BTS Interviewspaniiit
200511 ize magazine: BTS Suga




  • การทำงานร่วมกันของนักดนตรีวัยเดียวกันในวัย 28 ปี ทำให้ชาร์ตเพลงทั้งในประเทศและต่างประเทศสั่นคลอนในแต่ละวัน 'eight (Prod. & feat SUGA of BTS)'
    โดยไอยูและชูก้ามียอดผู้ฟัง Unique Listeners กว่า 190,000 คนใน Melon ซึ่งเป็นสตรีมมิ่งเว็บไซต์ที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีเป็นครั้งแรกในปี 2020
    นอกจากนี้ยังเป็นความร่วมมือระหว่างนักดนตรีที่มีแฟนด้อมที่แข็งแกร่ง กลิ่นอายและข้อความของเพลงที่มีความหวังแต่ก็ยังทำให้เกิดความโศกเศร้าที่ลึกซึ้งได้แตะหัวใจของผู้ฟัง
    หลายคนต่างก็พยักหน้าคิดว่า IU เป็นราชินีของชาร์ตเพลง “ไอยูทำได้อีกครั้งหรอ?” แต่สิ่งที่ฉันต้องการเน้นคือชูก้า ในฐานะผู้ผลิตหรือนักดนตรี เขาค่อยๆทำให้ประชาชนทั่วไป
    ตกอยู่ในโลกของดนตรีภายนอกที่ชื่อว่า BTS เสน่ห์ทางดนตรีของเขานั้นมาจากไหนนะ?

    ตั้งแต่ได้ปล่อยเพลง Wine (feat. Changmo) ของคุณซูรัน ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2017 ชูก้าก็ได้ไปร่วมงานกับนักดนตรีชื่อดังอย่างต่อเนื่องมาตลอด โดยการผลิตงานเพลงร่วมกัน
    ตั้งแต่ Heize, Lee Sora มาจนกระทั่ง Epik High ซึ่งไม่มีกำแพงระหว่างรุ่นและขอบเขตประเภทของเพลงเลย เมื่อเขาได้ทำสิ่งนี้แล้ว เพลงต่างๆ(ที่เขาทำ)ต่างก็ได้รับ All Kill บนชาร์ตเพลง
    อาจมีคำถามเกิดขึ้นว่าผลลัพธ์นี้เป็นเพราะมีแฟนด้อมขนาดใหญ่อยู่เบื้องหลังรึเปล่า แต่เมื่อคิดดูถึงความสำเร็จที่มั่นคงของเขาแล้ว มันสามารถบอกได้ว่าเขาพิสูจน์ความสามารถทางดนตรี
    ให้กับสาธารณะชน ไม่ใช่เพราะว่าโชคช่วยหรือเพราะการสนับสนุนของแฟนด้อม

    "WINE" ซึ่งเป็นเพลงเปิดตัวของชูก้าในฐานะโปรดิวซ์เซอร์ได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ฟังรุ่นเยาว์เป็นอย่างมาก ด้วยทำนองที่ทันสมัยและเนื้อเพลงที่ซาบซึ้งตรงไปตรงมา เป็นเพลงที่ใช้ประโยชน์จากเสน่ห์
    ของคุณซูรันได้อย่างเต็มที่ ซึ่งมี texture ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับเพลงของ BTS และได้เปลี่ยนมุมมองของคนทั่วไปเกี่ยวกับความสามารถทางด้านดนตรีของชูก้าคนที่เพลงถูกกำหนดให้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับแฟนๆ

    ต่อมาชูก้าได้มีส่วนร่วมในการแต่งเพลง Eternal Sunshine เพลงในอัลบัมของ Epik High เมื่อพิจารณาว่าปกติแล้ว Epik High จะมีทาโบลเป็นโปรดิวเซอร์หลัก
    มันพิเศษมากที่เขาได้มอบอำนาจหน้าที่ให้กับเมมเบอร์ในไอดอลกรุ๊ปด้วย เพลง 'Song Request' ที่ได้ทำงานร่วมกับ Lee Sora เขาได้ขยับเข้ามาใกล้กับผู้ฟังทั่วไปมากขึ้น
    การแร็ปที่อบอุ่นแต่ก็มีน้ำหนักของชูก้าทำให้ผู้ฟังได้รับการปลอบประโลมจากคำพูดที่ว่า "ผมจะปลอบประโลมชีวิตของคุณอยู่เสมอ / ดังนั้นผมหวังว่าคุณจะพึ่งพาผมแและพักผ่อนบ้างในบางครั้ง"
    สร้างพลังอันยอดเยี่ยมกับเสียงร้องที่เต็มไปด้วยอารมณ์และลึกซึ้งของคุณลีโซระ สร้างความประหลาดใจให้กับผู้ฟังเป็นอย่างมาก

    ในเพลง 'SUGA's Interlude' การร่วมงานกันของเขากับฮอลซีย์ เขาได้เน้นไปที่การแสดงออกของตัวเอง และในเพลง "We don't talk together' เขาก็ได้แสดงความสามารถทางดนตรีอย่างเต็มที่
    การร่วมงานกันกับนักร้อง/นักดนตรีที่รุ่นราวเดียวกันอย่างไอยู กับเพลง 'Eight' เป็นจุดไคลแมกซ์ของความเป็นชูก้าในฐานะโปรดิวเซอร์ เขาได้สร้างเพลงที่น่าสนใจกับเนื้อเพลงและเสียง
    ที่ประกอบไปด้วยความรู้สึกที่จะรับรู้ได้ในช่วงวัยของเขาอย่างซื่อสัตย์-- เหมือนการแร็ปของเขา "การกล่าวลาเป็นเหมือนข้อความเตือนภัย / ในตอนเช้าผมเฝ้าทักทายกับความรู้สึกปรารถนา "
    ในขณะที่รักษาเสน่ห์และทัศนคติของตัวเองเอาไว้ ชูก้ายังได้เพิ่มข้อความของเขาที่ช่วยปลอบประโลมสั่นสะเทือนความรู้สึกให้กับผู้ฟังอย่างอบอุ่นดังเช่นอากาศรอบๆตัวเรา

    สำหรับสาธรณชนแล้วภาพลักษณ์ทางดนตรีของโปรดิวซ์เซอร์ชูก้าอาจดูน่ารักและทันสมัยเหมือนชื่อของเขา แต่เพลงของแร็ปเปอร์ชูก้านั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เขาแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่คมชัดที่สุดของ BTS ในฐานะกลุ่มไอดอล ในบรรดาแร็ปไลน์ของ BTS เพลงของ RM จะสะท้อนให้เห็นถึงตัวตนของตนเองและด้านปรัชญา เพลงของ Jhope จะสดใสและเต็มไปด้วยความหวัง ส่วนการแร็ปของชูก้า
    จะคมชัดอยู่เสมอ อย่างเช่นในเพลง 'Inro: Never Mind' เขาได้แสดงความมั่นใจในความสำเร็จของเขา "จากห้องใต้ดินในนัมซานดงไปจนถึงอัพกูจอง / พวกเขาบอกผมว่าผมจะทำลายครอบครัว
    ถ้าผมทำตัวเหมือนนักร้องบางคน / มันคือตอนนั้นที่ผมหยุดใส่ใจคำพูดจากใครๆ / ผมก็แค่ใช้ชีวิตในแบบที่ผมอยากทำ ในแบบที่ผมเชื่อมั่น" ในเพลงโซโล่ของเขาที่ปล่อยออกมานั้นถือเป็นที่สุดของความนิยม ในเพลง 'Interlude: Shadow' เขายังเผยให้เห็นถึงความกลัวในการร่วงลงมาหลังจากที่ประสบความสำเร็จ อย่างเรียบง่ายและตรงไปตรงมา อีกทั้งเขายังได้ผลักดันตัวเอง "ชีวิตที่คุณมองหา ชีวิตที่คุณต้องการ ชีวิตที่่คุณเลือก คุณได้รับมันมาโดยไม่สียใจ / ยิ่งไปกว่านั้นคุณยังมีบ้านหลังใหญ่ รถคันใหญ่ แหวนวงใหญ่ / คุณมีทุกอย่างที่คุณต้องการ"

