Mirai's Reviews | อ่านวนไปMirai | Rook a Bead
[Book Review: 011] คดีฆาตกรรมเจ้าหญิงสโนไวท์ | มินะโตะ คะนะเอะ


  • คดีฆาตกรรมเจ้าหญิงสโนไวท์ (The Snow White Murder Case)

    ผู้แต่ง: มินะโตะ คะนะเอะ
    ผู้แปล: กนกวรรณ เกตุชัยมาศ
    แพรวสำนักพิมพ์
    รีวิวโดย มิราอิ (Mirai)

    "ใครๆ ก็อยากเป็นเจ้าหญิง"

    เรื่องนี้เป็นผลงานอีกชิ้นของมินะโตะ คะนะเอะ ผู้เขียนเรื่อง 'คำสารภาพ' และเป็นอีกผลงานที่ได้รับการนำไปสร้างเป็นหนังเมื่อปี 2557 เช่นกันค่ะ

    เรื่องเริ่มต้นจากการตายของมิกิ โนะริโกะ สาวสวยประจำออฟฟิสที่มีฉายาว่า 'เจ้าหญิงสโนไวท์' ทำให้นักข่าวหนุ่มอย่างอะคะโฮะชิ ยูจิต้องลงพื้นที่สัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีเพื่อตีแผ่ความจริงให้โลกรู้ ซึ่งทุกคนที่ให้สัมภาษณ์ก็พุ่งเป้าไปที่ชิโระโนะ มิกิ พนักงานสาวอีกคนที่หายตัวไปอย่างลึกลับว่าเป็นฆาตรกรที่ฆ่าเพื่อนร่วมงานเพราะความริษยา จนกลายเป็นที่มาของคดีเขย่าขวัญที่ผู้คนให้ความสนใจจนถูกขนานนามว่า 'คดีฆาตกรรมเจ้าหญิงสโนไวท์

    เสน่ห์ของเรื่องนี้ยังอยู่ที่ลักษณะการเล่าเรื่องของคุณมินะโตะเหมือนเคยค่ะ คือเป็นการเล่าผ่านมุมมองตัวละครหลายๆ ตัว ซึ่งเรื่องนี้ตัวละครค่อนข้างเยอะ ถูกแบ่งเป็นกลุ่มๆ ได้แก่ เพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมชั้น คนจากบ้านเกิด และเจ้าตัว(ชิโระโนะ มิกิ) ลักษณะการเล่าจะเป็นเหมือน ‘ถอดเทปบทสัมภาษณ์’ ค่ะ 5555555 ตัวละครเป็นผู้พูดอยู่ฝ่ายเดียว เหมือนกำลังตอบโต้กับคนอ่านอยู่ ให้ความรู้สึกเหมือนเราสวมบทเป็นนักข่าวหนุ่มที่ไปบันทึกสัมภาษณ์แล้วมีแต่เสียงผู้ให้สัมภาษณ์ แต่เสียงผู้สัมภาษณ์กลับถูกตัดออก (มันก็แปลกดีนะคะ 55555)

    เราชอบประเด็นที่เรื่องนี้นำเสนอค่ะ มันทำให้เรานึกถึงละครเรื่อง ‘เมธาวี’ ผลงานของคุณเต๋อ นวพลขึ้นมา นิยายเล่มนี้เน้นในสิ่งเดียวกันเลยคือเรื่อง ‘คำพูด’ ของคน ในเรื่องมีการสัมภาษณ์ตัวละครต่างๆ โดยที่ทุกคนจะพูดถึงตัวละครตัวนึงที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย ทุกคนต่างพูดจาต่างๆ นานาเพื่อเอาดีเข้าตัว โยนขี้ให้คนอื่น มีแต่ความมโนและอคติล้วนๆ ในคำพูดทุกคน 5555555 แถมยิ่งมีประเด็นการใช้ ‘สื่อเป็นศาลเตี้ย’ ผสมโรงเข้าไปอีก ยิ่งทำให้เห็นผลกระทบของการใช้สื่อในการทำลายชีวิตคนๆ นึงโดยที่เราไม่ตั้งใจด้วย ถือว่าเรื่องนี้ก็หยิบยกประเด็นที่ทันสมัยมาพูดถึงได้ดีเช่นกัน

