บันทึกการอ่านmenalin
การเฝ้ารออันเงียบงัน - Thomas Pynchon
  • "มันจบแล้วค่ะ พวกนั้นโหมกระหน่ำใส่ฉันจนเอียนเต็มทีแล้ว จากนี้ไปฉันจะไม่ยุ่งกับพวกเขา ไม่ขอรับรู้อะไรอีก คุณเป็นอิสระ ถูกปลดปล่อยแล้ว บอกมาเถอะค่ะ"
    - เอดิปา (หน้า 220)



    "การเฝ้ารออันเงียบงัน (The Crying of Lot 49)"

    Thomas Pynchon เขียน
    จุฑามาศ แอนเนียน แปล
    สนพ. ไลต์เฮาส์
    พิมพ์ครั้งที่ 1, พ.ศ. 2557

              บ่ายวันหนึ่งในฤดูร้อน เอดิปา มาส พบว่าตัวเธอได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดการมรดกของเพียซ อินเวราริตี้ เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์แห่งแคลิฟอร์เนีย อดีตคนรักเก่า เธอจำต้องเดินทางไปพบกับเม็ตสเกอร์ ทนายความ ที่ปรึกษาและผู้จัดการมรดกร่วมกันกับเธอที่อีกเมืองหนึ่ง การเดินทางครั้งนี้เอดิปาต้องพบกับปริศนาของรูปสัญลักษณ์คล้ายแตรที่ปรากฏใต้ข้อความโฆษณาบนผนังห้องน้ำ การคบชู้ บทละครที่ดึงดูดความสนใจของเธออย่างประหลาด การเปลี่ยนไปของคนรอบข้าง และคำถามที่ยังไร้คำตอบ

              บอกตรง ๆ เลยว่าอ่านไม่รู้เรื่อง นิยายเรื่องนี้ไม่ยาวมาก แต่อ่านยาก อ่านจบแล้วยังเคว้งคว้างค้างเติ่งเหมือนอยู่ในห้วงอวกาศ ไม่แน่ใจว่าระหว่างเรากับเอดิปา (นางเอก) ใครจะเคว้งกว่ากัน 55 เหมือนหนังที่ถูกตัดต่อแบบฉึบฉับ ไม่ค่อยต่อเนื่องอย่างไรพิกล ไปอ่านที่มีคนรีวิวไว้ใน goodreads เขาติงเรื่องสำนวนการแปลที่อาจจะถอดความออกมาได้ไม่ถึง (เคยอ่านงานแปลของนักแปลท่านนี้อีกเรื่อง คือ เมฆาสัญจร นั่นก็แฝงปรัชญาอ่านยากอีกเรื่อง) แต่ว่างานเขียนของ Thomas Pynchon ตามที่ระบุอยู่บนปกหลังด้านในนั้นจัดเป็นวรรณกรรมที่อ่านยากมากที่สุดในยุคหลังสมัยใหม่ การแปลงานอ่านยากแบบนี้ไม่ง่ายและท้าทายมาก ดังนั้น อาจเป็นไปได้ที่ถอดความออกมาแล้วไม่สามารถดึงความหมายหรืออารมณ์จากเนื้อความออกมาได้เต็มที่เท่าต้นฉบับ แต่เราว่าจุดหลัก ๆ น่าจะอยู่ที่สไตล์การเขียนของ Thomas Pynchon ด้วยแหละที่เข้าถึงยาก ทั้งนี้ เรายังไม่เคยลองอ่านฉบับภาษาอังกฤษนะ ใครเคยอ่านแล้วช่วยบอกทีว่าอ่านยากไหม เผื่อจะลองหามาอ่านเทียบกัน

              ตลอดเรื่องมันจะมีบรรยากาศหนัก ๆ อึน ๆ กดทับอยู่ เหมือนดูหนังเงียบที่เล่นกับโทนสีและเสียง ตัวละครแต่ละตัวดูจะมีปัญหาและคำถามในใจที่ไร้คำตอบ หรืออาจจะมีคำตอบแต่ไม่ช่วยให้รู้สึกดีขึ้น แต่ละคนดูแปลก ๆ บางคนก็เหมือนจะเป็นบ้า (หรือบ้าไปเลยแบบจิตแพทย์ของเอดิปา) ตัวละครหลักของเรื่องอย่างเอดิปา ก็มีพัฒนาการไปในแนวมืดหม่นขึ้นเรื่อย ๆ ดูนางทุกข์ตรมและอึดอัดใจ จมติดอยู่กับความหลัง หรือความเศร้าบางอย่าง เราว่านางอาจจะเหงา หดหู่ ขาดความรักที่จะมาเยียวยาให้รู้สึกสดชื่น ติดอยู่กับคนที่ทุกข์ตรมไม่ต่างกัน การตามหาความหมายของสัญลักษณ์ประหลาดจนนำไปสู่การประมูลแสตมป์หายากนั่นน่าจะเป็นการเปรียบเทียบกับการค้นหาความหมายของบางสิ่งในชีวิต ด้วยหวังว่าหากค้นพบคำตอบ ก็จะเป็นการปลดปล่อยตัวเองออกจากพันธะต่าง ๆ

              ใครชอบงานแนวอ่านยาก ตั้งคำถามให้คิด แต่ไม่เฉลยคำตอบให้กระจ่าง ลองอ่านเรื่องนี้ดูก็ได้ (ซึ่งเราแอบสงสัยว่าพี่ Thomas เขาแอบกวนหรือเปล่าที่จบเรื่องแบบนั้น อ่านจบนี่อย่างเหวอ =*=) ถ้ากลัวเรื่องสำนวนการแปลก็ลองหาฉบับภาษาอังกฤษมาลองอ่านดู ใครเข้าใจแวะมาบอกกล่าวกันหน่อย เผื่อจะลงมาจากห้วงอวกาศได้ นี่ยังค้างอยู่นะ 55
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
pamut (@pamut)
กดเข้ามาเพราะกำลังจะมาหาคนสรุปให้หน่อย เพราะอ่านไปครึ่งเล่มมันเคว้งมากจนหน้าก่อนนี้มันพูดถึงอะไรนะ บทที่แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเล่มนี้ติดอันดับหนังสือดี (ของต่างประเทศ)

ดีใจที่ตัวเองไม่รู้สึกไปคนเดียว
menalin (@menalin)
@pamut ดีใจเหมือนกันค่ะ 555 นี่ว่าจะลองหารีวิวของคนอื่นอ่านเพิ่ม เผื่อจะมีคนสรุปให้ได้ 😂