#โทรุกะ| to the moon and never back ☽living_doll
CH 5 : I feel like the moon is spinning off into outer space without you.
  • V — 𝘵𝘰 𝘵𝘩𝘦 𝘮𝘰𝘰𝘯 𝘢𝘯𝘥 𝘯𝘦𝘷𝘦𝘳 𝘣𝘢𝘤𝘬 🌙 


    ในเช้าของวันหนึ่งเมื่อหลายปีที่แล้ว

    ทากะนั่งอยู่บนโซฟา มีช็อคโกแลตร้อนในแก้วมัคสีขาวใบโปรดรูปดาววางอยู่บนโต๊ะกระจกคู่กับแก้วสีดำรูปพระจันทร์ของโทรุ ของขวัญเนื่องในโอกาสอะไรซักอย่างที่เขาลืมไปแล้ว

    คนตัวเล็กนั่งเช็ครูปถ่ายของเมื่อวานในแลปท็อป โดยมีคนรักนั่งอยู่ข้างๆ เสียงกีตาร์ดังขึ้นมาแผ่วเบาในตอนที่นิ้วเรียวทั้งสิบเริ่มดีดเป็นทำนองเพลง มือเล็กยกแก้วช็อคโกแลตร้อนที่ทำโดยโทรุขึ้นจิบ ในแก้วที่ซื้อมาโดยโทรุอีกนั่นแหละ

    "วันนี้เพลงอะไรเหรอ?" เขาเอ่ยถามโดยที่ยังไม่เงยหน้าจากจอคอมพิวเตอร์

    ไม่มีเสียงตอบรับจากโทรุ คนตัวเล็กเงยหน้า ก่อนจะพบรอยยิ้มบางๆ ที่แสนมีเสน่ห์บนใบหน้าของคนรักและดวงตาที่มองเขามาอยู่ก่อนแล้ว

    "เดาสิ" เขาเห็นโทรุยิ้ม ในตอนที่มองลึกเข้าไปในดวงตาสุกใสคู่นั้น เหมือนความเครียดของเขาถูกละลายหายไปด้วยความอ่อนโยนและเอาใจใส่ของอีกคน

    "เพลงแต่งเองอีกล่ะสิ" ทากะเท้าคางลงกับหน้าขา มองนิ้วเรียวยาวจับคอร์ดกีตาร์และใช้มืออีกข้างดีดเป็นเพลงที่ไม่คุ้นเคย นัยน์ตาสวยจ้องมือของโทรุอย่างหลงไหล นิ้วมือของโทรุสวยมาก แม้ปลายนิ้วจะด้านเพราะการเล่นกีตาร์แต่ทากะกลับมองว่ามันเป็นความไม่สมบูรณ์แบบที่แสนจะเพอร์เฟ็ค

    "เก่งจัง" เจ้าของเพลงหัวเราะจนตาปิด "งั้นลองเดาว่าเพลงชื่ออะไร"

    "ยากไปมั้ยโทรุ"

    "ไม่ยากหรอก" รอยยิ้มแสนหวาน กลิ่นหอมของช็อคโกแลตร้อน และเสียงกีตาร์ดังคลอเบาๆ "นี่เพลงของนาย"

    เขาทนสบสายตาที่เต็มไปด้วยความหมายนั้นได้ไม่นาน แก้มขาวเจือไปด้วยสีแดงระเรื่อ

    "เพลงชื่อทากะเหรอ ชื่อตลกชะมัด" 

    โทรุหัวเราะลั่น รู้ว่าทากะชอบบ่นแก้เขินเพราะทำตัวไม่ถูก กระดาษเนื้อเพลงที่ยับยู่ยี่ถูกยื่นไปตรงหน้า "อยากลองร้องมั้ย?"

    "ฉันร้องได้เหรอ ?"

