#โทรุกะ| to the moon and never back ☽living_doll
Wind in my hair, you were there, I remember it all too well.
  • IV — 𝘵𝘰 𝘵𝘩𝘦 𝘮𝘰𝘰𝘯 𝘢𝘯𝘥 𝘯𝘦𝘷𝘦𝘳 𝘣𝘢𝘤𝘬 🌙 



    โทรุเคยบอกและย้ำเสมอกับเขาว่ารักแท้ ว่าไม่ว่ายังไงก็จะยังคงอยู่

    อาจจะซ่อนในดวงดาวที่ส่องประกายบนฟากฟ้า

    หรือแอบอยู่ในจักรวาลที่ไร้จุดสิ้นสุด

    หรืออาจจะอยู่ในโปสการ์ดแผ่นเล็กที่บอกเล่าเรื่องราวในแต่ละวันอย่างไม่รู้จักเบื่อ

    นั่นแหละความรัก



    "อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เคยกล่าวไว้ว่า 'สองสิ่งที่ไม่มีสิ้นสุด คือจักรวาลและความโง่เขลาของมนุษย์ และผมไม่แน่ใจเกี่ยวกับจักรวาล'..."

    "อ่าฮะ" ทากะลากปลายนิ้วบนฝ่ามือหนาเป็นรูปดวงดาว ศรีษะวางพิงอยู่บนอกของอีกคน มองไม่เห็นใบหน้าของคนรักแต่ก็รู้ว่าโทรุกำลังตั้งใจอ่านหนังสือแค่ไหน

    "แล้วนายคิดว่าอย่างไหนที่ไม่มีที่สิ้นสุด?" ทากะนึกเล็กน้อย ก่อนปลายนิ้วเรียวจะจรดวาดรูปจันทร์ครึ่งเสี้ยวพอดี

    "จักรวาลล่ะมั้ง"

    "ทำไมถึงคิดว่าจักรวาลล่ะ ?" มือขวาวางหนังสือลงข้างกาย ส่วนมือซ้ายเขาใช้มันแทรกสางกลุ่มผมสีเข้มของคนรัก "ผมยาวจัง"

    "เพราะว่า..." ทากะหยุดประโยคเล็กน้อยและมันทำให้โทรุอมยิ้ม "เพราะว่าเรายังไม่ค้นพบจักรวาลจนหมด"

    "งั้นเหรอ แล้วความโง่เขลาของมนุษย์ล่ะ?" โทรุถามต่อ แอบกดจมูกหอมลงบนหลังคอขาว ที่ๆ สร้อยเงินอันงามห้อยอยู่

    "โง่ก็หายโง่ได้นี่" ทากะพองลมในแก้ม โทรุเหลือบมองแก้มนุ่มๆ ของคนรัก อดที่จะก้มลงไปหอมเสียไม่ได้

    เจ้าตัวเล็กหัวเราะคิกคัก ยามที่ถูกสองแขนของโทรุตระกองกอดเอาไว้

    เขารู้ว่าเขาจะปลอดภัยหากมีคนๆ นี้อยู่ข้างกาย


    "ฉันว่าวันหนึ่ง นายจะค้นพบสิ่งที่ไม่มีจุดสิ้นสุดของจักรวาลก็ได้นะ"


  • แสงแดดในตอนกลางวันไม่ปราณีใครเลย โชคดีที่เป็นปลายปีแล้วอากาศจึงไม่ร้อนอบอ้าวเท่าไหร่นัก

    ทากะพามนุษย์จากดวงจันทร์ลงจากรถประจำทาง เดินไปตามฟุตบาท ส่วนอีกคนเดินเงอะๆ งะๆ ตามหลังเขามาติดๆ พวกเขาสองคนอยู่บนถนน Abbot Kinney ใกล้ๆ ชายหาดเวนิส

    บ้านของทากะอยู่ที่ Silver Lake ห่างจาก Venice Beach เกือบชั่วโมง

    และใช่...

