My First Storyloveless_shawty
In the begining
  • 'บัดซบ'

    คงเป็นคำจำกัดความที่ดีสำหรับชีวิตของ แคลร์ เอลิสัน

    จริงอยู่ว่าเธอเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความฟู่ฟ่า สามารถแช่ตัวอยู่ในอ่างจากุซซี่ที่เอ่อล้นไปด้วยแชมเปญราคาแพงหูดับ

    หรือแม้กระทั่งทานอาหารของเชฟ จอห์น แรมซี่ย์ ด้วยชุดดินเนอร์สุดหรูทำจากทอง 99K แบบที่ใช้แล้วชวนให้นึกว่าตัวเองเป็นคิงส์ไมดาสกลับชาติมาเกิด

    มันดูโอเวอร์เกินจริงเอาซะมากๆ แต่ตลกร้ายตรงที่ว่ามันคือเรื่องราวซึ่งเกิดขึ้น 'จริง' ในชีวิตของเธอ

    แคลร์ไม่เคยเกลียดชีวิตตัวเองในแง่นั้น เธอออกจะรักมันด้วยซ้ำไป คนบ้าที่ไหนจะมีชีวิตดีขนาดนี้ มันเกือบจะเพอร์เฟคอยู่แล้วถ้า เฟรเดอริก เอลิสัน พ่อของเธอจะไม่เป็นพวกเจ้าชู้ไก่แจ้

    เขาเป็นป๋าใหญ่วัย 60 ที่สามารถคั่วสาวรุ่นราวคราวลูกได้ไม่ซ้ำหน้า และอาจจะไม่ต้องพึ่งไวอากร้าในการขึ้นเตียงกับพวกหล่อนด้วยซ้ำไป (เท่าที่แคลร์เคยได้ยินพ่อของเธอโม้ให้ฟัง) และหญิงสาวก็เติบโตขึ้นมากับพ่อที่เป็นแบบนี้ เธอชินแล้วแต่เหมือน มารีอา แม่ของเธอจะไม่ และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้มารีอาตัดสินใจฆ่าตัวตาย ในตอนที่แคลร์อายุ 14 ปี

    หญิงสาวจำได้ว่าเธอไม่ได้ร้องไห้ให้แม่ แม้กระทั่งในวันที่ฝังศพแท้ๆ แคลร์ก็ยังไม่มีน้ำตา เธอแค่ 'เสียใจ' และ 'เสียดาย' ที่ผู้หญิงคนนี้ไม่เข้มแข็งพอ ในท้ายที่สุดแล้ว มารีอาก็ผ่านมันไปไม่ได้และเลือกที่จะทิ้งลูกสาวคนเดียวเอาไว้กับพ่อเส็งเคร็ง

    ด้วยเหตุนั้นเธอจึงเลือกที่จะสงสารตัวเองมากกว่าแม่ 'แม่' ซึ่งตัดสินใจตัดช่องน้อยแต่พอตัวไปก่อน กระทั่งในภายหลัง แคลร์อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่าเธอเองก็ควรที่จะทำอย่างนั้น น่าจะตายๆ ตามแม่ไปซะให้จบๆ

    เพราะเหตุการณ์นั้นคือรอยต่อเล็กๆ อันเป็นจุดเริ่มต้นของความบัดซบแบบมหากาพย์

    เลวร้ายที่สุดที่พ่อทำกับเธอ ก็คือการพาแม่เลี้ยงคนใหม่เข้ามาอาศัยอยู่ร่วมชายคา ในตอนที่แคลร์อายุได้ 16 ปี หล่อนชื่อ เจนนิเฟอร์ คาวาลัวร์ และ โอเค มิสคาวาลัวร์ไม่ได้แย่ เธอกับแม่สาวผมบลอนด์วัย 30 กว่าๆ คนนี้เข้ากันได้ดี

    ดีเกินไป

    เพราะในขณะที่พ่อเธอยังคงเตร็ดเตร่มั่วสาวไปเรื่อย มิสคาวาลัวร์ก็หันมาให้ความรักความเอาใจใส่กับเธอจนล้นเหลือ อ่าฮะ เจนนิเฟอร์รักแคลร์แบบชู้สาว หล่อนเคยเห็นเด็กสาวผ่านหน้าผ่านตาไปมาในงานสังคม เรือนผมสีบลอนด์กับนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของแคลร์สามารถช่วงชิงหัวใจของเจนนิเฟอร์ไปได้ตั้งแต่แรกเห็น

