The Wizard Next Doorpiyarak_s
Day 12 : Pumpkins
  • วันนี้ รัสเซลล์บอกว่าจะไปเที่ยวสวนพฤกษศาสตร์และปราสาทก่อนที่จะปิดในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ นั่นเป็นเรื่องที่ดีที่อีกฝ่ายนึกอยากทำอะไรต่อมิอะไรขึ้นมาบ้าง หลังจากที่เจ้าตัวเล่าให้เขาฟังว่า เอาแต่ออกเดินในเทรลซ้ำ ๆ มาตลอดสัปดาห์ก่อน เพราะความจริงแล้ว เมืองที่เขาอยู่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ ‘ฮิต’ เอาเรื่อง อย่างน้อยก็ตั้งแต่ที่มีคนรู้ว่า สถานที่เหล่านี้เคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำแฮรี่ พ็อตเตอร์มาก่อนและมีการจัดทัวร์ตามรอยอย่างจริงจัง ถึงรัสเซลล์จะดูไม่ใช่คอวรรณกรรมเยาวชนหรือคอแฮรี่ พ็อตเตอร์ แต่การได้ทำอะไรที่ไม่ซ้ำซากก็คงจะแก้เบื่อและบรรเทาความกังวลไปได้บ้าง

    ความจริง เบอร์แทรมอยากจะทำอาหารใส่กล่องให้รัสเซลล์เอาไปกินด้วยระหว่างการเที่ยวชมปราสาท เพราะเขารู้ว่าอาหารที่ขายอยู่แถวนั้นไม่ได้มีอะไรพิเศษ และถึงจะมีของที่พอจะกินได้อยู่บ้าง แต่อาหารอร่อยที่ทำโดยการโปะคาร์โบไฮเดรตลงไปบนคาร์โบไฮเดรต เช่น ชิปส์บัตตี้ที่ประกอบด้วยขนมปังประกบกับมันฝรั่งทอด ก็ไม่ใช่อาหารที่มีคุณค่าสักเท่าไหร่ แต่การทำแบบนั้นก็คงทำให้อีกฝ่ายอึดอัดมากกว่าที่เขาเริ่มเจ้ากี้เจ้าการดูแลคุณภาพชีวิตกันเหมือนคู่รักที่อยู่ด้วยกันมาหลายปีตั้งแต่เพิ่งจะจูบกันไปหนแรก (ถึงจะจูบกันไปหลายครั้งก็เถอะ) 


    การที่รัสเซลล์เลือกที่จะออกไปเที่ยวทั้งที่ฟังเรื่องราวแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นกับคู่หูอย่างเจนนิเฟอร์ได้ถือเป็นเรื่องดีอีกอย่างหนึ่ง เพราะนั่นแสดงให้เห็นว่า จิตใจของอีกฝ่ายเข้มแข็งดีอยู่ และการออกไปท่องเที่ยวข้างนอกก็ย่อมดีกว่าการอยู่กับที่ให้เป็นเป้านิ่งของฝ่ายที่ต้องการปองร้าย โดยเฉพาะในบ้านที่ไม่มีใครอยู่และค่อนข้างอยู่ห่างไกลจากผู้คน 


    ถึงจะไม่มีสัมผัสทางวิญญาณ แต่ความช่างสังเกตแบบตำรวจสืบสวนก็ถือว่าทดแทนกันได้ เขาเชื่อว่าคนอย่างรัสเซลล์จะสามารถเอาตัวรอดได้ แม้ว่าเขาจะไม่ได้อยู่ด้วยก็ตาม แต่การทำอะไรบางอย่างเพื่อป้องกันเอาไว้บ้างก็ดีกว่าจะมาตามแก้ความเสียหายที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นทีหลัง


    เบอร์แทรมส่งกุญแจบ้านสำรองให้รัสเซลล์ ยืนยันให้เขาเก็บเอาไว้เผื่อว่าอยากกลับบ้านก่อนหรือเวลาที่ออกจากบ้านไม่พร้อมกันจะได้ไม่มีปัญหา 


