minimoni collectionหมูยิ้มยาก DaiyMizNight
สายฝนและใบไม้
  • Rain & Leaves
    "สายฝนและใบไม้ นำพาเราให้มาพบกัน"

    Pair : Namjoon x Jimin, minimoni 
    Rate : PG






    "เวรเอ๊ย ฝนมาตกอะไรตอนนี้เนี่ย"
    ผมเผลออุทานอย่างลืมตัว เพราะจู่ ๆ ฝนก็ตกลงมาแบบไม่เป่าปีเป่าขลุ่ยบอกสัญญาณกันก่อน อยากตกก็ตกเลย แล้วฝนตกแต่ฟ้าใสเนี่ยนะ เล่นทำเอาผมงงไปหมด

    ผมเข้าไปหลบฝนที่หน้าร้านอะไรสักอย่างซึ่งดูเหมือนจะเจ๊งไปแล้ว เพราะติดป้ายเซ้งด่วนมีวงเล็บด้านล่างด้วยว่า 'แบบว่ารีบสุด ๆ ใครสนใจเซ้งต่อ โทรเล้ย~!' ผมหลุดขำออกมาอย่างเสียไม่ได้ ป้ายเซ้งร้านสมัยนี้เขาทำกันแบบนี้แล้วเหรอเนี่ย แปลกจริง ผมหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมากางแล้วเช็ดหน้าเช็ดผมของตัวเอง

    "ฮัดชิ่ว!" ผมสะดุ้งตัวโยนและหันไปหาต้นเสียงที่อยู่ด้านขวามือ ปรากฏร่างชายหนุ่มคนหนึ่งสูงประมาณไหล่ของผมยืนกอดแขนตัวเองอยู่ สาบานว่าผมไม่สังเกตเห็นเขาเลยตอนที่วิ่งเข้ามาหลบฝนตรงนี้

    "เอ่อ คุณครับ ผมมีผ้าเช็ดหน้าอยู่ แต่ใช้ไปแล้วเมื่อกี๊ ถ้าไม่รังเกียจผมให้ยืมนะครับ" ผมถือผ้าเช็ดหน้าด้วยสองมือแล้วหันไปทักชายหนุ่มคนนั้น

    "ให้ผมยืมเหรอครับ ?" เขาหันมาหาผมแล้วทำหน้าแปลกใจพร้อมชี้นิ้วหาตัวเอง

    "ใช่ครับ ตะ แต่ถ้าคุณไม่ได้ต้องการก็ไม่เป็นไรครับ ผม-" ก่อนที่ผมจะพูดจบประโยคเขาก็เผยรอยยิ้มหวานจนตาหยีโค้งเป็นคันศรออกมาให้เห็นเสียก่อน ทำเอาผมชะงักปากเป็นใบ้กันไปเลย

    คุณพระช่วย! รอยยิ้มอะไรกันวะเนี่ย เหมือนมีศรมาปักที่กลางอกดังฉึก! แล้วตัวผมที่อยู่ข้างในก็ร้อง เอื้ออออออ ดาเมจ -99999

    นี่ยังไม่ทันพูดอะไรกันเยอะแยะ ผมก็โดนดาเมจขนาดนี้เลยเหรอ

    น่ารักชะมัดเลย!

    "ขอบคุณนะครับ" คุณยิ้มหวาน –ผมขอเรียกเขาว่าอย่างนี้แล้วกันนะครับ เขาพูดจบแล้วก็หยิบผ้าในมือผมไปเช็ดหน้าเช็ดผมของตัวเอง พอใช้เสร็จเขาก็บิดผ้าและสะบัดให้น้ำออก

    "ถ้าผมจะขอเอาผ้าไปซักแล้วเอามาคืนทีหลังจะได้หรือเปล่าครับ"

    "เอ่อ ผมไม่ว่าอะไรนะครับ แต่เราจะติดต่อกันยังไงนี่สิ" เราก็ไม่รู้จักกันถ้านัดเจอจะสะดวกมั้ยวะ ผมพยายามคิดหาทางให้เราเจอกัน แต่เหมือนจะลืมนึกถึงวิธีอะไรสักอย่างไปแฮะ

    "ผมขอเบอร์คุณได้ไหมครับ" คุณยิ้มหวานพูด

    เออว่ะ! ลืมได้ไงเนี่ยง่าย ๆ แค่นี้เอง

    "ได้สิครับ แน่นอน" คุณยิ้มหวานหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วสบตาผมเหมือนกำลังรอให้ผมบอกเบอร์อยู่ ผมนึกได้อย่างนั้นก็รีบบอกเขาไป

    "ผมยิงเบอร์ไปให้แล้วนะครับ" เขาบอก เกิดปีไหนเนี่ยหนุ่มคนนี้คำว่ายิงเบอร์สมัยนี้ผมแทบไม่ได้ยินแล้วด้วยซ้ำ

