บันทึกลับเซินเจิ้นSALMONBOOKS
คำนำ



  • คำนำสำนักพิมพ์


    เมื่อพูดถึง ‘เซินเจิ้น’ เรามักนึกถึงของปลอม

    สมาร์ตโฟน โทรทัศน์ กระเป๋า หรืออะไรก็ตามแต่ที่หน้าตาดูก้ำกึ่งเหมือนจะดีอเรามักชอบพูดกันเล่นๆ ว่าของเซินเจิ้นหรือเปล่า พูดไปพูดมา โดยไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือมั่วชัวร์หรือไม่ เราก็มีสมการในหัวไปแล้วว่า เซินเจิ้นเท่ากับของปลอม พานจินตนาการไปว่าเมืองในประเทศจีนเมืองนี้ต้องคับคั่งไปด้วยของปลอมแน่ๆ จนกระทั่งเราได้คุยกับ ‘ศิลา บัวเพชร’

    สำหรับคนที่ไม่คุ้นชื่อ เราขอใช้พื้นที่ตรงนี้พูดถึงเขาสักเล็กน้อย

    ถ้าใครเคยอ่าน Way นิตยสารรสชาติเข้มข้นที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสังคมเป็นหลัก คงเคยผ่านตาคอลัมน์ ประเด็นก็คือ การ์ตูนความยาวสองหน้าที่แทรกตัวอยู่ในนั้น (หรือปัจจุบันที่ปรากฏอยู่ในรูปแบบออนไลน์) หรือสะดุดกับการ์ตูนที่มีลายเส้นจริงใจจนอาจเรียกว่าดิบ และเนื้อเรื่องที่ชวนให้งงเมื่ออ่านครั้งแรกกันบ้าง

    งงที่หนึ่งคือ การ์ตูนของศิลาตลกขำขัน (บางครั้งก็ขำขื่น) จนเราสงสัยว่าเขาแฝงตัวมาอยู่ท่ามกลางเนื้อหาเข้มๆ ใน Way ได้ยังไง

    งงที่สองคือ เนื้อเรื่องในการ์ตูนส่วนใหญ่ออกแนวส่วนตั๊วส่วนตัว เกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้เขียนล้วนๆ แต่ไม่รู้ทำไม ยิ่งอ่านยิ่งติด ยิ่งติดยิ่งขำ ยิ่งขำก็ยิ่งลงแดง ทุรนทุราย อยากเสพงานของเขาเรื่อยๆ จนเมื่อรู้ข่าวว่าเขาไปทำงานที่ประเทศจีน แถมยังเป็นที่เซินเจิ้น เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องของปลอม เราจึงได้โอกาสชวนเขามาเขียนหนังสือสักเล่ม

    “เซินเจิ้นก็ไม่ใช่เมืองของปลอมขนาดนั้นนะครับ”

    ...เงิบ

    ศิลาอธิบายให้ฟัง หลังจากเรานัดคุยกันครั้งหนึ่ง

    เขาบอกว่าเซินเจิ้นไม่ต่างอะไรจากกรุงเทพฯ ข้าวของแบรนด์เนมก็มีให้ใช้ อาหารอร่อยๆ ก็มีนะ! ระบบขนส่งก็แจ่มแจ๋ว อยากฮิปก็มีที่ให้เข้าถึง ผังเมืองก็ดีงาม

    ฟังไปฟังมาก็เหมือนจะเป็นเรื่องดีงามไม่ใช่น้อย

    “แต่…”

    สิ้นเสียงนั้น เขาก็เล่าเรื่องที่หวาดกลัวช่วงแรกๆ ทั้งการระแวดระวังของปลอม การต้องเผชิญกับคนจีน การต้องฝึกหัดภาษา รวมถึงการต้องปรับตัวในพื้นที่ใหม่ๆ ซึ่งเขาคันไม้คันมืออยากพูดถึงไม่ใช่น้อย

    ด้วยเรื่องที่อยากเล่ามีมากกกก และความลับที่พบเจอในเซินเจิ้นก็มีเยอะะะะ ศิลาจึงลงมือทั้งวาดทั้งเขียน เป็นหนังสือกึ่งบันทึกกึ่งการ์ตูนที่เป็นประสบการณ์อันแสนจะส่วนตั๊วส่วนตัวในมือคุณเล่มนี้

    แต่อย่างที่เราบอกไป ไม่รู้ทำไมว่าเรื่องเล่าของเขาถึงยิ่งอ่านยิ่งติด ยิ่งติดก็ยิ่งขำ

    กับหนังสือเล่มนี้ก็เหมือนกัน เราอ่านแล้วติดหนึบแทบวางไม่ลง และที่สำคัญ เราเพิ่งรู้ตอนนี้เองว่า ศิลาเขียนหนังสือสนุกเป็นบ้า


    สำนักพิมพ์แซลมอน 


  • คำนำผู้เขียน



    คุณเคยเห็นอุปกรณ์ชิ้นนี้มั้ยครับ?

