BETWEEN MOVIES AND Iw.allflower
500 Days of Summer และฉันในปี 2015

  • มันเป็นความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่างการลืมกับการจำ หลังจากดูจบก็คิดว่าเราคงไม่อยากจมอยู่กับร่องรอยในอดีตที่รังแต่จะพาความเจ็บปวดหรอก สุดท้ายแล้วเราก็จะพาตัวเองออกมาจากจุดนั้น เป็นการเล่าเรื่องแบบย้อนหลัง ตัดกันไปมาที่ไม่ได้โฟกัสกับช่วงเวลา 


    แถมพระเอกเป็นตัวเดินเรื่อง(หรือเปล่าวะอีกต่างหาก มันเลยยิ่งทำให้รู้สึกว่า "เอ้อ บางทีความรักมันก็โหดร้ายแบบนี้แหละ" ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้เศร้าดราม่าจนจมดิ่งก็เถอะ แต่การที่พระเอกเดินเรื่องเนี่ยแหละ เราเลยไม่รู้อะไรเกี่ยวกับนางเอกสักเท่าไหร่ แต่เป็นตัวแปรตัวสำคัญโคตร ๆ ในเรื่อง การที่นางเอกไม่อยากติดป้ายประกาศผูกมัดกับใคร มันเลยกลายเป็นหนามทิ่มแทงพระเอก คนที่เชื่อในความรัก พรหมลิขิต มาเจอกับคนที่ไม่เชื่อเรื่องอะไรแบบนี้เลยมันยิ่งเหมือนอยากรู้ว่าสุดท้ายแล้วใครถูก

    (ไม่สิคำตอบอันไหนจะถูกตอบ) 

    "คนมันจะใช่ เดี๋ยวมันก็เจอเอง" 

    การกระทำของนางเอกบอกแบบนั้น นางบอกว่านางไม่อยากมีแฟน แต่สิ่งที่ทำกับพระเอกมันมากกว่าแฟน... แล้วเป็นไงสุดท้ายคู่กันมั้ย... เป็นพระเอกนี่เอาเทปย้อนหลังตอนนางเอกพูดมาให้ดูเลย

    อีกอย่างหนึ่งก็คืออาชีพของพระเอกเนี่ยแหละ ถ้าเป็นในประเทศเรานี่ก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นอาชีพที่จริงจังถึงขนาดเป็นอาชีพหลักได้ แถมพระเอกยังจบสถาปัตย์มาอีก (หมายถึงชีวิตเรายิ่งต้องการความมั่นคงมันยิ่งผันผวนน่ะนะ) ชอบฉากที่วาดตึกบนแขนนางเอกด้วย มันดูอบอุ่นแบบแปลก ๆ ตั้งตารอมานานว่าเมื่อไหร่จะถึงวันที่ห้าร้อย คือเป็นห้าร้อยวันที่สี่ร้อยกว่าวันหมดไปกับการนึกถึงช่วงเวลาดี ๆ ที่เคยมีจนเศร้าไปเอง ไอตอนวันที่สี่ร้อยบทจะเจอกันมันก็ง่าย ๆ แบบนี้เลย คว่ำครวญมาตั้งนานพอเจอกันก็ต้องทำตัวเหมือนปกติ ลืมไปอย่างโคลอี้น่ารักมากยังเด็กอยู่เลย นางออกมากี่ฉากก็น่ารักไปหมด แถมพูดดีอีกต่างหาก นางเอกตาสวยมากสีตานางนี่โอยหลงเลย ผลของการติดซีรีส์พอมาเห็นแมทธิวเล่นบทปกติ ๆ บ้างมันก็เลยแปลกตาไปเลย เพื่อนแท้เพื่อนยากของพระเอก จะว่าไปแล้วไอการเล่าเรื่องแบบสลับไปสลับมาเนี่ย มันเลยทำให้เดาเรื่องได้อยู่หรอกว่าคงไม่แฮปปี้ แต่มันก็ไม่ได้แย่เลย 

    อย่าว่าแต่ในหนังเลย ในชีวิตมันก็ไม่ได้จบแฮปปี้ไปซะทุกเรื่องหรอก 

    มันไม่ได้จบแบบพระเอกนางเอกคู่กันแต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบนะ นี่ชอบหลายท่อนมากในหนังเนี่ย แถมเพลงก็มาถูกจังหวะอีก ดูตอนเครียด ๆ มันก็เลยผ่อนคลายไปหน่อย ตอนจบนี่ อืมจ้าเลย คุ้มค่ากับการดูเลยล่ะ พระนางก็แสดงดีด้วย ฉากเจอนางเอกครั้งสุดท้ายพระเอกหล่อมาก หล่อแบบทั้งเรื่องเพิ่งจะมาหล่อเอาตอนจบ...


    - หนังในความทรงจำ และความรู้สึกที่เกิดขึ้นในตอนนั้น พอย้อนกลับมาอ่านแล้วรู้สึกว่า เราอาจจะกำลังพาตัวเองไปอินกับความเศร้าอีกครั้งแบบในหนังซะอย่างนั้น


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in