a <—> b.sweetsingularity
4. locker room

  • “แบร์”

    “หือ”

    ไอ้แบร์….“

    แฮซผลักผมเข้าให้


    สองนิ้วชี้ตาสองข้างแล้วกลับมาที่ผม



    "ไอ้คุณแบร์ครับ” เสียงคำลงท้ายเพราะแปร่งหูแทบจะทำให้ผมหยุดฟังมันจริงจัง 



    หัวที่หมอกควันโดปามีนลงหนาจัดนี่หาทางออกยากชะมัด



    (ใช่ว่าผมจะอยากออก–)



    รู้ตัวอีกที ผมก็ยืนพิงล๊อกเกอร์ฝั่งหนึ่ง มือกำนวมมวยอยู่ข้าง ส่วนผ้าขนหนูพาดบ่าลงไปกองกับพื้น



    “ตะกี้มึงฮัมเพลง ละต่อยทีซัดกูซะหมอบทุกยก–”



    แฮซจ้องผมจากแถวล๊อกเกอร์ฝั่งตรงข้ามของห้อง



    ตาคอยสอดส่องพิรุธจากตาผม



    อย่างกับว่าสิ่งที่จับต้องไม่ได้จะปรากฏให้เห็นถ้าเพ่งมองหนักพอ



    “–ใครอะไรสิ่งใดเกิดกับมึงมิทราบครับ”



    ฉากเมื่อเย็นวานเล่นรัวเร็วผ่านตา ราวหนังสั้นที่ถูกกรอด้วยความเร็วสูง



    ผมย่ำเท้าอยู่กับที่ ยอมสบตาแฮซ



    ได้ยินตัวเองทำเสียง ‘หึ’ ในลำคอ



    “ก็พี่นาย–”



    เจ้าเพื่อนสนิทหายใจฮวบใหญ่ โผเข้ามาเขย่าไหล่ผม



    “มึงจะบอกว่า–”



    ช่างบ้าที่น้ำเสียงตกใจของมันตอนนี้ฟังเพราะกว่าคำสุภาพไหนๆ



    “อือ”



    ผมขยิบตา พยายามแกะแขนมันออกจากตัว แต่แฮซกลับจับผมแน่นขึ้น



    “มึงอย่าบอกว่า–”



    หนุ่มสถาปัตย์ไหวตัวหลบทันก่อนผมจะเฮดบล๊อกมัน กลายเป็นยืนเกาหัวยิกๆ ต่อหน้าผมแทน



    “ไม่ต้องมาโกหก”



    หากสายตางุนงงที่มองผมเต็มไปด้วยคำถามนับล้าน



    ชนิดถ้าสกิดมันอีกนิด เครื่องหมายคำถามคงหล่นออกจากลูกตา



    ผมโยนนวมทิ้งที่ม้านั่งไม้กลางห้อง ฮัมเพลง 'my junk’ เบาๆ



    “กูจะโกหกมึงเพื่อ–”



    แค่หลับตา เสียงครางของพี่นายก็แว่วเข้าหูแล้ว



    —-



    ห้องล๊อกเกอร์เงียบสงัด ไร้คน ผมเดินลากเท้าหนักๆ ออกจากบริเวณอาบน้ำ ตัวเปล่าเว้นผ้าขนหนูที่พันเอวไว้



    “ชมแต่พี่ เราเองก็เก่งใช่เล่นนี่”



    ผมหยุดที่มุมห้อง เงยหน้าขึ้นมองก็เห็นเจ้าของเสียงยืนพิงประตูห้องอยู่



    “พี่นาย–”



    พระเอกละครเวที(ที่เพิ่งลาโรงไป) ส่ายหน้า เสยผมหยิกยุ่งนั้นให้ยุ่งขึ้นไปอีก



    “พี่–ว่าจะมายินดีด้วยที่เราชนะแมทช์” พี่นายพูดยิ้มๆ 



    รู้สึกตัวอุ่นขึ้นมาใต้สายตาพี่นาย ทั้งๆที่เพิ่งอาบน้ำเย็นระดับขั้วโลกไปแท้ๆ



    “ไม่คิดว่าห้องจะร้างขนาดนี้” เมลคิออลของผมก้าวเข้ามาครึ่งทาง ข้างฝั่งล๊อกเกอร์เดียวกับที่ผมยืนอยู่







