US AND THEM จากอัมสเตอร์ดัมถึงบาร์เซโลน่า และบทสนทนาของมหานครSALMONBOOKS
[B] 01: ทางจะใกล้หรือไกลไม่สำคัญ มันอยู่ที่หัวใจ


  • 1

    ไม่รู้เป็นเพราะความเอกอุของผู้ประพันธ์หรือเพราะการประชาสัมพันธ์ที่ทรงอิทธิพล ครึ่งหลังของทั้งปี 2015 หากผมกำลังฟุ้งซ่านปลอดสมาธิ เพลงรณรงค์ปลุกใจให้คนไทยออกมาปั่นจักรยานเพื่อคุณแม่ที่แต่งโดย ประภาส ชลศรานนท์ จะดังขึ้นมาในหัวเสียดื้อๆ—ดังชนิดที่ผมสามารถกัดเนื้อตามได้ทุกคำ

    ไม่เว้นกระทั่งปีถัดมา ทุกครั้งที่ผมเห็นจักรยาน เพลงนี้ก็ยังสถิตอยู่ในสมองผมเสมอ

    ไม่เว้นกระทั่งวันที่กวางชวนไปปั่นจักรยานเที่ยวนอกเมืองอัมสเตอร์ดัม

    2

    คำถามที่ผมมักถามเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนานคือ ช่วงนี้ได้ออกกำลังกายบ้างมั้ย?

    ก็ต่อเมื่ออายุขึ้นเลขสาม ที่ผมเพิ่งมาตระหนักว่าสุขภาพสำคัญไม่น้อยไปกว่าเงินทอง

    กวางบอกผมว่านอกจากปั่นจักรยานไปทำงาน เวลาว่างของเธอคือการกินดื่มและนั่งรถไฟไปเที่ยวนอกเมือง

    ผมมารู้สึกละอายที่ดันแนะนำเพื่อนไปว่าควรออกกำลังกายบ้าง ก็ตอนที่ผมเหนื่อยหอบจนรู้สึกเหมือนไร้เรี่ยวแรง ขณะปั่นจักรยานตามหลังกวางอยู่หลายแยกถนน

    คณะเรามีด้วยกันห้าคน—กวาง พี่เหมา พี่แตน ไข่มุก และผมที่อยู่รั้งท้ายขบวน

    ตอนแรกผมเสนอรั้งท้ายเพราะอยากโชว์แมน แต่ไปๆ มาๆ ผมกลับกลายเป็นหอยทาก ฉุดให้ทุกคนจำเป็นต้องชะลอฝีเท้ารอ

    นี่ขนาดยังไม่ออกนอกเมืองด้วยซ้ำ
  • สมัยเรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่ง ผมจำชื่อกวางได้เป็นคนแรกๆ ในหมู่เพื่อนใหม่ กวางเป็นคนกำแพงเพชร ตาชั้นเดียวแบบคนเชื้อสายจีน รูปร่างผอมบาง และมีผิวขาวถึงขาวซีด ขาวราวกับหิมะที่ตกในสแกนดิเนเวีย

    สักครั้งที่เราคุยกัน กวางเคยบอกผมว่าเธอไม่ชอบเปลือกที่ห่มคลุมเธอเช่นนี้ แม้จะมีผู้หญิงหลายคนปรารถนาผิวพรรณเช่นกวาง เธอกลับคิดว่าความขาวเป็นเสน่ห์ดึงดูดผู้ชายที่มีทัศนคติไม่เอาไหนเข้ามาจีบเธอหลายต่อหลายคน นั่นเป็นเรื่องเสียเวลา อีกอย่างคือความขาวเกินไปชอบชี้นำสายตาให้คนอื่นมองว่าเธอบอบบางเหมือนลูกคุณหนู

    เธอไม่ได้มายด์กับความขาว เพียงแต่รังเกียจทัศนคติของคนส่วนใหญ่ที่มีต่อความขาว

    ผมชอบกวางก็ตรงนั้น

    หลังเรียนจบ ผมไม่ทราบข่าวกวางอีกเลย จนมาเล่นเฟซบุ๊ค เห็นกวางทำงานในสายการบินของเยอรมนี ย้ายไปใช้ชีวิตช่วงหนึ่งอยู่ที่สหรัฐฯ อังกฤษ และไม่ถึงปีมานี้เธอก็ลาออก แต่งงานกับหนุ่มดัตช์ แล้วย้ายมาทำงานที่เนเธอร์แลนด์