    อย่างไรก็ตามความคมก็มาในรูปแบบอ่อนหวานและนุ่มนวล เป็นเพราะว่าเขายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเขามีมูลค่าที่ต้องจ่ายเพื่อให้กลายเป็นนักร้องไอดอลที่มีความนิยม และยังทำให้ผู้ฟังได้ให้ความสำคัญกับเขา เมื่อพูดถึงการดิ้นรนต่อสู้ในฐานะที่เป็นซุปเปอร์สตาร์ ในเพลงสนุกสนานสดใสอย่าง 'Anpanman' เขาได้บ่นๆเอาไว้ว่า "ผมไม่ใช่ซุปเปอร์ฮีโร่ / อย่าต้องการอะไรจากผมมากนักเลย / ผมเป้นฮีโร่ให้คุณได้นะ/ ผมไม่มั่นใจว่าสิ่งนี้มันจะสมเหตุสมผลไหมนะ" แต่ในเวลาเดียวกันเขาก็ยอมรับในโชคชะตา "แต่แม่ครับ ผมต้องทำมันจริงๆ / ใครจะทำมันล่ะถ้าคนๆนั้นไม่ใช่ผม" ข้อความของชูก้านั้นทำให้สงบ ทำให้นึกถึงการระบายอารมณ์ที่รุนแรงในเพลงของ BTS ดังเช่นที่บังชีฮยอกได้พูดเอาไว้ว่า "ศิลปินที่โตเกินวัย ฉลาดและดื้อรั้น มันเป็นเพราะการแสดงออกของบังทันที่ทำให้บังทันเป็นบังทัน"
    มันจะไม่เป็นการพูดเกินจริงเลยที่จะพูดว่าความสามารถทางด้านดนตรีของชูก้านำมาซึ่งการดื้อรั้นแต่ก็ซื่อสัตย์ ภาพลักษณ์เข้มแข็งแต่ก็นุ่มนวลของ BTS ในช่วงแรก

    ในอัลบั้มที่ไม่ได้ปล่อยออกมาเพื่อค้าขายโดยสมบูรณ์ ในปี 2016 มิกซ์เทป 10 เพลง 'Agust D' ที่ปล่อยออกมาใน SoudCloud มีคำสารภาพ การแสดงออกของตัวเองอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในไอดอลสมัยนี้ เขาได้พูดคุยเกี่ยวกับความเป็นจริงที่เขาต้องพบเจอหลังจากที่ได้มากรุงโซลและการพิจารณาถึงรากเหง้าของเขา (724418) และเปิดเผยความคิดที่มืดมนที่เขาไม่สามารถสื่อสารออกมาได้แม้กระทั่งกับแฟนๆ (The Last) ทั้งยังมีเรื่องเกี่ยวกับมุมองที่คนอื่นมอง 'ไอดอลแร็ปเปอร์'และการต่อสู้ดิ้นรนของเขาด้วยเช่นกัน (Tony Montana) รวมถึงอีโก้ที่ไม่เปลี่ยนไประหว่างไอดอลกับศิลปิน (Agust D)
    เสียงร้องที่คมชัดแต่แข็งแรงของเขาเกาะติดหูและเนื้อเพลงที่ก็ตรึงใจ ผู้ฟังได้ตอบสนองกันอย่างกระตือรือร้นหลังจากที่ได้ฟังเพลงที่เปิเเปลือยสิ่งที่อยู่ข้างในใจของชูก้า BTS มิกซ์เทปนี้ได้เผยให้เห็นความสามารถด้านดนตรี ของชูก้าที่ทะลุขีดจำกัดของไอดอลแร็ปเปอร์และเป็นโอกาสที่ให้ผู้คนมากมายกลายมาเป็นแฟนๆของเขาอีกด้วย

