เมษายนsikarin
0104 - end
  • หน้าสุดท้าย
    บันทึกของ 0104 - end
    story ของวันที่ไม่เคยลืมเลือนหายไป :-)


    สวัสดีค่ะทุกคน ตอนนี้ตอนที่สี่เป็นตอนสุดท้ายแล้วค่ะ เป็นเรื่องราวยาว ๆ ที่แฝงอยู่ข้างในนั้นจนหล่อหลอมให้เรากลัวการที่จะเริ่มต้นใหม่

    เอาจริง ๆ เราแบบว่าคันปากอยากเล่ามาก ๆ กับเรื่องที่เราเจอมา คืออยากเล่าให้คนใกล้ตัวฟัง แต่ก็แบบดูท่าแล้วคงจะไม่มีใครเข้าใจเราแน่ ๆ เลย สุดท้าย minimore ก็เลยเป็นทางเลือกของเราค่ะ

    หลายคนอาจจะคิดว่าเราคงเป็นคนที่กลัวการที่จะเริ่มต้นใหม่ขนาดนั้นเลยหรอ คำตอบก็คือจริงค่ะ เรากลัวที่จะเริ่มต้นใหม่ แต่มันก็ไม่ได้กลัวอะไรขนาดนั้น (งงไหม55555) 

    เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เอาเป็นว่าเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าค่ะ ก็คือเราเนี่ยเป็นผู้หญิงธรรมดา ๆ คนนึงนี่แหละค่ะ ที่มีความรู้สึกรักโลภโกรธหลงเหมือนคนธรรมดาทั่ว ๆ ไป ตอนแรกมันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกค่ะ เราก็ใช้ชีวิตเป็นคนปกติดี จนวันหนึ่งเราได้เจอกับบุคคลคนหนึ่ง ขออนุญาตเรียกว่าคุณเมษาก็แล้วกัน 

    คุณเมษาคนที่ทำให้เราใจเต้นแรงเวลาอยู่ใกล้ เขินอายเวลาสบตา นั่นแหละค่ะ เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นคนที่เราชอบนั่นแหละ ท่ามกลางผู้คนมากมายคุณเมษาก็เป็นคนที่ฮ็อตมาก ๆ คนหนึ่งเลยล่ะ มีคนชอบคุณเมษาเยอะแยะมากมาย (รวมถึงเราด้วยที่ชอบคุณเมษา) 

    ถ้าชอบปกติมันก็คงไม่มีอะไรที่น่าเสียใจและทำให้เรากลัวหรอกไหม story มันก็มีอยู่ว่าเรากับคุณเมษาอยู่ในแวดวงเดียวกัน เจอหน้ากันแทบทุกวันเลยล่ะและด้วยความที่เราชอบคุณเมษา แบ้ราก็คิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องแย่อะไร ถ้าจะลองเข้าหาดูบ้าง (อย่าพึ่งมองเราในมุมมองที่เข้าหาจนน่าเกลียดแบบนั้นนะ !) สุดท้ายเราก็ลองดูค่ะ เราลองเข้าคุณเมษา (เอาจริง ๆ ตอนนั้นไม่ได้เข้าหาเพราะอยากเป็นแฟนค่ะ) เราเข้าหาคุณเมษาเพราะอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน555555 รู้ัตัวอีกทีเราก็ลองเชื่อเพื่อนแล้วเข้าหาเขาไปแล้ว

