Makers Tipsminimore
31 วิธีเล่นแร่แปรธาตุ เปลี่ยนก้อนความคิดในอากาศให้เป็นงานเขียน!
  • มินิมอร์ไปเจอคนทำ 31 รายการในการหาอะไรบันดาลใจให้เขียน มาล่ะ เลยเอามาฝาก อ่านแล้วจะรู้เลยว่าเฮ้ย ไม่ต้องปีนเขาเหลียงซานแล้วตกผาก่อนถึงจะได้คัมภีร์ จริงๆ แล้วเคล็ดวิชาอยู่รอบตัวเรานี่เอง

    จำเป็นมั้ยที่เราจะต้องมีแรงบันดาลใจในการเขียนจากอะไรเท่ๆ คูลๆ อย่างไม่สนใจอะไรรอบตัวเลย "เราไม่ได้อิทธิพลจากใครทั้งนั้น เราเป็นตัวของเราเอง"  เหย ซึ่งได้แหละ แต่ยากนะ หรืออาจจะพยายามกดดันตัวเองให้เขียนเพราะอยากโควทเอาข้อความบุคคลสำคัญมา มันจะได้ดูเท่? นั่นก็ทำได้ แต่ก็ไม่ได้จำเป็นอีกเหมือนกัน เอาจริงๆ แรงบันดาลใจมันใกล้ตัวกว่าที่คิดมากเลย

    บรรดาตัวการ์ตูนดิสนีย์ทำได้ เราก็ต้องทำได้ดิ๊ !  ปะ เขียนกัน

    1. เขียนบล็อก
    การเขียนบล็อกนั้นเริ่มจากเรื่องที่เราคิดและสนใจในขณะนั้นใช่ไหมล่ะ? ถ้าเรามากกว่าแค่สนใจ...อยากศึกษาจริงๆ เผลอๆ บล็อกที่เขียนเล่นออนไลน์ พอค้นหาข้อมูลมากเข้าอาจจะกลายเป็นต้นฉบับหนังสือเล่มหนึ่งก็ได้นะ อย่างเช่น คนชอบขิงและต้นหอมในโจ๊กมาก สงสัยว่าทำไมถึงมีขิงกับต้นหอม เขียนบล็อกทิ้งไว้ จนวันหนึ่งอาจจะต้องทำธีสิส เลยทำเรื่องโจ๊กในไทยใส่อะไรบ้าง !

    2. อ่านหนังสือ
    โธ่ อันนี้มันแน่อยู่แล้ว การอ่านคือการเดินทางรู้จักโลกที่ง่ายที่สุดเลยนะ แต่นี่ไม่ใช่ให้อ่านเรื่องราว แต่อ่านแล้ววิเคราะห์ มองกลเม็ดที่นักเขียนคนนั้นเขาใช้แล้วเอามาพัฒนางานตัวเองต่างหาก! อ่านให้ได้มากกว่าแค่เนื้อหาระหว่างบรรทัดเป็นงี้นี่เอง

    3. มองหาจากประวัติศาสตร์
    เพราะบุคคลในประวัติศาสตร์น่ะเป็นแรงบันดาลใจให้เราได้เสมอแหละ กว่าเขาจะผ่านอะไรๆ มาได้ก็ไม่น้อยเลย ช่วงหนึ่งของชีวิตเขาอาจจะจุดประกายไอเดียอะไรให้เราได้สักอย่างสิน่า มินิมอร์เองก็เคยทึ่งกับวีรกรรมของคนในประวัติศาสตร์อยู่บ่อยๆ เหมือนกันนะ

    (ภาพจาก fanpop.com)


    เหล่ากงเหล่าม่า งวดหน้าช่วย(มู่)หลานด้วย


    4. ท่องเที่ยว
    จะเดินทางไปไกลครึ่งโลก ไปดาวอังคาร หรือแค่ไปเช้าเย็นกลับ แค่หนึ่งการเดินทางก็ทำให้ชีวิตคนเราเติบโตได้แล้ว เชื่อสิ

