Abysspiyarak_s
Day 16 : Spirit
  • รสนิยมเรื่องอาหารของวินเซนต์ แอปเปิลบี้ไม่มีที่ติ สมกับเป็นอาจารย์สอนทำอาหาร
    ร้านอาหารไทยที่เขาเลือก ชื่อประหลาดไปหน่อย คือ หมึกหัวเราะ หรือ Giggling Squid
    แต่อาหารดี บรรยากาศใช้ได้ ราคาไม่แพงเกินไป เขาแนะนำให้ผมลองเบียร์ช้างที่เสิร์ฟในร้าน
    แต่ผมขอผ่านไปก่อนด้วยเหตุผลว่า รอไปดื่มต่อที่ผับที่เขาอยากพาไปมากกว่า และเขาก็ตกลงง่าย ๆ


    วินเซนต์เป็นคนเอาใจเก่ง และปลายปลื้มกับการที่ผมยกให้เขาเป็นคนตัดสินใจทุกอย่างให้
    สายตาของเขาที่มองผมแสดงชัดว่า เขาสนใจผม และชอบใจที่ผมฟังที่เขาเล่า และนำเสนอ
    ระหว่างที่เราอยู่ในร้านอาหารไทย เขาทำอย่างที่เขาบอกผมไว้ก่อนหน้านี้ว่า เราจะคุยกันเรื่องคดี
    ผมบอกเขาเกี่ยวกับสิ่งที่ได้จากการไปสอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายให้คำปรึกษาเท่าที่ผมพอจะบอกเขาได้
    ผมบอกเขาว่า ไม่พบว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีความใกล้ชิดกับวิทยาลัยและคนในกำกับของฝ่ายเขา


    “ขอผมพูดตรง ๆ นะ ฮัล” เขาเอ่ยหลังจากจบมื้ออาหาร “ผมดีใจที่ได้ยินว่า คนของเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง”
    “แต่... คุณยังมีคำว่าแต่ใช่ไหม” ผมทัก ในขณะที่วินเซนต์หัวเราะเบา ๆ แล้วพยักหน้ายอมรับ
    “ใช่...” เขาบอก “แต่ผมอดคิดไม่ได้ว่า คนที่ฆ่าพวกเขาก็อาจยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับวิทยาลัยอยู่ดีนั่นเอง”


    รอยยิ้มของเขาหายไปแล้ว น้ำเสียงของเขาฟังดูจริงจังกว่าเดิม “มีคนคนหนึ่งที่ผมคิดว่า คุณควรไปพบ”
    “ใครครับ” ผมขมวดคิ้ว ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยอารมณ์รื่นเริงของคนที่นั่งตรงข้ามเครียดขรึมยิ่งขึ้น
    วินเซนต์ แอปเปิลบี้ลดเสียงลง และเรียกผมให้โน้มตัวไปหาเขาใกล้ ๆ ราวกับกลัวใครจะได้ยิน
    ทั้งที่ช่วงเวลาที่เราไปทานอาหารเย็น แทบไม่มีลูกค้าคนอื่น และโต๊ะของเราอยู่ในมุมส่วนตัวพอควร


    “ดร. เฟรเดอริก เครตช์เมอร์” ชื่อที่เขาเอ่ยออกมาทำให้ผมนิ่งอึ้ง รู้สึกว่ามือของตัวเองเย็นเฉียบ


    “เขาเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย” ผมพยายามทำเสียงให้เป็นปกติ แต่ผมไม่รู้เลยว่าสีหน้าผมมีพิรุธแค่ไหน


    “ผมแค่สงสัย” น้ำเสียงของเขาดูลังเล เหมือนรู้สึกผิด “ผมรู้จักเขาผ่านเพื่อนที่ทำงานด้านจิตวิทยาอีกที...”