    “หินแบบนี้... ผมว่า ผมเคยเห็นที่ไหนสักที่นะ” นายตำรวจหนุ่มพลิกก้อนหินที่มีรูตรงกลางที่แขวนติดอยู่กับพวงกุญแจดูอย่างสนใจ “ดูเหมือนจะเรียกว่า แฮ็กสโตน” 


    “คุณรู้ดีเหมือนกันนี่” เจ้าของร้านหนังสือเก่าว่า “มันคือแฮ็กสโตนอย่างที่คุณว่า”


    แฮ็กสโตนเป็นหินที่ถูกน้ำซัดจนสึกกร่อนเป็นรูอยู่ในเนื้อหิน พบได้บริเวณแม่น้ำ ริมฝั่ง หรือบางครั้งก็บนชายหาด เชื่อกันว่า หินที่มีลักษณะพิเศษเหล่านี้มีพลังในการป้องกันวิญญาณร้ายไม่ให้เข้าใกล้ ปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของผู้เป็นเจ้าของ และมีอำนาจในการฟื้นฟูสุขภาพ นอกจากนี้ ยังเชื่อกันด้วยว่า ถ้าหากมองผ่านรูที่อยู่บนก้อนหินไปแล้ว จะสามารถมองเห็นโลกของสิ่งเหนือธรรมชาติที่อยู่อีกฟากฝั่งหนึ่งได้


    “ผมเคยเห็นแต่คนเอาไปทำสร้อยคอเป็นเครื่องราง”


    “ผมก็อยากทำแบบนั้นให้คุณเหมือนกัน แต่ผมไม่รู้ว่า คุณจะคิดยังไงกับมัน” 


    “ถ้าคุณให้ผมสวมเอาไว้ ผมก็ยินดีนะ” 


    คราวนี้ รัสเซลล์ทำให้เบอร์แทรมต้องมองอีกฝ่ายใหม่เสียแล้ว เพราะเขาเคยคิดว่า อีกฝ่ายไม่น่าจะเป็นคนเชื่อเรื่องโชคลางหรือเวทมนตร์คาถา 


    “คุณไม่คิดว่ามันเป็นความเชื่อที่งมงายหรอกเหรอ” 


    นายตำรวจหนุ่มโคลงศีรษะ “ตั้งแต่ทำคดีของแอดดิงตัน ผมก็ไม่คิดว่าเรื่องพวกนี้งมงายแล้วละ เพราะอย่างน้อยที่สุดก็มีคนเชื่อและมีคนศึกษามันจนกระทั่งใช้เป็นเบาะแสในการติดตามตัวคนร้ายได้”


    เบอร์แทรมพูดอะไรไม่ออก ได้แต่มองหน้าของชายหนุ่มอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา 


    “เก็บกุญแจบ้านไว้ เดี๋ยวผมจะเอาสร้อยอีกเส้นให้คุณแขวนติดตัวไว้ก็แล้วกัน” เขาหายเข้าไปในห้องส่วนตัว และกลับมาพร้อมกับสร้อยที่ร้อยเข้ากับแฮ็กสโตน แม้ว่ารัสเซลล์จะช่วยด้วยการก้มศีรษะให้แล้ว แต่เขาก็ยังต้องเขย่งปลายเท้าอีกนิดหน่อยเพื่อจะสวมสร้อยให้อีกฝ่ายได้ถนัด และทำเสียงอืมในลำคอ เมื่อคนตัวสูงกว่าก้มลงมาจูบที่ริมฝีปากของเขาทีหนึ่ง 


    “คุณรู้ได้ไงว่า ผมสนใจเรื่องพวกนี้” เขาถาม 


    “ผมเห็นคุณทำท่าเหมือนคิดอะไรบางอย่างตอนที่ผมเล่าเรื่องแอดดิงตันกับการทำพิธีกรรมของเขาให้ฟัง คุณดูคิดไกลมากไปกว่าแค่สิ่งที่ผมเล่า เมื่อคืนตอนที่เจนนิเฟอร์เล่าให้ผมฟังเรื่องนกเรเวนประหลาดตัวนั้น คุณก็ดูจะคิดเรื่องนี้จริงจัง ไม่ได้มีทีท่าจะเห็นว่า เรื่องที่เธอพูดเป็นเรื่องเหลวไหล” รัสเซลล์บอก “ผมคิดว่าคุณคงมีความรู้เกี่ยวกับศาสตร์พวกนี้ค่อนข้างดีทีเดียว ไม่ใช่แค่สนใจ แต่น่าจะศึกษาจริงจังพอสมควรเลยละ”


