The Wizard Next Doorpiyarak_s
Day 8 : Warm Mugs
  • เมื่อเบอร์แทรมเดินออกมาจากร้าน รัสเซลล์ดูกังวลอย่างเห็นได้ชัด ในมือของเขายังคงมีโทรศัพท์ที่ถือค้างอยู่


    “เกิดอะไรขึ้น” 


    คำถามนั้นทำให้คนที่จมอยู่กับความคิดของตัวเองหันหน้ามามองเขา สีหน้าของนายตำรวจหนุ่มแสดงออกถึงความไม่สบายใจและห่วงใยเขาอย่างเห็นได้ชัด แม้จะยังไม่ได้คำตอบ แต่ข่าวที่ส่งผ่านมาจากปลายสายคงไม่ใช่ข่าวดี ทว่าไม่น่าจะเป็นข่าวคราวเรื่องความตายของใครที่เกี่ยวข้องกับคดีหรือเรื่องที่อีกฝ่ายเล่าให้เขาฟัง 


    “ไปหาที่เงียบ ๆ นั่งคุยกันเถอะ เดี๋ยวผมเล่าให้ฟัง” รัสเซลล์บอก “คุณมีที่ไหนแนะนำหรือเปล่า” 


    “ไปที่ร้านลิลเบิร์นไหม ที่นั่นมีผัดไทยหมูกรอบ ซี่โครงแกะอบสมุนไพร อกไก่ม้วนไส้สติลตันชีส” เบอร์แทรมเสนอ “หรือถ้าคุณสนใจอาหารอย่างอื่น เช่น อินเดีย ไทย หรือจีน ที่ร้านมุมไบเฟลเวอร์ แกงไก่กับแกงเนื้อกับข้าวบิรยานีของเขาอร่อยมาก แต่ร้านไทยอีสานไวบ์ที่มีพวกส้มตำกับต้มยำกุ้งอร่อยปิดวันนี้ ร้านเยี่ยนมีผัดหมี่ใส่เนื้อกับราดหน้า ส่วนร้านโทรีโนมีพาสต้ากับคาลโซเนที่ไม่เลวเลย”


    “ใจเย็น” รายการแนะนำร้านอาหารยาวเหยียดที่ออกมาจากปากของเขาราวกับเป็นเพจอาหารของทริปแอดไวเซอร์ทำให้คนที่กำลังเครียดอยู่ถึงกับหัวเราะพรืด “นี่คุณจำเมนูกับร้านอาหารได้เยอะขนาดนี้เลยเหรอ” 

      
    “สำหรับผม เรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่นะ” เจ้าของร้านหนังสือเก่าชี้บอกอีกฝ่ายให้ขึ้นรถ “ถ้าท้องคุณอิ่มเพราะได้กินอาหารอร่อย คุณก็จะพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าเรื่องต่าง ๆ เองนั่นแหละ” 


    เป็นอีกครั้งที่ข้อสรุปของเบอร์แทรมทำให้รัสเซลล์ยิ้มออกมาได้ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นจิตใจของเขาสับสนวุ่นวายจนเกือบจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่เมื่อหัวเราะออกมาได้ ความตึงเครียดที่มีอยู่ก็ค่อยผ่อนคลายลงได้บ้าง 


    “เราไปกินอะไรกันที่ไหนดี” คนที่ทำหน้าที่ขับรถของตัวเองหันมาถาม 


    “เอาที่คุณอยากกินเถอะ” เขาบอก “ตำรวจอย่างผมกินกาแฟดำกับแซนด์วิชโง่ ๆ เป็นหลัก แนะนำใครไม่ได้หรอก”


    “ถ้าร้านที่ผมเลือกไม่อร่อยสำหรับคุณก็อย่าโทษผมนะ” เจ้าของรายการอาหารยาวเหยียดอมยิ้ม “หรือคุณอยากให้ผมซื้ออาหารสำเร็จรูปจากร้านสะดวกซื้อไปอุ่นกิน ไม่ก็ทำอาหารง่าย ๆ กินด้วยกันที่บ้านผม” 


    “ถ้าคุณไม่เหนื่อยเกินไป ผมคิดว่าตัวเลือกหลังน่าจะดีกว่า” 


    “โอเค” เขาเห็นเบอร์แทรมยิ้ม ก่อนหันมาทางเขาก่อนบิดกุญแจสตาร์ทรถ “ระหว่างที่ผมทำอาหาร เราค่อยคุยกันเรื่องปัญหาที่คุณกำลังเผชิญอยู่ก็แล้วกัน แต่ก่อนที่จะทำอย่างนั้น คุณต้องตอบคำถามของผมก่อนว่า คุณอยากกินอะไร” 


