Break The Silence - Document Seriespaniiit
ตอนที่ 7: เดินไปด้วยกัน



  • ในอดีตผมเคยรูสึกกดดันมาก ก่อนขึ้นไปบนเวทีผมจะรู้สึกประหม่าและหัวใจเต้นเร็วมากๆครับ แต่ตอนนี้ผมคิดว่า 'สถานที่นี้เต็มไปด้วยผู้คนที่คอยเป็นกำลังใจและมอบความรักให้เราอยู่เสมอ' เมื่อผมคิดแบบนี้ผมก็ไม่รู้สึกกดดัน หรืออาจจะกดดันน้อยลงครับ - แทฮยอง


    เราทั้งหมดต่างก็ชื่นชอบเสียงเพลงและรักการแสดงบนเวที และเราก็มีความรักที่มอบให้กับแฟนๆด้วยเหมือนกัน มันเหมือนว่าเราได้ปลดปล่อยความเครียดไปด้วยกัน และก็ไม่ได้มีแค่ตัวเราเองด้วย.. มันเป็นความรู้สึกที่ดีครับ - จิน


    ทัวร์ Love yourself และ Speak yourself เดินทางมาจนถึงตอนจบแล้วครับ มันทำให้ผมตั้งคำถามว่า ไม่ว่าเราจะถ่ายทอดข้อความของเราผ่านทัวร์นี้ออกไปได้ชัดเจนหรือไม่ก็ตาม มันทำให้ผมสงสัยว่าไม่ว่าเราจะทำได้ดี—หรือมันโอเคไหมที่จบทัวร์ลงแบบนี้ - เจโฮป


    เวลาที่มีคนถามว่า “ทัวร์ Love yourself เป็นยังไง?” สิ่งแรกที่ผมคิดก็คือ ‘เราทำทุกอย่างที่เราสามารถทำได้แล้ว’ เพราะเราทำเต็มที่มากๆ ตอนนี้ก็คงเป็นเวลาที่เราจะค้นหาสิ่งใหม่ๆแล้วครับ - นัมจุน 


    ครับ—ไม่ใช่แค่พวกเขาเป็นคนที่มีค่า เป็นคนที่ผมรักยิ่ง แต่พวกเขายังเป็นคนที่ผมขาดไม่ได้อีกด้วยครับ เพราะในตอนที่เราล้ม ผมไม่สามารถลุกขึ้นได้ด้วยตัวเอง เราต่างก็ลุกขึ้นมาด้วยกัน มีหลายครั้งที่ผมไม่สามารถลุกขึ้นยืนด้วยตัวเองได้ และความจริงที่ว่าเราต่างก็เป็นแรงสนับสนุนให้กันและกันนั้นเป็นแหล่งกำลังใจที่ยอดเยี่ยมสำหรับผมเลยล่ะครับ - แทฮยอง


    ผมจำตอนที่ผมไปอเมริกาคนเดียวได้ครับ นั่นเป็นตอนที่ผมรู้สึกถึงการหายไปของเมมเบอร์อย่างสุดซึ้งเลยล่ะ นั่นคือตอนที่ผมรู้สึกครับ แค่จินตนาการว่าคอนเสิร์ตที่ปราศจากเมมเบอร์อีก 6 คน แค่คิดก็— 


    ผมคิดว่านั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมมันจึงยากน้อยกว่า ผู้คนที่ทัวร์คอนเสิร์ตด้วยตัวเองจะต้องมีช่วงเวลาที่ยากลำบากแต่พวกเราไม่รู้สึกแบบนั้นเพราะว่าพวกเรา 7 คนอยู่ด้วยกัน - เจโฮป


    ผมคิดว่ามันมีเส้นบางๆระหว่างครอบครัวและเพื่อนสนิทนะครับ เราอยู่ ณ พื้นที่ตรงนั้นกันครับ มันยากสำหรับเรานะที่จะให้จำกัดความความสัมพันธ์ของพวกเราน่ะ ดังนั้นมันจึงมีช่วงเวลาที่เราทะเลาะและก็ไม่เข้าใจกันและกันครับ - นัมจุน


