High School Radicalปุญญาวาศ
The Bonus : One [ผมพลีกายให้ผู้ชายในฝัน] NC-17
  • ตอนพิเศษ :ผมพลีกายให้กับผู้ชายในฝัน....

     

    “ฮ้าว.........................”ผมลุกขึ้นบิดขี้เกียจ... วันอาทิตย์ที่แสนโหดร้าย มันเป็นวันที่เงียบเหงาไม่ได้เจอเพื่อนๆ แถมร้านค้าร้านรวงอะไรก็พลอยจะปิด จะซื้อหาอะไรก็ยากจะไปเดินเที่ยวไหนก็ไม่มีที่ไป.... บิ๊กซี โลตัส ก็กำลังสร้างกว่าจะเสร็จก็ไม่รู้เมื่อไหร่... จะได้มีที่เดินกะเค้าซะที

    ผมกระโดดลงจากที่นอนลงมายืน...“ตึ้ง....” อ้า... ส่งสัญญาณบอกแม่ว่าตื่นแล้วน้า......... แม่ส่งสัญญาณมาบอกว่ารับรู้แล้วเช่นกัน…

    “เอาให้บ้านพังไปเลยลูกรัก... แม่กำลังอยากได้บ้านหลังใหม่พอดี” ฮ่าๆๆๆ เอาล่ะ ทีนี้ก็ไปทำภารกิจอื่นๆ ต่อได้

    “แม่...............”ผมเดินเข้าไปอ้อนแม่ที่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่.... แม่หันมาส่งสายตาถามว่าอะไรจ๊ะ

    “เงินเดือนออกแล้วใช่มั้ย” แม่พยักหน้า

    “จะเอาอะไรเหรอ”

    “อยากได้หนังสือ......” ผมส่งสายตาอ้อนไปให้

    “หนังสืออะไรอีกล่ะ จะล้นบ้านอยู่แล้ว...” แม่บ่น

    “ง่ะ พ่อแม่คนอื่นเขาดีใจจะตายเวลาลูกบอกจะอ่านหนังสือ”

    “อ่านน่ะรู้ว่าอ่าน... แต่ก็เลือกๆ อ่านบ้างเถอะนะ นี่ทั้งการ์ตูนทั้งหนังสือจะล้นบ้านอยู่แล้ว”

    “ไม่รู้ล่ะ เอางบหนังสือของเดือนนี้มาเลย ไม่ยอมด้วย”แม่ถอนหายใจ ก็ตกลงกันไว้ว่า ถ้าเงินเดือนออก ก่อนที่แม่จะเอาไปใช้หนี้หมดต้องแบ่งมาให้ผมอย่างน้อย สามร้อยบาท เพื่อใช้จ่ายสำหรับหนังสือที่อยากอ่าน

    “อ่ะ นี่ ซื้อหนังสือดีๆ ด้วยนะ” แม่หยิบตังมาให้...พร้อมค่ารถ ค่ากินเที่ยวในวันนี้รวมเป็น สี่ร้อยบาท.......

    อิอิอิผมจะได้ใช้สี่ร้อยเต็มๆ เสมอแล่ะ เพราะว่าเจ้าพีคต้องมารับ เอาล่ะว่าแร้วผมก็แจ้นออกไปโทรศัพท์ที่ตู้หยอดเหรียญทันที......

    “สวัสดีครับ” ผมกรอกเสียงไปตามกระบอกโทรศัพท์

    “สวัสดีครับ ขอสายใครครับ”

    “ขอพูดกับพีคครับ”

    “น้องพีคไม่อยู่ครับ” อ้าว.....