    ถ้าไม่นับตอนที่พูดเรื่องหนังสือ ก็มีเรื่องอาหารนี่ละ ที่รัสเซลล์สังเกตเห็นว่าทำให้ดวงตาอีกฝ่ายระยิบระยับแค่ไหน



    --------------------------------------- 


    ถึงจะถามว่าเขาอยากกินอะไร แต่ท้ายที่สุดแล้ว รัสเซลล์ก็เป็นฝ่ายที่เดินถือตะกร้าตามหลังของเจ้าถิ่นอย่างเบอร์แทรมที่เดินซอกแซกไปตามชั้นวางสินค้าและตู้แช่ต่าง ๆ ด้วยความชำนาญ ส่วนหนึ่งที่ซื้อเป็นอาหารแช่แข็ง อาหารกึ่งสำเร็จรูป และผักสดบางอย่างที่ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มมากนักก็สามารถกินได้ทันที เขาเสนอจะจ่ายค่าอาหารครึ่งหนึ่ง แต่อีกฝ่ายยืนยันให้เขาจ่ายเงินแค่ค่าของแช่แข็งซึ่งมีไม่กี่อย่างเท่านั้น และปิดปากเขาด้วยข้อเสนอให้เขาเลี้ยงกาแฟแทน ถ้าได้เข้าเมืองมาด้วยกันอีกครั้งหนึ่ง 


    ระหว่างทางกลับไปยังบ้านของเบอร์แทรม รัสเซลล์คอยเช็คข้อความทางโทรศัพท์ อีเมล์ และข่าวจากทางลอนดอนเป็นระยะ แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าอื่นใด สิ่งที่ทำให้เบาใจได้พอประมาณ คือ มาเรีย เอ็ดเวิร์ดส์ เจ้านายของเขาได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปคุ้มกันเจนนิเฟอร์ วิลสัน คู่หูของเขาที่ยังต้องพักรักษาตัวและทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว 


    โจนาห์ แอดดิงตันเป็นฆาตกรที่สื่อต่าง ๆ พากันประโคมข่าวว่า เป็นฆาตกรโรคจิตหรือฆาตกรคลั่งศาสตร์มืด 


    แอดดิงตันคัดสรรเหยื่อที่มีลักษณะตรงกับที่ตนเองต้องการและเชื่อว่าจะใช้เลือดเนื้อของคนเหล่านั้นในการติดต่อกับสิ่งลี้ลับที่จะทำให้ตนเองมีพลังอำนาจวิเศษในการควบคุมจิตใจคนอื่นให้ทำตามความต้องการและสาปแช่งคนที่ตนเองเกลียดชังให้ประสบเรื่องราวเลวร้ายและใช้ชีวิตอย่างทนทุกข์ทรมานได้ 


    แม้อาชญากรผู้นี้จะทำตัวเหมือนคนที่มีปัญหาทางจิตใจและถูกทำร้ายมาจนมีแรงจูงใจให้ก่อเหตุที่ไม่ปกติ และสื่อแทบลอยด์ที่เน้นขายข่าวตื่นเต้นกับทนายความของแอดดิงตันจะชักนำคนที่ติดตามข่าวไปในทิศทางนั้น แต่รัสเซลล์ยังคงยืนยันว่า สติสัมปชัญญะของชายผู้นี้ยังคงสมบูรณ์ทุกประการ เพราะการคัดเลือกเหยื่อ และความพยายามในการปกปิดร่องรอยในการสาวหาเบาะแสเกี่ยวกับตนเองนั้นผ่านการคิดและวางแผนมาเป็นอย่างดี


    ในวันจับกุม ทีมของเขาโชคดีพอที่จะได้รับแจ้งเหตุคนที่มีลักษณะตรงกับเป้าหมายของแอดดิงตันหายไป พวกเขาติดตามไปจนพบแหล่งกบดานของฆาตกร แต่ก็ยังช้ากว่าแอดดิงตันที่ชำนาญพื้นที่มากกว่าไปก้าวหนึ่ง เจนนิเฟอร์ถูกลักพาตัวไประหว่างกลับจากโรงพยาบาลเพื่อไปเยี่ยมน้องสาวที่เพิ่งคลอดลูกคนแรก 


    ทันทีที่ได้รับแจ้งข่าวจากมาเรีย เขาออกตามหาเธอด้วยข้อมูลที่มีอยู่และสัญชาตญาณของตำรวจนักล่าอาชญากร เขารู้ว่าการติดตามฆาตกรต่อเนื่องด้วยตัวเองเพียงคนเดียวโดยไม่มีกำลังสนับสนุนเป็นเรื่องที่เสี่ยงเกินไป แต่เวลาทุกวินาทีมีค่าเกินกว่าที่จะยอมสูญเสีย 