    เขานั่งรถมาที่ชายหาดเวนิชเพื่อถ่ายรูปไปทำเป็นโปสการ์ดส่งให้โทรุเกือบทุกวัน

    "ทากะ"

    ร่างเล็กชะงัก หลุดจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกจากด้านหลัง

    "จะไปไหนเหรอครับ?" เขาสวมชุดที่ทากะบอกว่าเป็นของคนรักของตนที่ทิ้งไว้ คนตัวเล็กบอกว่าอีกนานกว่าคนรักคนนั้นจะกลับ

    มือหนากระชับกระเป๋าสะพายที่ทากะยื่นให้ก่อนออกจากบ้าน ทากะไม่ได้พูดอะไรมากมาย แค่บอกเพียงว่าให้เอาถุงเก็บตัวอย่างใส่ไว้ในนี้ จะได้ไม่ต้องถือพะรุงพะรัง

    ทากะเป็นคนใจดี

    "พานายไปเก็บตัวอย่างอะไรนั่นไง" ทากะหยุดเดินให้อีกคนเดินตามทัน "มาใกล้ๆ หน่อย"

    คนผมทองขยับเข้าไปใกล้ร่างเล็กกว่าอย่างว่าง่าย ใกล้จนเห็นรอยแดงบนหน้าผากเนียนเพราะอากาศร้อนนิดๆ ของแอลเอ

    "ก้มหน่อยสิโทรุ" ทั้งทากะและอีกคนชะงักนิดหน่อยตอนชื่อนั้นออกจากปาก

    มนุษย์จากดวงจันทร์ตกใจเพราะเป็นครั้งแรกนับจากคืนนั้นที่ทากะเรียกชื่อตน

    ส่วนทากะนั้นก็ตกใจที่เผลอเรียกชื่อนั้นออกมา

    ดวงตากลมโตเสมองไปทางอื่น ก่อนหมวกสีดำจะถูกสวมทับผมสีบลอนด์ทองสวย "ใส่ไว้จะได้ไม่ร้อน"

    "ขอบคุณครับ"



    โทรุ...

    เขาทวนชื่อที่อีกคนตั้งให้ในใจ

    ชื่อนั้นมีความหมายกับทากะมากมายแค่ไหน?

    เหตุใดจึงทำให้นัยน์ตาคู่นั้นแสดงออกถึงความโศกเศร้าเกินเหลือจะกล่าว?



    "ต้นนี้คืออะไรเหรอครับทากะ?"

    "ใบปาล์มที่เหี่ยวแล้วน่ะ มันมาจากบนนั้น" ทากะชี้นิ้วขึ้นไปข้างบน ดวงตาสีทองเงยมองตามนิ้วเรียว ใบไม้สีเขียวเป็นแฉกๆ ตัดกับสีท้องฟ้ายามกลางวันของลอส แองเจลีส "เค้าเรียกปาล์มแคลิฟอร์เนีย เห็นว่ามีหลายพันธุ์มั้ง ฉันก็ไม่รู้หรอก"

    "สูงจังเลย" โทรุพึมพำเบาๆ "ผมปีนได้รึเปล่าครับ?"

    "ห้ามเลยนะ เดี๋ยวตำรวจก็มาจับหรอก"

    "ผมอยากได้ผลมันครับ"

    "ไม่ได้!" ทากะขมวดคิ้วใส่ และเขาก็เหมือนเห็นอีกคนหูลู่หางตกทันทีที่เขาขึ้นเสียงใส่ทั้งๆ ที่สีหน้าอีกคนยังคงเรียบนิ่ง

    "ครับ..."