    5. ออกไปชมธรรมชาติ
    การได้เดินพักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางธรรมชาติทำให้มนุษย์ได้เพลิดเพลินเสมอแหละ ผ่อนคลายจากการงานเครียดขึ้ง ได้เห็นอะไรสวยงามเจริญใจ กวี นักเขียน และศิลปินในสมัยก่อนก็ได้แรงบันดาลใจในการสร้างงานจากการชมธรรมชาตินะ สมัยนี้ก็ไม่ต่างกันหรอก

    (ภาพจาก lionking.wikia.com)

    นี่ก็เดินไปชมวิวไป ได้มา 1 ซิงเกิ้ลฮิต Hakuna Matata


    6. ออกกำลัง
    ไม่ใช่ว่าไปส่องคนอื่นในยิมออกกำลัง แต่การออกกำลังนั้นทำให้ร่างกายเราผ่อนคลาย เมื่อความเครีดยดไม่เหลือในร่างสมองก็ผ่องใส อะไรที่ตันๆ อยู่ก็พิชิตได้ไม่ยาก หรืออาจจะได้ไอเดียอะไรใหม่ๆ เจอหนทางดีๆ ให้ได้ทำงานต่อ!

    7. ศาสนา
    โดยพื้นฐานแล้วศาสนานั้นมีคำสอนให้คนเราผ่อนคลาย สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต และบางครั้งคำสอนของศาสนาก็สร้างแรงดลใจในงานเขียนให้เราได้ด้วย ไม่ว่าจะศาสนาไหน ฮินดู พุทธ คริสต์ อิสลาม ซิกส์ เต๋า หรือศาสนาอื่นๆ ย่อมมีแง่งามที่ให้กำลังใจและสร้างแรงใจได้นะ

    8. หนังสือพิมพ์
    หนังสือพิมพ์นั้นเป็นเหมือนรอยเกวียน ที่มักจะมีเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ ไม่มีวันจบสิ้น แต่บางทีข่าวกรอบเล็กๆ เกี่ยวกับเรื่องราวของเพื่อนมนุษย์ก็อาจจะทำให้เรารู้สึกชุ่มชื่นใจขึ้นมาได้ อย่ามองข้ามข่าวเล็กๆ นะ

    9. แอบฟังคนอื่นคุย
    ไม่ได้หมายถึงให้ไปแอบฟังเค้าอย่างจริงจัง ขนาดแอบเข้าบ้านไรงี้นะเอ้อ! หมายถึงเวลาเราอยู่ในที่สาธารณะ ท่ามกลางผู้คนมากมาย ลองตั้งสมาธิดีๆ อาจจะได้ยินคนคุยกัน แล้วมันเป็นเรื่องน่าสนใจที่เราไม่เคยพานพบมาก่อนในชีวิตนี้! มินิมอร์ขึ้นรถไฟฟ้าแล้วได้สตอรี่จากสาวออฟฟิศเด็ดๆ หลายเรื่องเลย ไม่ได้เอามาเขียนอะไรหรอก แต่ทำให้รู้ว่า โอ...โลกเรามีแบบนี้ด้วยนะ

    10. อ่านนิตยสาร
    ใช่ว่านิตยสารจะมีแต่เรื่องสำนวนดีๆ อยู่ (แน่นอน โฆษณาขายของก็มี) แต่ในนั้นก็มีทั้งงานเขียนแนว fiction และ non-fiction ที่เจ๋งๆ อยู่นะ อ่านเพื่อศึกษากลเม็ดได้ หรือบางทีอาจจะเจอเรื่องน่าสนใจในบทสัมภาษณ์ของสักคอลัมน์ก็ได้

    11. ดูหนัง
    เคยไหมที่ดูๆ หนังอยู่แล้วตัวละครในหนังพูดอะไรสักอย่างซึ่งเรารู้สึกว่า เฮ้ย !   ดี ! อยากเขียนถึงจัง นั่นละ ทำให้เราอยากเขียนบล็อกหรือเขียนบันทึกประจำวันเกี่ยวกับมันได้ และด้วยความที่เป็นหนังซึ่งเน้นการนำเสนอด้วยภาพ บางครั้งทิวทัศน์ที่สวยงาม มุมกล้อง ก็จะอาจเร่งเร้าให้เรามีแรงบันดาลจะเขียนสักอย่างก็ได้นะ 