    มันก็เป็นแบบนั้นล่ะครับตอนนี้ แต่ถ้าในอนาคตเราเดินบนเส้นทางของตัวเอง ผมก็หวังว่าเราจะยังคงเจอหน้ากัน และใช้เวลาด้วยกันบ่อยๆเหมือนเคย เพราะว่าตอนนี้เรามีความสุขเวลาที่เราอยู่ด้วยกันครับ - จิน


    ผมคิดเกี่ยวกับมันมากเลยล่ะครับ ผมคิดอยู่บ่อยครั้งเกี่ยวกับความหมายของการมีแฟนๆ พวกเขาเป็นเหตุผลที่ที่ทำให้พวกเราแสดงบนเวทีครับ ผู้คนที่มองดูเราเป็นเหตุผลที่ทำให้เราร้องและทำการแสดงครับ

    ในท้ายที่สุดเราก็รู้สึกขอบคุณพวกเขามากๆครับ เราต้องทำให้ดีที่สุดในทุกมุมมองของการแสดง ผมคิดว่านี่เป็นเหตุที่ว่าความคิดพวกนี้มันเริ่มมาได้ยังไงครับ - จีมิน


    ถ้าคุณสามารถยิ้มได้โดยที่คุณไม่ต้องฝืน ผมคิดว่ามันถูกต้องแล้วที่จะบอกว่านั่นคือความสุข มีหลายครั้งที่ผมสงสัยว่ามันจะโอเคไหมนะที่ผมจะดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ และผมเองก็มั่นใจว่าความสุขนี้มันจะไม่คงอยู่ตลอดไป 


    แต่ถึงแบบนั้นแล้ว...ผมก็ควรทำในสิ่งที่ผมทำได้เพื่อเสาะหาความสุขของตัวเองต่อไปจนถึงตอนนั้น - จองกุก


    ถ้าผมไม่ใช่คนที่มีความสุข งั้นผมจะเป็นใครล่ะ? ช่วงนี้ผมคิดแต่สิ่งนี้เลยครับ เราได้รับชื่อเสียงเงินทองมากมาย และสิ่งเหล่านั้นมันเป็นเหมือนเงาที่เราหนีไม่พ้น แต่ถ้าคิดว่ามันเป็นโชคชะตาและคิดซะว่ามันเป็นอาชีพของผม ผมก็คิดว่าผมมีชีวิตที่มีความสุขนะครับ - เจโฮป


    เวลาที่ผมมองดูศิลปินที่ผมเคารพนับถือ พวกเขาแสดงออกทางสีหน้าท่าทางเท่ๆ ได้โดยไม่ต้องพยายาม ผมเองก็อยากทำแบบนั้นเหมือนกัน เพียงแต่ว่ามันไม่ง่ายเลยครับ ดังนั้นผมก็เลยคิดเกี่ยวกับมันค่อนข้างเยอะ การมีภาพลักษณ์เท่ๆนั้นเป็นพาร์ทที่ท้าทายในกระบวนการเทรนนิ่งมากครับ - จีมิน (log เมื่อปี 2013)


    จากปี 2011 ถึงปี 2019 ผมเติบโตขึ้นมากับ BTS ครับ ถ้าเกิดว่าหนึ่งในพวกเราเกิดสะดุดล้มขึ้นมา มันไม่ใช่แค่คนๆนั้นที่ล้มลงแต่เป็นการล้มของคนทั้งกลุ่ม เพราะงั้นแทนที่จะทำแค่ในส่วนของใครคนใดคนหนึ่งให้ดี แต่ถ้าเราต่างก็สามารถรับบาทบาทของกันและกันได้ ผมคิดว่าเราจะลุกขึ้นมาได้ตลอดไม่ว่าเราจะล้มกันกี่ครั้งก็ตาม ตราบใดที่เราไม่ยอมแพ้ครับ - แทฮยอง