    "ได้สิ ก็นี่เพลงของนาย" โทรุมองใบหน้าและท่าทางที่จริงจังของอีกคนยามที่จดจ้องไปแผ่นเนื้อเพลง

    เสียงทุ้มต่ำร้องนำขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะตามด้วยเสียงของทากะที่ร้องคลออย่างไม่แน่ใจนัก อีกครั้งและอีกครั้ง และในที่สุดมันก็กลายเป็นเพลงที่เพราะที่สุดในโลก กลายเป็นช่วงเวลาที่แสนมีความสุข เขาหลงรักมันเหลือเกิน

    "โทรุ รอแปปนึงนะ" ร่างเล็กกระโดดข้ามโซฟาตรงไปยังห้องนอน ไม่กี่นาทีต่อมาก็กลับมาพร้อมกับเทปคาสเซ็ทและเครื่องบันทึกเสียงเก่าๆ "ขออัดไว้นะ"

    เสียงกีตาร์ดังขึ้นในห้องนั่งเล่นของบ้านอีกครั้ง คราวนี้มันถูกเติมเต็มด้วยเสียงที่อ่อนหวานและนุ่มนวล เต็มไปด้วยความรู้สึกรักและถูกรัก ทากะร้องมันอย่างมั่นใจ เนื้อเพลงถูกสลักลึกไว้ในความจำ รู้ว่าจะไม่มีวันลืมแม้แต่ท่อนใดท่อนหนึ่งในเพลงนี้


    วันนี้ทากะนั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิม แต่ไม่มีโทรุเคียงข้างกายอีกต่อไปแล้ว

    โปสการ์ดหลายใบกระจัดกระจายบนโต๊ะ แก้วรูปดาวที่ว่างเปล่าวางคู่กับเครื่องเล่นเทปเก่าๆ ที่โทรุไม่ได้เอากลับโอซาก้าไปด้วย เหมือนจงใจทิ้งไว้ต่างหน้าเพื่อให้เขาคิดถึง

    คนๆ นั้นรู้ดีว่าต้องทำยังไงถึงจะทำให้ตัวเองแทรกกายอยู่ในทุกความทรงจำของเขาได้

    ไม่มีความทรงจำไหนในช่วงสิบปีมานี้ที่ไม่มีชายที่ชื่อ ยามาชิตะ โทรุ พวกเขาอยู่ด้วยกันมาเกินครึ่งชีวิตและทากะแน่ใจ ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น โทรุก็จะยังอยู่ในความทรงจำของเขาจนวันสุดท้าย

    นิ้วเรียวกดกรอเทปกลับอีกครั้ง และกดปุ่ม Play อีกเป็นรอบที่ 6

    แค่หวังว่าเขาจะสามารถทำให้ช่วงเวลาเหล่านั้นสามารถเล่นซ้ำได้ เหมือนกับเทปคาสเซ็ทเพลงของเราอันนี้ ทากะอยากจะให้เวลาเดินช้าลงสักนิด แต่ถึงมันจะช้าลงจริงอย่างที่เขาขอ มันก็ไม่ช้าพอที่จะดึงโทรุไว้กับเขาอยู่ดี

    "เสียงของทากะเหรอครับ?" ลูกแก้วสีเข้มที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตาเงยมองตามเสียง ใบหน้าที่คุ้นเคย แต่เขารู้ว่าไม่ใช่คนที่เคยคุ้น แม้อีกคนจะอยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำตัวเก่งกับกางเกงวอร์มตัวโปรดของคนที่จากไปไกลแสนไกล

    เขาต้องคอยย้ำกับตัวเองวันละกี่รอบกันว่านี่ไม่ใช่โทรุของเขา

    ทากะนิ่งไปสักพัก ใช้ปลายนิ้วแตะลงบนสร้อยคอเบาๆ

    "ใช่" เขาขยับตัวเพื่อให้อีกคนนั่งลงข้างๆ "นั่งลงสิ"


