A 2-MONTH JOURNEY IN JAPANbabeirv
11 โอโคโนะมิยากิ & 8-bit Café
  • คืนแรกที่เพื่อนมานอนค้างด้วยผ่านพ้นไป ตอนเช้าวันรุ่งขึ้นตื่น8โมงมากินซีเรียล เพื่อนมีปัญหานิดหน่อยเลยต้องกลับไปที่สนามบิน เราเลยนั่งดูมาสเตอร์เชฟในยูทูปแล้วหลับไปอีกชั่วโมงนึงค่อยออกไปเรียน เรานัดกับเพื่อนไว้ว่าหลังเลิกเรียนจะมาเจอกันที่ชินจุกุแล้วไปกินข้าวด้วยกันกับเพื่อนคนญี่ปุ่น2คนของเพื่อน ทั้งสองคนเป็นผู้ชาย คนหนึ่งเป็นคนที่เพื่อนเจอตอนไปแลกเปลี่ยนที่เยอรมนี อีกคนเป็นเพื่อนของผู้ชายคนแรก ทั้งสองคนเคยมาไทยเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้าแล้วเพื่อนเราเป็นคนพานำเที่ยว เราก็ชวนเพื่อนไต้หวันมาด้วย รวมเป็นมากินด้วยกัน 5 คน 

    เราไปกินโอโคโนะมิยากิ(พิซซ่าญี่ปุ่น)ด้วยกัน ตรงโต๊ะเป็นเตาที่เราสามารถทำกินเองได้เลย ถ้างงตรงไหนก็ถามสตาฟได้ คนญี่ปุุ่นเป็นคนจัดการผัดให้กิน เราก็นั่งรออยู่เฉยๆเพราะ have no idea ว่ามันทำยังไง แล้วคนที่ผัดให้เรากินเค้าเรียน Economics อยู่ เค้าก็บอกเราว่ามาทำธุรกิจที่ญี่ปุ่นรุ่งมาก ชาวต่างชาติหลายคนก็มาทำ มันเอื้อประโยชนให้หลายอย่างเลย พยายามconvinceเราสุดๆ อีกนิดคิดว่าขายตรงแล้ว 555555 ผู้ชายญี่ปุ่นอีกคนหล่อมาก แต่พูดน้อย เพราะเค้าไม่ค่อยได้ภาษาอังกฤษ  

    นั่งคุยกันไปเรื่อยๆแล้วผู้ชายคนที่หล่อๆมีธุระต่อเลยขอกลับก่อน เราบอกว่าเราอยากไปเที่ยวบาร์ อยากดื่ม เพื่อนญี่ปุ่นคนที่ยังไม่กลับเลยหาร้านให้ แต่ก่อนจะไป พวกเราแวะไปตึก Tokyo Metropolitan Building ที่อยู่ตรงชินจุกุเหมือนกันก่อนเพราะชั้นบนมีจุดชมวิวฟรี ระหว่างทางจะไปที่ตึก เจอผู้หญิงออสเตรเลียสองคนที่กำลังหาลิฟต์ขึ้นไปข้างบนเหมือนกัน เลยได้คุยนิดหน่อย พอก่อนแยกกันก็ได้พูดว่า Hope you have a good trip เป็นอะไรที่อิ่มใจแปลกๆดีเวลาได้คุยกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    หลังจากนั้นคนญี่ปุ่นก็พาไป 8-bit Cafe ที่เดินค่อนข้างไกล ระหว่างทางเราก็เดินคู่กับเพื่อนไต้หวัน เอาจริงเรากับเขาก็ยังไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นเลย แค่อยู่ด้วยกันบ่อย พยายามเข้าหากัน เราก็ชวนคุยไปเรื่อย มีตอนนึงที่มีคนบีบแตรบนท้องถนน เพื่อนเราที่อยู่ญี่ปุ่นมาหกปีบอกว่าเป็นอะไรที่ rare มากเลย การที่เค้าบีบแตรเนี่ย เราก็เลยเล่าให้เขาฟังว่าของไทยปกติมาก บางทีมีถึงขั้นชูนิ้วกลางใส่รถอีกคันเลยด้วย แล้วเราก็เล่าให้เพื่อนฟังถึงตอนที่มาญี่ปุ่นแล้วโดนขอตรวจกระเป๋าเดินทาง เหมือนพนักงานเข้าใจว่าเราอาจจะลักลอบนำยาบ้ามาขายอะไรแบบนี้ เรารู้สึกว่าเพื่อนคนนี้เป็นคนที่นิสัยดีมาก เป็นผู้ฟังที่ดีและจริงใจอ่ะ


    หลงทางอยู่แป๊ปนึงกว่าจะหาร้านเจอ บรรยากาศในร้านสงบดี มีเพลงเปิดคลอ แต่ก็มีแค่เราที่เป็นลูกค้า เสียค่านั่งคนละ500เยน และแต่ละคนต้องสั่งเครื่องดื่ม 1 อย่างทุกชั่วโมงครึ่ง ในร้านมีเกมเก่าๆให้เล่น มีหนังสือการ์ตูนเก่าให้อ่าน สมุดให้วาดรูปเล่น พวกเราก็นั่งคุยเรื่องจิปาถะไปเรื่อย เรื่องนิสัยคนญี่ปุ่น racism เรื่องราวของแต่ละคน มีสิ่งหนึ่งที่เราดีใจมากที่ได้ทำ คือได้ชนแก้วกับเพื่อนแล้วพูดว่า คัมปาย(= Cheers ที่มักพูดกันตอนชนแก้ว) เป็นสิ่งที่อยากทำมานานแล้วเพราะเคยเห็นมาในอนิเมะกับซีรีส์มาตลอด มันก็เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆแหละเอาจริง 555555 
    เพื่อน(คนไทย)วาดรูปเราลงสมุดของร้าน เราชอบมากจนอยากเอากลับบ้าน เพื่อนคนญี่ปุ่นเลยถามพนักงานให้ ตอนแรกเหมือนเค้าจะให้แล้ว แต่ก็ไม่ได้เพราะว่าอีกด้านของกระดาษมีรูปวาดของคนอื่นอยู่ แล้วรูปวาดนั้นมันดันสวย เลยได้แต่ถ่ายรูปไว้เป็นความทรงจำ 
    กลับตอน4ทุ่มครึ่งเพราะพนักงานบอกว่าหมดเวลาชั่วโมงครึ่งแล้ว ถ้าอยากนั่งต่อก็ต้องสั่งเครื่องดื่มเพิ่ม เพื่อนคนญี่ปุ่นมีบ้านอยู่แถวสถานีรถไฟสาย Seibu Shinjuku เหมือนเราเลยนั่งกลับด้วยกันทั้งสามคน 
    ตอนมาถึงบ้านเราก็ต้องอ่านหนังสือต่อเพราะพรุ่งนี้มีสอบ รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมากเลย วันนี้เป็นอะไรที่สุดยอดจริงๆ 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in