my writings.kurobakana
[OS] Got a secret, can you keep it?



  • The Office The Series (1)


    Theme: Secret




    Pairing: Chwe Hansol x Boo Seungkwan


    Rating: PG13


    Warning: เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริงแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน



























    The story of some guy

    who can't keep the secret.







    “รักแรกของฮันซลซอนเบเป็นยังไงเหรอคะ?”





    ผมเลิกคิ้วมองคิม เยริม รุ่นน้องร่วมแผนกไอที เธอเองมองตรงมายังผมด้วยสายตาใคร่รู้อย่างปิดไม่มิด “หน่า บอกหน่อยนะคะ เรารู้จักกันมาตั้งห้าหกปีแล้ว ชานก็อยากรู้ เนอะ ๆ ชาน อีชาน!”



    คนที่ถูกโบ้ยมาโดยไม่ทันตั้งตัวมองเพื่อนสนิทที่กระทุ้งศอกใส่ตนอย่างไม่เข้าใจ ได้แต่เออออแบบงง ๆ เท่านั้น



    ผมยกกาแฟขึ้นจิบครั้งหนึ่ง พลางนึกถึงเหตุการณ์ในช่วงนั้นไป



    ผมมองเยริมอีกครั้ง



    “สมัยอนุบาลมั้ง หัวหน้าห้องข้าง ๆ กันเนี่ยแหละ จำได้เลยว่าตอนนั้นชอบเธอมาก เดินทื่อ ๆ ไปบอกกับเธอว่าชอบ แค่นั้น” ผมหัวเราะ ทั้งเรื่องบ้าบอสมัยยังเด็กมาก ๆ กับบางอย่างในแววตาของหญิงสาว 



    ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเจ้าหล่อนกำลังไม่พอใจในคำตอบของผม



    “แล้วถ้าเป็นรักที่หมายถึงรัก ตกหลุมรักอะไรเทือก ๆ นี้ล่ะคะ ใครเป็นคนที่ทำให้คุณรู้สึกแบบนี้คนแรก?”



    หัวใจของผมเต้นผิดจังหวะไปครู่หนึ่ง อันที่จริงคำถามแนว ๆ นี้เป็นคำถามที่ผมเจอนับครั้งไม่ถ้วน คนแรกที่ผมนึกถึงกลับไม่ใช่คนที่ผมเลือกตอบออกไป 



    น่าเบื่อนะว่าไหม



    เยริมยิ้มกว้าง ดวงตาของเธอเป็นประกายคล้ายเด็กที่เจอของเล่นถูกใจ ต่างกับชานซึ่งกำลังเลิ่กลั่กอย่างชัดเจน ดูจากความพยายามสะกิดเพื่อนสนิทให้หยุดนั้นสิ



    ผมหัวเราะ



    “ตกหลุมรักนะเหรอ จะตอบยังไงดีล่ะ คนเดียวกับคำถามแรกของเธอล่ะมั้ง”



    “โกหกหน่าซอนเบ สมัยอนุบาลคุณรู้จักคำว่าตกหลุมรักแล้วเหรอคะ” หญิงสาวส่ายหัวไปมากับคำตอบของผม 



    “แล้วเธอจะให้ฉันตอบยังไง?”



    “ก็คนที่คุณ—” 



    “เฮ้!”



    เสียงที่ดังอยู่หน้าห้องพักผ่อนประจำแผนกไอทีเรียกความสนใจจากพวกเราทั้งสามคนได้ไม่ยาก กลิ่นกาแฟสดที่อบอวลภายในห้องถูกแทรกด้วยกลิ่นเจือจางของน้ำหอมที่ผมชอบ