    เขาตัดสินใจถูกที่ทำอย่างนั้น เพราะก่อนที่กำลังตำรวจท้องที่จะตามมาถึง เขาก็พบว่า แอดดิงตันทำร้ายเจนนิเฟอร์จนอยู่ในสภาพย่ำแย่และเฉียดใกล้กับความตายมากที่สุด เขาตัดสินใจจู่โจมเพื่อที่จะช่วยเหลือเธอ แต่ฝ่ายตรงข้ามก็มีกำลังมากเสียจนคนที่ตัวใหญ่และแข็งแรงอย่างเขาต้านทานแทบไม่ไหว เขาถูกมีดแทงเป็นแผลฉกรรจ์หลายแผล แต่การยอมบาดเจ็บสาหัสของเขาคุ้มค่า เพราะเขาสามารถช่วยชีวิตเธอเอาไว้ได้และยิ่งไปกว่านั้น ยับยั้งฆาตกรเอาไว้ได้ 


    หลังจากการควบคุมตัวและดำเนินคดี ทนายความของแอดดิงตันก็แผลงฤทธิ์ด้วยการฟ้องเรียกค่าเสียหายและฟ้องจะเอาผิดกับฝ่ายสืบสวนอาชญากรรมต่อชีวิตและทรัพย์สินของสก็อตแลนด์ยาร์ดที่เขาสังกัดอยู่ให้ได้ อย่างน้อยก็จนกระทั่ง ฝ่ายนั้นเห็นความไม่คุ้มค่าที่จะแลกและยอมรามือไป แต่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า แอดดิงตันจะกล้าหนี


    ระหว่างถูกควบคุมตัวและกำลังเตรียมตัวสำหรับการไปฟังการพิจารณาคดีนัดแรกที่ศาล แอดดิงตันแกล้งป่วย อาการของเขาสมจริงจนเจ้าหน้าที่ที่ทำการควบคุมตัวตกใจและตัดสินใจเรียกรถพยาบาลมารับตัวของเขาไปส่งต่อยังโรงพยาบาล และในช่วงชุลมุนนั้นเอง แอดดิงตันก็ฆ่าเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และเจ้าหน้าที่ประจำรถฉุกเฉินด้วยอุปกรณ์ที่มีในรถ ลากคนที่ผ่านมาประสบเหตุลงจากรถและขโมยรถยนต์คันดังกล่าวหนีไป 


    ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีใครรู้ว่าฆาตกรรายนี้จะมุ่งหน้าไปทางไหน มีเพียงรถยนต์ที่น้ำมันหมดแล้วจอดทิ้งไว้ในเขตมิดแลนด์ และคาดว่าจะมุ่งหน้ากลับไปยังบ้านเกิดของตนเองแถบมิดแลนด์เป็นแห่งแรก หรือไม่เช่นนั้นก็อาจตั้งใจกลับมาแก้แค้นตำรวจที่เคยจับตนเองเข้าคุก ทุกอย่างล้วนมีความเป็นไปได้และการทำนายพฤติกรมของคนร้ายไม่ได้ง่ายเหมือนในซีรี่ส์


    อย่างไรก็ตาม การที่มาเรียโทรศัพท์มาแจ้งเตือนเขาก็เป็นสัญญาณหนึ่งที่ทำให้เชื่อได้ว่า แอดดิงตันมองเขาเป็นเป้าหมายหนึ่งของการแก้แค้น แต่เธอยังเตือนเขาว่า อย่าเพิ่งเคลื่อนไหวอะไรจนกว่าเธอจะมีคำสั่งหรือจนกว่าเธอจะติดต่อกับทางตำรวจนอร์ทธัมเบอร์แลนด์ให้มาคุ้มครองเขาได้


    หากเป็นก่อนหน้านี้สักหนึ่งสัปดาห์ เขายังไม่รู้จักใคร เขาก็คงไม่รู้สึกอะไรมากนัก แต่ในเวลานี้  สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว เพราะเขามีเพื่อนบ้านอย่างเป็นตัวเป็นตน เพื่อนบ้านคนนี้ดีกับเขา และเขาก็ไม่อยากดึงให้อีกฝ่ายเข้ามาพัวพันกับเรื่องอันตรายที่มีเขาเป็นต้นเหตุ 


    เบอร์แทรม เคลลีย์เป็นเจ้าของร้านหนังสือและเป็นนักซ่อมหนังสือธรรมดาคนหนึ่งจะไปต่อสู้กับฆาตกรที่เขาเองก็เกือบจะสู้ไม่ไหวอย่างไรได้ และนั่นก็เป็นเหตุผลที่มากพอแล้วที่เขาจะเป็นห่วงอีกฝ่ายหนึ่ง แม้ว่าอาชญากรคนนั้นอาจมองข้ามเบอร์แทรมไปก็ตาม 