    “ผมขอโทษนะ ฮัล ที่ไม่ได้บอกเรื่องนี้กับคุณแต่แรก ตอนที่ได้พบคุณที่มหาวิทยาลัย... ผมไม่รู้จะพูดยังไง”
    เขาเงียบไปครู่หนึ่ง มือของเขาเลื่อนขยับขึ้นมาวางบนมือของผม ช้อนสายตาจากมือผมมาสบตากับผม


    “ตอนที่เกิดคดีที่สอง... คดีของมิสเฮอร์สิกอส... ผมอยู่ลอนดอน และพักอยู่ในโรงแรมใกล้กับที่เกิดเหตุ”
    มือของเขาที่วางทาบไว้เฉย ๆ ในคราวแรก กุมมือของผมแน่นขึ้น เขาเหลือบตาลงต่ำ กลืนน้ำลาย
    ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมามองผมอีกครั้ง “ผมออกมาวิ่งตอนเช้า เป็นตอนนั้นเองที่ผมพบ ดร. เครตช์เมอร์
    ทีแรก ผมตั้งใจจะเข้าไปทักเขา แล้วถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาดูไม่สนใจใครทั้งสิ้น ทั้งที่เทปกั้นไกลมาก
    จนแทบไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลย กระทั่งคุณเดินออกมา พร้อมกับพวกตำรวจคนอื่น เขามองคุณตลอดเวลา”


    “นั่นคือสิ่งที่ผมจำได้ ในวันนั้น” วินเซนต์เม้มปากแน่น สายตาของเขาไม่ละไปจากใบหน้าของผม
    “ผมไม่รู้ว่าเกิดเหตุอะไรขึ้นนอกจากมีคนพบศพหญิงนิรนามเท่านั้น แต่ ดร. เครตช์เมอร์ดูไม่สนเรื่องนั้น
    ผมจำสายตาของเขาที่มองคุณได้ติดตา เขาไม่เคยมองใครด้วยสายตาแบบนั้น และผมไม่สบายใจเลย ฮัล
    ผมกลับไบรตันมา โดยที่ไม่รู้ว่าจะติดต่อคุณได้ยังไง จนกระทั่งคุณมาขอพบผมที่วิทยาลัยในวันนี้”


    มีบางอย่างในดวงตาของเขาที่ทำให้หัวใจของผมกระตุก มีอะไรบางอย่างในนั้นที่ทำให้ผมต้องหลบตา


    “ผมจำคุณได้นะ ฮัล เพราะคุณไม่เหมือนคนอื่น” วินเซนต์บอก “ผมดีใจที่ได้เจอคุณ แล้วคุณก็ยอมฟังผม”
    ผมพูดไม่ออก รู้สึกว่าลำคอของตัวเองแห้งผาก ภาพของลีโอแวบเข้ามาในความคิด “วินเซนต์... ผม...”


    “ผมเข้าใจ ฮัล... ผมเข้าใจ” รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักศึกษายิ้มให้ผม และค่อยคลายมือออกไป
    “มันเร็วเกินไป แล้วมันก็ฟังดูบ้าบอเกินไป ที่ผมจะติดใจคุณ คนที่ผมไม่รู้จักแม้แต่ชื่อมากถึงขนาดนี้
    ผมไม่ได้ขอให้คุณตัดสินใจอะไรเลย เราจะคุยกันแค่เรื่องงานก็ได้ แต่ผมชอบคุณนะ... ผมพูดจริง ๆ”


    สิ่งที่เขาเอ่ยออกมาตอนนั้น ทำให้ผมหน้าชาวาบ ก่อนที่จะรู้สึกถึงความร้อนที่แล่นวูบไปทั่วใบหน้า


    “คุณยังจะไปดื่มกับผมอยู่ไหม...”