    น่ารักดีแฮะ

    ตึ๊ดึง

    เสียงไลน์แจ้งเตือนดังขึ้น ผมหยิบขึ้นมาเช็กดูก็ปรากฏรายชื่อเพื่อนใหม่เพิ่มเข้ามา เอ๊ะ ใครแอดผมมาเนี่ย ผมลองกดเข้าไปดูรูปเจ้าของบัญชีแล้วก็ต้องตกใจเพราะหน้าเหมือนคุณยิ้มหวานเลย

    ผมเอ๊ะรอบที่สอง มานึกขึ้นได้ว่าไลน์มันเพิ่มเพื่อนจากเบอร์ได้นี่หว่า

    ผมเงยหน้าขึ้นมองคุณยิ้มหวาน เขายิ้มให้ผม ผมแอบกุมใจเบา ๆ กลัวเขามองออก

    "คุณได้แอดไลน์ผมมาหรือเปล่าครับ" ผมยกหน้าจอโทรศัพท์ให้เขาดู

    "ใช่ครับ จะได้ติดต่อเอาผ้าเช็ดหน้าคืนไงครับ"

    ผมเอ๊ะรอบที่สาม หรือว่าเขาหลอกขอเบอร์ผมเพราะจะได้ไลน์ด้วย ใช่ ต้องใช่แน่ ๆ นี่ถามแค่เบอร์แต่ได้ไลน์ด้วยนี่นา ยิงปืนนัดเดียวได้ทั้งเบอร์ได้ทั้งไลน์!

    เห็นน่ารัก ๆ แบบนี้แต่ร้ายกาจไม่เบาเลย ฮึ่ม ๆ

    "เรายังไม่รู้ชื่อกันเลย ผม นที ครับ แล้วคุณ..." คุณนทีแนะนำตัวแล้วผายมือมาที่ผม

    "ผมชื่อธาราครับ" คุณนทีพยักหน้าให้ผม

    "ยินดีที่ได้พบนะครับคุณธารา" เขายื่นมือมาให้ผม

    "เช่นกันครับ" ผมจับมือทักทายกับเขา

    ฝนที่ตกอยู่ซาลงมากแล้ว แต่จู่ ๆ ก็มีลมแรงมากจากไหนก็ไม่รู้พัดมาจากทางคุณนทีจนเขาเซมาทางผม ผมเอาตัวบังลมให้จนกระแสลมเบาลงและสงบในที่สุด

    "เป็นอะไรไหมครับ" ผมถามพร้อมผละตัวออก

    "ไม่ครับผมไม่เป็นไร ขอโทษที่เซไปหานะครับ แต่ลมมันแรงมากจริง ๆ" เขาหัวเราะแหะ ๆ เหมือนแก้เขิน

    "ไม่เป็นไรครับ" ผมตอบ

    ผมยกข้อมือขึ้นจะดูเวลาแต่รู้สึกเหมือนอะไรเป็นผง ๆ ร่วงมาจากเสื้อ ปรากฏว่าเป็นเศษดินเศษทรายเกาะอยู่ ผมคิดว่าลมพัดเมื่อกี๊คงพัดเอาเจ้าพวกนี้มาด้วย คิดได้แบบนั้นผมเลยปัด ๆ มันออก

    "มีใบไม้เกาะผมอยู่แน่ะครับคุณธารา" เขาพูดจบก็เขย่งเท้านิดหน่อยแล้วหยิบใบไม้บนหัวให้ผม ตอนนั้นเองผมได้กลิ่นหอมติดหวานนิด ๆ จากตัวเขา ทำเอาใจเต้นโครมครามไปหน่อยนึงเลย

    "อ๊ะ ขอโทษครับผมคงเสียมารยาท" เขารีบชักมือกลับอย่างรู้สึกผิด

    "ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ได้ถืออะไรขนาดนั้น" ผมส่งยิ้มให้เขาเพื่อบอกว่าผมไม่ได้ว่าอะไร แต่เขากลับกระแอมไอออกมาเบา ๆ ซะงั้น

    สงสัยสำลักน้ำลายมั้ง

    "โอ๊ะ บนหัวคุณนทีก็มีใบไม้นะครับ" ผมชี้ไปที่ใบไม้นั้น

    "จริงเหรอครับ ออกหรือยังครับ" คุณนทีเอามือสางผมแล้วสะบัด ๆ แต่ใบไม้เจ้ากรรมก็ไม่ออกสักที

    "มานี่ครับเดี๋ยวผมหยิบให้" ผมลืมตัวเผลอออกปากอาสาแล้วยื่นมือไปหยิบมันออกก่อนที่เจ้าตัวจะอนุญาต

    "ออกหมดแล้วครับ"

    "ขอบคุณครับ"

    คุณนทีบอกเสร็จแล้วก็ไม่พูดอะไรต่อ เขายืนมองมาที่ตาผมอยู่สักพักหนึ่งทำเอาผมทำตัวไม่ถูกไม่รู้จะเอาตาเอามือไปวางไว้ไหนเลย ในระหว่างเดดแอร์ที่เกิดขึ้นผมก็เป็นฝ่ายทนไม่ไหวออกปากพูดขึ้นมาทำลายความเงียบนั้นเสียเอง