    "เฮ้อ เอางี้"

    ทากะถอนหายใจแล้วเดินวนอยู่แถวนั้นเกือบ 2-3 นาที "เอ้านี่"

    ลูกปาล์มสีน้ำตาลไหม้ถูกโยนมาให้ เขารับมันด้วยปฏิกิริยาตอบโต้อัตโนมัติ ดวงตาสีลอมทองแสกนผลในมือทันที

    "ขอบคุณครับ" 

    ทากะสอนให้เขาเรียนรู้ที่จะขอบคุณเมื่อมีใครทำอะไรให้

    ลูกไม้ถูกเก็บเข้ากระเป๋าเป้อย่างรวดเร็ว รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าอ่อนเยาว์ยามที่มองร่างสูงก้มลงเก็บใบไม้และใบหญ้าใส่ซองเล็กๆ ที่เจ้าตัวเรียกว่าถุงเก็บตัวอย่าง

    "ทากะครับ ใบนี้คือใบของต้นอโล เวร่าครับ"

    "แล้วอันนี้ล่ะ?" ทากะชี้ไปที่ถุงหนึ่งซึ่งบรรจุใบไม้อยู่

    "ต้นสนหางกระรอกครับ ผมเก็บมาจากหน้าบ้านหลังเมื่อกี้"

    ทากะพยักหน้ารับ

    "ส่วนนี่คือใบของปาล์ม Toddy Date ครับ"

    ทากะมองพินิจใบไม้สีเขียวในมือหนา "แล้วมันต่างจากใบเมื่อกี้ยังไง ก็ปาล์มเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?"

    "ใบเมื่อกี้คือปาล์ม Canary Island Date ครับ"

    ทากะจะไปรู้เหรอ เขาเป็นช่างภาพ ไม่ใช่นักพฤกษศาสตร์ซะหน่อย

    ร่างเล็กยักไหล่ "ฉันไม่จำหรอกนะ" ก่อนจะยกกล้องขึ้นถ่ายรูปมุมนู้นมุมนี้ ปล่อยให้อีกคนเดินเก็บตัวอย่างพืชอย่างที่ต้องการไปเรื่อยๆ

    หลายครั้งที่ทากะแอบกดชัตเตอร์รูปโทรุไว้

    เขารู้

    รู้ว่าคนๆ นี้ไม่ใช่โทรุของเขา

    ใจหนึ่งเขาแค่อยากมีรูปของโทรุเพิ่ม แม้จะรู้ว่าไม่อาจแทนกันได้

    แต่จะให้เขาทำยังไงได้ ในเมื่อรูปของโทรุในกระเป๋าเงินของเขานั้นเป็นรูปเดียวที่เขามีอยู่



    รู้ตัวอีกทีพวกเขาก็เดินมาจนเกือบจะถึงเวนิช บีช ตะวันบ่ายคล้อยและทากะที่เหงื่อท่วมตัวพาโทรุมายังรถขายไอศกรีมที่เขาเคยมากินเป็นประจำ

    "ไอศกรีมซอร์เบตครับ" ทากะเอ่ยสั่งเมนูโปรดอย่างเคยชิน ที่จริงก็ไม่ใช่เมนูโปรด แต่เป็นเพราะเขาแพ้ส่วมผสมบางชนิดเลยทำให้ทานอะไรได้ไม่หลากหลายนัก

    "แล้วแฟนคุณล่ะ เอาแบบเดิมมั้ย?"

    ทากะลมหายใจสะดุดขาดห้วง เขาหันไปมองอีกคนที่ยืนเด็ดดอกไม้สีขาวจากพื้นมาเก็บใส่ถุง


    แฟน?

    โทรุ...


    "คุณครับ?"

    ร่างเล็กสะดุ้งเล็กน้อย เขาหันไปยิ้มแกนๆ ให้คนขาย

    "อ่า แบบเดิมครับ"

    ซอฟท์ครีมรสวนิลลาชาโคลกับไอศกรีมซอร์เบตถูกยื่นมาให้ ทากะจ่ายเงิน เอ่ยขอบคุณเบาๆ แล้วเดินมาหาอีกคนที่นั่งรออยู่บนเก้าอี้สาธารณะ

    "เอ้านี่"

    โทรุเงยหน้ามองคนตัวเล็กสลับกับอาหารหน้าตาแปลกๆ บนโลก "นี่เขาเรียกไอศกรีม กินได้น่า ไม่ตายหรอก"

    "ขอบคุณครับ"

    เขาแอบลอบมองไอศกรีมสีสวยถูกเอาเข้าปาก ก่อนจะทำตามอย่างเงอะงะ

    อร่อย..