    ห้องของมนุษย์จากดวงจันทร์เป็นที่ๆ ทากะเรียกว่าห้องนอนแขก มันถูกยกให้ตอนที่ทากะพาเขามาจากเพียร์

    เขาใช้มันเป็นที่เก็บตัวอย่างพืชต่างๆ ขวดแก้วหลายขวดที่ถูกบรรจุด้วยดิน น้ำจากสถานที่ต่างๆ ถูกวางอย่างเป็นระเบียบบนพื้น ข้างๆ กันมีถุงรักษาสภาพสำหรับเก็บตัวอย่างพืชวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ

    ชุดสีขาวที่เขาใส่มาในวันแรกที่เจอทากะแขวนอยู่ในตู้ เป็นชุดสีขาวเพียงชุดเดียวในหมู่เสื้อผ้าสีเข้มที่แขวนอยู่อย่างเป็นระเบียบ ทากะไม่ยอมให้เขาใส่เสื้อผ้าพวกนั้นอีก ด้วยเหตุผลว่ามันประหลาดเกินไปสำหรับที่นี่

    โทรุหยิบเสื้อสีดำที่มีอยู่มากมายในตู้มาสวม ดวงตาสีทองมองตัวเองในกระจก รู้สึกแปลกประหลาดในชุดที่ไม่ใช่ของตัวเอง ทากะบอกว่าเป็นเสื้อผ้าเก่าของคนรัก ให้เขาใส่ในตอนที่อยู่ที่นี่ ถึงจะรู้สึกได้ถึงกลิ่นที่ไม่ใช่ของทากะ แต่ก็ยอมใส่เพราะว่าเป็นชุดที่คนตัวเล็กบอกให้ใส่ เลือกที่จะเรียนรู้ ว่าง่ายและเชื่อฟัง

    เขาก้มลงมองสัญลักษณ์รูปดวงจันทร์ในมือที่พกติดตัวไว้ตลอด และทรานพอร์เตอร์ที่ข้อมือก็ยังซ่อมตัวเองไม่เสร็จ ยังไปวอชิงตัน ดี.ซี.ไม่ได้ตามภารกิจที่ได้รับ จะกลับที่ๆ จากมาก็ไม่ได้ มีเพียงตัวเลขนับถอยหลังอีก 31 วันตามเวลาบนโลกมนุษย์เท่านั้นที่ปรากฏบนเครื่องมือประจำกาย

    น่าแปลกที่ในเช้าวันนี้เขาวนเวียนคิดถึงแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะนั้น แทนที่จะเป็นภารกิจตามเก็บตัวอย่างพืช มือเรียวหยิบถุงรักษาสภาพดอกคอสมอสขึ้นมาพินิจ สีสันของมันทำให้เขาคิดถึงด้านสว่างของดวงจันทร์ คิดว่าถ้าได้เอาไปปลูกบนด้านมืดของดวงจันทร์จะเป็นยังไง สีสันของมันจะคงอยู่อย่างนี้ หรือกลืนไปกับความมืดมิดจนมองไม่เห็นแม้แต่กลีบดอก

    เสียงดนตรีดังแผ่วเบาลอดเข้ามาในห้องนอน สุ้มเสียงที่คุ้นเคยเรียกให้เขาเดินตามออกไป รู้ตัวอีกทีก็ยืนอยู่ด้านหลังของทากะ แผ่นหลังเล็กดูบอบบางเหมือนกลีบดอกคอสมอส มองตามปลายนิ้วเรียวที่กดปุ่มอะไรสักอย่าง และเสียงนั้นก็เริ่มเล่นอีกรอบ

    "เสียงของทากะเหรอครับ?" เขาเอ่ยถามออกไป และนัยน์ตาสีเข้มก็เบือนมามองเขาช้าๆ มันคลอไปด้วยสิ่งที่มนุษย์เรียกว่าน้ำตา