    เราเจอกันครั้งสุดท้ายที่พิษณุโลก

    สิบปีต่อมาที่หน้าสถานีเซ็นทรัลในอัมสเตอร์ดัม ผมอ้วนขึ้นเล็กน้อย ส่วนกวางยังคงน่ารักเช่นเคย ในตอนบ่ายที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งของวันอาทิตย์กิจกรรมรียูเนียนของเราคือการปั่นจักรยาน

    กวางไม่ได้บอกอะไรมากไปกว่ามันเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ของพวกเศรษฐี มีลำคลองและท้องทุ่งกว้าง หากวันไหนเธอว่าง ก็มักจะปั่นจักรยานมาปิกนิกกับสามีที่นี่ แล้วเมื่อคณะเราไม่มีแผนจะไปเที่ยวที่ไหนเป็นพิเศษในวันนี้ การขี่จักรยานมาดูสถานที่ที่เพื่อนสาวชอบมาสวีตกับแฟนก็เป็นเรื่องเข้าท่า

    ระหว่างหยุดรอไฟแดง คราวนี้เป็นกวางที่ถามผมกลับด้วยท่าทีเย้ยหยัน

    ยังอีกไกล แน่ใจนะว่าจะปั่นจักรยานไหว?

    ผมยิ้มตอบเพื่อนสาวยืนยัน ใบหน้าผมแดงเล็กน้อย ไม่ได้เขิน เพียงแต่จังหวะการหายใจถี่ขึ้นมาก

  • 3

    การปั่นจักรยานในอัมสเตอร์ดัมเรียกร้องพลังมากกว่าที่คิด ด้วยกายภาพของเมืองที่ถูกแซงแทรกด้วยลำคลอง นั่นบังคับให้เราจำเป็นต้องปั่นขึ้นและลงสะพานอยู่เสมอ สะพานบางแห่งผ่านไปได้ง่าย แต่บางแห่งก็ชันเหลือเชื่อ บางช่วงที่มีรถติดอยู่กลางสะพาน เราจำต้องชะลอจักรยาน เกร็งต้นขาเป็นพิเศษ และด้วยความที่คิดมาตลอดว่าการปั่นจักรยานในเมืองหนาวคงจะชิลๆ ที่ไหนได้ ไออากาศที่เย็นจัดกลับตีผิวหน้าเราจนชา

    ไม่แปลกใจว่าทำไมคนที่นี่มีรูปร่างสมส่วน และมีใบหน้าคล้ายจะสุขภาพดี

    กวางทำงานในแผนก food & beverage ของโรงแรมธุรกิจแห่งหนึ่งย่านชานเมือง งานของกวางในทุกวันเริ่มต้นตอนตีห้า นั่นทำให้เธอต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ ขี่จักรยานฝ่าความมืดและอากาศหนาวจัดจากอพาร์ตเมนต์ในเขตเมืองเก่าย่านใจกลางเมืองไปยังโรงแรมที่อยู่ห่างออกไปเกือบสิบกิโลเมตร กวางบอกว่าความโหดร้ายไม่ได้อยู่ที่ระยะทาง แต่เป็นลมหนาว ยิ่งเฉพาะในช่วงฤดูหนาวด้วยแล้วเธอจำเป็นต้องสวมเสื้อโค้ตหลายชั้น ซึ่งเผลอๆ มีน้ำหนักรวมกันมากกว่าจักรยานเสียอีก

    แค่เรื่องการตื่นและไปทำงานตอนเช้าเท่านั้นที่สาหัส ที่เหลือก็แทบเพอร์เฟกต์ กวางกล่าว

    จักรยานห้าคันเรียงแถวขึ้นลงสะพานข้ามคลองนับไม่ถ้วน ผ่านย่านพิพิธภัณฑ์ สวนสาธารณะ และสี่แยกถนนใหญ่อีกสองสามไฟแดง เพื่อจะพบทัศนียภาพรอบตัวที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากตึกแถวเก่าแก่ที่เข้าแถวเรียงหน้ากระดานหันหาคลองสีเข้ม กลายมาเป็นอาคารลูกผสมระหว่างโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมเก่ากับรูปแบบอาคารสมัยใหม่ ยิ่งออกนอกเมือง สิ่งปลูกสร้างรอบๆ ก็เริ่มจะใหม่ขึ้นใหม่ขึ้นเท่านั้น