    "เอ่อ ฝนซาลงเยอะแล้วว่าไหมครับ"

    "อะ จริงด้วยครับ" คุณนทีสะดุ้งเล็ก ๆ เหมือนหลุดจากภวังค์ นี่ผมมีอะไรให้มองนักหนานะถึงจ้องนานขนาดนั้น

    หรือจริง ๆ ไม่ได้จ้องเราแต่เขาแค่เหม่อ เออเป็นไปได้

    "คุณธาราจะเดินไปทางไหนเหรอครับ" ทางนั้นครับ ผมชี้ไปทางด้านหลังของผม พอได้ยินดังนั้นคุณนทีก็แสดงสีหน้าเหมือนจะเสียดาย(หรือเปล่า?)

    "แหม เสียดายจังครับผมต้องไปอีกทางหนึ่ง" เขาชี้ไปทางด้านหลังของตัวเอง" อย่างน้อยผมก็เดาถูก

    "ถ้างั้นเราแยกกันเลยนะครับ ถ้ายังไงก็ติดต่อมานะครับ" ผมพูดจบก็โบกมือลาแล้วเดินออกมายังทางที่ว่า ไม่วายแอบหันหลังกลับไปหาอีกฝ่ายที่โบกมือลาแล้วก็เดินไปทางของเขาเหมือนกัน

    "คุณธารา!" เขาหันกลับมาตะโกนเรียกผม

    "ครับ!" ผมตะโกนตอบ

    "เดินทางดี ๆ นะครับ"

    "เช่นกันครับคุณนที"

    แล้วเขาก็โบกมือลา

    "พี่น้ำ!"

    ผมสะดุ้งหันกลับไปยังต้นเสียงที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับผม ตอนนี้พวกเราอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ด้านนอกมีสายฝนกำลังโปรยปรายลงมาไม่ขาดสายทำให้ผมอดจะนึกถึงเหตุการณ์ที่พวกเราพบเจอกันครั้งแรกไม่ได้

    "เหม่ออะไรอยู่ครับคนดี" นทีถามขึ้นและยื่นมือวางไว้บนโต๊ะ

    "เห็นฝนเลยนึกไปถึงตอนที่เราเจอกันครั้งแรกน่ะ" ผมยื่นมือไปประสานกับมือของเขา

    "หืม จะว่าไปเราเจอกันครั้งแรกตอนฝนตกนี่เนาะ คิดถึงจัง" เขาหัวเราะตาหยี

    "น่ารักจัง" ผมชมเขา ทำให้คิ้วของเขาเข้ามาชนกันจนเกือบผูกเป็นโบแน่ะ

    "อะไรพี่ อยู่ ๆ มาชมอะไร" เขายกมืออีกข้างมาลูบหน้า นั่นเป็นอาการที่เขาจะทำถ้าเขาเขินครับ

    "เนี่ยน่ารักอีกแล้ว" เขาเปลี่ยนจากลูบหน้าเป็นปิดหน้าตัวเองไปแล้วครับ

    "พอได้แล้วน่า หยุดแกล้งผมสักที" ผมอดที่จะหลุดหัวเราะออกน้อย ๆ ไม่ได้เลย เอ็นดูคนตรงหน้าเสียจริง

    "ก็ครั้งแรกที่เจอกันนทียิ้มแบบนี้ด้วยนี่นา น่ารักตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เลย เบา ๆ ลงหน่อยสิ หัวใจพี่มันจะรับไม่ไหวเอานะ" ผมดึงมือที่ประสานกันอยู่ของเขามาทาบที่อกซ้าย

    "ไม่เอาน่าพี่น้ำ อายคนอื่นเขา" เขาชักมือเรากลับมาวางที่โต๊ะเหมือนเดิม

    "ไม่เห็นต้องอายเลย พี่อยากกุ๊กกิ๊กกับ 'แฟน' พี่บ้างไม่ได้เหรอ"

    "...." หันหน้าหนีเลยทีนี้ อายม้วนแล้ว

    ผมหยุดแกล้งเขาแล้วมองไปที่มือของเราที่กำลังประสานกันอยู่ ที่นิ้วนางของผมแล้วเขามีแหวนสวมอยู่ด้วย แค่ผมเห็นว่าเราทั้งสองสวมแหวนเหมือนกัน อยู่ด้วยกัน ผมก็มีความสุขไปทุก ๆ วันแล้ว

    "รักนะ นที"

    "....รักเหมือนกันครับพี่น้ำ"

    "แน่ะ เขินเหรอ"

    "เปล่าสักหน่อย"

    เนี่ย ก็เล่นน่ารักแบบนี้จะไม่ให้แกล้งได้ไงไหว

    จบ.

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in