    เราคิดว่านี่คือการที่เรากำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ไม่เคยเหยียบย่ำมาก่อนหรือจะเรียกว่าไปเยือนดินแดนที่ไม่คุ้นเคย เรารู้สึกถูกทำให้กลัวอยู่ตลอดเวลา การท้าทายมันไม่เคยสิ้นสุดครับ 


    เราปีนภูเขาลูกหนึ่งเพื่อที่จะค้นพบว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งอื่นๆ แต่ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดีนะครับ ผมชอบนะ  ความจริงที่ว่ามันยังมีความพีคอีกหลายอย่างให้เราได้พิชิตนั้นเป็นแหล่งความแข็งแกร่งที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ผมคิดว่านั่นมันทำให้เราไปต่อได้ - นัมจุน


    มีคนอยู่หลายประเภทมากมายบนโลกใบนี้  กับอาชีพ ภาษา และวัฒนธรรมที่ต่างกัน แต่ผมก็ได้เรียนรู้ว่าทุกๆคนต่างก็สนุกสนานในสิ่งเดียวกันได้ ผมรู้สึกว่าคนเหล่านั้นก็เหมือนกันหมด ณ ช่วงเวลาแห่งความสุข 


    ในตอนที่กำลังทัวร์อยู่ ผมก็ตระหนักได้ว่าผู้คนนั้นก็รู้สึกมีความสุขในทิศทางเดียวกัน ผมเองก็มีความสุขครับ


    เหมือนกับว่าในท้ายที่สุด ผมก็หัวเราะและแบ่งปันความสุขในตอนที่ผมทำการแสดงอยู่บนเวที และผมเองก็เล่นเกมเป็นงานอดิเรก อีกทั้งผมก็ยังไปตกปลาด้วยครับ - จิน



    เมื่อถูกถามว่าอยากให้เมมเบอร์คนอื่นคิดกับคุณยังไง?


    มันคงดีครับถ้าเกิดว่าพวกเขา (เมมเบอร์บังทัน) คิดว่าผมเป็นคนพิเศษ ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าสิ่งนี้แล้ว "เขาเป็นคนที่พิเศษจริงๆ เราทำไม่ได้หรอกถ้าขาดเขา เขาต้องเป็นส่วนหนึ่งของทีม" ผมคงจะมีความสุขและขอบคุณมากถ้าพวกเขาคิดกับผมแบบนี้ - เจโฮป


    น้องเล็ก คนที่มักสร้างปัญหาอยู่เสมอครับ


    ผมอยากให้พวกเขาคิดว่าผมเป็นคนดีครับ "เขาเป็นเด็กดีนะ" ผมอยากเป็นคนที่ถูกมองว่าเป็นคนที่ขาดไม่ได้ในการเป็น BTS - จองกุก


    เป็นคนขี้เล่นมั้งครับ? ผมชอบชื่อเล่นที่เมมเบอร์มอบให้กับผมนะครับ พวกเขาบอกว่าผมเป็นคนใจร้อน ไม่นิ่ง แต่ผมก็เป็นแบบนั้นล่ะครับ ผมคิดว่านั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงตั้งชื่อนั้นให้ผม ผมคิดว่าตัวตนของผมจะไม่เปลี่ยนไปหรอกนะ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปหรือว่าผมจะโตขึ้นมากแค่ไหน ผมอยากถูกมองว่าเป็นคนสนุกสนานสำหรับทุกคนครับ - แทฮยอง


    ผมไม่อยากให้พวกเขาคิดถึงผมในแบบที่สวยงามอะไรแบบนั้นครับ...บางทีอาจเป็นคนตลกมั้งครับ? 