    กวางบอกเราในเวลาต่อมาว่าละแวกนี้คือย่านที่พักของคนชั้นกลางระดับกลางไปจนถึงระดับล่าง ราคาค่าเช่าอาคารเหล่านี้จะถูกกว่าอาคารในเขตเมืองเก่า แถมยังได้ที่พักที่ใหม่กว่าและมีพื้นที่มากกว่า ถึงอย่างนั้นเพื่อนทุกคนที่เธอรู้จัก ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง พวกเขากลับเลือกพักในตึกอายุหลายร้อยปีของย่านเมืองเก่าเช่นเดียวกับเธอ (ห้องของกวางอยู่ในอพาร์ตเมนต์อายุ 135 ปี บางทีก็ได้ยินเสียงเอียดอาดจากการคลายตัวของไม้เก่า แถมยังต้องผ่อนห้องพักเล็กๆ ห้องนี้ไปจนถึงวัยเกษียณ)

    พวกมาโซคิสม์ในด้านความคลาสสิก

    ในบริบทใกล้กัน ที่เมืองใดสักแห่ง ผมจำได้ว่าไข่มุกอธิบายพฤติกรรมแสวงหาความเก่าแก่กว่าและสะดวกสบายน้อยกว่าไว้เช่นนี้ ผมนึกถึงรถยนต์เก่าอายุเกิน 30 ปีของเราสองคนที่ต้องคอยซ่อมอยู่เสมอ ซ่อมสะสมจนสามารถนำเงินที่ซ่อมทั้งหมดไปซื้ออีโค่คาร์คันใหม่ขับได้สบาย

    คิดว่าคนดัตช์น่าจะเข้าขั้นกว่า
  • เหมือนช่วงแรกร่างกายไม่ได้รับการวอร์มอัพ แต่เมื่อผ่านไปได้สักระยะ จึงเริ่มชินกับความเหนื่อยและหนาว จังหวะการหายใจเข้าที่ ผมขี่ไล่หลังกวางได้ทัน หากนั่นเป็นช่วงที่กวางบอกว่าเราใกล้ถึงแล้ว

    ผมไม่ได้สังเกตว่าปั่นจักรยานมานานหรือไกลเท่าไหร่ จากทิวตึกสูงกลายเป็นสวนป่า รู้ตัวอีกที เลนจักรยานที่ถูกตีเส้นบนพื้นถนนหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงถนนสายเล็กๆ เลียบคลอง—คลองที่ยาวต่อเนื่องมาจากตัวเมือง และเมื่อพ้นจากสวนป่า ที่ราบกว้างสุดลูกหูลูกตาก็ปรากฏอยู่ในสายตาขนานไปกับลำคลอง

    ที่ราบเงียบเชียบพอๆ กับถนน นานทีจะมีรถวิ่งผ่านมาสักคัน เราปั่นไปตามทางที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด

    ในรสนิยมของคนรุ่นเรา อัมสเตอร์ดัมครบครันและตอบโจทย์แทบทุกอย่าง หากความพลุกพล่านอยู่เสมอก็ทำให้มันพร่องด้วยความเงียบและที่ว่าง เมืองสั่งสมความป่วยไข้ให้เราในด้านการรำคาญผู้อื่นอย่างไม่รู้ตัว กวางบอกผมว่าช่วงไหนเธอรู้สึกป่วยเช่นนั้น เธอจะคิดถึงที่นี่

    ผมเห็นคล้อยก็เมื่อนั่งพักดื่มน้ำบนเนินเล็กๆ กลับมาหายใจเป็นปกติ มองออกไปยังทุ่งกว้างที่ฉาบด้วยแสงแดดยามบ่ายอันนวลนุ่ม ทุ่งกว้างที่นอกจากห่านสามตัวลอยชายอยู่ในคลองไม่แยแสสิ่งใด นกที่ผมไม่อาจระบุสายพันธุ์ได้บินไปมาอยู่เบื้องบน และชายวัยกลางคนที่จูงสุนัขลาบราดอร์ไปตามทางดินตัดท้องทุ่งใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ กิจกรรมที่เราทำหลังมาถึงที่หมาย คือการจดจ้องความไม่มีอะไร

