ใช่ก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่"


    สุดท้ายแล้วฮวังยุนซองก็ต้องรับมันมา ถึงแม้ในใจเขาจะไม่เชื่อเลยสักนิดก็ตาม เขาพลิกอ่านรายละเอียดด้านหลังมันเขียนว่าจะเอาใส่ในของกินก็ได้หรือจะเอาไปแตะตัวโดยตรงก็ได้ แต่ควรใช้แค่นิดเดียว แล้วก็อะไรไม่รู้ข้างล่างอีกยาวเหยียดที่เขาไม่อยากอ่าน


    ถ้าเอาไปใส่ของกินตอนพักกลางวันก็น่าจะเหมาะ เอาไปแตะตัวโดยตรงน่าจะยากกว่าล่ะมั้ง...ว่าแต่ทำไมเขาต้องคิดตามด้วย ใครจะไปเชื่ออะไรแบบนี้


    ไร้สาระ!


     "พี่ไม่ได้เอากระเป๋าเงินมาเหรอ?"


    "เอามา"


    ถึงจะบอกว่าไร้สาระก็เถอะแต่อย่างที่เพื่อนร่วมห้องของเขาบอก ลองดู ไม่ใช่ก็ไม่ได้เสียหายอะไร นั่นมันก็ถูกของเธอนะ


    "แล้วมายืนจ้องข้าวกลางวันผมทำไมล่ะ"


    คังมินฮีรีบเอาจานอาหารกลางวันของตัวเองหลบทันที ร้อยวันพันปีถ้าไม่ใช่เรื่องที่จะมาตื๊อให้เขาไปช่วยงานที่ชมรมฮวังยุนซองก็ไม่ทักทายเขาหรอก


    ก็ไม่ได้น้อยใจหรอกนะ


    "ก็แค่อยากนั่งกินข้าวกลางวันกับนายไม่ได้เหรอ?"


    มาไม้ไหนวะ


    นั่นคือสิ่งแรกที่ขึ้นมาในหัวคังมินฮี แต่สิ่งที่สองคือสายตาของรุ่นพี่ที่ยืนอยู่ตอนขอร้องนี่น่ารักเป็นบ้า หรือเขาจะโดนทำของใส่จริง ๆ แต่สุดท้ายก็เขยิบที่ให้อีกฝ่ายนั่ง เพื่อนในห้องของคังมินฮีก็ลุกออกไปพร้อมแอบยิ้มให้เขา


    รู้งานดีจริง ๆ


    คังมินฮีนั่งมองฮวังยุนซองที่กินอาหารกลางวันก็เห็นว่าอีกฝ่ายก็แอบมองเขาอยู่เหมือนกัน มีบางครั้งที่ตาของเราประสานกันโดยไม่รู้ตัวและรีบหลบตาไปทันทีหรือว่าอีกฝ่ายจะแอบสนใจเขาอยู่กันนะ ไม่หรอก ในหัวรุ่นพี่คนนี้น่ะมีแต่เรื่องละครเวทีเท่านั้นแหละ แต่การมานั่งกินข้าวด้วยแบบนี้มันก็ประหลาดอยู่นะ 


    คังมินฮีไม่ได้อยากจะหลงตัวเองหรอกแต่วันนี้ฮวังยุนซองดูแปลกไปจริง ๆ


    ก็ไม่ผิดไปซะทีเดียวเพราะตอนนี้ในหัวฮวังยุนซองก็คิดหาจังหวะที่จะหยดน้ำยาบ้า ๆ นี่ลงไปในอาหารกลางวันของคังมินฮีอยู่แต่คนเด็กกว่ากลับมองมาทางเขาแทบจะตลอดเวลา ทำเอาหาจังหวะดี ๆ ไม่ได้เลย ข้าวในจานก็จะหมดแล้ว นี่เขามาเสียเที่ยวสินะ


    "มินฮี กินข้าวหมดแล้วเหรอ?"


    เขาถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายวางช้อนลงแล้ว 


    "ครับ"


    โอเค มื้อกลางวันนี้เขาทำมันไม่สำเร็จ


    แต่เขายังมีโอกาสตอนหลังเลิกเรียนอยู่ แค่เรียกอีกฝ่ายออกไปสักที่แล้วแตะตัวอาจจะง่ายกว่าก็ได้ ถ้าครั้งนี้พลาดจะโยนไอขวดน้ำยาบ้านี่ลงถังขยะแล้ว ฮวังยุนซองสาบานกับตัวเองออกมาในใจแบบนั้น


    ยุนซองยืนรอรุ่นน้องที่ทำเวรอยู่หน้าห้อง เพื่อนของมินฮีที่เดินออกไปล้วนแต่หันมามองเขาอย่างไม่วางตาพร้อมหันไปกระซิบกระซาบกันอย่างเห็นได้ชัดอีกด้วย คังมินฮีเอาเรื่องของเขาไปพูดเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ เริ่มกลัวโดนพวกรุ่นน้องเกลียดซะแล้วสิ


    "อ้าว พี่ยุนซอง วันนี้ก็จะมาตามตื๊อเหมือนเดิมเหรอ บอกเลยว่าผมขอปฏิเส..."