    12. อ่านกระทู้
    "กระทู้" ของผู้เขียนต้นทางเป็นอย่างไรมินิมอร์ไม่อาจทราบได้ แต่กระทู้เว็บพันทิปนั้นบันเทิงมากจริงๆ มินิมอร์ไม่ได้อ่านในเวลางานนะเอ้อ *ออกตัวไว้ก่อน* กระทู้เหล่านั้นนี่มีอะไรให้ทึ่งทุกวันเลย ตั้งแต่การตั้งกระทู้เรื่องเล่า "เดี๋ยวมาต่อนะคะ" หรือคอมเมนต์ที่แสบๆ คันๆ บางทีก็มีเรื่องจริงที่น่าตกใจให้ได้อ่านด้วย (แต่จะจริงหรือเป็นกระทู้นิยาย เวลาจะตอบเราเอง)

    13. งานศิลปะ
    ผู้แนะนำต้นทางพูดถึงงานศิลปะ Pieta ของ มิเกลันเจโล แต่จริงๆ แล้วงานศิลปะอะไรก็ได้ ทุกแขนงเลย การได้ผ่อนคลายและใช่้ความคิดไปกับภาพวาดที่เห็น งานปูนปั้น หรืองานอาร์ทแขนงอื่นๆ ก็ทำให้เราได้พูดคุยกับตัวเองในความเงียบมากขึ้นนะ นี่หรือเปล่าในหอศิลป์ถึงขอผู้ร่วมชมงดใช้เสียง :>

    14. ฟังเพลง 
    มินิมอร์เป็นบ่อยเล้ย ฟังเพลงแล้วได้แรงบันดาลใจ ไม่ว่าจะเขียนบล็อก หรืองาน fiction ก็ตามที ไม่น่าเชื่อว่าโลกนี้จะมีเพลงที่ตรงกับสถานการณ์แรนด้อมในใจเราเนาะ ไม่ว่าจะเพลงคลาสสิค เพลงร็อค หรือ K-pop เพลงมันก็ทำให้หน้าที่สร้างความรู้สึกให้เราได้อยู่แล้ว ผู้เขียนพูดถึงการฟังเพลงในระหว่างทำงานด้วย... งั้นปะ ไปดาวน์โหลดกัน รู้หรือยังว่า iTunes ประเทศไทยเปลี่ยนหน่วยเงินเป็น บาท แล้ว แถมหลายอัลบั้มก็ลดราคาเยอะสุดๆ ทุกแนวเลย  Jazz , R&B หรือจะ Soul มีตั้งแต่เพลงละ 9 บาท 15 บาท ส่วนอัลบั้มเริ่มต้นที่ 89 บาท! ถูก! มินิมอร์โดนมาเยอะแล้ว *ร้องไห้หนักมาก* เราฟังเพลงเป็นแรงบันดาลใจได้โดยไม่ต้องไปเบียดเบียนศิลปินโหลดของเถื่อนเนอะ

    (ภาพจาก disney.wikia.com)

    สำหรับคณะนี้นี่ขอเตือนว่าให้เลือกเพลงที่จะร้องดีๆ...ไม่งั้นจะยุ่ง


    15. คุยกับเพื่อน
    เพื่อนๆ นี่แหละ ที่บางทีรู้จักเราดีเสียยิ่งกว่าเราเองเสียอีก บางครั้งการได้เจอหน้าพูดคุยกับเพื่อนบ้างก็เป็นเรื่องที่ดี สามารถเก็บเรื่องราวที่สนทนาเอามาเขียนบล็อกหรือบทความได้ ส่วนมินิมอร์ใช้จังหวะสนทนากับเพื่อนเขียนนิยายมาแล้ว โอ้โห จังหวะยังกะซิทคอม ต้องเอาไปใช้!

