เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Unspoken Thingshaveasunnydae
OLD: 001
  • Something old,

    Something new,

    Something borrowed,

    Something blue,

    And a silver sixpence in her shoe.








    [1]

     

     




     

    กลิ่นชื้นตลบไปหมด ปนกับกลิ่นขยะเปียกน้ำที่ซาแมนธาขยะแขยง หล่อนเบ้ปาก ทิ่มร่มกางนำออกมาจากรถก่อน แล้วค่อยไถลตัวตามพร้อมปิดประตู เคลื่อนไหวลื่นไหลเป็นจังหวะเดียวโดยไม่ยอมให้เม็ดฝนที่กำลังโปรยปรายตกโดนเสื้อผ้าสักหยด


                    โทรศัพท์มือถือยังสั่นไม่หยุดนับตั้งแต่ลงจากรถ ซาแมนธาไม่สนใจ หล่อนก้าวยาว ๆ หลบแอ่งน้ำไปพร้อม ๆ กับกวาดสายตาหาป้ายชื่อร้านเดอะดาห์เลียไปด้วย -- นีล ภาระคืนนี้บอกว่ามันหาไม่ยาก แถมยังอุตส่าห์พร่ำพรรณาวิธีมาจากบ้านด้วยเสียงอ้อแอ้อยู่ร่วมสิบห้านาทีได้ สิบห้านาทีที่น่ารำคาญและเสียเปล่า เพราะท้ายสุด หญิงสาวก็ต้องเปิดกูเกิลแมพเพื่อหาพิกัดอยู่ดี (โชคยังดีที่ย่านนี้ผับที่เปิดเกินเที่ยงคืนมีน้อย  ไม่อย่างนั้น ซาแมนธาคงจะรู้สึกว่าการปล่อยให้หมอนั่นนอนข้างถนนไปจนกว่าจะสร่างเป็นตัวเลือกที่เย้ายวนเอาการ)


                    ป้ายร้านสีดำถลอกและรูปดอกรักเร่ขาวเป็นจุดสังเกตหลักตาคำคนเมาว่า หญิงสาวหุบร่ม กดตัดสายโทรศัพท์ แล้วผลักประตูเช้าไปในร้าน หล่อนเหลียวซ้ายแลขวา ไม่ทันจะได้ทำอะไร โทรศัพท์ในมือก็สั่นขึ้นมาอีกรอบ ซาแมนธาสบถ อยากจะตะโกนเรียกชื่อเพื่อน ดัง ๆ แบบฉากเปิดตัวในภาพยนตร์ให้สมความหงุดหงิด หล่อนเดินฉับ ๆ ไปหาลูกค้าที่เหลืออยู่คนเดียวในร้าน  ไม่พูดพล่ามทำเพลง หญิงสาวเหวี่ยงด้ามร่มฟาดศีรษะฝ่ายนั้นดังผลัวะ บาร์เทนเดอร์สะดุ้งเฮือก ส่วนเหยื่ออธรรมคืนนี้เพียงแค่คลำหัวป้อย ๆ  โอดครวญพอเป็นพิธี เห็นได้ชัดเลยว่าหล่อนฟาดเบากว่าที่ไอ้เวรนี่สมควรโดน


                    “แกมันน่ารำคาญยิ่งกว่าเก็นจิ”หล่อนพูดแทบจะเป็นคำราม อยากจะตบหัวทองกระเซิงนั่นอีกสักรอบ “ฉันกดตัดสายไปสี่รอบก็ยังโทรมาอยู่ได้”


                    “ก็กลัวเธอจะมาไม่ถูกนี่”นีลตอบเสียงอ้อแอ้ ตาฉ่ำน้ำเหมือนตาลูกหมาช้อนขึ้นมอง ถ้าผ่านสายตาคนอื่นกิริยานั้นคงทำใจอ่อน แต่เผอิญเป็นหล่อน ผลที่ได้เลยออกมาตรงกันข้าม