    “ง่า... พีคไปไหนเหรอครับ”

    “วันนี้ บ้านพีคไปเที่ยวทั้งบ้านเลยครับ มีอะไรจะฝากไว้มั้ย...” ง้าก............ ไปเที่ยว ไอ้ปีศาจไม่เห็นบอกกันเลย

    “ไม่เป็นไรครับ บอกว่าต๊อบโทรมาก็แล้วกัน ขอบคุณมากครับ”

    ผมวางหูโทรศัพท์ลงไปเหวอ... เที่ยวกันทั้งบ้าน ในความไม่ลงรอยระหว่างมันกับพ่อมันเนี่ยนะ ผมนึกในใจมีโอกาสเป็นไปด้สูงที่มันจะพาแม่กับน้องสาวออกไปเที่ยวมากกว่า เอาวะไม่มีเจ้ามือเลี้ยง ไปเองก็ได้ แต่ก่อนไปผมก็ขอฝากข้อความนิดหน่อย

    ผมหยอดเหรียญกด152 ทันที

    “Phonelink152 สวัสดีค่ะ”

    “พีคซิลล่าครับ” นี่เป็นโค้ดเนมที่ใช้แทนหมายเลขเพจเจอร์ซึ่งผมเป็นคนเลือกให้กับเจ้าพีค ที่ดูท่าทางจะชอบไม่หยอกแถมมันยังเอาไปตั้งชื่อรถมอร์เตอร์ไซค์คันใหม่ของมันอีกด้วย นั่นก็เพราะว่าช่วงนั้นมันเลี้ยงหนังผมเรื่อง ก็อดซิลล่า

    “ขอทราบข้อความด้วยค่ะ”

    “คุณพีค นี่เป็นสารจากกระต่ายป่า you owe me once จากlong ears ครับ”

    ผมวางสายจากOperatorสาวของหนึ่งห้าสอง ก่อนจะมานั่งวางแผนการใช้เงินว่าควรจะซื้ออะไรดีระหว่างหนังสือที่เล็งเอาไว้ในร้านดอกหญ้า กับ หูฟังโซนี่คล้องคอรุ่นใหม่ที่ร้านในเกมเซ็นเตอร์

    “ห้าบาท... แอบจิ๊กเหรียญมาจากกระเป๋าแม่ หุหุ”ผมพูดกับตัวเองเบาๆ

    หลังจากจ่ายค่ารถสองแถวที่นั่งออกมาจากบ้านผมเดินไปตามทางเท้า เป้าหมายแรก ร้านหนังสือดอกหญ้า.... อ๊า.... สวรรค์เล็กๆของคนรักหนังสือ ร้านหนังสือไฮโซร้านเดียวในจังหวัด อิอิอิ ผมมักจะมาเดินเล่นบ่อยๆมาดูหนังสือเล่มนั้นเล่มนี้ที่อยากอ่านอยากได้ บางทีก็ แอบอ่านในร้านเขาเลยก็มีวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผมมีความสุขมากๆ.... โฮะๆหนังสือที่ร้าก..........................

    ยังไม่ทันถึงดีเลยผมเห็น เอ๊ะ... หลังคุ้นๆ ยืนอยู่หน้าร้านหนังสือ.... หุๆ ตายแร้วๆน้องป้องสุดหล่อ.... ว่าแล้วผมก็แอบย่องเบาๆ ไปยืนข้างหลังทันที อุๆยังไม่รู้ตัวแฮะ... งั้น... เล่นมุขเก่าๆ หน่อยละกันผมเขย่งแล้วเอื้อมมือไปปิดตาน้องป้องไว้.....

    “หือ... ถึงแล้วเหรอครับพี่ทราย”เจ้าป้องจับมือผมพร้อมกับแกะออก แต่ผมไม่ยอม

    “อย่าแกล้งป้องสิครับพี่ เดี๋ยวผมแกล้งคืนล่ะยุ่งน้า.....” เจ้าป้องทำเสียงได้มีเสน่ห์มาก ผมว่าถ้าผมเป็นสาวคนนั้นต้องไหลงเตลิดแน่ๆ

    “เอ้า... เอาออกได้แล้วครับ”เจ้าป้องแกะมือผมออกแล้วหันมาข้างหลัง

    “หา....” น้องป้องยืนเคารพธงชาติไปสิบวินาที

    1... 2... 3... 4... 5... 6... 7... 8... 9... 10...