    ผมคิดว่าผมเป็นผู้สังเกตการณ์ครับ เหมือนเป็นมือที่มองไม่เห็นของ Adam Smith - ยุนกิ


    พวกเขาบอกว่าช่วงนี้ผมเป็นคนตลกมากกว่าแต่ก่อนครับ  พวกเขาบอกว่า "นายสดใสขึ้นเยอะเลย" แปลกนะครับที่ผมมักจะจิตใจอ่อนแอในเวลาที่ไปต่างประเทศ แต่นอกเหนือไปจากคำพูดแล้ว เวลาที่ผมเห็นเมมเบอร์ยืนอยู่ข้างๆผมบนเวทีและมีความสุขเช่นนี้ตัวผมเองก็รู้สึกสบายใจไปด้วยเลยครับ 


    พวกเขาทำให้ผมตระหนักได้ว่าผมไม่ได้ยืนอยู่ตัวคนเดียวบนเวทีครับ - จีมิน


    ถึงแม้ว่าผมจะชอบหัวเราะและอาจดูเป็นคนไม่ซีเรียสเมื่ออยู่ข้างนอก ผมอยากจะเป็นคนที่พวกเขาสามารถพึ่งพาได้ในด้านอารมณ์/ความรู้สึก 


    ผมอยากจะเป็นคนสร้างพลังงานให้กับทีม และเป็นคนที่คอยปลอบประโลมเมมเบอร์ในตอนที่พวกเขารู้สึกซึมเศร้า คุณรู้ไหมครับว่าความรู้สึกดีๆนั้นอาจจะไม่ยิ่งใหญ่ แต่มันทำให้มีความสุข - จิน


    ผมเคยอยากเป็นแบบนั้นมาก่อนนะครับ เป็นคนที่เมมเบอร์สามารถพึ่งพาได้ ผมคิดว่านั่นมันเจ๋งไปเลย 


    แต่ผมคิดว่าผมเสนอตัวไปหาคนอื่นในแบบที่คอยทำให้เขาไม่รู้สึกโดดเดี่ยวโดยเฉพาะกับเมมเบอร์


    ในแง่ของการที่คนอื่นๆจะคิดยังไงกับผมหรือว่าเมมเบอร์จะมองผมยังไง ผมแค่อยากให้พวกเขารู้สึกในแบบเดียวกับที่ผมเองรู้สึกกับพวกเขา


    มันเป็นพื้นที่ระหว่างครอบครัวกับเพื่อนสนิท ผมคิดว่ามันมีประโยชน์นะครับ มันทำให้เราอยู่ด้วยกัน และเดินต่อไปด้วยกันอีกยาวนานได้...เหมือนเป็นคนที่พบเจอกันระหว่างทางครับ - นัมจุน



    "ถึงแม้ Love Yourself จะจบลง แต่วิธีการและเส้นทางในการรักตัวเองนั้นยังไม่จบ เพราะงั้นก้าวเดินต่อไปนะครับ มาจับมือกันและรักตัวเองไปด้วยกันต่อไป หลังจากที่คอน Love Yourself นี้จบลง ผมหวังว่าคิมนัมจุนจะเป็นคิมนัมจุน และบังทันจะเป็นบังทัน และสำหรับพวกคุณทุกคน ผมหวังว่าพวกคุณจะเป็นในสิ่งที่พวกคุณเป็น ผมอยากให้คุณรับรู้เอาไว้ ว่าเป็นเพราะพวกคุณผมถึงดำรงชีวิตอยู่ได้มาจนถึงตอนนี้ ผมหวังว่าจะมีสักท่อนในเพลงของเราที่ช่วยให้พวกคุณสามารถรักตัวเองได้ ผมหวังว่าจะมีคำอื่นใดที่ดีไปกว่าคำว่า "ผมรักคุณ"...ได้โปรดรับรู้ไว้ว่าผมนั้นรักพวกคุณจริงๆนะครับ"

    - คิมนัมจุน -

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in