บันทึกการอ่านmenalin
บทสรุปหมายเลข 7 ของปาฏิหาริย์หมายเลขเจ็ด: เซ็ปติมัส ฮีป
  • "เซ็ปติมัส ฮีป: ปาฏิหาริย์หมายเลขเจ็ด"
    ตอน อานุภาพแห่งไฟ
    (Septimus Heap: Fyre)

    ผู้เขียน: Angie Sage
    ภาพประกอบ:  Mark Zug
    ผู้แปล: พลอย โจนส์
    นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์, ตุลาคม 2556

    ภาพจาก nanmeebooks.com

              ตั้งแต่เริ่มแวะเวียนไปเป็นขาประจำในงานหนังสือเรื่อยมาจากช่วงมัธยมฯ จนมาถึงงานหนังสือครั้งที่ 44 ที่เพิ่งจบไปเมื่อวันที่ 10 เมษายน ซึ่งเป็นงานหนังสือรอบแรกที่เราไม่ได้ไป เนื่องด้วยสาเหตุหลัก ๆ 2 ประการคือ 1. หมดเงินกับการ pre-order หนังสือผ่านเว็บออนไลน์ไปโขอยู่ 2. หนังสือทั้งหลายที่ระดมซื้อมาตุนไว้เพิ่มปริมาณขึ้นทุกปี และไม่มีทีท่าว่าจะลดลง (พูดง่าย ๆ คืออ่านไม่ทัน TT^TT) ก็เลยตัดสินใจว่ารอบนี้ผ่านไปก่อนละกัน ถึงเวลาเคลียร์สต๊อกเก่าเก็บเสียที คิดถึงความรู้สึก "ไม่มีอะไรจะอ่าน" เมื่อครั้งไม่มีหนังสือค้างสต๊อกเหลือเกิน

              และในช่วงหยุดยาวสงกรานต์นี้ก็ถือเป็นฤกษ์งามยามดีที่จะขุดเอาหนังสือดองเล่มหนา ๆ ออกมาอ่านให้ตาแฉะ เซ็ปติมัส ฮีป: ปาฏิหาริย์หมายเลขเจ็ด ตอนอานุภาพแห่งไฟ คือตัวเลือกแรกหลังเปิดกรุออกมาเลือกดู เล่มนี้เป็นเล่มที่ 7 เล่มจบของซีรี่ส์ชุดนี้ ความหนา 592 หน้า หนาสุดในชุดละ เราเว้นระยะห่างจากการอ่านเล่ม 6 มานานมาก น่าจะประมาณ 2 - 3 ปีได้ แน่นอนว่าลืมเนื้อหาในเล่ม 6 ไปแล้ว ฮ่า! เล่มก่อน ๆ หน้านี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง แต่จะให้ไปเอามาอ่านย้อนหลังทบทวนก็เสียดายเวลา เดี๋ยวจะไม่ได้อ่านเรื่องอื่น ก็เลยอ่านมันต่อไปอย่างนี้แหละ อ่าน ๆ ไปน่าจะพอคุ้น ๆ เนื้อเรื่องอยู่บ้าง ไอ้การหยิบหนังสือเล่มที่เคยอ่านแล้วมาอ่านซ้ำนี่ก็เป็นอะไรที่โหยหามากกกกกกกกกกกก เมื่อก่อนเคยหยิบเล่มที่ชอบ ๆ มาอ่านซ้ำอยู่บ่อย ๆ ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่ทำได้แค่อ่านให้จบ ๆ เพื่อหยิบเล่มอื่นมาอ่าน แล้วก็ซื้อ ๆ จนกลายเป็นดองเค็มเต็มลังอ่านไม่หมด

              เริ่มจะนอกเรื่องละ กลับมาที่ เซ็ปติมัส ฮีป กันก่อน ซีรี่ส์ชุดนี้แรกเริ่มเดิมทีผู้เขียน Angie Sage เขียนแค่ 3 เล่ม แต่ตอนหลังขยายออกเป็น 7 เล่ม เนื่องจากได้รับความนิยมสูงมาก และถูกนำไปเทียบกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ของ J. K. Rowling ด้วย และเมื่อปี 2557 (2014) ก็เพิ่งมีเล่มพิเศษแปลออกมาอีกเล่ม เซ็ปติมัส ฮีป: ปาฏิหาริย์หมายเลขเจ็ด ตอนคางคกมืด (Septimus Heap: The Darke Toad) เล่าช่วงเวลารอยต่อระหว่างเล่ม 1 กับเล่ม 2 ซึ่งเล่มนี้เรายังไม่ได้ซื้อมาอ่านเลย เล่มบางจี๊ดเดียว ราคาไม่ถึงร้อยบาทอ่ะมั้ง
    ภาพจาก nanmeebooks.com