    "เปื้อนหมดแล้ว" ครั้งแรกที่เขาได้เห็นคนๆ นั้นหัวเราะ รอยยิ้มกว้างที่งดงามเกินจะบรรยาย

    "...กินมูมมามเหมือนเดิมเลยนะโทรุ"


    ทั้งคู่ชะงักไป

    เหมือนกาลเวลาไม่เดินต่อไปอย่างที่เป็น และทากะก็ขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้เพราะชื่อนั้น




    มนุษย์จากดวงจันทร์นึกสงสัย

    จะเหมือนเดิมได้ยังไงในเมื่อเราสองไม่เคยพบกันมาก่อน


    "โทรุ คือใครเหรอครับ?"

    แววตาคู่นั้นวูบไหวเล็กน้อย

    แค่วูบเดียวเท่านั้นก่อนอีกคนจะปิดเปลือกตาเพื่อซ่อนมันไว้จากเขา


    เสียงเกลียวคลื่นที่เหมือนดังมาจากที่ไกลๆ

    เสียงหัวเราะของวัยรุ่นสองคนที่เดินผ่านพวกเขาไป

    กลิ่นอายแสงตะวันยามบ่ายคล้อยและความเย็นของสายลมที่พัดหวน


    "ฉันว่า เรากลับกันเถอะ"


  • ถึง โทรุ
          นายเคยสงสัยบ้างมั้ยว่าไกลออกไปจากดาวโลกของเรามีอะไรซ่อนอยู่ ... ฉันเจอตัวนายอีกคนล่ะ ไม่สิ เขาแค่หน้าเหมือนนาย แต่เขาไม่ใช่นาย เขาไม่ใช่โทรุของฉัน ดวงตาของเขาไม่เหมือนนายเลยสักนิด ฉันล่ะสงสัยนักว่าทำไมโชคชะตาถึงทำให้ฉันต้องเจอเขาด้วย
          ฉันเคยคิดนะว่าระหว่างฉันรอนายกลับมากับโลกใบนี้แตกดับอะไรจะเกิดขึ้นก่อนกัน ไม่ก็ระหว่างรอนายติดต่อกลับกับรอนายกลับมาอะไรมันจะเป็นความหวังลมๆ แล้งๆ ได้มากกว่ากัน คำตอบก็คือ..... ฉันไม่รู้
          แต่ที่ฉันรู้คือฉันรอแค่นาย แค่นายคนเดียวรู้มั้ย
          กลับมาซักที ได้โปรด
    ทากะ
  • ไม่มีคำใดๆ เอื้อนเอ่ยออกจากปาก

    ไม่มีการตอบคำถามให้หายสงสัย

    มีเพียงความเงียบระหว่างเดินทางกลับ และทากะก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้องทันทีที่กลับมาถึง

    เมื่อเกือบสองชั่วโมงที่แล้ว กว่าอีกคนจะเดินออกมา ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำ ร่างเล็กชะงักนิดหนึ่งเมื่อเห็นว่าใครนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขก

    ทากะเลือกที่จะเมินไป

    เขากลัวเหลือเกิน

    เลือกที่จะวิ่งหนี

    เพราะเขาและโทรุเคยอยู่ตรงนั้น และเขาจดจำมันได้ดีเกินไป

    ความทรงจำที่แสนอ่อนหวานย้อนกลับมาทำร้าย และไม่มีสิ่งใดเยียวยาได้แม้ว่าจะผ่านมานานเท่าไหร่

    เขาคิดถึงอดีตที่สวยงาม มือหนาที่แสนอบอุ่น รอยยิ้มอ้อนๆ ของโทรุ และรอยจูบที่แนบลงมาแผ่วเบา

    สิ่งใดกันเล่าจะคืนย้อนช่วงเวลาเหล่านั้นให้ย้อนคืน

    กาลเวลาไม่หมุนย้อนกลับเฉกเช่นสายน้ำที่ไม่เคยหวนคืน

    ความจริงที่แสนโหดร้ายต่อชายผู้มั่นคงและเฝ้ารอในความรัก

    โปสการ์ดอีกใบถูกหย่อนเข้าตู้รับจดหมายเหมือนเดิมอย่างทุกวัน


    เขากลับเข้าห้องนอน ขดตัว

    เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากอีกฟากฝั่งอย่างแผ่วเบา


    "ขอบคุณสำหรับวันนี้นะครับ..."