    เพลงของชูก้านั้นมีความคมชัดแต่ก็อ่อนโยน เป็นแนวเพลงที่เหนือชั้นแต่ก็มีสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ สาเหตุที่เพลงของเขาเป็นที่น่าสนใจและสะท้อนกับผู้ฟังนั้นเกิดจากรูปแบบการนำเสนอที่เหมือนเป็นคำสารภาพของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นต่อหน้าสาธารณะชนหรือแฟนคลับ ไม่ว่าจะในฐานะไอดอลหรือโปรดิวเซอร์เขาก็จะแสดงออกถึงตัวตนของตนเองอย่างต่อเนื่อง เขาเปิดเผยทุกสิ่งตั้งแต่ความรู้สึกเจ็บปวดเมื่อเขาเป็นแร็ปเปอร์ใต้ดินจากแดกู ถูกล้อเลียนและเรียกว่า 'ไอดอลแร็ปเปอร์' ไปจนถึงความสับสนที่เขารู้สึกหลังจากที่ประสบความสำเร็จระหว่างศิลปินและไอดอลชื่อดัง เขาตั้งคำถามอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการมีอยู่ของตัวเอง การสรุปและการตั้งคำถามมากขึ้น และใส่อารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดที่ไหลไปตามกาลเวลาดังเช่นในเพลง "Moving On"

    ชูก้าได้ย้ายจากการเป็นแร็ปเปอร์ใต้ดินมาเป็นนักร้องไอดอล มันดูเหมือนเป็นความสงบในจิตใจที่สร้างขึ้นจากความเจ็บปวดมากมายนับไม่ถ้วนที่ช่วยให้เขาแสดงอารมณ์ที่อ่อนโยนและนุ่มนวล ในฐานะโปรดิวเซอร์ เช่นเดียวกับคำสารภาพของเขา "ผมอยากเป็นสิ่งที่ดีที่สุดอยู่เสมอ/ ดังนั้นผมก็เลยใจร้อนและวิตกกังวล/.../ แต่เมื่อมองย้อนกลับไป..จริงๆแล้ว..ผมไม่ได้รู้สึกอยากเป็นที่สุด" (Magic Shop)
    ตอนนี้ชูก้าในวัย 28 ปีนั้นมีอารมณ์ที่นิ่งสงบ

    ความเก่งกาจที่สร้างขึ้นจากความเจ็บปวดนั้นเป็นอาวุธและแรงบันดาลใจที่ยอดเยี่ยมในการขยายโลกของคนๆหนึ่ง ดูเหมือนว่าในช่วงสุดท้ายของการต่อสู้ดิ้นรนของชูก้า เขาได้สยายปีกที่แข็งแกร่งของตัวเองผ่านทางดนตรี ไม่สนใจว่าใครจะเรียกเขาว่า "ไอดอล" หรือ "แร็ปเปอร์" และไม่สั่นคลอนกับคำจำกัดความหรือประเภทของชื่อเรียกของเขา แม้ว่าความนิยมที่เพิ่มสูงขึ้นของ BTS จะเป็นภาระอันหนักหน่วงของศิลปินวัยรุ่นแต่ชูก้าก็ทำให้โลกของเขาอยู่เหนือท้องฟ้า ความกล้าหาญของเขาในการเปิดเผยเรื่องราวที่ทำให้เขากลายมาเป็นนักดนตรีได้อย่างไรก็เพียงพอที่จะประทับใจสาธารณชนหรือแฟนๆได้เป็นอย่างดี

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in