    เพื่อนกลุ่มเราเป็นคนขี้ชงมากค่ะ เวลามีเรื่องอะไรที่ทำให้เรากับคุณเมษาได้อยู่ใกล้กันหรือทำงานด้วยกัน เพื่อน ๆ ก็จะคอยชงอยู่ตลอดเวลา แล้วก็จะเป็นแบบนี้อยู่เสมอเลยค่ะ ทุกครั้งที่มีโอกาส เพื่อนเราก็จะคอยช่วยเหลือ แต่ในกลุ่มเราด้วยความที่มีเพื่อนในกลุ่มหลายคน ก็มีเพื่อนคนนึงที่บอกเราค่ะ ว่ายังไงคนนี้ก็ยังไม่ใช่หรอก ตอนแรกเราโกรธเพื่อนมากเลย เพราะตอนนั้นเราคิดแค่ว่า ทุกอย่างที่คุณเมษาแสดงออก มันก็เหมือนเขามีใจให้เราเหมือนกัน (ตอนนั้นคิดเข้าข้างตัวเองเก่งมากค่ะ ไม่รู้ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนคิดแบบนั้นว่าเขาก็ต้องชอบเราบ้าง) นั่นแหละค่ะ เพื่อนคนนึงในกลุ่มเตือนเราแล้ว ปต่สุดท้ายเราก็ไม่เชื่อ แต่ก็เลือกที่จะชอบคุณเมษาต่อไป และทุกอย่างก็ยังคงคลุมเครือค่ะ เราค่อนข้างจะเปิดเผยในระดับหนึ่งเลย ว่าเราชอบคุณเมษา เอาจริง ๆ เราเคยทักไปถามเขาด้วยนะคะ ว่าถ้าเราชอบ จะเป็นยังไง เขาจะรู้สึกยังไงบ้าง ซึ่งคำตอบที่ได้รับกลับมาก็คือไม่รู้ (เป็นคำตอบที่เรา งง มากเลยค่ะ) เราคิดว่ามันไม่น่าจะใช่อะไรที่ยากขนาดนั้น ทำไมถึงต้องตอบว่าไม่รู้ เพราะคำว่าไม่รู้ของเขานั่นแหละค่ะ มันทำให้เรารู้สึกไม่มั่นใจเอาเสียเลย ว่าเราควรจะไปต่อ หรือ เราควรรจะหยุด

    สุดท้ายเราก็เลือกที่จะไปต่อค่ะ ถึงมันจะคลุมเครือ แต่เราก็ยังดันทุรังต่อไปมาก ๆ เรายังชอบคุณเมษาไปเรื่อย ๆ ค่ะ ปล่อยให้มันคลุมเครือไปแบบนี้เรื่อย ๆ ท่ามกลางการชงเข้ม ๆ ชงหนัก ๆ จากเพื่อน ๆ รอบ ๆ ตัวเลย จนถึงตอนนี้ เพื่อนทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันเลยค่ะ ว่าคุณเมษาต้องชอบเราเหมือนกันแน่ ๆ มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าชอบกัน นั่นแหละค่ะ เพราะคำพูดพวกนี้ เพราะสถานการณ์ เพราะเหตุการณ์หลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้น มันทำให้เราคิด และเชื่อไปแล้วว่าเขาชอบเราเหมือนที่เราชอบเขาจริง ๆ 

    ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยถามเจ้าตัวเลย

    นั่นเลยทำให้เราเปรียบตัวเองว่าเราเหมือนเป็นคนที่เลือกที่จะปิดหูและปิดตาเวลามีความรัก จนทำให้เราลืมมองความเป็นจริงไปเลย ว่าแท้จริงแล้ว เขารู้สึกเหมือนที่คนอื่นเขาพูด ๆ กันหรือเปล่า จะว่าไปก็ตลกตัวเองตอนนั้นเหมือนกัน ว่าทำไมถึงเชื่อคนอื่นจนสนิทใจได้มากขนาดนั้น ด้วยความที่เราเหมือนปิดหูและปิดตา

    นั่นแหละค่ะทุกคน ตอนแรกมันก็ยังดีและไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก จนมาวันนึง วันที่คุณเมษาเจอคนที่ใช่ของตัวเขาเอง

    วันที่คุณเมษามีแฟนค่ะ

    ซึ่งมันน่าเจ็บใจตรงที่แฟนของคุณเมษา เป็นคนที่เขาเคยบอกกับคนรอบ ๆ ตัวหลาย ๆ คนของเขา ว่ายังไงก็ไม่มีทางคบคนนี้แน่นอน

