Kru Meay's life diary☻Sunkamol Chomsinsab
วันไหว้ครู
  • เช้าวันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน 2562
    ฝั่งอนุบาลย้ายมาเข้าแถวที่สนามโดม เพื่อทำพิธีไหว้ครู

    หลังจากนั้นเสร็จพิธีจึงกลับไปดื่มนมและกลับมาให้เด็ก ๆ วาดรูปสีเทียนพิธีไหว้ครู

    และวันนี้ฉันเลือกเล่านิทานเรื่อง "ร้านตัดเสื้อคุณกระต่าย"
    เนื่องจากฉันเห็นว่าวันนี้ คุณครู C ใส่ชุดข้าราชการ ฉันจึงพยายามเชื่อมโยงเรื่องนี้ให้เด็ก ๆ ได้คิดตาม

    ผู้เขียน : โทโมโกะ ซากุระ
    ผู้แปล : มารินา โคบายาชิ และ พรอนงค์ นิยมค้า
    เนื้อเรื่องย่อ : ช่วยให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ธรรมชาติ และความเอื้อเฝื้อผ่านเรื่องราวมิตรภาพระหว่างคุณกระต่ายกับเหล่าลูกอ๊อด ที่อยากมีชุดสวยเหมือนสัตว์ตัวอื่นๆ ในหมู่บ้านมาใส่บ้าง พวกมันจึงไปขอให้ร้านเสื้อคุณกระต่ายตัดชุดสวยให้ แต่ด้วยรูปร่างของลูกอ๊อดต้องเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน ทำให้คุณกระต่ายต้องทำงานยุ่งมาก เพราะไม่มีตำราเล่มไหนเขียนวิธีตัดชุดสำหรับลูกอ๊อดไว้เลย แล้วคุณกระต่ายจะต้องทำอย่างไรกับการตัดเสื้อให้ลูกอ๊อดกัน

    ขอพูดถึงเรื่องประเด็น "คุณครูอนุบาลต้องแสดงการยอมรับเด็กทุกคน"
         การยอมรับ หมายถึง การไม่วิพากษ์วิจารณ์บุคลิกภาพของเด็ก และยอมรับบุคลิกภาพนั้นตามความเป็นจริง คุณครูต้องยอมรับเด็กแม้พฤติกรรมของเด็กนั้นสมควรถูกตำหนิ โดยคุณครูอาจแสดงให้เด็กรู้ว่า คุณครูไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมนั้น แต่มิได้ลดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคุณครูกับเด็ก เช่น คุณครูอาจใช้คำพูด "คุณครูอยากเห็นเด็กดีมีน้ำใจช่วยเพื่อนเก็บของเล่นเข้าที่" แทนที่จะพูดว่า "คุณครูพูดแล้วนะ ทำไมเธอไม่รู้จักเก็บของเล่นเข้าที่"

         คำพูดประโยคแรก แม้จะพูดด้วยความโกรธแต่ก็มิได้เฉพาะเจาะจงกับตัวบุคคล ด้วยเหตุนี้จึงไม่กระทบต่อสัมพันธภาพระหว่างคุณครูกับเด็กได้มากเท่ากับคำพูดประโยคที่สอง ซึ่งเด็กสามารถที่จะรับสารที่สื่อได้อย่างชัดเจนว่าตนเองเป็นผู้ทำผิด คุณครูควรจะสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับเด็กต่อไปแม้ว่าจะขัดใจเรื่องพฤติกรรมของเขาก็ตาม การยอมรับคนอื่นดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายที่คุณครูพอจะปฏิบัติตามได้ แต่ทราบไหมว่า การที่จะยอมรับคนสักคนด้วยความจริงใจนั้น ไม่ใช่สิ่งที่เสแสร้งได้ง่าย ๆ เพราะในไม่ช้า เด็ก ๆจะรู้สึกได้ว่าคุณครูไม่จริงใจกับเขา การยอมรับคนอื่นไม่ใช่สิ่งที่จะฝึกกันได้ เพราะเป็นสิ่งที่ออกมาจากเจตคติของจิตใจ และปรัชญาส่วนบุคคลมากกว่าเป็นกลวิธี ดังนั้นการยอมรับจะหมายถึงการชอบในตัวผู้นั้นอย่างจริงใจ ให้ความยกย่อง และยึดแนวความเชื่อที่ว่า "บุคคลมีศักยภาพในการปรับเปลี่ยน"

         การยอมรับในพฤติกรรมของเด็ก คือ การที่คุณครูสามารถยอมรับยามเด็กทำกิจกรรมต่าง ๆ หรือแม้แต่การรื้อข้าวของ สำรวจ วิ่งเล่น ซุกซนได้อย่างน่าเอ็นดู และรู้สึกเป็นสุข ในทางตรงกันข้าม การที่คุณครูไม่ยอมรับพฤติกรรมของเด็ก เหมือนจะตัดใจ ทำใจ หรือพยายามอดทนที่จะปล่อยให้เด็กทำนู่นทำนี่ คุณครูมักมีอาการไม่ยอมรับพฤติกรรมของเด็กอย่างอ่อน ๆ เช่น การห้ามปราบการดุว่า การสั่งสอน และการแสดงอารมณ์โกรธขึงขังแทนการเอ็นดู

         การยอมรับพฤติกรรมของเด็กนั้น จะทำได้หรือทำไม่ได้ถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะว่าเด็ก ๆ แต่ละคนอาจจะมีพฤติกรรมที่เหมือนหรือต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ได้รับการยอมรับไม่เท่ากัน ดังนั้นทุกอย่างจะอยู่ที่คุณครู ที่จะต้องพยายามยอมรับเด็กอย่างเท่าเทียมกันให้ได้ 

    ตัวอย่างพฤติกรรมที่คุณครูแสดงออกว่า มีการยอมรับเด็ก
    ๐ ทักทายเด็กทุกเช้าด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้ม
    ๐ สัมผัสโอบกอดอย่างนุ่มนวลทุกครั้งและทุกคน
    ๐ พยายามอยู่ในระดับเดียวกับเด็กและสบสายตาต่อกัน
    ๐ พูดจาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเป็นมิตรกับเด็ก
    ๐ พูดพฤติกรรมทางบวกกับเด็ก ไม่พูดพฤติกรรมทางลบ
    ๐ มองเด็กด้วยสายตาที่รักและเอ็นดู
    ๐ แสดงความยินดีเมื่อเด็กประสบผลสำเร็จในการทำงาน
    ๐ เรียกชื่อเด็กทุกครั้งที่มีการพูดคุย



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in