    ความไม่มีอะไรที่ทำให้ผมคิดถึงภาพจิตรกรรมอิมเพรสชั่นนิสม์1 ของศิลปินดัตช์ ไม่สงสัยแล้วว่าพวกเขาเอาแรงบันดาลใจจากไหนมารังสรรค์
  • 4

    นอกจากการอัพเดตชีวิตของเพื่อน ผมก็พบว่าหัวข้อสนทนาวนเวียนอยู่แต่เรื่องเก่าๆ เมื่อสิบปีที่แล้ว เพื่อนคนนั้นเป็นยังไง คนนี้เป็นยังไง ได้ไปงานศพอาจารย์คนนั้นหรือเปล่า ฯลฯ สักพักก็กลับมาคุยถึงชีวิตตอนเรียนมหาวิทยาลัยอีกครั้ง ระหว่างที่ไข่มุก พี่แตน และพี่เหมา ปั่นจักรยานไปรอบๆ เพื่อถ่ายรูป เราคุยกันสลับกับการนั่งเงียบๆ มองทิวทัศน์เบื้องหน้าที่แสงแดดกำลังผันความรับรู้ให้เข้าสู่ตอนเย็น, เหมือนคนแก่

    ตอนปั่นจักรยาน เห็นบอกว่าชีวิตที่นี่แทบจะเพอร์เฟกต์ ผมยกโทรศัพท์มือถือลอบถ่ายรูปเพื่อนขณะเหม่อมองไปยังท้องทุ่ง พลางถามคำถามเธอราวนักสัมภาษณ์

    กวางยังคงแช่สายตาอยู่ที่ทิวทัศน์ เงียบไปสักพัก ก่อนจะพูดออกมา

    จริงๆ ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก เราแค่คิดว่าชีวิตที่นี่ลงตัวกว่าที่อื่น

    ยังไง ผมกดชัตเตอร์กล้อง

    ไม่รู้สิ ต้องลองมาอยู่ว่ะ กวางหันมองที่ผม นำสายตาไปหยุดที่จักรยานทรงแม่บ้านคันสีดำของเธอ แม้กวางจะบอกว่าในอัมสเตอร์ดัมมีการขโมยจักรยานกันเป็นว่าเล่น แต่รถกวางก็ดูแพงกว่าของชาวบ้านคนอื่นๆ

    เหมือนว่าทุกอย่างมันเชื่อมกันหมด ในเมือง นอกเมือง เบื่อก็ปั่นออกมาเจอสวนดอกไม้ เข้าป่า นั่งเล่นริมแม่น้ำ ไม่มีจักรยานก็นั่งรถรางเอา ต้นทุนชีวิตจะแพงก็แค่ค่าบ้าน อย่างอื่นโอเค ถึงคนที่นี่จะดูเหมือนขวานผ่าซากไปหน่อยก็เถอะ

    ขวานผ่าซาก ของกวางมีความหมายตามนั้น คนดัตช์เป็นคนพูดตรง ตรงจนดูเหมือนกวนตีน แต่ถ้าเทียบกับยูโรเปียนชาติอื่นๆ กวางก็ยืนยันว่าคนดัตช์น่ารักเป็นอันดับต้นๆ

    วัดจากสามีตัวเองนะ

    เธอหัวเราะ


    อืม... แต่ภาษาดัตช์พูดยากชะมัด นี่อยู่มาปีกว่าแล้ว กับบางคนก็ฟังเขาพูดแทบไม่รู้เรื่อง

  • ที่จริงอาจไม่ใช่สถานที่ แต่เป็นคนที่อยู่ด้วยที่นั่นมากกว่า กวางบอกว่าเธอแค่โชคดีที่ได้มาอยู่ที่นี่ เหมือนกับผมที่เลือกปักหลักอยู่เชียงใหม่

    ต่างกับกวาง ผมว่าเชียงใหม่ไม่ได้วิเศษอะไรหนักหนา ฝุ่นก็เยอะ รถก็ติด ทางเลือกการเดินทางในชีวิตประจำวันก็ไม่มี ไม่เถียงอยู่ข้อเดียว ตรงที่ผมสามารถรื่นรมย์กับเมืองได้ เพราะมีคนรักอยู่ที่นั่น

    กวางไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะมาลงหลักปักฐานที่เนเธอร์แลนด์ สองปีที่แล้วเธอยังทำงานอยู่กรุงเทพฯ ไปเที่ยวไนต์คลับ เจอนักท่องเที่ยวชาวดัตช์ แลกเปลี่ยนเฟซบุ๊ค พูดคุยกัน ต่างคนต่างมีชีวิตที่ประเทศของตัวเอง หกเดือนต่อมาเขากลับมาเมืองไทยอีกครั้ง นัดพบกวาง พูดคุย แยกย้าย ไม่กี่เดือนผ่าน หมอนั่นกลับมาอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง หลังจากอยู่กับความสัมพันธ์ทางไกลมานานระยะหนึ่ง
    เขาต้องการจะใช้ชีวิตคู่กับเพื่อนของผม

    สามีของกวางเป็นวิศวกร ทำงานอยู่ในโรงงานห่างจากอัมสเตอร์ดัมราวนั่งรถไฟครึ่งชั่วโมง เขาชื่อลาร์ส วันนี้เขาติดงานเลยไม่ได้มาด้วย แต่ค่ำนี้ลาร์สมีนัดดินเนอร์กับพวกเรา


  • 5

    อย่างไรก็ดี ค่ำวันนี้ผมกับไข่มุกก็ไม่ได้ไปดินเนอร์กับลาร์ส

    เรามีนัดกันที่โรงเบียร์ไม่ไกลจากที่พักเรานัก เป็นโรงคราฟต์เบียร์ที่พี่เหมาลิสต์ไว้ว่าจะต้องไม่พลาด เรานัดกับลาร์สที่นั่น ทุกอย่างจะราบรื่น ถ้าเพียงผมไม่พาไข่มุกหลงทางเสียก่อน

    จากที่พี่เหมาแซวเล่นขำๆ ตอนขามาว่าผมกับไข่มุกเป็นตัวถ่วง ไม่คิดว่าขากลับจะเป็นจริงเสียอย่างนั้น แรงปั่นของกวางหายห่วง เธอปั่นจักรยานเป็นชีวิตประจำวัน ยี่สิบกิโลเมตรเข้าเมืองถือเป็นเรื่องเบาะๆ เช่นเดียวกับพี่แตนและพี่เหมาที่ออกกำลังกายเสมอ ผิดกับเราสองคนที่ใช้ชีวิตไปกับการดื่มกิน ดูหนัง ฟังเพลง และเอาแต่ผัดวันประกันพรุ่งในเรื่องการออกกำลังกาย

    ด้วยความเกรงใจ ผมบอกให้ทุกคนล่วงหน้าไปก่อน แต่ทุกคนก็ยืนยันจะรอไปพร้อมกัน ออกแรงปั่นไม่เต็มกำลัง แต่ผมกับไข่มุกก็ยังถูกทิ้งห่างอยู่ดี

    พอติดไฟแดงตรงแยกชานเมืองได้สามแยก เราสองคนก็มองไม่เห็นหลังของเพื่อนข้างหน้า

    ท้องฟ้าเปล่งสีแดง พระอาทิตย์กำลังตกลงแม่น้ำ ผมคลับคล้ายว่าสะพานที่เรากำลังปั่นข้ามคือสะพานที่เราเลี้ยวตัดมาจากตัวเมืองตอนขามา ผมจึงเลี้ยวขวาไปทางแยกนั้น พลันลงสะพาน ไข่มุกท้วงผม แต่จากสถิติที่เราเคยเดินทางด้วยกัน เธอมักผิดพลาดเรื่องทิศทางเสมอ ผมจึงไม่ฟัง ปั่นจักรยานนำเธอผ่านทิวต้นไม้เลียบแม่น้ำต่อไป

    กระทั่งกลางคืนมาถึงอย่างสมบูรณ์แบบ ทัศนียภาพเริ่มไม่คุ้นตา มันดูเหมือนเป็นถนนวงแหวนอ้อมเมืองมากกว่าจะเป็นถนนเข้ากลางเมือง ผมจึงค่อนข้างมั่นใจว่าถนนข้างหน้าไม่ใช่ทางที่จะได้เจอเพื่อน

    หยุดรถ กางแผนที่ และถามคนในละแวกถึงทิศทาง จึงได้รู้ว่าปั่นออกนอกแผนที่มาไกล
  • ผมคิดว่าทั้งสามคนคงรอเราอยู่ที่ไหนสักพัก อาจเป็นสี่แยกเลยสะพานที่ผมเลี้ยวมา จนเมื่อแน่ใจว่าเราคงหลง พวกเขาเลยน่าจะล่วงหน้าไปรอที่โรงเบียร์