    “พี่ต๊อบหรอกเหรอครับผมนึกว่า.....” เจ้าป้องออกอาการหน้าแดงขึ้นมานิดนึงไอ้หนุ่มเพลย์บอยอย่างแกหน้าแดงเป็นกะเค้าด้วย

    “พี่ทราย.....” ผมตอบ พร้อมกับส่งยิ้มวานๆ ไปให้

    “นัดสาวไว้ล่ะสิ เอ๊.... พี่ทรายไหนน้า.....”ผมทำหน้าตาสงสัยๆ โห ไอ้ป้องนี่เล็งงาบสาวรุ่นพี่เลยเว้ย

    “เหอะๆ... พี่มาทำอะไรแถวนี้ครับเนี่ย”

    “มาหาซื้อหนังสือ” ผมเอานิ้วหัวแม่มือชี้ข้ามไหล่ตัวเองเข้าไปในร้าน

    “แล้วได้รึยังครับ”

    “ยังไม่ได้เข้าไปดูเลย”

    “แล้ว.....” น้องป้องมองไปรอบๆ “เพื่อน... พี่มาคนเดียวเหรอครับ”

    “อื้อ” จะถามว่าเพื่อนพี่ไม่มาด้วยเหรอ ใช่มั้ยล่ะรู้ทันน่า

    น้องป้องยิ้มแปลกๆ“ไปดูหนังกันมั้ยครับ” อะโห... น้องป้องไม่ปราณีปราศรัยเลยนะ จู่โมทันใจดีจริงๆ

    “ไม่เอาอ่ะ ไม่อยากเป็นก้าง เดี๋ยวพี่เข้าไปข้างในก่อนนะ” ผมหันหลังเดินเข้าไปในร้านหนังสือเพื่อหาดูว่าในช่วงนั้นมีอะไรน่าสนใจอยู่บ้าง

    “เดี๋ยวสิพี่” ป้องคว้ามือผมไว้พอดี แต่ไม่ได้มีแรงรั้งคว้าแล้วเดินตามเข้ามาด้วย ผมหันกลับไปหาป้อง “นี่พี่ยังอยู่ในช่วงกักบริเวณเหรอ”ป้องดูอึ้งๆ ไปนิดนึง “เฮ้ยยย ปล่าวพี่ รีแลกซ์กันหน่อยสิ ผมเข้าใจว่าตอนอยู่โรงเรียนผมเข้มงวดกับพี่มาก ถือว่าพี่น้องเดินเที่ยวกัน โอเคมะ” ผมนึกในใจใครจะเป็นพี่น้องกับเอ็งฟระ ที่โดนๆ มาไม่เหมือนน้องทำกับคนเป็นพี่เลย

    “พี่จะดูหนังสือ..... น้องป้องก็ไปรอเพื่อนที่หน้าร้านสิ” ผมหยิบหนังสือขายดีมาเล่มหนึ่ง มันเป็นฉบับพิมพ์ครั้งแรกเนื้อเรื่องเกี่ยวเวทย์มนต์น่าสนใจดี แถมมีการันตีจากสำนักพิมพ์ต่างประเทศด้วยในระหว่างที่ผมกำลังพิจารณาคำนิยมด้านหลังของหนังสือ ป้องก็อเสนอโปรโมชั่นมาให้

  • “ผมลดขั่วโมงที่จะใช้งานพี่ลงก็ได้เอ้า” ผมหยุดอ่านใช้ความคิดเล็กน้อย น่าสนใจดีนี่ “เลี้ยงด้วยเอ้า...” แทบจะกระโดดงับข้อเสนอนั่นในทันทีหนังฟรี มีลดชั่วโมงกักบริเวณ แต่แน่นอนว่าการใช้ขนมหวานล่อใจอาจจบลงด้วยภัยบางอย่างเหมือน ฮันเซลกับเกรเทล กินบ้านขนมปัง

    “ป้องนัดเพื่อนไว้นะ” ผมหยั่งเชิง

    “เขาไม่มาแล้วล่ะครับ” ง่ะ เล่นง่ายๆ แบบนี้เลยเรอะ

    “รู้ได้ไง”

    “เลยเวลานัดตั้งนานแล้วนะครับ”

    “ยังไม่เลยเวลาซะหน่อย อย่ามาโกหกเลย”