    “ตำรวจทุกคนคงไม่ได้เป็นแบบคุณหรอกใช่ไหม” 


    “คุณคิดว่าไง” อีกฝ่ายหัวเราะเบา ๆ ปล่อยมือออกจากคนตรงหน้า และเก็บแฮ็กสโตนเข้าไปในเสื้อเชิ้ต 
    เบอร์แทรมไม่ตอบ เพียงแต่หัวเราะไปกับอีกฝ่าย ใช้มือตบที่แผ่นอกของอีกฝ่ายเบา ๆ “ไปกันเถอะ เดี๋ยวคิวซื้อตั๋วเข้าปราสาทกับสวนพฤกษศาสตร์ของคุณจะยาว อย่าลืมซื้อตั๋วแบบรายปีนะ คุณจะได้เข้าไปเดินเล่นในนั้นได้บ่อย ๆ” 


    พวกเขาผละจากกันเพื่อไปหยิบกระเป๋าของแต่ละคน และออกจากบ้านไปพร้อมกัน แผนการที่ตกลงกันเอาไว้ คือ เอารถไปจอดไว้หน้าร้านขายและซ่อมหนังสือของเบอร์แทรมเหมือนเดิม จากนั้นรัสเซลล์ก็จะเดินไปยังปราสาทและสวนพฤกษศาสตร์ซึ่งอยู่ห่างจากร้านแค่เดินเท้าเพียงห้านาที ต่างคนต่างกินอาหารกลางวัน และตอนเย็น หลังจากที่รัสเซลล์เดินเที่ยวเสร็จแล้วก็จะกลับมาเจอกันที่ร้าน แล้วออกไปกินมื้อค่ำด้วยกัน 


    “เย็นนี้ เตือนผมให้ซื้อฟักทองจากซูเปอร์มาร์เก็ตด้วยนะ รัสเซลล์” เจ้าของร้านหนังสือบอกให้คนที่นั่งรถมาด้วยกันช่วยจำ “ถึงเวลาต้องแต่งร้านให้เข้ากับบรรยากาศฮัลโลวีนกันหน่อยแล้ว”


    “ได้” คนที่นั่งข้างเขาไม่ได้รับปากเปล่า ๆ แต่พิมพ์ลงบันทึกแจ้งเตือนในโทรศัพท์อย่างเป็นเรื่องเป็นราว “ผมเคยได้ยินว่า แต่เดิมคนอังกฤษเราไม่ได้ใช้ฟักทองมาแกะเป็นโคมแจ็คโอแลนเทิร์นนี่”


    “ใช่ แต่เดิมใช้หัวเทอร์นิป ผมก็เคยใช้หัวเทอร์นิปมาแกะแจ็คโอแลนเทิร์นนะ แต่ต้องเลิกแล้วเปลี่ยนเป็นฟักทอง” 


    “ทำไมล่ะ”


    “เพราะหน้าตามันน่ากลัวเกินไป พวกพนักงานในร้านบอกว่า รู้สึกเหมือนถูกภูตผีจ้องอยู่ตลอดเวลา ขอให้ผมเปลี่ยนจากเทอร์นิปเป็นฟักทองแทน” เบอร์แทรมทำหน้าเซ็ง “เทอร์นิปออกจะคลาสสิก” 


    “ถ้าคุณชอบเทอร์นิป เราซื้อมาแกะแล้วเอาไว้ที่บ้านก็ได้” รัสเซลล์เสนอ “ผมว่ามันน่าสนใจดี”


    “ที่สำคัญเทอร์นิปเนื้อเยอะกว่าฟักทอง แถมยังอร่อยด้วย อบกับผักหัวอื่น ๆ ใส่น้ำมันมะกอกกับโรสแมรี่นิดหน่อย หรือจะเอาไปทำกราแต็งก็ไม่เลวเลย” เบอร์แทรมเสริม “ผมชอบไอเดียของคุณ”