    "มะ...ไม่ใช่แบบนั้น วันนี้ไม่ได้มาเพราะเรื่องนั้น"


    ดันเผลอพูดติดอ่างไปซะได้ มินฮีจะรู้สึกว่าเขามีพิรุธรึเปล่านะ เขินตัวเองเป็นบ้า


    คังมินฮีที่ยืนรอคำพูดต่อไปจากฮวังยุนซองที่ตอนนี้อยู่ ๆ ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีแดง ไหนจะคำพูดตะกุกตะกักนั่นที่ดูไม่สมกับเป็นฮวังยุนซองอีก ทำเอาคังมินฮีในตอนนี้รู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมา


    "ให้พูดตรงนี้ก็น่าอายไปหน่อย ไปคุยกันตรงบันไดชั้น 4 ได้ไหม?"


    อยู่ ๆ จะให้มาแตะตัวมินฮีหน้าห้องของเขาที่เพื่อนร่วมห้องยังเดินเพ่นพ่านอยู่แบบนี้ มีหวังวันรุ่งขึ้นฮวังยุนซองได้โดนเด็กปี 2 มองด้วยสายตาแปลก ๆ อย่างแน่นอน


    โชคดีที่คังมินฮีเดินตามเขามาอย่างว่าง่าย พอเราสองคนเดินไปถึงมุมหนึ่งของอาคารเรียนที่ไร้ผู้คน เขาก็เพิ่งสังเกตว่าหน้าของคังมินฮีดูเปลี่ยนเป็นสีแดงขึ้นมานิดหน่อย อาจจะเหนื่อยเพราะเดินล่ะมั้ง


    "แล้วพี่จะพูดอะไรล่ะ?"


    "ก็..."


    เออว่ะ จะพูดอะไรดี เรื่องนั้นเขาก็ยังไม่ได้คิดเหมือนกัน พูดยังไงถึงจะได้แตะตัวอีกฝ่ายแบบไม่น่าสงสัยกันนะ ต้องพยายามหาคำพูดที่ดูไม่น่าสงสัย คิดสิ คิด


    "ขอกอดหน่อยสิ"


    ...


    เสียงลมที่พัดผ่านอาคารเรียนมันดังขนาดนี้เลยเหรอ ฮวังยุนซองก็เพิ่งรู้สึกเอาวันนี้แหละ อีกฝ่ายที่โดนขอกอดยืนนิ่งสนิทไปเลย รอบนี้ก็คงชวดอีกตามเคย เตรียมโยนไอขวดบ้านี่ทิ้งได้


    "เอาสิ"


    คำตอบของคังมินฮีทำเอาฮวังยุนซองเงยหน้าขึ้นไปมองคนเด็กกว่าด้วยความตกใจ เมื่อกี้เขาตอบตกลงกลับมาเหรอ พอเงยหน้าขึ้นไปก็เห็นอีกฝ่ายยืนอ้าแขนรออยู่


    "เร็ว ๆ เดี๋ยวก็มีคนเดินมาหรอกพี่"


    ยุนซองพยักหน้ารับคำก่อนจะแอบหยิบขวดน้ำยาที่เพื่อนให้มาแล้วซ่อนไว้ในมือแล้วพุ่งตัวเข้าไปเพื่อจะรีบกอดอีกฝ่ายแล้วแตะตัวให้มันเสร็จ ๆ ไป


    แต่เขาดันสะดุดขาตัวเอง


    ขวดที่เปิดฝารอไว้แล้วซ่อนไว้ในมือกระเด็นหลุดออกไปใส่คนตรงหน้า ของเหลวที่ถูกบรรจุอยู่ในนั้นกระจายออกมาโดนตัวอีกฝ่ายเข้าเต็ม ๆ