                    “นี่มันปีอะไรแล้ว พ่อคุณแค่มีชื่อร้านกับย่านฉันก็หาแกเจอแล้วย่ะ” หล่อนกระแทกตะขอร่มเกี่ยวขอบเคาน์เตอร์บาร์ กอดอก อิงสะโพกแล้วก้มมองอีกฝ่าย นีลนั่งตัวโงนเงน มือหนึ่งเท้าศีรษะที่ทำท่าจะร่วงไม่ร่วงแหล่ ส่วนอีกข้างก็เอื้อมเปะปะ จะหยิบแก้วเบียร์ที่เหลืออีกเกือบครึ่งมาดื่มต่อ ซาแมนธารีบฉวยมาก่อน พ่นลมออกจากจมูก กึ่งรำคาญกึ่งฉิว


                    “พอได้แล้ว” หล่อนว่าก่อนส่งแก้วให้คนคุมบาร์ พร้อมทำมือบอกให้คิดเงิน “นี่ดื่มไปกี่แก้วทำไมเมาเละขนาดนี้”


                    “ฉันยังไม่อ้วกสักหน่อย” ฝ่ายนั้นเถียง หลบตา ชัดเลย


                    “กี่แก้ว” ซาแมนธาถามซ้ำ เสียงกดหนักลงกว่าเก่า


                    “หก” นีลตอบอ้อมแอ้ม หล่อนกลอกตา


                    “หกที่ว่า บอยเลอร์เมกเกอร์หกแก้วนะครับ”บาร์เทนเดอร์ตอบพร้อมส่งใบเสร็จให้หล่อน ไม่สนใจนีลที่หันไปมองตาขวาง หญิงสาวต้องยั้งมือตัวเองสุดความสามารถไม่ให้ตบหัวเพื่อน


                    “รู้ทั้งรู้ว่ามันแรงก็ยังจะดื่มไปขนาดนั้นอีกนะ”หล่อนกระซิบฟ่อ ก่อนแบมือ “บัตรเครดิต”


                    “ไม่อยากเมาจะดื่มไหมล่ะ”เขาเถียงกลับ มือล้วงหากระเป๋าเงิน แต่ฤทธิ์แอลกอฮอล์ก็ทำให้นิ้วเปลี้ยเกินกว่าจะดึงบัตรออกมาไหว ซาแมนธายืนมองด้วยความรำคาญอยู่หลายรอบเข็มวินาที ก่อนฉวยมาไว้เอง


                    “ใบไหน” หล่อนมีแก่ใจจะถาม


                    “จะใบไหนก็จ่ายไปเถอะ”



                   

                    นีลเละเทะกว่าที่หล่อนคิด -- ซาแมนธาตระหนักได้ถึงความจริงข้อนี้หลังจากที่ต้องจับมือคนเมาให้เซ็นชื่อท้ายสลิปถูกบรรทัด หมอนั่นเมามาก เมาเกินกว่าจะบอกว่าเป็นการดื่มปกติทั่วไป นีลเป็นผู้ชายขาเที่ยวและรักสนุกก็จริง แต่หล่อนก็รู้จักเพื่อนตัวเองดีจนมั่นใจได้ว่าชายหนุ่มมีความรับผิดชอบมากพอจะไม่ปล่อยตัวเองให้เป็นภาระของคนอื่น


                    ถึงอย่างนั้น นี่ก็เป็นครั้งที่สามในรอบสองเดือนแล้ว ที่ซาแมนธาต้องงัดตัวเองจากเตียงหลังเที่ยงคืน เพื่อมาเก็บซากไอ้ตูดนี่


                    ให้ตายเถอะ!