    ไข่มุกมีทีท่าหงุดหงิด เธอเหนื่อยอ่อน แต่ก็ไม่ปริปากบ่น เราต่างรู้ว่าการโวยวายโทษกันไปมาไม่ใช่การแก้ปัญหา ผมขอโทษเธอ และทำได้แต่ปั่นจักรยานไปตามทางที่คนแปลกหน้าใจดีบอกอย่างเชื่องช้า

    ความหนาวและเหนื่อยทำให้ผมคิดถึงบ่ายของฤดูร้อนที่ผมกับไข่มุกไปปั่นจักรยานที่วังเวียงเมื่อหลายปีก่อน บ่ายวันนั้นเราจะไปสถานที่ท่องเที่ยวชื่อบลูลากูน

    มันเป็นบึงน้ำเชิงภูเขาหินปูนนอกเมือง ผมถามคนลาวที่ขายของอยู่ใกล้เกสต์เฮาส์ว่าสถานที่นั้นไกลแค่ไหน เขาบอกว่าไม่ไกลมาก ปั่นจักรยานไป 20 นาทีก็ถึง จักรยานที่เกสต์เฮาส์เป็นจักรยานแม่บ้าน ด้วยความไม่คิดอะไรเราจึงไม่ได้หาข้อมูลทางกูเกิล เราสองคนปั่นจักรยานแม่บ้านไปบลูลากูนเพื่อจะพบว่าทางที่นำเราไปคือทางลูกรังที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อและเศษหินราวพื้นผิวดาวอังคาร จักรยานแม่บ้านเป็นภาระมากกว่าจะเป็นเครื่องทุ่นแรง เราสองคนเพลียแดดจนไม่อาจปั่นต่อไปไหว ก่อนที่เราจะหงุดหงิดและโทษกันไปมาที่ต่างไม่ได้หาข้อมูล โชคดีที่เราพบรถสองแถวที่รับส่งนักท่องเที่ยวบนเส้นทางบลูลากูน สุดท้ายเราจึงแก้ปัญหาด้วยการเหมารถสองแถวให้ขนจักรยานขึ้นหลังคาทั้งขาไปและกลับ

    อัมสเตอร์ดัมมีแต่รถราง ไม่มีรถสองแถวที่ให้บริการเราได้แบบที่ลาว เราจึงทำได้แค่อยู่กับเงื่อนไขปัจจุบัน ตั้งหน้าตั้งตาพารถสองล้อขับเคลื่อนฝ่าอากาศหนาวจัดต่อไปเรื่อยๆ

    อาจเพราะเหนื่อยจนคล้ายขาดสติ ระหว่างทางกลับจู่ๆ เสียงของพี่ตูน บอดี้สแลมและผองเพื่อนซูเปอร์สตาร์ก็กังวานขึ้นในหัวของผมอีกครั้ง ที่จริงมันควรจะเป็นเพลงอุ่นๆ ของ บิล คัลลาแฮน (Bill Callahan) หรือ บิล ไรเดอร์-โจนส์ (Bill Ryder-Jones) ให้ผมฮัมในใจเพื่อคลายความหนาวสักเพลง แต่นั่นล่ะ ผมพบว่าการที่ในหัวจดจ่ออยู่กับเนื้อเพลงรณรงค์ให้ปั่นจักรยาน ก็ทำให้ผมเกิดรู้สึกฮึกเหิมเล็กๆ มันช่วยให้ผมมีสมาธิและคิดไปเองว่าเป้าหมายรอเราอยู่ไม่ไกล

    หนทางข้างหน้าที่เราเห็น
    เป็นธรรมดาที่ปัญหาขวางกั้น
    ชีวิตต้องฝ่าฟันอุปสรรคนับพัน
    จักรยานก็คงเหมือนกัน ขวากหนามเท่าไรไม่ยั่น
    แม้ว่าเราบากบั่นย่อมผ่านพ้นไป...