    เรื่องย่อ:          
              เรื่องเริ่มต้นขึ้นจากคำทำนายว่าบุตรชายคนที่เจ็ด ของบุตรชายคนที่เจ็ดผู้เป็นผู้วิเศษ จะกลายเป็นผู้วิเศษผู้ยิ่งใหญ่และมีพลังมนตรากล้าแกร่งเหนือใคร ๆ และเด็กชายคนนั้นก็คือลูกชายคนที่เจ็ดของซิลาส ฮีปผู้เป็นลูกชายคนที่เจ็ดของตระกูลฮีปเช่นกัน แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อหมอตำแยประกาศว่าเด็กชายเสียชีวิตตั้งแต่แรกเกิด ข่าวนี้นำความเสียใจมาสู่คนบ้านฮีป แต่ไม่นานซิลาสก็นำเด็กทารกเพศหญิงกลับมาบ้าน และรับเลี้ยงไว้เป็นลูกคนที่เจ็ดของเขา หรือคำทำนายจะหมายถึงเด็กหญิงคนนี้กันล่ะ?! ในเวลาเดียวกันเจ้าแห่งศาสตร์มืดดอมแดเนียลก็เริ่มแผนการร้ายกาจบางอย่าง ศาสตร์มืดกำลังคืบคลานมาสู่ปราสาทอย่างช้า ๆ
  •           ขอเล่าเรื่องย่อแค่ส่วนต้นเรื่องของเล่ม 1 ตอนทายาทราชินี ละกันนะ ไปค้นข้อมูลทบทวนความทรงจำมาได้ไม่มาก อีกอย่างกลัวจะสปอยล์เรื่องมากไป ปริศนาของบุตรชายคนที่เจ็ด ของบุตรชายคนที่เจ็ดนี่ไปลุ้นเอาตอนอ่านเองน่าจะดีกว่า นิยายชุดนี้สนุกดีนะ แต่ติดที่บทบรรยายจะเยอะไปหน่อย ถ้าจำไม่ผิดทุกเล่มจะเดินเรื่องคล้าย ๆ กันเหมือนกับเล่มเจ็ดเนี่ยแหละ คือช่วงแรกจะเดินเรื่องเนือย ๆ หน่อยปูเรื่องไป แล้วเริ่มไต่ระดับความสนุก ความตื่นเต้นช่วงกลางเรื่อง ตอนที่ปมปริศนาและเหตุการณ์เริ่มขมวดแน่นขึ้น แต่ละเล่มจบในตอน แต่เหตุการณ์ก็จะส่งผลเชื่อมโยงไปยังการผจญภัยในเล่มถัดไป ถึงแม้เราจะไม่ได้อ่านทวน 6 เล่มก่อนหน้าก็ยังพออ่านเล่มนี้รู้เรื่องและไม่งง อ่านไปเรื่อย ๆ ก็พอนึกเรื่องออกได้ราง ๆ อ่ะนะ

              เสน่ห์อีกอย่างของซีรี่ส์ชุดนี้คือตัวละคร นอกจากจะเยอะแล้ว แต่ละคนยังมีบทบาท และเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เสริมให้เรื่องน่าอ่าน อย่างครอบครัวตระกูลฮีปนี่ก็สุดแสนจะเพี้ยน ทำให้คนอ่านขำ (แบบเพลียใจนิด ๆ) กับความคิด หรือการกระทำที่มักจะนำพาเภทภัยมาสู่ตัวเอง และ เอ่อ...คนรอบข้างเสมอ ช่วงไหนที่เรื่องเข้าสู่โหมดดราม่า ก็จะมีตัวละครบางตัวที่แสดงกริยาบางอย่าง หรือพูดบางเรื่องออกมาที่ช่วยดึงไม่ให้เรื่องมันเครียดจนเกินไป ความรักความผูกพัน การช่วยเหลือกันของคนในครอบครัว และเพื่อนฝูงก็อบอุ่นและน่ารักดี แม้แต่เด็กที่ดูจะร้ายกาจจนน่ารังเกียจที่สุด ก็ยังเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นเมื่อได้รับความรัก ความเอาใจใส่จริง ๆ จากผู้เป็นแม่ (หวังว่าจะดีขึ้นจริง ๆ นะเมอร์ริน)

              แม้จะถูกนำไปเทียบกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ แต่สองเรื่องนี้พล็อต ธีม และการเดินเรื่องนั้นไม่มีอะไรเหมือนกันเลย ถ้าจะมีจุดเหมือนกันก็มีจุดเดียวคือเวทมนตร์ โลกของเซ็ปติมัส ฮีปนั้นเป็นโลกเวทมนตร์โดยแท้ คนธรรมดาอาศัยอยู่กับเหล่าผู้วิเศษ เจ้าหญิง ราชินี สัตว์ประหลาด มังกร หนูพูดได้ (ที่ทำหน้าที่เป็นหนูส่งข่าว) แม่มด ผี (ที่ออกจะเพี้ยนอยู่บ้าง) และแน่นอนว่าต้องมีศาตร์มืด ไม่ได้มีโลกมักเกิ้ล และโลกของพ่อมดที่แบ่งกันชัดเจนแบบในแฮร์รี่ พอตเตอร์ และในขณะที่ช่วงท้าย ๆ ของแฮร์รี่ พอตเตอร์นั้นเริ่ม dark ขึ้น ดราม่ามากขึ้น แต่เซ็ปติมัส ฮีปกลับมีความสว่าง ความสดใส (และเพี้ยน) มากกว่า ถ้าชอบวรรณกรรมเยาวชน แฟนตาซี และเวทมนตร์คาถาล่ะก็ เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่น่าอ่านนะ 

    เพิ่มเติม:
    หนังสือชุดเซ็ปติมัส ฮีป: ปาฏิหาริย์หมายเลขเจ็ด ประกอบด้วย
    เล่ม 1 ตอน ทายาทราชินี (Magyk)
    เล่ม 2 ตอน มนตรามหาภัย (Flyte)
    เล่ม 3 ตอน จอมขมังเวช (Physik)
    เล่ม 4 ตอน ภารกิจดับชะตา (Queste)
    เล่ม 5 ตอน หมู่เกาะอาถรรพ์ (Syren)
    เล่ม 6 ตอน ผจญศาสตร์มืด (Darke)
    เล่ม 7 ตอน อานุภาพแห่งไฟ (Frye)
    เล่มพิเศษ ตอน คางคกมืด (Darke Toad)
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in