    การมีตะเกียงแจ็คโอแลนเทิร์นไว้ที่บ้านเป็นความคิดที่ดีอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะสิ่งนี้เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ช่วยป้องกันสิ่งชั่วร้ายจากภายนอกที่จะเข้ามาในเขตที่อยู่อาศัยได้ดีทีเดียว 


    ในตอนนี้ อะไรที่ป้องกันได้ ก็ควรจะป้องกันก่อนที่มันจะสายเกินไป 


    To be continued >>> Day 13 : Reptiles


    แถมวิธีแกะโคมไฟจากหัวเทอร์นิปค่ะ :)





Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
ยย.เองจ้า (@two64okeydokey)
กันไว้ดีกว่าแก้เนาะ
piyarak_s (@piyarak_s)
@two64okeydokey ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าค่ะ
bullettransth (@bullettransth)
ดูแลกันไปดูแลกันมา เอ๊ เพิ่งจะจูบกันไปได้ไม่กี่ครั้ง เหมือนย้ายเข้ามาอยู่บ้านเดียวกันแล้วเนี่ย น่ารักสุด
ปล. แต่อ่านแล้วอยากไปหาข้อมูลเกี่ยวกับอาหารในเรื่องเลยค่ะ บอกตามตรงไม่มีความรู้เรื่องอาหารฝั่งนี้เลย T^T
piyarak_s (@piyarak_s)
@bullettransth 5555 รวดเร็วกันมากๆ ค่ะ สองคนนี้
อยากให้ลองกูเกิลรูปอาหารดูเลยค่ะ ดึกๆ แล้วจะหิวมาก
xxhhhllll (@nnchaab)
แวบมาตามอ่านตอนกินข้าวค่ะ พออ่านมาถึงตอนที่บอกว่าจูบหลายครั้งแล้วทางนี้ก็สำลักข้าวเลยค่ะ 5555 ชอบความเจ้ากี้เจ้าการแบบแอบ ๆ ของเบอร์แทรมจังค่ะ อย่างที่บอกว่าชอบที่ได้เห็นเบอร์แทรมในอีกหลาย ๆ มุม เหมือนค่อย ๆ เรียนรู้เบอร์แทรมไปพร้อม ๆ กับรัสเซลล์ (และเราตื่นเต้นมากที่ได้ลอกเปลือกตามไปแบบนี้) ไอ้บรรยากาศแบบคู่แต่งงานนี่มันก็ก๊าวจริง ๆ ค่ะ /กลั้นยิ้มแบบหัวเทอร์นิปแกะสลัก
piyarak_s (@piyarak_s)
@nnchaab 555555 ถ้าคุณเก๊บเป็นพวกเอาใจใส่แบบแอบๆ เบอร์แทรมก็เป็นพวกเอาใจใส่แบบแอบๆ ที่มีความหงุงหงิงมากกว่าค่ะ 5555

ข้าวใหม่ปลามัน คบกันในระยะเริ่มต้นก็แบบนี้ล่ะค่ะ อย่าเพิ่งหมั่นไส้ก็แล้วกัน XD
pngfo (@pngfo)
งือ ความเป็นห่วงเป็นใยนี้ น่ารักจังค่ะ

นี่ไปเสิจกูเกิ้ลดูว่าturnipพาษาไทยคือผักอะไรกันแน่ สรุปคือไม่เคยเห็นอยู่ดี5555 ดูคลิปแกะturnipเพลินดีค่ะ

เรื่องราวที่ึุณpiyarakเล่าออกมานี่ ทำให้ได้ไปหาความรู้ต่อตลอด ประทับใจจจ
piyarak_s (@piyarak_s)
@pngfo คนเริ่มคบกันอะไรก็ดีไปหมดค่ะ 5555


หัวเทอร์นิปไม่มีในบ้านเรา มีแต่ในที่เย็นๆ ค่ะ คนอ่านสนุก เราก็ดีใจค่ะ XD
smile515903 (@smile515903)
นิดๆ หน่อยๆ ก็เอานะคะ ทั้งเรื่องป้องกันตัว ทั้งเรื่องจูบ ,,- ____-,,
piyarak_s (@piyarak_s)
@smile515903 อะไรที่ทำได้ก็ทำไปก่อนค่ะ XD