    "ใช่" เขายืนนิ่ง เห็นกายเล็กเคลื่อนไหว ทำให้เขานึกถึงก้านดอกคอสมอสที่ลู่ไปตามแรงลม "นั่งลงสิ"

    ทากะกดเริ่มเล่นใหม่อีกครั้ง และคราวนี้มีเพียงเสียงจากกีตาร์ของโทรุและเสียงร้องของทากะในอดีตเท่านั้นในขณะนี้

    "ดนตรี?" ชายจากดวงจันทร์เอ่ยอย่างสงสัยใคร่รู้ ดวงตาสีทองสวยแสกนทุกอย่างแล้วเก็บข้อมูลลงกล่องความทรงจำ เอียงคอพินิจมองเครื่องกำเนิดเสียงหน้าตาแปลกๆ ที่ไม่เหมือนบนดวงจันทร์บ้านเกิด "เพลง?"

    "ใช่ นี่เขาเรียกเครื่องเล่นเทป ส่วนที่อยู่ในเครื่องเรียกเทปคาสเซ็ท" คนตัวเล็กมองเหม่อไปยังเครื่องเล่นเสียง บนนั้นมีสติ๊กเกอร์โง่ๆ รูปพระจันทร์กับดวงดาวที่เขาจำได้ว่าเป็นคนแปะมันไว้กับมือ "เสียงดนตรีนั่นคือเสียงกีตาร์ ส่วนเสียงร้องนั่นคือเสียงของฉันเอง"

    "ที่ดาวบ้านเกิดของผม เราไม่เคยได้ยินเพลงที่เพราะขนาดนี้มาก่อน"

    ถ้าพูดให้ถูก ที่บ้านของเขา ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าดนตรี มนุษย์ดวงจันทร์หมายเลข 9 ในตอนนี้กำลังรู้สึกทึ่งกับสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์ และสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจยิ่งกว่า คือเสียงนั้น เสียงที่ยากจะอธิบายถึงความงดงามและไพเราะ โทรุค้นหาคำนิยามในหัว แต่ไม่มีคำใดเลยที่จะอธิบายถึงเสียงของทากะได้ดีพอ

    "ใครเป็นคนเล่นกีตาร์เหรอครับทากะ?" นัยน์ตาคู่คมมองมาอย่างสงสัยใคร่รู้ ไม่มีสิ่งใดเจือผสมในดวงตาใสซื่อคู่นั้นนอกจากความต้องการคำตอบเพียงอย่างเดียว

    "คนรักฉันเอง"

    เจ้าของเสื้อผ้าบนตัวเขา สวมใส่ได้พอดีเหมือนมันถูกถักทอมาเพื่อเขา เหมือนชุดสีขาวของเขาชุดนั้น แต่ไม่ใช่ นี่คือเสื้อผ้าของคนรักของทากะ ไม่นานเขาก็ต้องคืนมันกลับไป กลับไปสวมชุดสีขาว และเขาก็ต้องกลับไปสู่พื้นผิวด้านไกลของดวงจันทร์ที่จากมา

    ไม่มีคำถามที่ว่า คนรักคนนั้นคือใคร โทรุเลือกที่จะเรียนรู้ เก็บเงียบ ว่าง่ายและเชื่อฟัง

    "นี่" ทากะเอ่ยขึ้น เบาแทบเป็นเสียงกระซิบ "วันนี้อยากไปที่ไหนเป็นพิเศษมั้ย"

    "ผม" เขามองไปยังโปสการ์ดและแก้วที่ว่างเปล่า แล้วตัดสินใจ "ผมว่าวันนี้ผมขอเดินสำรวจแถวนี้ดีกว่า ทากะคงไม่ว่าอะไรถ้าผมจะไปคนเดียว ผม.. แค่ไม่อยากรบกวน ทากะดูเหนื่อย..."