    น่าตลกมาก ๆ สุดท้ายคุณเมษาก็แพ้ความใกล้ชิด เพราะผู้หญิงคนนั้นเขาชอบแล้วก็ตามจีบคุณเมษามานานค่ะ แล้วพอเรารู้ว่าสองคนนี้คบกันแล้วเราเหมือนเคว้งไปพักนึงเลย แบบ อ้าว สรุป คนนี้ จริง ๆ หรอ ? ไหนบอกว่ายังไงก็ไม่ใช่คนนี้ไง ทำไมมันเป็นแบบนี้ล่ะ คือเคว้งหนัก เฮิร์ทหนักจนร้องไห้เลยค่ะ แบบไม่ไหวแล้วจริง ๆ โคตรผิดหวังในตัวคุณเมษาเลย เมื่อก่อนเคยคิดว่าเวลาอกหักมันจะเศร้าอะไรขนาดนั้น ทำไมคนที่อกหักต้องร้องไห้ สรุปพอมาเจอกับตัวเองคือเข้าในความรู้สึกอย่างถ่องแท้เลยค่ะ ที่แท้มันก็เป็นแบบนี้นี่เอง รู้สึกหน่วงแล้วโลกกลายเป็นสีเทาไปหมด ทำอะไรก็รู้สึกไม่สดใส ไม่มีกำลังใจในการทำอะไรเลย

    ส่วนตัวเราน่ะ ไม่ได้อะไรหรอกที่คุณเค้าจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตน
    แต่มันก็อดรู้สึกหน่วงใจไม่ได้จริง ๆ ที่เค้าคบกับคนที่เค้าบอกว่าเค้าจะไม่มีทางคบ

    เราแบบโคตรรู้สึกแย่ มันแบบผิดหวัง เฟลไปหมด แล้วคือตอนนั้นก็เป็นช่วงที่แบบคิดว่าเขาเข้ามาทำดีด้วยนู่นนี่นั่นแล้วเขาอาจจะชอบเรา เรายิ่งเฟลหนักขึ้นไปอีก มันเฟลตรงที่ทำไมต้องทำเหมือนให้ความหวัง มันแย่มาก ๆ ก็คือช่วงนั้นน่ะ down ไปนานมาก ๆ เลยล่ะค่ะ

    แล้วการผิดหวัง / อกหักในครั้งนั้นก็ส่งผลต่อเราในปัจจุบัน พอเวลามันผ่านไปนานเข้านานเข้า จากที่เคยซึ้ง ที่เคยเศร้า เราก็เข้มแข็งขึ้นค่ะ (ก็คืออกหักเอง หายเองที่แท้ทรูมาก ๆ ) เราพยายามที่จะเลิกคิด เลิกทุกอย่างเลย บวกกับตอนนั้นคุณเมษาก็ย้ายไปเรียนที่อื่นค่ะ จนวันนึง วันที่เราคิดว่าเราน่ะเข้มแข็งมาก ๆ ทำใจได้แล้ว เลิกชอบคุณเมษาแล้วแน่ ๆ ตัดใจได้แล้ว เราไม่มีทางเสียใจเพราะเขาอีกแน่นอน สรุปวันนั้นเป็นวันที่พีคมาก ๆ เพราะคุณเมษาก็กลับมาในรอบปีค่ะ

    ความรู้สึกเราตอนนั้นคือที่พยายามตัดใจและเลิกคิดมาตลอดหนึ่งปีที่เขาหายไปมันพังลงต่อหน้าต่อตาเลยค่ะ

    พังแบบไม่เป็นท่ามาก ๆ เพราะเขาโบกมือทักเราแล้วยิ้มให้ แล้วเขาก็มอง

    เหตุการณ์ในวันนั้นก็คือ เรากับเพื่อน ๆ กำลังถ่ายงานกันอยู่ ก็ถ่ายไปแบบไม่ได้คิดอะไร จนอยู่ดี ๆ เขาก็เดินผ่านแล้วคือมันเหมือนฉากในนิยายมาก ๆ ค่ะ ที่เห็นกันแบบเพียงเสี้ยวเดียวผ่านทางช่องเล็ก ๆ ท่ามกลางผู้คนที่รายล้อมรอบตัวมากมาย พอเรากับเขาสบตากันเท่านั้นแหละ เขาก็โบกมือแล้วก็ยิ้มให้เรา ความรู้สึกตอนนั้นคือเหมือนเวลาหยุดเดินเลยค่ะทุกคน รู้สึกหัวมันว่างเปล่า มัน blank ไปหมด เรานิ่งแบบนิ่งมาก แล้วตาก็คือเหมือนค้างไปแล้ว (อันนี้เพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าให้เราฟังหลังจากที่เราทำงานเสร็จค่ะ)

    คำถามแรกที่เข้ามาในหัวหลังจากที่เขาโบกมือแล้วก็ยิ้มให้เราคือ

    กลับมาทำไม ?