    ด้วยเหตุนั้น เป้าหมายที่แท้จริงของหล่อนจึงกลายมาเป็น แคลร์ หาใช่เฟรเดอริก อย่างที่ใครต่อหลายคนเข้าใจ หล่อนพยายามทำทุกวิถีเพื่อที่จะเข้าหาเขาด้วยเหตุนี้ และในระหว่างนั้น สัมพันธ์สวาทของแม่เลี้ยงสาวกับลูกเลี้ยงหัวแก้วหัวแหวนก็ดำเนินไปอย่างลับๆ ไม่มีใครล่วงรู้

    แต่แคลร์ไม่ได้รักหรือรู้สึกอะไรกับเจนนิเฟอร์ถึงขนาดนั้น เธอแค่อยากลองดูเพราะรู้สึกว่ามันน่าสนุก ประกอบกับนึกอยากแก้แค้นคนเป็นพ่ออยู่กลายๆ เขาจะทำหน้ายังไงกันนะ ถ้ารู้ว่าลูกสาวเพียงคนเดียวกับเมียใหม่ของตัวเองแอบมาทำอะไรลับหลังเขาแบบนี้

    และมาถึงวันหนึ่งแจ็กพอตก็แตกจนได้ แต่คนที่ได้มาเห็นภาพบาดตาของสองสาวหาใช่ เฟรเดอริก แต่เป็น อเล็กซ์ซิส ควอเทียร์ เพื่อนสนิทของแคลร์ที่เติบโตมาด้วยกัน และแย่หน่อยตรงที่แคลร์แอบรักอเล็กซ์ซิสมานาน นานนับแต่เธอจำความได้

    แต่จุดไคล์แมกซ์ของเรื่องนี้หาใช่ประเด็นนั้น เพราะในวันนั้น แคลร์เพิ่งเคยเห็นอเล็กซ์ซิสโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ชนิดที่ว่าถ้าฆ่าใครสักคนได้ เขาก็คงจะลงมือเดี๋ยวนั้น

    และคนที่ว่านั่นก็อาจจะเป็นเธอ

    ด้วยในขณะที่เจนนิเฟอร์มีความสัมพันธ์กับแคลร์อยู่นั้น ลับหลังหล่อนก็แอบไปหว่านเสน่ห์ใส่อเล็กซิสท์อีกคนจนเด็กหนุ่มลุ่มหลงเธอหัวปักหัวปำ และทั้งหมดนั่นที่เจนนิเฟอร์ทำลงไปก็เพื่อป้องกันไม่ให้แคลร์กับอเล็กซ์ซิสได้ลงเอยกันนั่นเอง

    ความจริงที่ได้รู้ทำเอาแคลร์ถึงกับสติแตก

    เธอทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะทำ แคลร์ทำร้ายแม่เลี้ยง ผู้ซึ่งมีสถานะเป็นทั้งชู้รักและคนทรยศ ไม่สิ ควรจะใช้คำว่า พยายามฆ่า ซะมากกว่า หากไปถึงมือหมอช้ากว่านั้นสักนิด แผลฉกรรจ์จากการถูกกระซวกแทงด้วยมีดทำครัวคงทำให้เจนนิเฟอร์ถึงแก่ชีวิตไปแล้ว

    เมื่อเฟรเดอริกรู้เรื่อง เขาก็พยายามใช้เส้นสายที่ตัวเองมีในการปกปิดข่าวฉาวนี้ ก่อนที่จะขอหย่ากับเจนนิเฟอร์ และส่งตัวแคลร์ไปบำบัดฟื้นฟูสุขภาพจิตอยู่ที่ต่างประเทศเป็นระยะเวลาหลายปี ก่อนที่หญิงสาวจะเดินทางกลับมายังนิวยอร์คอีกครั้ง เพื่อเตรียมตัวเข้ารับหน้าที่ สืบทอดตำแหน่ง CEO ของ Alison Group.
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in