    “พี่รู้ได้ยังไง” น้องป้องทำหน้าอึ้งเล็กน้อย

    “ก็ถ้าเลยเวลา ป้องต้องยกนาฬิกาขึ้นมาดูบ่อยๆ แล้ว แต่นี่พี่เห็นครั้งเดียว แสดงว่ายังไม่ถึงเวลา”

    “อ้าว... อย่าเดาง่ายๆ แบบนี้สิพี่” น้องป้องอมยิ้ม

    “ป่ะ ไปเถอะครับพี่เดาถูกแล้วล่ะ ถ้าช้ากว่านี้ เดี๋ยวไม่ได้ไปกัน” ป้องลากผมออกมาจากร้านหนังสือทันที

    “เฮ้ยยยยยย เดี๋ยว ป้องจะผิดนัดสาวแบบนี้ไม่เป็นสุภาพบุรุษเลยนะ”ผมรีบค้านไว้

    “สาวคนนี้ ไม่มีทางมองผมเป็นสุภาพบุรุษหรอกครับ ผมไม่ใช่พระเอกนิยายนะมาเถอะ” คราวนี้กลายเป็นผมอึ้งไปแทน.....น้องป้องปฐกึ่งลากกึ่งจูง ท่าทางรีบน่าดู คงต้อบหลบสาวอะไรนั่นล่ะสิ

    ผมขึ้นนั่งซ้อนท้ายฮอนด้าไนซ์ทันใจคิดน้องป้องกระชากรถออกไปทันทีที่ผมขึ้นนั่งทำเอาผมเกือบเสียหลักจนต้องเผลอกอดเอวน้องป้องทันที

    “อุ่นจัง” ผมคิด หุๆ เอากำไรจากเด็กน้อยซะหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

    ไม่นานนักก็มาถึงโรงหนังประจำจังหวัดแล้ว.. ไม่ต้องห่วงเรื่องหนังเลย มีเจ็ดโรง และ กทมมีเรื่องไหน เข้าวันไหน โรงหนังที่นี่ก็ไม่ยอมแพ้...เป็นโรงใหญ่ที่สุดในแถบนี้แล้ว... มีร้านค้าให้เช่าขายของประเภท เสื้อผ้า กิ๊ฟช็อปร้านสัก ของฮิตๆ ต่างๆ ของวัยรุ่น ทำให้เป็นแหล่งรวมวัยรุ่นได้โขเลย ที่สำคัญพวกนี้จะแต่งตัวแข่งกันมาโชว์หนุ่มโชว์สาวกันที่นี่ ทำให้ได้เห็น อะไรดีๆที่นี่เยอะ....

    “กินอะไรกันก่อนมั้ยครับ”ป้องหันมาถามผมที่กำลังพยายามดึงขากางเกงลงเพราะรู้สึกว่าตอนนั่งซ้อนท้ายมันสั้นขึ้นไปมากกว่าเดิมเยอะ...

    “ไอติม” เจ้าป้องทำหน้าเหมือนจะหัวเราะ

    “ทำไม ไอติมมันมีปัญหาตรงไหน”

    “ไม่มีหรอกครับ” น้องป้องทำหน้าราวกับกลั้นหัวเราะ “ผมไม่ได้หัวเราะเรื่องไอติม แต่หัวเราะที่พี่กำลังทำนี่มากกว่า” เจ้าป้องชี้มือมาที่กางเกงผม

    “เอาไว้อย่างนี้ก็น่ารักแล้วครับ” โห.. โดนไปหนึ่งดอกเจ้าป้องเอื้อมมือมาขยับเอวกางเกงผมให้เข้าที่ ผมหน้าร้อนฉ่า.... ขึ้นมาทันทีก็มันเป็นเป้าสายตามาตั้งแต่จอดรถแล้ว....ยิ่งมาหยอดน้ำตาลกันต่อหน้าธารกำนัลแบบนี้เพิ่มด้วยไม่อยากจะคิดเลยว่าตัวเองช่างโชคดีอะไรเช่นนี้....