    ผมไป


    แทนที่จะเป็นเบียร์หรือเอล ผมตัดสินใจเลือกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำพวกสปิริต (Spirits) หรือเหล้ากลั่น
    แอลกอฮอล์สูง ละเลียดจิบทีละน้อย ส่วนวินเซนต์ที่ต้องขับรถเลือกดื่มดรายไซเดอร์ของท้องถิ่นหนึ่งขวด
    ดูเขาคุ้นเคยกับบาร์เทนเดอร์ดี และกระซิบบอกบางอย่างกับบาร์เทนเดอร์ก่อนที่เขาจะเสิร์ฟให้ผม

    “บรั่นดีมีความหมายว่าน้ำที่ติดไฟได้” วินเซนต์บอก ขณะบาร์เทนเดอร์จุดไฟลงบนผิวของน้ำสีอำพัน
    เปลวไฟสีฟ้ากลิ้งไปตามทิศทางที่เขาแกว่งบรั่นดีในแก้วช้า ๆ กลิ่นหอมเฉพาะตัวของเหล้ากระจายไปทั่ว
    กระทั่งเปลวไฟดับลง แก้วบรั่นดีที่อุ่นอยู่จึงถูกวางลงบนเคาน์เตอร์ด้านหน้าผม “พิเศษสำหรับคุณนะ ฮัล”

    ผมจรดแก้วบรั่นดีเข้ากับริมฝีปาก 
    ความหอมของแอลกอฮอล์กลั่นที่ถูกความร้อนกระตุ้นสัมผัสประสาทรับกลิ่น
    ก่อนที่รสละมุนของเครื่องดื่มนั้นจะกระจายไปทั่วปาก... 
    ผลลัพธ์ของการเล่นกับไฟมักหอมหวานกว่าปกติเสมอ


    ภาพในวันที่ผมพบกับนีล แมคเคนซีครั้งแรกและครั้งสุดท้ายหวนคืนมาในความทรงจำอย่างช่วยไม่ได้
    เราคุยกันอย่างคนที่ไม่เคยรู้จักกัน นีลดูประหม่าในคราวแรก แต่ไม่นานนัก เขาก็ยิ้มและหัวเราะออกมา
    เขาเป็นคนมีเสน่ห์เวลายิ้ม ดวงตาสีนิลสวยคู่นั้นเป็นประกายเมื่อเราพูดคุยกันอย่างถูกคอมากขึ้น
    ผมเป็นฝ่ายชวนเขา และเขาก็ยินดีไปกับผม แต่เวลานี้ ผมอยู่ในสถานะเหมือนนีล เมื่ออยู่กับวินเซนต์


    “เราไปต่อกันที่บ้านผมไหม” เขาเอ่ยถาม มือของเขาวางอยู่บนต้นขาของผม ใต้เคาน์เตอร์ของบาร์
    ผมปล่อยให้เขาทำอย่างนั้นโดยที่ไม่ว่าอะไร และวางมือลงบนมือของเขา ก่อนส่ายหน้าเป็นคำตอบ
    “ผมไม่ชอบไปค้างบ้านใคร แล้วก็ไม่ชอบให้ใครมาบ้านผมด้วย” ผมบอกเขา “แต่ถ้าคุณอยาก...”


    ผมรอจนบาร์เทนเดอร์เดินไปทักทายแขกรายใหม่อีกทางหนึ่ง จึงโน้มตัวไปกระซิบข้างหูของเขา
    “ถ้าไม่เปิดห้องในโรงแรมสักที่ เราทำกันในรถ หรือแอบทำกันในห้องน้ำก็ได้ ที่ไหนก็ได้ที่ไม่มีใครเห็น”


    ผมรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหายใจของเขาแรงขึ้น สีหน้าของเขาในเวลานั้นดูกังวล แต่ตื่นเต้นมากกว่า
    “ผมพูดตรงเกินไปหรือเปล่า” ผมถาม เอียงศีรษะ กระทั่งผมบีบมือเขาแรง ๆ วินเซนต์ถึงค่อยรู้ตัว
    “เปล่า” เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย แต่อาการนั้นหายไปอย่างรวดเร็ว “ผมแค่นึกว่าคุณไม่ชอบที่ผมถาม”