                    ความพยายามที่จะหลอกหล่อนว่าตัวเขายังมีสติมลายหายไปทันทีที่นีลลุกขึ้นเดินแล้วล้มโครมแทบในก้าวต่อมาโดยไม่ต้องพูดถึงว่าจะเดินไปให้ถึงรถเลยสักนิด แค่เคาน์เตอร์บาร์ก็ยังไม่พ้น ซาแมนธาถอนหายใจเฮือก ดังจนบาร์เทนเดอร์ยังส่งสายตาสงสาร หญิงสาวก้มลงฉุดเพื่อนให้โงตัวขึ้น ก่อนเหวี่ยงแขนเขาพาดบ่า รั้งให้ลุกยืนด้วยเรี่ยวแรงเกินหญิง หล่อนจิกเอวเพื่อนเอาไว้ไม่ให้หน้าทิ่ม แต่ถึงอย่างนั้นก็ทุลักทุเลอยู่พอดูกว่าจะพาเจ้าตัวภาระได้ นีลสูงกว่าหล่อนเกือบครึ่งฟุต และขาคนเมายวบยาบเป็นเยลลี่ ทุกอย่างจึงลำบากไปกันใหญ่


                    ฝนข้างนอกยังตก และกลิ่นอากาศก็ยังย่ำแย่ ซาแมนธาล้มเลิกความคิดจะประคองเพื่อนไปให้ถึงรถ หล่อนจับนีลพิงกำแพงเอาไว้เหมือนเฟรมผ้าใบที่พร้อมล้มได้ทุกเมื่อ ก่อนไปเอารถที่จอดไว้ตรงถนนย่อยข้าง ๆ ด้วยความเร็วที่มากกว่าขามา ทันได้เห็นเจ้าตัวภาระโก่งคออาเจียนลงถังขยะข้างเสาไฟ  -- หล่อนถอนหายใจเป็นรอบที่ไม่รู้ว่าเท่าไหร่ของคืนนี้  ล้มเลิกความตั้งใจที่จะรักษาตัวให้แห้งไปให้สิ้น หญิงสาวเปิดไฟฉุกเฉินกะพริบ ดูกระจกข้างและกระจกมองหลังให้แน่ใจว่าไม่มีรถตามมา ก่อนเปิดประตูลงจากรถ


                    ผมบลอนด์กระเซิงสะบัดตามจังหวะการหอบหายใจ ปลายผมเปื้อนคราบอาเจียนและเหม็นกลิ่นเหล้า ซาแมนธารอจนเพื่อนอาเจียนหมดท้องแล้วค่อยส่งน้ำขวดใหญ่ให้ล้างปาก ชายหนุ่มรับมาอย่างกระปลกกระเปลี้ย หมดสภาพเสียจนหล่อนต้องไปหาทิชชูเปียกมาเช็ดหน้าเช็ดตาเอาอาเจียนออกจากปลายผมให้ด้วยความสมเพช นีลหลับตาพิงรถซิตี้คาร์คันจิ๋วของหล่อน ผิวขาวของชายหนุ่มดูซีดเซียวใต้แสงไฟ เขาหายใจพะงาบ ๆ ทางปาก หมดมาดช่างภาพฝีมือดีไปสิ้น  ซาแมนธาอยากจะสงสาร เกือบจะสงสาร ถ้าไม่เตือนตัวเองขึ้นมาอีกรอบว่าไอ้ตูดนี่เป็นตัวการทำให้หล่อนต้องลุกออกมาจากอ้อมแขนแฟนหนุ่มตอนตีหนึ่งเศษ เจอฝนตกปรอย ๆ ชวนรำคาญ และลำบากเก็บซากคนเมากลับบ้าน


                    “รู้สึกแย่เป็นบ้า”