    ทั้ง ๆ ที่กำลังทำใจได้แล้วแท้ ๆ ความพยายามที่กำลังจะสัมฤทธิ์ผลก็ต้องมาพังลงต่อหน้าต่อตาจนได้ 

    โคตรเศร้าเลย :-(

    หลังจากนั้นที่เจอเค้าเราก็เคว้งเป็นรอบที่สองค่ะ รู้สึกแบบหมือนกำแพงที่ค่อย ๆ สร้างมันพังลงเพราะพายุหมุนแค่ครั้งเดียว ตอนนั้นเราแบบทั้ง down ทั้งรู้สึกแย่ ทั้งเคว้ง ทั้งทำอะไรไม่ถูก คือทุกอย่างมันประเดปะดังเข้ามาหมดเลยตอนนั้น สุดท้ายเราก็ไม่ยอมแพ้ เราก็สู้อีกรอบค่ะ

    ครั้งนี้เราต้องตัดใจให้ได้ ! 

    นี่คือเป้าหมายของเราหลังจากวันนั้น ตอนแรกเราก็ทำตัวเหมือนเดิมค่ะ ไม่คิดไม่อะไรเลย แต่แบบเพื่อนรอบ ๆ ตัวเราก็ขยันลง story ig ที่มีคุณเมษาบ่อยเหลือเกิน จนสุดท้ายเราก็ตัดสิ้นใจหมูเต๊ะ (mute) พวกเขาไปค่ะ เราหมูเต๊ะคุณเมษา แฟนคุณเมษา แล้วก็เพื่อนเขาค่ะ หมูเต๊ะทุกคนที่เกี่ยวกับเขา แล้วคือมันช่วยได้จริง ๆ ค่ะทุกคน หลังจากนั้นคือไม่ต้องมาพะว้าพะวงว่าจะเจอเขาใน social network อีกต่อไป เพราะเราหมูเต๊ะพวกเขาทุกช่องทางไปแล้ว55555 แต่ถึงจะหมูเต๊ะพวกเขายังไง ก็ยังหนีไม่พ้นค่ะ เพราะเขาก็เข้ามาดู story ig ของเราเรื่อย ๆ แล้วเข้ามาดูคนแรก ๆ ด้วยนะบางที555555 ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะฟินมากค่ะ แบบ หูย เขามาดู story ig เราด้วยอ่ะ มาดูคนแรก ๆ ด้วย คิดอะไรกับเราแน่ ๆ เลย แต่ตอนนี้คือ ... เงิบค่ะ ฟินไม่ออก5555555555

    แล้วสุดท้ายความพยายามก็ไม่เคยทรยศใครสักคนที่ตั้งใจ (คำคม bnk มากๆ5555) เราเลิกคิดถึงเขา ลืมเขาไปเลยค่ะ เราทำใจได้ เรา move on และเพิ่มเติมคือเรามีคนที่ชอบคนใหม่ค่ะ (เจ็บไม่จำมาก ๆ 555555) พอมีคนที่ชอบใหม่ มันก็ดีค่ะ แต่ประเด็นมันอยู่ตรงที่

