สิงคโปร์กับฟิล์ม 6 ม้วนSor Winchester
ม้วนที่ 6 : Fuji X-Tra 400

  • จิบกาแฟเสร็จแล้วก็ไม่รู้จะไปไหนต่อ  เลยหันไปถามแม่ว่าอยากไปไหนไหม
    แม่เงียบไปสักพักแล้วก็บอกว่าอยากดูอะไรที่มันเกี่ยวกับบาบ๋า  ยะหยา  
    เรากับพี่เลยลองค้นดูว่ามันมีอะไรบ้าง  เลยเจอ Peranakan Museum 
    และไม่รู้จะไปไหนกันอยู่แล้ว  เลยลองไปดูก็ได้

    บางคนอาจจะงงว่า เปอรานากัน (Peranakan) คืออะไร  บาบ๋า  ย่าหยา  คืออะไร

    หลายปีก่อน  ThaiPBS เคยเอาละครสิงคโปร์มาฉาย  ชืิ่อเรื่อง "บาบ๋า  ย่าหยา รักยิ่งใหญ่จากใจดวงน้อย" เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของชาวเปอรานากันคือสิงคโปร์
    เปอรานากันคือลูกครึ่งมลายูกับจีน  ซึ่งมีวัฒนธรรมผสมผสานระหว่างชาวมลายูกับชาวจีนฮกเกี้ยนที่อพยพเข้ามาในอดีต  (คร่าว ๆ ก็ประมาณนี้)

    ดูจากเส้นทางแล้วคิดว่านั่งรถเมล์แล้วลงเดินน่าจะสะดวกกว่า  เลยนั่งรถเมล์กันไป  ติดนิดหน่อย  แต่เทียบกรุงเทพมหานครบ้านเราไม่ได้เลยสักนิด


    ระหว่างทางก็ผ่านพิพิธภัณฑ์แห่งชาติด้วย  เจอกลุ่มนักเรียนมาทัศนศึกษา


    ตึกรามบ้านช่องสีสวยดี



    ภายในมิวเซียมเราไม่ได้ถ่ายอะไรมาก  เพราะตั้งใจดู  
    จังหวะที่เราไปก็มีไกด์นำทัวร์พอดี  มีอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ  ในมิวเซียมก็เจอคนฮ่องกงกับฝรั่ง (ไม่แน่ใจว่าชาติไหน)  ดูแล้วมีอะไรน่าสนใจเยอะแยะ  ทั้งเสื้อผ้า  เครื่องแต่งกาย  การแต่งงาน  เครื่องใช้เครื่องเรือน  ห้องครัว  อาหาร  ธรรมเนียมต่าง ๆ  มีแลกเปลี่ยนกันว่าที่จีนมีแบบนี้ไหม  ฮ่องกงมีแบบนี้ไหม  เราดูแล้วหลาย ๆ อย่างมีความคล้าย ๆ กับจังหวัดทางภาคใต้ของไทย  โดยเฉพาะเครื่องครัว   มีความคุ้นตา  เข้าใจว่าวัฒนธรรมก็คงส่งต่อและเผยแผร่กันไปตามพื้นที่ใกล้เคียง  และมีแสตมป์ให้ปั๊มเล่นเป็นที่ระลึก  สนุกดี  มีโมเดลกระดาษเป็นกล้องโบราณอันเล็ก ๆ ด้วย

    เดินในมิวเซียมจบก็ออกมาข้างนอก  เริ่มหิวแล้ว  พี่เราบอกว่าตรงนี้มันใกล้ห้าง  ไปหาอะไรกินในห้างน่าจะดี



    หลังกินข้าวก็แวะ Tiong Bahru Bakery สาขาในห้างนั้นแหละ  รู้สึกจะเป็น Raffles City ถ้าจำไม่ผิด  รอบนี้ลองชา  ก็ใช้ได้อยู่


    หลังจากนั้นก็กลับโรงแรม  และไม่ได้ไปไหนแล้ว  ฝนตั้งเค้าแล้ว  คิดว่าไปสนามบินเลยก็น่าจะดี  เพราะไม่รู้จะทำอะไรต่อเหมือนกัน  



    พอถึงสนามบินก็นั่ง Shuttle Bus ไปดูอาคารอื่นหน่อย  Terminal 4 ที่เพิ่งเปิดเห็นว่าสวยงาม  ไหน ๆ ก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้วเลยไปทัศนศึกษาสนามบินบ้านเขาหน่อย




    สะอาดสะอ้าน  เป็นระเบียบ  สวยงาม  น่าอิจฉาไปหมด 55555

    เช็คอินเอง  โหลดกระเป๋าเอง  ตามสบาย


    ส่วนเจ้าเด็กคนนี้สนุกกับการเล่นกระเป๋าเดินทางจนแม่บ่น


    เรามองผ่านกระจกใส ๆ เข้าไปถึงในเกท  สนามบินเขาช่างโปร่ง  โล่ง  สบายตาดีจัง


    เดินจนเบื่อแล้วก็กลับมาเช็คอิน  เข้าไปนั่งเล่นรอเวลาขึ้นเครื่อง
    โดยรวมก็เป็นทริปที่สนุกดี  แม้อากาศจะไม่ค่อยเอื้อเท่าไหร่  ประทับใจกับการคมนาคมที่สะดวกสบาย  แต่ไม่ค่อยประทับใจค่าครองชีพ 5555





    ฟิล์มเหลือก็กด ๆ ให้หมด


    เราไม่รู้ว่าจะพูดถึงอะไรเกี่ยวกับ Fuji X-Tra 400 เพราะชอบมาก ๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  และจะใช้ตลอดไป  เป็นฟิล์มกันตายสำหรับเรา  ความจริง C200 ก็ดี  แต่บางครั้งเราก็กะไม่ถูกว่าจะไปเจอสภาพแสงแบบไหน  เลยยึดหลักเดิม  ปลอดภัยไว้ก่อน  ขอ 400 ไว้เพื่อความอุ่นใจ 5555 

    บันทึกนี้ก็ไม่ได้มีอะไรที่เน้นเนื้อหามาก  แค่บันทึกเอาจากความรู้สึกและความทรงจำในตอนนั้น
    นึกเสียดายที่ไม่ได้เขียนตั้งแต่ตอนที่ยังจำอะไรได้เยอะกว่านี้  ผ่านมา 8 เดือนเพิ่งจะมาอยากเขียน
    เหมือนที่เขาว่าตีเหล็กต้องตีตอนร้อน ๆ  


    หวังว่าทริปต่อไปจะไม่ดองเอาไว้จนลืมแบบนี้


    ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านกันค่ะ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in