beautiful as alwayschubbydxng
SF 02 : the museum full of art but i was looking at you

  • แกลเลอรี่ที่เต็มไปด้วยงานศิลปะที่ศิลปินหลายท่านนำมาจัดแสดงดึงดูดผู้คนมากมายเข้ามาชมผลงานงานอาร์ตแกลเลอรี่นี้จัดในเดือนตุลาของทุกปี แต่ปีนี้พิเศษตรงที่มีการนำผลงานของศิลปินชื่อดังมาจัดแสดงด้วย การจัดแสดงจึงมีทั้งหมดห้าวัน ต่างจากทุกปีที่มีแค่สามวัน และแน่นอนว่าผมไม่พลาดงานนี้อยู่แล้ว


    08.00 am 

    เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นในเวลาแปดโมงเช้า ผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จสรรพก่อนจะบืนรถตรงไปที่แกลเลอรี่โดยไม่ลืมที่จะหยิบกล้องและหูฟังไอเท็มที่ขาดไม่ได้ไปด้วย 

    ยืนรอซื้อบัตรที่หน้างาน เนื่องจากเขาเปิดให้เข้างานได้เวลา10โมง แต่ผมมาก่อนเวลาเกือบชั่วโมงกว่าๆเพราะกลัวว่าคนจะเยอะแล้วต้องรอต่อคิวนาน อย่างที่บอก ผมไม่ค่อยชอบความวุ่นวายเท่าไหร่นัก

    "เวลาเปิดให้เข้าชมได้ในเวลาสิบโมงตรงนะคะ เหลือเวลาอีกเยอะเลย แต่ทางเราจะให้เข้าชมก่อนเวลานะคะ รบกวนซื้อบัตรเข้าชมได้ทางนี้เลยค่ะ" พี่สตาฟท่าทางกระชับกระเฉงพูดจบก่อนจะผายมือไปทางจุดขายบัตร 

    ผมจ่ายเงินและหยิบตั๋วที่มีรอยประทับตราใส่ในกระเป๋าสะพายข้างfreitag ก่อนจะเริ่มเดิมชมแกลเลอรี่ ตามผนังถูกจัดแสดงด้วยภาพวาดและภาพถ่ายต่างๆของศิลปินคนโปรดหลายท่านอยู่ ภายในเปิดดนตรีแจ๊สเบาๆชวนให้มีอารมณ์ร่วมและทำให้การเดินชมไม่น่าเบื่อจนเกินไป หูฟังที่หยิบติดมือมาด้วยจึงไม่ได้ใช้งาน 

    อ่า ดีจังนะ..

    รู้สึกเหมือนแกลเลอรี่นี้เปิดไว้สำหรับผมคนเดียวเลย การมาคนแรกมันดีอย่างนี้สินะ ผมเดินชมผลงานศิลปะไปเรื่อยๆอย่างอารมณ์ดี สายตาดันไปสะดุดกับภาพวาดตรงหน้า มันเป็นภาพวาดที่ไม่ได้โดดเด่นอะไรหากเทียบกับผลงานชิ้นอื่นๆ แต่ภาพนั้นมันกลับดึงดูดสายตาผมให้หันไปมอง..

    ภาพวาดของเด็กผู้หญิงสีหน้าเศร้าหมองท่ามกลางสิ่งเร้าต่างๆมากมายและผู้คนที่หน้าเปื้อนยิ้มเต็มไปด้วยความสุข ทำไมมันดูเศร้าจังนะ.. 

    ไม่รู้ว่าจ้องมองภาพตรงหน้าเนินนานแค่ไหนถึงเพิ่งสังเกตได้ว่ามีผู้ชายอีกคนยืนอยู่ตรงนั้น เขาละสายตาจากภาพเดียวกันที่ผมมองเมื่อครู่ก่อนเปลี่ยนมามองผมแทน..  ดวงตาคู่นั้นสะกดจิตผมให้หยุดนิ่งราวกับกดปุ่มpause ทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่งเหมือนฉากในหนังโรแมนติกสักเรื่อง ผมอยากจะขยับตัวหรือทำอะไรสักอย่างเพื่อหลีกหนีสายตาคู่นั้น แต่ให้ตายเถอะ ผมไม่สามารถละสายตาไปจากคนตรงหน้าได้เลย..  

    เราจ้องตากันแบบนั้นนานเกือบครึ่งนาทีได้ ก่อนจะเป็นผมที่หลบสายตาเขาก่อน อ่า.. ทำไมถึงมีอิทธิพลกับผมจังนะ คุณน่ะ.. ผมกัดริมฝีปากเพราะความประหม่าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ได้ยินเพียงเสียงหัวใจตัวเองเต้นผิดจังหวะ มันดังกว่าเสียงดนตรีแจ๊สที่เปิดในแกลเลอรี่นี่เสียอีก.. 

    "อ่า.. ผมยืนบังคุณหรือเปล่า.."

     เป็นเขาที่เอ่ยปากถามผมที่ยืนนิ่งเป็นหินอยู่ สารภาพตรงๆว่าผมทำตัวไม่ถูก ผมไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานแล้ว นานมากจนผมจำความรู้สึกแบบนั้นไม่ได้แล้ว

    ไอ้ความรู้สึกที่ตกหลุมรักใครสักคนน่ะ..
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    tbc

    song : Death With Dignity by Sufjan Stevens 
    (ลองหาเวอร์ไลฟ์ฟังดูนะคะ ดีงามมากจริงๆ อยากขายอะ ฮื่อออ ขอยาดแปะลิงค์นะ) 
    https://www.youtube.com/watch?v=9h6gQVxJO9w








Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in