    หยาดน้ำตาไหลรินอย่างไม่ขาดสาย สุ้มเสียงนั้นดึงเขากลับไปสู่ความทรงจำเก่าๆ


    ความเหมือนของเสียงที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้


    "ราตรีสวัสดิ์ครับทากะ"
  • ทากะนอนอยู่ตรงนั้น ตรงเตียงที่เคยเป็นของเราสองคน

    กลิ่นอายจางๆ จากแชมพูของโทรุยังติดอยู่ที่ปลอกหมอน

    ดวงไฟสีอบอุ่นริบหรี่และเสียงเพลงของเทป Radiohead จากเครื่องเล่นเก่าๆ ที่โทรุทิ้งไว้


    ปลายนิ้วเรียวไล้จี้สร้อยเงินรูปดาวดวงเล็กและพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว ดวงตาคู่โตที่อีกคนเคยชมว่าสวยแค่ไหนปรือปรอยและชุ่มไปด้วยน้ำตา



    โทรุ...

    คิดถึง...



    ทากะแค่อยู่เพื่อฆ่าเวลารอโทรุกลับมาเท่านั้น เขาไม่ได้ใช้ชีวิตเลยสักนิดเดียว



    "อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เคยกล่าวไว้ว่า 'สองสิ่งที่ไม่มีสิ้นสุด คือจักรวาลและความโง่เขลาของมนุษย์... และผมไม่แน่ใจเกี่ยวกับจักรวาล'..."



    ในห้วงแห่งความทรงจำ เสียงทุ้มต่ำที่ลึกล้ำยังคงดึงเขาให้จมดิ่งลงไปในวังวนแห่งอดีต




    กลับมา... ได้โปรด...


    จี้รูปพระจันทร์เสี้ยวและดาวดวงน้อยยังคงห้อยอยู่ที่คอของเขาไม่เคยถอด


    สิ่งที่ยึดมั่นเขาไว้กับอดีต ช่วยต่อลมหายใจในปัจจุบัน และทำให้เขามองเห็นอนาคตเพียงแค่วันข้างหน้า




    "แล้วนายคิดว่าอย่างไหนที่ไม่มีที่สิ้นสุด?"


    คำตอบของเขาในวันนั้นคือจักรวาล


    แต่ ณ ตอนนี้เขาได้รู้แล้วว่าสิ่งใดที่ไม่มีที่สิ้นสุดยิ่งกว่าจักรวาลและความโง่เขลาของมนุษย์





    ทากะแน่ใจ




    เขาแน่ใจว่ามันคือความรักของเขาที่มีต่อชายที่ชื่อยามาชิตะ โทรุ






    ยิ่งใหญ่กว่าพื้นที่ว่างโบโอธีสนับร้อยเท่า



    มากมายกว่าดาวฤกษ์ที่ส่องแสงสว่างทั่วทั้งจักรวาล



    จงรักภักดียิ่งกว่าดาวบริวารดวงใดของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ



    และโคจรไปอย่างไม่มีวันหยุดพัก รอคอยว่าสักวันหนึ่งจะได้หยุดอยู่ ณ ที่เวิ้งว้างที่ใดที่หนึ่ง



    ในส่วนที่ลึกที่สุด ณ ที่ๆ จักรวาลได้ตอบรับคำร้องขอ



    และคืนความรักของเขากลับคืนมา



  • พื้นที่ว่างโบโอธีส = สิ่งที่ใหญ่เป็นอันดับสองในจักรวาล

    credit ภาพ: Gerson Repreza

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in