                    “แล้วใครจับเหล้ากรอกปากแกหรือไง” หล่อนสวนกลับทันทีโดยไม่เหลือความอยากสงสารที่คิดอยู่ในใจเมื่อครู่ หล่อนปาดน้ำฝนออกจากคิ้วและดวงตา เสื้อยืดใส่นอนชื้นเป็นหย่อม ๆ  นีลประกบฝ่ามือปิดหน้า ยังคงเงยศีรษะรับแสงไฟและเม็ดฝน ชายหนุ่มทำเสียงแปลก ๆ ที่ฟังก้ำกึ่งระหว่างเสียงสะอื้นกับเสียงครางหมดอาลัยตายอยาก แบบที่ชวนให้ระแวง


                    “ไม่ได้จะอ้วกอีกหนใช่ไหม”


                    “ไม่!” เขาหันขวับ ตาและจมูกแดงก่ำอย่างที่ไม่รู้ว่านั่นเป็นฤทธิ์เหล้า ผลจากการอาเจียน หรือว่าอย่างอื่น แต่มันก็ทำซาแมนธาพ่นลมหายใจออกจมูก หล่อนล้างมือใส่ถังขยะแล้วโยนขวดน้ำทิ้ง ก่อนเดินอ้อมไปเปิดประตูรถฝั่งคนขับ


                    “ไม่อ้วกแล้วก็ขึ้นรถซะ ฉันไม่ได้มีเวลาทั้งคืนมายืนรอแกทำใจก่อนยุรยาตรนะโว้ย  ให้ตายเถอะ” ซาแมนธาเชื่อว่าถ้ามีใครมาเห็นหล่อนตอนนี้ คงตกใจพอดูกับด้านหยาบคายของคิวเรเตอร์คนสวยของแบล็กมูนแกลลอรี่  แต่ใช่ว่านีลจะสน ฝ่ายนั้นทำเพียงงึมงำอะไรสักอย่างในลำคอที่ฟังไม่ถนัด แล้วไถร่างไปกับตัวถังรถเหมือนตัวเองเป็นของไหลให้หญิงสาวได้ถอนใจเฮือกอีกรอบก่อนเปิดประตูเข้าไป -- ยังดีที่ภาระยามวิกาลยังมีความเกรงใจอยู่บ้าง นีลถอดแจ็กเก็ตชื้นน้ำฝนและเปื้อนอาเจียนออกพับไว้บนตัก แถมคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย


                    “จะให้ไปส่งที่ไหน บ้านแก บ้านฉัน”


                    “ฉันไปค้างกับเธออีกคืนได้ไหม” ชายหนุ่มตอบอ้อมแอ้ม ซาแมนธากลอกตา


                    “แกพูดอีกคืนมาตั้งแต่สองเดือนก่อนแล้วไม่ใช่เรอะ” แต่ถึงอย่างนั้นหล่อนก็ไม่ได้รังเกียจอะไร หญิงสาวติดเครื่องยนต์ โทรศัพท์บอกแฟนหนุ่มว่าเจอเจ้าตัวปัญหาแล้ว












    [1] บอยเลอร์เมกเกอร์ (Boilermaker) เป็นเบียร์ค็อกเทลล์ประเภทหนึ่งแบบอังกฤษจะประกอบไปด้วย Mild Ale ครึ่งพินท์ กับ Brown Ale อีกครึ่งพินท์การผสมเบียร์แบบนี้จะทำให้แอลกอฮอล์ออกฤทธิ์เร็วขึ้น เมาเร็วขึ้น และหนักขึ้น





    (สวัสดีค่ะ เม่ยเองค่ะ ไม่ได้เปิดเรื่องใหม่ ไม่ได้อัพอะไรในมินิมอร์มานานมากเลย ฮือ 55555)

    (เรื่องนี้ไม่อยากเรียกว่านิยายวายเท่าไหร่เลย เรียกว่า M/M Romance with LGBT Character น่าจะเข้ากับแนวเรื่องมากกว่าเนอะ)

    (บทนี้ค่อนข้างยาว เลยแบ่งอัพทีละครึ่ง จะได้ไม่ต้องสกรอล์กันยาวไปค่ะ)


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in