    ผมเดินหน้าแดงๆข้างๆ เจ้าป้องเข้าไปในร้านไอติม มันไม่ใช่ร้านไอติมเต็มๆ หรอก ชื่อมันศาลาไอศกรีม แต่ข้างในขายอาหาร เหล้า มีตู้เพลงให้หยอด แล้วก็มีไอติมด้วย.... เหอๆเอาน่า อาจจะไม่อร่อยเท่าสเวนเซ่น แต่ก็เป็นไอติมล่ะนะ

    น้องป้องเลือกนั่งโต๊ะในมุมพอดี๊พอดีผมนั่งหลงหลังจากที่ป้องผายมือให้

    “เอาไอติมอะไรดีน้า.....”ผมหยิบเมนูมาดูระหว่างนั้นก็แอบชำเลืองดูน้องป้องเล็กน้อย อ่ะแอบมองหน้าผมอยู่นะนั่น ฮุๆ เขินจัง ทำอะไรต่อดีเนี่ย

    “ขอเบียร์สดครับ” ง่ะ เด็กม.ปลายสั่งเบียร์กินหน้าตาเฉยเลย

    “เอาไอติมอันนี้ละกันครับ” ผมชี้ไปที่เมนู... “น้ำโค้กด้วย” พนักงานชายหนุ่ม จัดว่าหล่อนะ เอ้าในระดับหล่อเลยล่ะ มองเราทั้งคู่ด้วยสายตาที่ยากแก่การคาดเดาผมก็เลยมองกลับไปมั่ง...

    “เอาอันนี้”ผมย้ำอีกทีทำเอาเจ้าหนุ่มนั่นสะดุ้งนิดหน่อย... ก่อนจะเดินออกไปจากโต๊ะของเรา...

    น้องป้องกินติมไปด้วยมองหน้าผมไปด้วยผมเองก็เขินเป็นนะ อยู่ๆ มาโดนจ้องหน้าเอาๆ แบบนี้

    “มองไรนักหนา หน้าพี่มีไรติดอยู่เหรอ” ผมถาม

    “ใจครับ หน้าพี่มีใจติดอยู่....”

    “แว่ะ........” ผมเกือบอ้วกออกมาจริงๆแล้วมั้ยล่ะนั่น

    “จะบอกว่าติดใจว่างั้นเหอะ” ป้องหัวเราะออกมา

    “ผมล้อเล่นน่าพี่...”ผมเช็ดปากหลังจากที่ไอติมหมดลงแล้ว น้องป้องกระดกเบียร์รวดเดียวหมดแล้วเรียกพนักงานมาเก็บตัง

    “ดูเรื่องอะไรดีครับ”ป้องถามผมที่กำลังชะเง้อดูโปสเตอร์หนังที่เข้า

    “อยากดูหมดเลยอ่ะ เลือกไม่ถูก...”

    “ให้ผมเลือกละกัน” ป้องเดินนำเข้าไปในช่องขายตั๋ว...

    “นี่หนังเก่าอ่ะ มันจะออกแล้วนี่นา”ผมบอกป้องพร้อมกับแทรกตัวเพื่อเข้าไปเลือกที่นั่ง

    “ผมยังไม่ได้ดูเลยครับ อยากดูอ่ะ”

    “อือ.. ตามใจคนเลี้ยง พี่ยังไงก็ได้” ผมบอก “เอาที่นั่งตรงนี้ได้มะ” ผมเลือกตรงกลางๆ หน่อยแต่เจ้าป้องกลับไม่ยอม

    “เอาตรงหลังสุดเลยดีกว่าครับ มืดดี” เห...มืดแล้วดีตรงไหนไม่ทราบ....

    ผมตามใจน้องป้องเลยก็แล้วกันไหนๆ ก็อุตส่าห์เลี้ยงแล้ว ผมนั่งรอสักพักน้องป้องก็เดินถือแก้วน้ำกับขนมหอบใหญ่มาเลยป้องยื่นแก้วน้ำให้แล้วเราก็เดินเข้าโรงไปด้วยกัน...


     

  • ต้องซื้อ post นี้ก่อน ถึงจะอ่านหน้านี้และหน้าถัดๆ ไปของ post ได้
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in