    เหมือนจะได้ยินเสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ตามด้วยเสียงของทากะที่พึมพำเบาๆ "ขอบคุณนะ"

    โทรุลอบมองโปสการ์ดแผ่นนั้นอีกครั้ง ข้อความ "ถึง โทรุ..." ยังคงติดอยู่ในหัว แก้วที่ว่างเปล่าสองใบ เครื่องเล่นเทปและเทปเสียง และสร้อยสีเงินบนลำคอเพรียว


    โทรุ ?

    เขา หรือใครคนไหน ?

    แต่เขาเลือกที่จะไม่ถาม เขาจะไม่เอ่ยคำถามให้อีกคนต้องมีน้ำตาอีก

  • ถึง โทรุ
          ตะวันกำลังตกดินที่ Silver Lake
          สวยเนอะ นายน่าจะกลับมาดูอีก
    ทากะ
  • ชายหนุ่มจากดวงจันทร์ยืนอยู่หน้าบ้าน ลมพัดดอกคอสมอสสีเหลืองให้เอนไหวไปตามแรงลม หวนให้เขาระลึกถึงรอยยิ้มของทากะอีกครั้ง คนๆ นั้นคงกำลังฟังเพลงของตัวเองอีกรอบ คงจะนั่งมองแก้วเปล่าๆ และนึกถึงช่วงเวลาที่ได้สร้อยเส้นนั้นมา โทรุมองสัญลักษณ์รูปดวงจันทร์ในมือตัวเองอีกครั้ง เขาไม่เห็นทากะหยิบอีกครึ่งของมันมาดูเลยนับแต่วันนั้น

    ในมือมีโปสการ์ดที่ถูกส่งเมื่อวาน วันก่อน และหลายวันที่แล้ว และมันยังไม่ถูกพนักงานไปรษณีย์เก็บไป เป็นภาพที่เขาจำได้ว่าเป็นรูปที่คนตัวเล็กยกกล้องขึ้นถ่ายก่อนจะถึงบ้านแค่ไม่กี่นาทีของเมื่อวันก่อนๆ เขาพลิกไปอีกด้าน มีลายมือหวัดๆ เขียนด้วยปากกาสีดำถึงที่อยู่ที่ห่างไกลออกไปนับพันไมล์



    ยามาชิตะ โทรุ
    106, xxx, โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น


    ชื่อของผู้รับคล้ายคลึงกับชื่อของเขา

    โทรุ ชื่อของเขาที่ทากะตั้งให้ในคืนวันแรกที่เจอกัน ...

    โทรุ ชื่อนี้ที่มีความหมายกับเขามากมาย เป็นชื่อของเขาบนดาวเคราะห์ดวงนี้ ชื่อของเขาที่ไม่ใช่ หมายเลข 9

    โทรุ ชื่อที่เขาบันทึกมันไว้ในสมอง ลึกลงไปในหมายเหตุแห่งความทรงจำ ในกล่องแห่งความคิดที่ไม่อาจถูกลบได้โดยผู้สร้างว่า ทากะ ชายจากดาวเคราะห์โลกเป็นคนตั้งมันให้กับเขา

    เขาค่ือ โทรุ

    แต่ โทรุ ชื่อนี้ .. อาจไม่ใช่ของเขาตั้งแต่แรก



    โทรุ คือชื่อคนรักของทากะ เป็นชื่อที่อีกคนใช้กับเขาเป็นตััวแทนของคนรัก


    มือหนาถูกยกขึ้นกดไปตรงหน้าอกข้างซ้าย ที่ซึ่งมีก้อนเนื้อแห่งชีวิตที่ผู้สร้างได้บรรจุมันเอาไว้ เขาเจ็บ อย่างที่ไม่ควรเจ็บ เขาเสียใจ อย่างที่มนุษย์จากด้านมืดของดวงจันทร์ไม่ควรมีอารมณ์และความรู้สึกเช่นนี้

    โอซาก้างั้นหรือ

    ห่างไป 9,184 กิโลเมตรจากตรงนี้ ต้องข้ามทวีป ข้ามมหาสมุทรที่แสนกว้างใหญ่ การเดินทางที่กินเวลาหลายสิบชั่วโมง

    โทรุคนนั้นเป็นใครกัน ทำไมทากะคนนั้นจึงมีน้ำตาทุกคราที่พูดถึง เหตุใดดวงตากลมโตราวกับบรรจุจักรวาลทั้งหมดคู่นั้นจึงเศร้าโศกและสุขใจพร้อมกันทุกครั้งที่เอ่ยชื่อออกมา


    ...ระบบกำลังทำการค้นหา...