    นี่คืออุปกรณ์ที่ออกมาเขย่าตลาดไอทีบ้านเราเป็นที่ฮือฮาทั่วบ้านทั่วเมืองเมื่อประมาณปี 2010 ปีเดียวกับที่ไอโฟน 4 เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่

    ถึงจะแปะโลโก้โซนี่บ้าง ซัมซุงบ้าง แต่ทุกคนก็รู้ว่าสิ่งนี้ไม่ได้มาจากผู้ผลิตที่แปะชื่อเอาไว้แน่ๆ

    มันมีชื่อเล่นว่าไอโฟนแม่สายบ้าง ไอโฟนเซินเจิ้นบ้าง มันไม่มีที่มาที่ไป ใครเป็นผู้ผลิตกันแน่ก็ไม่รู้ ที่รู้แน่ๆ มีแค่ว่า มันมาจากจีนแดง

    ทีเด็ดสำคัญของมัน นอกจากเป็นสมาร์ตโฟนแสนถูก แค่สามสี่พันบาท คุณก็เป็นเจ้าของโทรศัพท์จอสี มีกล้องถ่ายรูป สองซิมได้แล้ว แถมมันยังสามารถ ‘ดูทีวีได้’ ซึ่งไม่มีโทรศัพท์ยี่ห้อมาตรฐานไหนในโลกตอนนั้นเขาทำกัน

    คุณสมบัติสำคัญสองสามข้อนี้ ทำให้สิ่งนี้ฮิตระเบิดในหมู่ผู้มีรายได้น้อย และอากู๋เจ้าของกิจการที่มีเงินแต่ชอบเดินคลองถม

    อากู๋ของผมก็เคยซื้อมาฝากเครื่องหนึ่ง พอได้ลองใช้ ผมพบว่ามันห่วยแตกสิ้นดี ช้าก็ช้า ลงแอปอะไรก็ไม่ได้ กล้องก็มีไว้แค่สักแต่ว่ามี มีแค่การกางเสาออกมาดูโทรทัศน์นี่แหละที่มันทำงานได้ดี

    พอใช้ไปสักพักแบตก็บวม ผมก็ไม่กล้าใช้อีกต่อไป พร้อมกับการได้รับรู้ข่าวความอันตรายของมือถือไม่รู้หัวนอนปลายเท้าแบบนี้ที่ระเบิดบ้าง ไฟไหม้บ้าง ไฟช็อตบ้าง คำว่ามือถือแม่สายก็กลายเป็นคำที่สื่อความหมายไปในเชิงอเนจอนาถและน่าสงสารปนขำ

    สองปีหลังจากนั้น ผมถูกโชคชะตาพาให้ได้เดินทางไปทำงานยังเมืองต้นกำเนิดของอุปกรณ์ชิ้นนั้น ไปๆ มาๆ ก็อยู่ที่นั่นถึงห้าปี จนผมกลับมาเมืองไทย ในกระเป๋ากางเกงของผมตอนนี้พกมือถือยี่ห้อ Huawei มือถือสัญชาติจีนแดงที่กำลังมุ่งมั่นไล่ตามซัมซุง เพื่อก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของโลกในด้านยอดขาย หลังจากโค่นแอปเปิ้ลไปได้เมื่อไม่กี่เดือนก่อน

    บันทึกลับเซินเจิ้น ไม่ใช่หนังสือประวัติศาสตร์ไอที เรื่องวิชาการทางสถาปัตย์ และยิ่งห่างไกลจากหนังสือนำเที่ยว แต่นี่คือบันทึกว่า ในช่วงห้าปีนั้น ผมไปเจอเวรเจอกรรมอะไรในเมืองของไอ้พวกผลิตมือถือดูทีวีแบตบวมนั่นมาบ้าง


    ศิลา บัวเพชร



เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in