    เรากลัวค่ะ

    เรากลัวมาก ๆ ที่จะชอบคนคนใหม่ ขอใช้ชื่อแทนว่าน้องอมยิ้มก็แล้วกันค่ะ ที่เรียกว่าน้องอมยิ้มก็เพราะว่า เขาเป็นรุ่นน้องเรา แล้วเขาก็ชอบกินอมยิ้มมาก ๆ 555555 มาเข้าเรื่องเลยก็คือเรากลัวที่จะชอบน้องอมยิ้มค่ะ เราไม่กล้าทำอะไรไปมากกว่าการแอบชอบน้องเค้าเลยค่ะ ไม่กล้าที่จะทักไปคุย ไม่กล้านู่น ไม่กล้านี่ ไม่กล้านั่น แค่ไปขอถ่ายรูปวันจบเรายังไม่กล้าที่จะขอน้องอมยิ้มเลยค่ะ คือเราไม่กล้าทำอะไรเลย  เราได้แต่อยู่ในมุมเล็ก ๆ อยูในพื้นที่ของเราที่จะชอบน้องอมยิ้มไปเรื่อย ๆ แบบนี้โดยที่ไม่ให้น้องเค้ารู้

    ไม่ใช่ว่าไม่อยากลองทักไปคุยนะคะ แต่คือลัวค่ะ สารภาพกันโต้ง ๆ แบบนี้เลย
    พอรู้ว่าตัวเองกลัว ก็คือรู้เลยค่ะ ว่าคงโดนเข้าให้แล้ว

    เพราะแผลใจครั้งแรกมันหนักเกินจนทำให้เราไม่ล้าที่จะเริ่มต้นใหม่กับใครเลยค่ะ

    เรากลัวมาก ๆ เรากลัวว่าถ้าเราทำอะไรลงไปแล้ว มันจะผิด แล้วสุดท้ายเรื่องมันก็จะจบแบบเดิม เราเสียใจแบบเดิม แล้วมันก็จะวนลูปเดิม ๆ 

    นั่นแหละค่ะ สุดท้ายก็คือเรากลัวค่ะ

    เรากลัวมาก ๆ ที่จะก้าวออกไปจากที่ตรงนี้กับใครสักคน ทั้งคนที่เข้ามาคุยด้วยเราก็ไม่กล้าคุย ทั้งคนที่เราชอบเขา เราก็ไม่กล้าทักเข้าไปคุย เหมือนความผิดหวังและความเสียใจในครั้งแรก มันทำให้เรากลายเป็นคนที่ปิดกั้นตัวเองจากคนอื่น ๆ อย่างสิ้นเชิงไปเลยค่ะ (ถึงแม้ว่ามันจะทำให้เราเข้มแข็งขึ้นมากก็ตาม) 

    สุดท้ายจริง ๆ ก็คือจนถึงทุกวันนี้ เราก็ยังกลัวและยังไม่หายกลัวค่ะ5555555555 จุดประสงค์ของบล็อกนี้ก็คือเราอยากมาแบ่งปันประสบการณ์เรื่องความรักที่มันย่ำแย่จนทำให้เรารู้สึกกลัวที่จะไม่กล้าเริ่มต้นใหม่ค่ะ ตอนแรกคือไม่ได้มีความคิดที่จะเขียนอะไรแบบนี้เลย แต่พอคิดไปคิดมาก็อยากเก็บมันไว้เป็นอีกหนึ่งความทรงจำและประสบการณ์ชีวิตค่ะ 


    ขอบคุณเรื่องราวทั้งหมดมาก ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา
    ขอบคุณมากจริง ๆ ที่สอนเราและทำให้เราโตขึ้นมากขนาดนี้
    ขอบคุณนะ








    แด่ตัวฉันเองในเมื่อก่อน
    ลัทธิคนแอบชอบ ที่กลัวการเริ่มต้นใหม่



  • ปัจฉิมลิขิตสั้น ๆ ก่อนจบบล็อกนี้
    เมื่อไม่นานเราเข้าไปส่อง story ig แฟนคุณเมษามาค่ะ
    แล้วความพยายามของเรามันก็
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    ยังไม่พังลงค่ะ55555555555555555 แค่รู้สึกงื้ม ๆ และปวดใจนิดหน่อย แต่ว่าตอนวันนี้ที่เขียนบล็อกเราเลิกงื้ม ๆ แล้ว เพราะฉะนั้น ถึงจะยัง move on จากคุณเมษาไม่ได้ 100% แต่เราก็เข้มแข็งมากขึ้นจริง ๆ นะ ไม่ได้โม้ ! 55555555555555555555555


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in