    “พี่นายแม่งร้ายว่ะ” แฮซตบเข่าฉาด ผมนั่งพิงหลังล๊อกเกอร์ เหยียดขายาวกับพื้น ไอ้แฮซเท้าคางอยู่บนม้านั่ง พร้อมรับประทานเผือกเรื่องผมแทนข้าวเย็น



    “ทำมาเป็นไม่ร่งไม่รู้!” มันบ่น “เย็นขนาดนั้นหลังแมทช์ ก็ไม่มีใครอยู่ละว้า…”



    เอียงตัวมาใกล้ ดีดกล้ามหน้าท้องผมดัง ป้าบ!



    “แต่ถ้าพ่อเทพบุตรอยากเป็นอมตะวิธีนี้ ใครจะไปห้าม”



    ผมเขม่นมองมัน



    “ไอ้นี่ มึงจะฟังต่อมะ”



    —-



    “ถ้าแบร์ยังไม่พร้อม–” เสียวในหัวใจ เมื่อรู้สึกตาพี่นายไล่ตามตัวผมแต่หัวจรดเท้า



    พี่นายเพิ่งจะเริ่มเรียกชื่อเล่นผมสองสามวันที่ผ่านมา



    ครั้งแรกที่ได้ยินผมแทบสำลักมาร็อคชิโน่คาร้านกาแฟใจกลางลอนดอน (ต่อหน้าพี่นายอีกนั่นแหละ)



    “–พี่ไปรอข้างนอกก่อนได้นะ”



    —-



    “มึ๊งงงงง" ไอ้แฮซทำเสียงสูง “เค้าแ-กมึงทางสายตาแล้วมั้ย–”



    มันหัวเราะเสียงดัง



    “ประโยคอ่อยชัดๆไอ้เ-ี้ย!”



    ผมเลียริมฝีปาก นึกถึงรสปากคู่นั้นที่ผมบรรจงจูบเมื่อเย็นวาน



    —-



    ยอมรับว่าผมเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาพี่นายเอง โอบร่างจากข้างหลัง แล้วแอบพักคางที่ไหล่พี่เค้า



    “เห็นหน้าพี่ก็หายเหนื่อยแล้ว…” ผมอ้อน จูบเบาๆที่ฐานคอ “…อยู่ต่อสักพักนะฮะ–“



    พี่นายปล่อยให้ผมกอด ยอมเอนคอให้ผมซุกไซ้ 



    ไฟเขียวเปิดทางขนาดนี้แล้ว จะรออะไรอีก 



    หอม กลิ่นผิวขาวๆที่ผมพรมจูบตรงซอกคอ 

    หวาน กับเสียงครางเบาๆใต้ลมหายใจของพี่นาย เมื่อปากผมสัมผัสจุดอ่อนที่คอเข้า



    ฝ่ามือผมค่อยๆไล่ลงอกพี่นาย ปลดกระดุมเสื้อขาวตัวบาง พอดีเจ้าตัวหันกลับมาหาผม

    ช่วยถอดเสื้อออก สองมือประคองแก้มผมไว้ 



    ริมฝีปากหาปากของผมจนเจอ



    เหมือนเราเต้นรำถอยหลังไปชนล๊อกเกอร์

    หลังเปลือยเปล่าของพี่นายกระทบตู้สีแดงดัง โครม! ขณะเราทั้งคู่ยังหลับตา

    รู้รสแต่ปากของกันละกันในความมืด



    — —



    “งั้นที่เค้าเม้าท์กันเรื่องพี่นายใส่ผ้าพันคอในห้องเรียน…” ไอ้แฮซอ้าปากค้าง



    ผมยักไหล่ นิ้วชี้แตะริมฝีปากตัวเอง



    “เออ ฝีมือกู.”


    ———


    notes: ฟฟฟฟฟฟ

    เขียนมากกว่านี้จะเลือดออกหมดตัวค่ะ

    แอบติดภาษาด้วย อยากบรรยายให้สลวยกว่านี้ แต่สู้อังกฤษที่ลื่นกว่าไม่ไหว
    ติดประโยคทีนี่เขินไปนาน555 เหมือนภาพค้างในหัวเลย

    รอติดตามตอนต่อไป: lollipop สีลูกกวาดนะคะ <3

    x

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in