TRY AND TIREDPlease call me " "
#After I i I Watched รีวิวหนัง (ที่เกือบจะสปอยล์) " EXAM (2009) "
  • ช่วง #After I Watched 

    รีวิวแรกของเรา ในวันนี้ จะมารีวิวหนัง (ที่คิดว่าน่าจะเรียกว่าสปอยล์จะง่ายกว่า ฮ่าฮ่า ) ....

    หนังแรกที่จะมาโดนสปอยล์!! เฮ้ย ! รีวิว คือ 

    EXAM 

    Name : EXAM
    Genre : Horror ( สยองขวัญ // ไม่เลยสักนิ๊ดด ) , Science Fiction และ มีความหนังจิตวิทยาเล็กน้อย
    Set     :  เป็น one set นะเธอ คือทั้งเรื่อง ถ่ายอยู่สถานที่เดียว คือห้องปิดตายยยย
    Written and Director by : Stuart Hazeldine (ผู้กำกับเดียวกันกับ The Shack ที่ีฉายในปีนี้ไงจ่ะเทอว์์์์์)
     
    Genre

    ตัวอย่างหนัง   EXAM เปิดไว้อย่างน่าสนใจ และ น่าติดตาม จนทำให้อยากดูหนังเรื่องนี้เลย!!

    เรื่องย๊อย่อออ

         บริษัทแห่งหนึ่ง เปิดรับสมัครพนักงาน คัดแล้วคัดอีก จนเหลือสุดยอดผู้เข้าสมัคร 8 คนสุดท้าย คนที่ชนะจะได้รับเกียรติในการทำงานกับบริษัท แต่ก่อนที่จะได้รับชัยชนะนั้น พวกเขาต้องทำการทดสอบครั้งสุดท้าย ในห้องปิดตาย กับ คำถามเพียง " 1 " คำถามให้ได้เสียก่อน 

    จบการรีวิวแบบย๊อย่อ 
    *แนะนำว่าใครไม่อยากอ่านสปอยล์ก็ข้ามไปหน้า 2 ได้เลย หน้านั้นไม่มีสปอยล์ น้องคอนเฟิร์ม*

    ต่อไปจะสปอยล์แล้วนะจะ :-x (ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ได้สปอยล์ฉาก คำพูดขนาดนั้นนะๆ )


    via GIPHY

    มันเป็นหนังแนวจิตวิทยาเกี่ยวกับ ผู้เข้าทดสอบ (อย่างที่พูดไว้ข้างต้น) 8 คน มีทั้ง หญิง 4  และ ชาย 4 อาชีพแตกต่างกันไป บ้างก็เป็น หมอ  บ้างก็เป็น นักพนัน  ซึ่งพอเข้าไปในห้องแล้ว เจ้าหน้าที่ก็เข้ามาบอกกฏสำหรับ การแข่งขันอยู่ 3 ข้อ และก็มีเวลากำจัด ( ถ้าจำไม่ผิด 100 - 120 นาที )

    1. ถ้าออกจากห้อง หรือ พยามยามจะออก จะถือว่า ออกจากเกมส์ทันที ( ดูเสร็จแล้วก็คิดว่า ถ้าอยากเข้าห้องน้ำอ่ะ!!  ) 
    2. ห้ามคุยหรือพยายามสื่อสารกับยาม ( ที่เป็นคนเฝ้าห้อง )
    3. ถ้ากระดาษคำตอบเกิดความเสียหาย เมื่อไหร่นั้น ถือว่าออกจากเกมส์ทันที
    (ถ้าจำไม่ผิดก็มีประมาณนี้ ถ้าผิดก็ขออภัยด้วยนะคะะ)


    พอบอกกฏเสร็จ กรรมการ (ที่หน้าเหมือนผู้คุมขังมากๆ 555) ก็ถามว่า " มีอะไรสงสัยมั้ย ? " ทุกคนก็ไม่ได้อะไร ท่าทางพร้อมแล้วสำหรับการคำตอบคำถามสำหรับการคัดเลือกสุดท้ายนี้แล้ว.... 

    พรึ่บ ! พอทุกคนเปิดใบคำตอบนั้น ก็ไม่ได้มีคำถามเขียนอยู่หละสิ !!!!

    ทุกคนก็ ช๊อค !! ( อ้าวไม่มีคำถาม แล้วจะเขียนคำตอบได้ไงอ่ะ ??? )

    ตัวเอก ก็เริ่มพูดกับคนอื่น " เฮ้ย มาปรึกษากันเถอะพี่น้อง " แต่ทุกคนก็ไม่ตอบเขาแล้วเขาก็พูดอีก " จะกลัวทำไม ก็มันไม่มีกฎว่าห้ามคุยกันเองหนิ " ( เออ ก็จริงของมัน) หลังจากนั้น ผู้เข้าแข่งขันก็เริ่มปรึกษากัน เพื่อจะหาคำถาม ว่า สรุป  " คำถาม "  มันคืออะไร 

    พวกเขาใช้ความรู้ เริ่มแลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกัน ความรู้นั้นก็สามารถใช้ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ในห้องปิดตายได้อีกด้วย 