    ส่วนข้อเสียเรื่องนี้นะคะ เรามองว่าข้อเสียเรื่องนี้เป็นข้อเสียอย่างเดียวกับเรื่อง ‘คำสารภาพ’ คือไม่มั่นใจว่ามันเป็นนิยายแนวไหน 55555 ใกล้เคียงสุดก็สืบสวนสอบสวน แต่ในเรื่องมีแต่การสัมภาษณ์ตัวละครทั้งนั้น ไม่มีการพูดถึงวิธีการสืบ วิธีที่คนร้ายก่อเหตุ สภาพศพเชิงนิติเวช หรือแม้แต่ตอนจับคนร้ายได้ ก็จับได้แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แถมยังทิ้งท้ายให้งงด้วยว่ามูลเหตุจูงใจคนร้ายคืออะไร (สงสัยผู้เขียนอยากให้คิดต่อเอาเองล่ะมั้ง..)

    ข้อเสียอีกเรื่องก็คือ ด้วยความที่ผู้เขียนพยานงมคงคอนเซป ‘บทสัมภาษณ์’ ตัวละครเอาไว้ และพยายามจับประเด็น ‘สื่อศาลเตี้ย’ เข้ามา ทำให้นิยายเรื่องนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนเนื้อเรื่อง (ก็บทสัมภาษณ์นั่นแหละ) กับส่วนข้อมูลประกอบ(บล็อคแมนมาโลกับข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์) เวลาอ่านจบ 1 บท ต้องเปิดไปอ่านข้อมูลประกอบสลับไปมา ทำให้รู้สึกขาดช่วงมากกกกกกก เหมือนอ่านเนื้อเรื่อง 1 บทและมาอ่านข้อมูลประกอบเพื่อ replay ข้อมูลจากในเนื้อเรื่องที่เราอ่านไปแล้วซ้ำอีก มันดูติดๆ ขัดๆ ย้ำไปย้ำมาอ่ะ

    แต่เอาเถอะ เรื่องนี้ก็ถือเป็นอีกเรื่องที่สนุกค่ะ เราชอบความ’แหลของตัวละครหลายๆ ตัวที่พูดจาแบบมีอคติล้วนๆ 555555555ถึงจะอ่านแล้วมีหักมุมนิดๆ ถึงจะไม่ว้าวมาก และทุกอย่างออกจะคาดเดาง่ายไปหน่อยก็ตาม แต่ถ้าใครชื่นชอบนิยายแนว ‘คำสารภาพ’ เรื่องนี้ก็ไม่ควรพลาดค่ะ 🙂

    คะแนน 8/10
    นั่นแหละ ยังไงเราก็ชอบ ‘คำสารภาพ’ มากกว่า คือมันมีความว้าว มีความหักมุม อ่านแล้วให้รู้สึกถึงความต่ำช้าใต้ก้นบึ้งหัวใจของตัวละครมากกว่า ส่วนเรื่องนี้ อ่านแล้วไม่รู้สึกถึงความต่ำช้าใดๆ เลย ไม่สิ.. ต้องพูดว่า อ่านแล้วเรา ‘ไม่รู้อะไรเลย’ ถึงจะถูก เพราะเราเข้าไม่ถึงตัวละครสักตัว มันเหมือนมีกำแพงแห่งความอคติและความเสแสร้งบังหน้าทุกคนอยู่ เข้าใจมุมมองตัวละครไปก็เท่านั้น สุดท้ายเราเชื่อคำพูดพวกเค้าได้มากน้อยแค่ไหนก็ไม่รู้ แต่สำหรับประเด็นปัญหาสะท้อนสังคมที่ผู้เขียนพยายามหยิบขึ้นมานำเสนอ ในส่วนนี้เราชอบทั้งสองเล่มนะ มันทันสมัยทั้งคู่

    (ราคา 189 บาท)

    สามารถติดตามอีกช่องทางการรีวิวของเราได้ที่ https://www.facebook.com/Rookabead

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in