    รัสเซลล์คิดทบทวนเรื่องดังกล่าวอยู่นาน ก่อนตัดสินใจจะเล่าความกังวลของตนเองและที่มาที่ไปของความกังวลนั้นให้เบอร์แทรมฟังระหว่างที่ทำอาหารอยู่ในครัวด้วยกันสองคน 


    ตลอดเวลานั้น เบอร์แทรมฟังเขาอย่างตั้งใจ แม้ว่าจะสาละวนกับทำราวิโอลีคลุกซอสเพสโตใส่มะเขือเทศแห้งและอกไก่นาบกระทะไปพร้อมกัน ท่าทางของชายหนุ่มดูสงบกว่าที่เขาคาดเอาไว้มาก และยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้เลยแม้แต่น้อย 


    “คุณมาอยู่กับผมไหม หรือจะให้ผมย้ายไปอยู่เป็นเพื่อนคุณสักสัปดาห์จนกว่าเรื่องจะคลี่คลายลงก็ได้” 


    ข้อเสนอที่ไม่คาดคิดของเบอร์แทรมทำให้รัสเซลล์ถึงกับชะงัก


    “ว่าไงนะ” เขาแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง “คุณไม่กลัวว่าหมอนั่นจะตามมาเจอคุณตอนอยู่กับผมเหรอ”


    “ผมคิดว่าการที่เราอยู่ด้วยกันจะปลอดภัยกว่า เพราะอย่างน้อยที่สุด เราก็อาจช่วยกันระวังได้” 


    น้ำเสียงและหน้าตาของคนพูดที่ยัดจานราวิโอลีกับอกไก่ย่างและสลัดใส่มือเขาทั้งสองข้างจริงจังและเห็นได้ชัดว่า ไม่ได้พูดเล่น เป็นการพูดที่คิดใคร่ครวญมาอย่างดีแล้ว ไม่ได้แสดงความเห็นออกมาอย่างไร้เดียงสาหรือคิดตื้น ๆ แบบคนไร้ประสบการณ์ที่มองทุกอย่างเป็นเรื่องง่าย


    “แต่...” 


    “ไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอก” เจ้าของร้านหนังสือบอก และหันไปจัดการกับเครื่องดื่มสำหรับสองคนต่อ “หรืออย่างน้อย คุณก็อย่าทำให้ผมต้องเป็นห่วงคุณที่อยู่ตามลำพังเลย”


    “ผมไม่อยากทำให้คุณต้องเดือดร้อน ทั้ง ๆ ที่เราเพิ่งเจอกัน” 


    “รัสเซลล์” เบอร์แทรมหันกลับมาพร้อมกับถ้วยกาแฟสองใบที่ใส่เครื่องดื่มร้อนหอมกรุ่นด้วยกลิ่นของนม ครีม อบเชยและเครื่องเทศอื่น ๆ ที่มักจะใช้ในการทำพายฟักทอง “สิ่งที่คุณต้องการที่สุดในช่วงเวลาที่ยากลำบาก คือ เพื่อน และเครื่องดื่มอุ่น ๆ ที่จะทำให้คุณใจเย็นพอสำหรับการคิดทบทวนและตัดสินใจเกี่ยวกับข้อเสนอของผมนะ” 


    เจ้าของร้านหนังสือวางถ้วยพัมกินสไปซ์ลาเต้สูตรโฮมเมดลงบนโต๊ะตรงหน้าของนายตำรวจหนุ่ม


    “ตอนนี้ คุณมีเครื่องดื่มแล้ว สิ่งที่คุณต้องการคือ เพื่อนที่จะอยู่กับคุณในยามคับขัน แม้ว่าคุณจะเพิ่งรู้จักเขามาเพียงไม่กี่วัน และเขาก็กำลังจะบอกคุณว่า คุณไม่ควรปฏิเสธเขาไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม” 



    To be continued >>> Day 9 : Magic


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
bullettransth (@bullettransth)
ฮั่นแน่ บอกเป็นห่วงได่อย่างไม่ต้องปิดบัง อะไรจะขนาดนั้นนน
piyarak_s (@piyarak_s)
@bullettransth เขาชัดเจนค่ะ 55555
mkamaboko (@mkamaboko)
คุณเบอร์แทรมคะ แสนจะเท่เกินไปแล้วนะคะ ;;
piyarak_s (@piyarak_s)
@mkamaboko ขอบคุณที่ชมเบอร์แทรมค่ะ ><
smile515903 (@smile515903)
คุณเคลลีย์นี่... ฮัฟเฟิลพัฟแน่ๆ เลยค่ะ 5555
piyarak_s (@piyarak_s)
@smile515903 5555 ไม่ต้องสงสัยเลยค่ะ