    แต่มันไม่ได้ช่วยกันหาคำถามกันอย่างเดียว แน่นอนว่าทุกคนที่เข้ามาในการทดสอบครั้งสุดท้ายนี้ ต้องการผลประโยชน์ หรือ ต้องการที่จะชนะ กันทั้งนั้น มันจึงทำให้มีการ ต่อสู้ หรือ ว่า ตัดโอกาส กันด้วย ไม่ว่าจะเป็นการทำลายการกระดาษ เพื่อที่ผู้เข้าแข่งขันคนนั้นจะได้ออกจากเกม!! หรือ การเล่นจิตวิทยา คุยกันไป คุยกันมา อุ๊ย! อยู่ดีๆ ก็ออกจากเกมส์เฉย !!!  แม้กระทั่งการต่อสู้จริง ๆ ก็เหอะ (เลือดสาด กรี๊ดดด!!! )

     แต่ใครจะเป็นผู้ชนะจากเกมส์จิตวิทยา และ สามารถหาคำตอบได้จากวิธีใดนั้น

    ♡♡♡♡ ต้องไปลองดูกันเองนะคะ ♡♡♡♡

    ไวท์ ตัวเอกของเรื่องกำลังใช้ไฟส่องกับกระดาษ เพื่อหาคำตอบ



  • หลังดูหนังจบ

     พอดูหนังจบแล้ว เรื่องนี้มันสื่ออะไรออกมาหลาย ๆ อย่างมากเลย โดยเฉพาะ เรื่อง " ผลประโยชน์ "  ในเรื่อง ตัวละครแต่ละคน ก็มีเหตุผลในการเข้ามาสมัครงานในครั้งนี้ บ้างก็บอกว่า เอายาที่ได้จากบริษัทไปรักษาลูกเมียบ้าง อยากเอาไปรักษาตัวเองบ้าง หรือ แค่อยากได้ตำแหน่ง หน้าที่การงานดี ๆ แต่พวกเขาอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่กดดัน จนเกิด ความเห็นแก่ตัวเอง  เริ่มหาวิธีต่างๆ เพื่อให้ตัวเองเป็นผู้ชนะเพียงผู้เดียว อยากให้ตัวเองชนะ แม้จะต้องแลกกับการเป็นผู้พรากชีวิตผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ก็ตาม.... 

    เหมือนที่หลาย ๆ คนได้กล่าวว่า หนัง มันเป็นสิ่งที่สื่อถึง สภาพแวดล้อม หรือ สังคมในยุคนั้น ๆ ว่ามีความเป็นไปอย่างไร  ซึ่งมันก็ทำให้เห็นจริง ๆ หละ ว่า เดียวนี้ มันมีการโกงกันมากมาย หรือ พูดง่ายๆว่า การ กระทำซึ่งเห็นแก่ตัวเอง มากขึ้น กว่าในอดีตมาก มีการฆาตกรรม ขโมย ชิงทรัพย์ กันมากขึ้น ซึ่งหนังเรื่องนี้ ก็โชว์ด้านมืดของมนุษย์ ในแต่ละตัวละคร ให้เห็นกันในหลายรูปแบบกันเลยทีเดียว.... 

    คะแนน 

    โดยการรีวิวของเรา จะให้คะแนนแบบเป็น "ราคาตั๋วหนัง" มีตั้งแต่ 0 (คืออย่างเสียตังค์ไปดูเล๊ย) จนถึง 100 (แบบเสียตังค์ไปดูเหอะ มันคุ้มจริงๆ!!!) 

    โดยหนัง EXAM นั้น ได้ราคาตั๋วหนังไป :  

    70 บาท 

    มันคุ้มตรงที่ว่า ตัวร้ายอ่ะ เดาง๊ายง่ายว่าเป็นใคร แต่ตัวเอก-นางเอก ที่เป็นคนชนะอ่ะ ย๊ากยาก แล้วระหว่างดู มันจะโชว์ความฉลาด ความโกง (ฮ่าๆ) ออกมาเรื่อย ๆๆๆ จนเราคิดแบบ " โห้!! คิดได้ถึงขนาดนี้เลยอ่อเนี่ยยย !!! "  แต่ที่ได้ไปแค่ 69 บาท ก็เพราะว่า มันไม่ได้สร้างความอึ้งกิมกี่หลังจบ หรือสร้างอิมแพ็คต่อคนดูหลังจากจบ ( เอาจริงๆ คือ พอดูไป 3/4 ของเรื่อง มันจะเดาออกง่ายแล้วไง ) ก็เลยได้ไปเพียง 70 บาท


    จบกันไปแล้วกับการรีวิวครั้งแรกของเรา หวังว่า การรีวิวครั้งนี้จะสร้างความอยากไปดูหนังเรื่องนี้กันนะคะ 55555

    ปล.0 เป็นมือใหม่หัดรีวิว เพิ่งเคยลง minimore ครั้งแรก ฝากเนื้อฝากตัวฝากใจด้วยนะคะ อิส!
    ปล.1อาจจะพิมพ์ไม่รู้เรื่องบ้าง ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ 
    ปล.2 อาจจะมารีวิวเรื่องอื่นๆ ต่อ ถือสมมติว่าความคิดเห็นดี (กระแสตอบรับ) ดี 5555 

    ขอบคุณค่ะ :-) 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in