    16. รวมกลุ่มเพื่อนนักเขียน
    การอยู่ในแวดวงคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ เราก็จะพาให้เราได้ฝึกหัดทำอะไรสม่ำเสมอ เรียกได้ว่ามีแรงจูงใจกลุ่ม (หรือจะเรียกอุปาทานหมู่? ไม่มั้งงง) แบบเอ๊ะ คนนี้เขียน เราก็เขียนมั่งดีกว่า พออยู่ในกลุ่มคนที่ขยันเราก็จะเริ่มขยันตามไง บางทีก็มีการแจกโจทย์ให้ลองได้เขียนเป็นกิจกรรมร่วมนะ นี่ก็เป็นอีกแนวทางที่น่าสนใจ

    17. อ่านหนังสือสร้างแรงบันดาลใจ
    มันก็ต้องมีบ้างแหละช่วงที่ใจอ่อนล้าสุดๆ จนไม่อยากทำอะไร ลองอ่านหนังสือแนวนี้ดู!

    18. คำคม หรือโควทของคนสำคัญ
    ไม่ว่าจะเห็นพ้องหรือเห็นแย้ง การได้อ่านข้อความที่ "เขา" เคยพูดเอาไว้ย่อมทำให้เกิดความคิดในใจเราได้เสมอล่ะ บางครั้งแนวคิดของคนๆ นั้นอาจจะเป็นมุมมองที่เปิดโลกให้เราก็ได้นะ แบบ เฮ้ย คิดไม่ถึง ไม่เคยคิดแบบนี้มาก่อนเลย เจ๋ง!

    19. เล่นกับเด็ก
    เพราะเด็กนั้นมีมุมมองที่ผู้ใหญ่ไม่มี หาไม่ได้ เลียนแบบไม่มีวันเหมือน การเล่นกับเด็กๆ จึงเป็นกิจกรรมที่สร้างไอเดียได้ดีเลยล่ะ บางทีเล่นไปคุยไปก็จะเจอเรื่องที่ "เออ...คิดแบบนี้ก็ได้เว้ย" เพลินนะ!

    (ภาพจาก openwall.com)

    เดี๋ยวๆ นี่มันคนแคระ!


    20. อ่านบทกวี
    ความสวยงามของภาษา ฉันทลักษณ์ และจังหวะที่เกิดจากสัมผัส ทำให้บทกวีเป็นงานเขียนที่มีเสน่ห์ สามารถสัมผัสจิตใจของคนได้ง่าย ทั้งยังสร้างจินตภาพได้ไม่ยาก ถ้าใครไม่เคยลองอ่านบทกวี ลองสักหน่อยไหม

    21. เขียนบันทึกประจำวัน
    ข้อนี้ผู้เขียนแนะนำอย่างมาก การเขียนบันทึกประจำวันสั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อความที่คิดขึ้นได้ วิ่งที่ได้ยินมาเอาไว้ในหนังสือ เมื่อวันหนึ่งย้อนกลับมาดูเราจะใช้ประโยชน์จากมันได้ อาจจะเอาไปขยายเป็นงานเขียนที่จริงจังมากขึ้น

    22. ไปเว็บ Del.icio.us / Pinterest / Tumblr
    มินิมอร์ไม่เคยใช้งานเว็บ Del.icio.us หรอก ก็เลยจะเสนออะไรที่คล้ายกันและใกล้ตัวมากขึ้นอีกนิด มินิมอร์ว่า Pinterest ซึ่งเป็นเว็บรวบรวม รูปภาพ บทความ ก็ใช้งานได้เหมือนกัน Tumblr เองก็ดีนะ สนใจเรื่องดอกไม้หรือ? ลองเสิร์ชไป เราจะได้เห็นตั้งแต่ตัวดอกไม้ ไปยันการจัดโต๊ะอาหารแนว rustic ผสมกับช่อดอกไม้ท้องถิ่นสวยๆ เลย! นอกจากใช้เป็นไอเดียในการเขียน ยังใช้เป็นเครื่องมือค้นหาข้อมูลได้ด้วยนะ