    เป็นวินาทีที่ฮวังยุนซองอยากจะกรีดร้องออกมา


    ด้านหลังเหมือนมันเขียนคำเตือนไว้ว่าห้ามใช้ในปริมาณเยอะด้วยนี่แต่เล่นสาดไปทั้งขวดแบบนี้แล้วคังมินฮีจะเป็นยังไง แบบนี้อีกฝ่ายไม่มาหลงเสน่ห์เขาไปอีก 10 ปีเลยเหรอ ไม่นะ นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการเลยสักนิด 


    ฮวังยุนซองยืนหลับตาปี๋เพราะกลัวปฏิกิริยาของคนตรงหน้าที่กำลังเดินเข้ามาหา จะเป็นแบบพวกในหนังที่พอโดนแล้วแอบชอบจนวิ่งตามเหมือนคนบ้าไหม จะบอกว่าเป็นความผิดของคังมินฮีก็ไม่ได้ด้วย ความผิดของเพื่อนเขานั่นแหละที่ให้ยาบ้า ๆ นี่มา


    "พี่ยุนซองพกน้ำหอมเหรอแต่กลิ่นมันแปลก ๆ อยู่นะ จะหลับตาทำไม?"


    อ้าว


    ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย


    ของปลอมเหรอ? ก็คิดเอาไว้อยู่แล้วแหละนะ อะไรแบบนี้จะไปจริงได้ยังไง ไร้สาระชะมัด


    "เปล่า ไม่ใช่น้ำหอม ช่างเหอะ"


    "แล้วพี่ยังจะกอดผมอยู่ปะ?"


    ยุนซองหรี่ตามองคนตรงหน้าที่ยังคงอ้าแขนรอให้เขาเข้าไปกอดอยู่แล้วถอนหายใจออกมา


    "ไม่อ่ะ จะไปห้องชมรมแล้ว"


    "อ้าว นี่ผมทำอะไรผิดไปเหรอ?"


    "นายฟังผิดน่ะ ใครจะไปอยากกอดนายกัน"


    เขารีบตีมึนแล้วเดินหนีออกไปจากตรงนั้นทันที ว่าแต่อีกฝ่ายจริงจังเรื่องกอดขนาดนั้นเลยเหรอ เขาอาจจะอยากได้เรื่องเอาไปเล่าต่อให้เพื่อนในห้องฟังก็ได้ เกือบไปแล้วนะเนี่ย 


    เอาเป็นว่าน้ำยานั่นเฮงซวยชะมัด 



    "อ้าว พี่ยุนซองไม่มาด้วยกันเหรอ?"


    จูชางอุคที่นั่งเล่นโทรศัพท์รออยู่ในห้องชมรมทักทายรุ่นพี่ที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามา โดยปกติแล้วพี่ยุนซองจะมาพร้อมกันตลอดแต่วันนี้เธอกลับมาแค่คนเดียว


    "ไปลองยาเสน่ห์นั่นใส่มินฮีอยู่ล่ะมั้ง"


    "อ๋า ที่พี่พูดในชมรมวันก่อนน่ะเหรอ สรุปมันใช้ได้จริง?"


    "พอพูดถึงเรื่องใช้ได้จริงแล้วฉันก็เพิ่งคิดได้ว่าลืมบอกหมอนั่นเรื่องสำคัญไป"


    นักเรียนหญิงที่โตกว่าขยับเข้าไปใกล้รุ่นน้องที่ละสายตาจากโทรศัพท์มาฟังเรื่องที่เธอพูดแล้วกระซิบออกมาเบา ๆ ถึงแม้ว่าในห้องชมรมตอนนี้จะยังไม่มีผู้คนก็ตาม


    "เห็นเขาบอกว่ายานั่นน่ะใช้ไม่ได้ผลกับคนที่ชอบเราอยู่แล้วนะ"


    เธอลืมบอกยุนซองไปซะสนิทเลย


    แต่เอาเถอะ มันคงไม่สำคัญแล้วหรอกมั้ง



    //


    enchanted ในที่นี้ของเราคือมันแปลว่าหลงใหลเนอะ เห็นในบางบริบทคือแปลว่าต้องมนต์ก็ได้เลยออกมาในแนวนี้ นับว่าตรงโจทย์ไหมแต่ก็เขียนไปแล้ว... มาแบบสั้นๆใสๆหัวใจสี่ดวง แน่นอนว่าเราเขียนสั้นเพื่อเขียนยาว มีต่อ ไม่จบแค่นี้หรอก! แต่มาวันไหนค่อยว่ากันอีกที จะมีกี่วันก็ยังไม่มั่นใจ เอาเป็นว่าฝากรุ่นพี่ชมรมการแสดงกับรุ่นน้องชมรมภาพยนตร์ไว้ด้วยนะคะ แหะ #ohayoxfictober












Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in