    ยามาชิตะ โทรุ
    106, xxx, โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น


    ผลการค้นหาจากระบบประมวลในสมองมีเพียง 1 ผลลัพธ์


    เขารู้แล้วว่าโทรุคนนั้นสำคัญกับทากะอย่างไร รู้แล้วว่าทำไมคนๆ นั้นถึงได้รับความรักจากทากะมากมายถึงเพียงนั้น รู้แล้วว่าเหตุผลที่ทากะส่งจดหมายหาทุกวันเพราะเหตุใด

    ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม โทรุ คนนั้นสำคัญกับทากะมากมายเหลือเกิน

    ไม่อาจมีคำใดมาประเมินค่าความรักที่ร่างเล็กนั้นมีต่อคนรักที่อยู่ห่างไปนับห้าพันไมล์

    แล้วเขา โทรุ คนนี้ คือใครในสายตาของอีกคนงั้นหรือ ?

    ในตัวของเขาเหมือนมีหลุมดำ มันดูดกลืนทุกอย่างเข้าไปในความมืด โทรุมองดอกคอสมอสเล็กๆ ที่ชูช่อแข่งกัน เขารู้สึกเหมือนดาวเคราะห์น้อยในวงโคจร ที่ทำได้แค่หมุนรอบและเฝ้ามองโลก ไม่ได้เฉียดเข้าใกล้แม้แต่ชั้นบรรยากาศ

    ลมแรงพัดหอบเอาความเย็นมาวูบหนึ่งให้รู้สึกตัว โปสการ์ดทุกใบถูกเก็บเข้าตู้รับจดหมายตามเดิม ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวังยามที่จรดปลายปากกาลงบนกระดาษของทากะนั้นทำให้เขาเลือกที่จะเก็บทุกความรู้สึกเอาไว้เงียบๆ ดวงตาสีทองสะท้อนตัวเลข 31 บนทรานพอร์เตอร์ที่กำลังซ่อมแซมตัวเอง

    ทากะนั้นเฝ้ารอและมั่นคง

    ต่างกับเขา อีกไม่นานก็ต้องไป นานวันเข้าก็กลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวความทรงจำ ไม่ก็อาจจะถูกเก็บไว้ในซอกที่ลึกที่สุดในสมอง อาจจะเหมือนอุกกาบาตสักลูกที่ผ่านชั้นบรรยากาศเข้ามา และถูกเผาไหม้จนไม่เหลือเศษใดๆ ให้ใครคำนึงถึงนอกจากแสงประกายสวยก่อนจะดับลง

    แต่แค่นั้นก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับเขา แค่ได้รู้ว่ามีที่เล็กๆ ให้ตัวเขาได้โลดแล่นอยู่ในความทรงจำสีจางของทากะ

    ทรานพอร์เตอร์นับถอยหลัง 31 วัน

    และนี่คำขอเล็กๆ อย่างเจียมตัวของชายจากด้านไกลของดวงจันทร์ที่ไม่มีวันได้ยลโฉมดาวเคราะห์โลกเหมือนกับอีกด้านที่เป็นแสงสว่างของดวงจันทร์
  • โทรุ
          ไว้นายกลับมาเมื่อไหร่ ค่อยไปด้วยกันนะ
    ทากะ

  • Home is such a lonely place without you
    Home is such a lonely place.

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in