    23.  ฝัน
    ผู้เขียนออกตัวว่าตนนั้นไม่เก่งเรื่องฝันกะจดฝันเอาไว้หรอก แต่มินิมอร์เก่ง! *ยืด* เอาจริงๆ มินิมอร์เคยฝันแล้วแบบ เฮ้ย สนุก เราควรจด เอาไปเขียนอะไรใรอนาคตได้ แต่พอล้มตัวลงนอนต่อก็เลยตื่นมาลืมจ้าาาา เทคนิคที่มินิมอร์จะแนะนำคือเมื่อตื่นขึ้นมาแล้ว ยังจำฝันได้ ให้หาทางจดฝันนั้นให้ได้ ไม่ว่าจะจดลงสมุด พิมพ์ลงมือถือ หรืออัพสเตตัสในเฟซบุ๊กก็ได้ แล้วหลังจากเราทำเสร็จ ทีนี้ก็จะไม่ลืมแล้วล่ะ ถึงลืมก็กลับมาดูได้! จากนั้นจะเอาไปใช้ยังไงก็เชิญ นี่มันฝันของเรา!

    (ภาพจาก disney.wikia.com)

    Once Upon A Dream นางเห็นผู้ชายในฝัน ตื่นมาเจอเล้ย
    ปะ! เราล้มตัวนอน ปฏิบัติ!



    24. เชคสเปียร์!
    ฮ่าาาา งานของนักเขียนและกวีระดับโลกผู้นี้ เป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินรุ่นหลังๆ มากมาย ในหลายวงการเลย ไม่ว่าจะสายกวีด้วยกันเอง นิยาย หรือกระทั่งงานภาพยนตร์ เพราะอะไรน่ะหรือ? เพราะภาษาที่รุ่มรวย และพล็อตเรื่องที่น่าสนใจ เล่นกับความซับซ้อนในใจคนไง และถ้าของไทยเองจะอ่านงานใครดี โอย เยอะเลย งานนักเขียนเก่า นักเขียนครู ใช่ว่าจะเอามาประยุกต์ใช้กับชีวิตในตอนนี้ไม่ได้นี่นา

    25. Google เลย!
    นึกไม่ออกถามอากู๋(เกิ้ล) ใช่เลย อยากเขียนเรื่องสุนัข แต่เขียนอะไรดีล่ะ ใส่คีย์เวิร์ดไปว่า weird + dog เดี๋ยวก็มีอะไรให้เขียนถึงเยอะแยะ

    26. เขียนอะไรก็ได้ เขียนแม่มเลย !
    เขียนไปเลย ห้ามพัก ห้ามหยุด ห้ามแก้ เป็นใช้วิธีเป้าหมายมีไว้พุ่งชน ในกรณีที่ตันสุดๆ นึกอะไรไม่ออก อะไรที่มัน 'ป๊อบ' เข้ามาในหัวมีค่าให้เขียนแน่นอน ลองโลด

    27. ระดมสมอง จดไอเดียสะสมไว้
    อันนี้คล้ายกับข้อข้างบนเลย กลับกันที่เปลี่ยนจากการเขียนๆๆๆ เป็นการคิดๆๆๆ แล้วก็จดเอาไว้ ไม่ใช่แค่คิดแบบนึกอะไรก็เขียนออกมาได้ เราสามารถลากเส้นความเชื่อมโยงหรือทำ mind map ให้ความคิดเราได้ด้วยนะเออ

    28. เปิด Flickr
    กระบี่มือหนึ่งจำนวนไม่น้อยเลยอัพภาพถ่ายในนั้น เชื่อไหมว่าคนที่เขามีมุมมอง หรือไอเดีย ถ่ายรูปปั้นเดียวกับเรา แต่เขากลับสร้างความรู้สึกที่แตกต่างได้ในภาพของเขา ฉะนั้นการลองเลื่อนๆ หาภาพถ่ายสวยๆ ใน Flickr ก็น่าลองนะ