    “คุณเป็นแบบที่ผมชอบนะ วินเซนต์” ผมยิ้มให้ เลื่อนมือของตัวเองไปวางไว้บนเข่าของเขาแล้วลูบเบา ๆ
    “ผมต่างหากที่ควรจะกลัวว่า คุณจะมองผมเป็นคนแบบไหน ที่เสนอสถานที่อะไรแบบนั้นให้คุณ”
    “ผมแค่คิดไม่ถึงน่ะ” เขาหัวเราะ หยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาจะจ่ายเงิน แต่ถูกผมห้ามไว้
    “ตาผมบ้าง ที่ร้านอาหารคุณจ่ายไปแล้ว” ผมบอก และขยิบตาให้ “คุณคิดไว้นะ ว่าจะเป็นที่ไหน”


    เราลุกจากเก้าอี้หน้าบาร์ เดินไปที่แคชเชียร์ เป็นตอนนั้นเองที่โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของผมดังขึ้น
    ผมหยิบธนบัตรสิบปอนด์จากกระเป๋าเงินให้วินเซนต์เป็นคนจ่ายค่าเหล้าพร้อมกับทิปพนักงานไปด้วย
    ส่วนผมเดินเลี่ยงออกมาคุยโทรศัพท์ที่มุมหนึ่ง แต่ยังคงอยู่ในสายตาของเขา และเห็นเขามองมายังผม
    เมื่อวางสาย เขาก็เดินเข้ามาหา สายตาที่แสดงความเสียดายของเขาบอกว่า เขาเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

    “ขอโทษนะ วินเซนต์ พีทเสร็จงานแล้ว เรามีเรื่องสำคัญที่จะต้องคุยกัน” ผมบอกเขา “พีทกำลังมารับผม”
    “ไม่เป็นไร ผมเข้าใจ” วินเซนต์ยิ้มให้ ใช้มือแตะหลังผม ระหว่างที่ผมไปส่งเขาที่ถนนหน้าผับที่ใช้จอดรถ
    “ผมนึกว่าแฟนคุณโทรมาซะอีก ไม่งั้นผมคงอกหัก” เขาว่าขัน ๆ แต่สิ่งที่เขาพูดทำให้ผมสะอึกไปนิดหนึ่ง
    “มีคนที่ดูไว้ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจคบน่ะ” ผมฝืนยิ้ม หวังว่าเขาจะจับความรู้สึกที่ผมพยายามซ่อนไว้ไม่ได้


    “ผมยังมีโอกาสอยู่สินะ ฮัล” เขาถาม ส่วนผมพยักหน้าแทนคำตอบ 
    “ผมต้องมาที่นี่อีกหลายหน ไว้ผมโทรหานะ”
    ดวงตาของวินเซนต์สะท้อนความหวังออกมาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินคำนั้น 
    “คุณจะไม่ทำให้ผมผิดหวังใช่ไหม”
    ผมไม่ตอบ แต่ดึงเนคไทของเขาให้โน้มลงมาหา จูบเขาที่ริมฝีปาก นานมากพอที่จะยืนยันกับเขาได้


    เขาถามผมว่า แน่ใจหรือว่าไม่ต้องการให้เขารอเป็นเพื่อน ผมส่ายหน้า วินเซนต์ยังดูลังเลและอาวรณ์
    แต่ในที่สุด เขาก็ขึ้นรถ โบกมือให้ ผมโบกมือตอบ มองเขาขับรถออกไป ก่อนถอนใจออกมาอย่างโล่งอก


    To be continued >>> Day 17-18 : Sky and Bed sheet 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
dalnimxstar (@dalnimxstar)
เสน่ห์แรงจริงพ่อคุณ ตอนนี้สมองทำงานหนักเลยค่ะ twist ไปมาในหัว พยายามสอดส่องหา hint อย่างระแวงระแวดระวังสุด ๆ 5555
piyarak_s (@piyarak_s)
@dalnimxstar 5555 แสดงว่ามีผู้ต้องสงสัยในใจแล้วสินะคะ
dalnimxstar (@dalnimxstar)
@piyarak_s 55555 เห็นลงตอนใหม่แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาอ่านต่อว่าจะได้เลื่อนขั้นเป็นผู้ต้องหามั้ยนะคะ