    ห้วงเวลาที่ร่างกายมนุษย์เหนื่อยล้าสุดชีวิตจนหลั่งสารอะดรีนาลีนให้ลืมความเป็นปัจจุบัน, อาจเป็นเช่นนี้

    เราใช้เวลากลับที่พักทั้งหมดเกือบสองชั่วโมง เพลียเกินกว่าจะมีสุนทรียะในการดื่มเบียร์ ผมจึงตั้งใจจะใช้อินเทอร์เน็ตในที่พักส่งข้อความไปบอกกวางว่าค่ำนี้เราขอบาย และขอโทษแฟนกวางที่ไม่ได้เจอกัน

    ยังไม่ทันได้ล็อคจักรยานเข้ากับคานหน้าอพาร์ตเมนต์ คิดเล่นๆ ว่าอาจเป็นเพราะปาฏิหาริย์จากการที่ผมฮัมเพลงอันเปี่ยมไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ในใจจนคล้ายเป็นการภาวนา กวางกับลาร์สก็ปั่นจักรยานผ่านมาพอดี


  • อัมสเตอร์ดัมไม่ใช่เมืองหลวงที่ใหญ่นัก แต่ผมก็ไม่เคยคิดว่ามันจะกลมขนาดนี้

    กวางและสามีของเธอไปรอเราอยู่ที่โรงเบียร์ แต่คิดว่าเราคงหลงทางและคงไม่ได้มา ด้วยความที่พวกเขาไม่ได้สนิทอะไรกับพี่แตนและพี่เหมาเลยอยู่คุยกันไม่นาน และขอตัวกลับออกมาก่อน ทั้งสองไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราพักอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ไหน

    เราต่างตกใจที่บังเอิญเจอกัน กวางขอโทษขอโพยผมกับไข่มุกยกใหญ่ที่ปั่นจักรยานไม่รอ ในฐานะหัวหน้าทัวร์อย่างไม่เป็นทางการ เธอรู้สึกผิดไม่น้อย แต่ผมยืนยันว่าไม่เป็นไร ทั้งหมดเป็นความผิดผมที่ทั้งช้าและหลงเอง แค่เสียดายที่ไม่ได้ไปกินข้าวกับแฟนกวางเท่านั้น

    ห้าวันหลังจากนี้กวางต้องทำงานทุกวัน ผมกับไข่มุกอยู่ที่นี่อีกสี่วัน ไม่ทันถึงวันหยุดอีกครั้งของกวาง เราจึงกอดลากันหน้าอพาร์ตเมนต์ และกลายเป็นว่าครั้งแรกที่ผมพบแฟนกวางก็เป็นการจับมือทักทายและกล่าวลาลาร์สไปพร้อมกันในตัว

    กลับบ้านไปก็ออกกำลังกายกันบ่อยๆ ด้วยล่ะ กวางแนะนำเชิงแซวผม

    6

    บังเอิญจริงนะที่ยังได้เจอพี่กวางอีก เราหลบความหนาวข้างนอก เข้ามาซุกไออุ่นจากฮีตเตอร์ในห้องพัก ไข่มุกพูดขึ้นระหว่างเอาอาหารกล่องใส่ไมโครเวฟ

    ผมยิ้มให้เธอ ใบหน้าเราดูอิดโรยกันทั้งคู่ วันนี้โคตรเหนื่อยเลย แต่ก็สนุกอยู่นะ

    เธอพยักหน้า เหนื่อยจนอยากจะร้องไห้

    ถึงจะพูดอย่างนั้น หลายวันต่อมาเมื่อเราย้อนนึกถึงเรื่องนี้ เราต่างก็ได้แต่ขอบคุณกวาง มันเป็นอีกวันที่คุ้มค่ามากๆ

    พี่เหมากับพี่แตนกลับเข้าที่พักหลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสองมีอาการกรึ่มเบียร์เล็กน้อย เราคุยกันเรื่องไปหลงทางที่ไหนมา และต่างก็ได้แต่หัวเราะให้กับความหน่อมแน้มของผม

    คืนนั้นผมกับไข่มุกเข้านอนเร็วกว่าปกติเพราะความเหนื่อยอ่อน

    สาบานได้ ในรอบหลายปี ชีวิตผมไม่เคยเหนื่อยเท่านี้มาก่อน มันเป็นความเหนื่อยอ่อนจนภาพจักรยานยังตามมาหลอกหลอนยามหลับ

    อืม, ไม่รู้เป็นเพราะความเอกอุของผู้ประพันธ์ หรือเพราะการประชาสัมพันธ์ที่ทรงอิทธิพล

    กระทั่งภาพในฝัน เสียงเพลงยังตามมาบรรเลงอยู่ไม่คลาย


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in