    29. ออกจากวงจรเดิมๆ
    ทำงาน กินข้าวกลางวัน ทำงาน หาข้าวเย็นกิน กลับหอ นอน....นี่แหละคือวงจรที่เราทำซ้ำๆ ย้ำๆ แล้วก็ทำให้เราเบื่อหรือเหนื่อยโดยไม่รู้ตัว ลองปลดปล่อยตัวเองสักวัน เย็นนี้ขอไปดูหนัง วันนี้จะลองนั่งรถเมล์สายใหม่ แม้จะไปถึงปลายทางเดิน แต่สิ่งที่เราจะได้เห็นรอบตัวมันไม่เหมือนเดิมแน่นอน ลองนะ?

    30. อ่าน / ดู / ฟัง เรื่องราวคนที่ประสบความสำเร็จ
    ไม่มีอะไรเร่งเร้าเราได้ดีไปกว่าการมองเห็นความสำเร็จของคนอื่น... ไม่ว่าจะเกิดแรงฮึดเพราะอยากจะพัฒนาตัวเองอย่างที่เขาแนะนำ ฮึดเพราะอิจฉา หรือว่าฮึดเพราะอยากได้ความสำเร็จ ทุกข้อเลย...ไม่ผิดนะ เพราะท้ายสุดแล้วถ้าดูแล้วนั่งเฉยๆ ก็ไม่ได้อะไร ต้องลงมือทำซี่ จริงไหม?

    31. เฝ้ามองผู้คน
    ข้อนี้มินิมอร์ชอบมากที่สุดเลย (ตามประสามนุษย์ introvert) การได้อยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายโดยไม่ต้องไปมีปฏิสัมพันธ์อะไรเป็นความสุขอย่างหนึ่งนะ คือไม่จำเป็นต้องพาตัวเองไปนั่งที่ลานน้ำพุหน้าพารากอน ยิ้ม แพนกล้องเหมือนทำเอ็มวีก็ได้ แต่มินิมอร์ว่ามันหมายถึงการใส่ใจรายละเอียดในชีวิต ว่าเอ๊ะ คนๆ นี้มีการเปลี่ยนแปลงในชีวิตเหรอ ทำไมกัน เฝ้ามองห่างๆ ให้พฤติกรรมของเขาบอกเราเอง โดยไม่ต้องไปเจ๋อหรือเสนอหน้าให้เขารับรู้ก็ได้ (มันจะเปลี่ยนจากการเฝ้ามองไปสอดรู้แสนน่ะสิถ้าอย่างนั้น)

    (ภาพจาก disney.wikia.com)

    ตอนมองคนน่ะมองคนหลายคน แต่พอเรือแตกเลือกช่วยคนหล่อสุด ฉลาด!



    หมดแล้ว! 31 ข้อน่าสนใจ ที่เราสามารถใช้สิ่งต่างๆ รอบตัวเอามาพัฒนางานเขียนของเราได้ ไม่ว่าจะเป็นทักษะการเขียน อย่าง ใช้คำหลากหลาย เขียนได้คล่องขึ้น เขียนไม่มีคำผิด หรือเราจะเอาแนวทางนี้ไปพัฒนาทักษะการคิด เช่น จำแนกสิ่งต่างๆ เป็นหมวดหมู่ได้ดี เห็นความเชื่อมโยงของข้อมูล สามารถประมวลผลสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น ทั้งหมดทั้งมวลนี้เราเอามากระตุ้นให้ตัวเองเขียนหนังสือได้เลยนะ

    วันนี้มินิมอร์ก็ได้เอา Tips การรวบรวมไอเดียเพื่อสร้างงานมาฝาก ในวันหน้าจะมีเรื่องราวอะไรดีๆ มาเสนออีก ขอให้เพื่อนๆ โปรดติดตามด้วยนะ ไม่ต้องห่วงว่าจะแชร์ไม่ได้นะ เราแบ่งปันข้อมูลกันได้เสมอล่ะ 


    ขอบคุณข้อมูลจาก writetodone.com
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in