    “ชาน มาด้วยกันหน่อย ยุนควาจังนิมมีเรื่องจะคุยกับเธอน่ะ เขาบอกว่าโปรแกรมที่เธอลงให้ครั้งก่อนเป็นอะไรอีกแล้วก็ไม่รู้” เสียงห้าวที่ฟังดูก็รู้ว่าเจ้าตัวไม่สบอารมณ์ดังขึ้น ดูจากผมที่ฟูฟ่องก็รู้ว่าถูกพวกพี่ ๆ ในแผนกใช้งานสาหัสสากรรจ์น่าดู แว่นเวิ่นก็เบี้ยวไปหมด ชานที่ถูกเรียกหน้าตื่นขณะชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง ก่อนที่จะลุกไปหาชายหนุ่มผู้มาใหม่อย่างเลี่ยงไม่ได้



    ไม่มีคนในแผนกไอทีคนไหน ไม่สิ อันที่จริงควรใช้คำว่าไม่มีพนักงานคนไหนในบริษัทผลิตกระดาษแห่งนี้อยากข้องแวะกับพวกแผนกบัญชีหรอกถ้าไม่จำเป็น แม้แต่คนที่อยู่แผนกเดียวกันก็เหอะ



    ผมมั่นใจ



    “สวัสดียามบ่ายค่า ซึงกวานซอนเบนิม”



    น้ำเสียงเยริมร่าเริงแตกต่างจากเมื่อครู่นี้ลิบลับ ดวงตาเป็นประกายจ้องสังเกตปฏิกิริยาที่ไม่เป็นธรรมชาติเท่าไหร่นักของจีบี (aka General Bae) ของแผนกบัญชีอย่างสนใจ 



    ผมเองก็เหมือนกัน



    “อืม หวัดดี” เอ่ยห้วน ๆ พลางดันแว่นหนาเต๊อะตามประสา แต่ใบหน้ากลมและใบหูกลับขึ้นสีอย่างเห็นได้ชัด ตัวเขาเองก็รู้ตัวว่าเผลอแสดงอาการเคอะเขินจึงรีบเดินออกไปโดยมีชานที่ยังไม่เลิกเลิ่กลั่กเดินตามไปติด ๆ เหลือแค่ผมกับเยริมที่กำลังยิ้มมีเลศนัยขณะหยิบคุกกี้เนยสดขึ้นมาทาน



    “คุณรู้ตัวไหมคะว่าเมื่อกี้ทำหน้าแบบไหนออกไป?”



    “หืม” ผมเลิกคิ้วเป็นครั้งเท่าไหร่แล้วไม่รู้ของวัน “แบบไหนล่ะ?” ก็แค่ชอบใจที่เห็นหน้าตาตื่น ๆ ที่พยายามจะตีขรึมของเขา... ก็เท่านั้น



    “อา ไม่รู้ตัวสินะคะ” คนเปิดประเด็นหัวเราะหึ ๆ ในลำคอ ก่อนจะเติมกาแฟในแก้วของตนอย่างพึงใจ “อันที่จริงฉันยังอยากได้ยินคำตอบจากคุณอยู่นะ แต่ไม่เป็นไรแล้วค่ะ ดื่มกาแฟกันต่อดีกว่าเนอะ"



    ผมมองคนอายุน้อยกว่านั่งดื่มกาแฟต่างน้ำอย่างสบายใจแล้วนึกขำ ก่อนจะกลับไปสนใจเครื่องมือสื่อสารรุ่นล่าสุดในมืออีกครั้ง ผมกดเข้าแอพพลิเคชั่น ‘ข้อความ’ ที่ไม่ค่อยจะได้ใช้เท่าไหร่ในยุคสมัยนี้ เว้นเสียแต่คนที่ผมคิดจะติดต่อด้วยเป็นพวกหัวโบราณที่ไม่ยอมเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ สักที



    ผมพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์อย่างใจเย็นและกดส่งออกไป ไม่สนใจสายตาใคร่รู้ของคนนั่งตรงกันข้ามที่พยายามจับผิดการกระทำของผมทุกขณะ



    ดื่มกาแฟไปสองแก้วหลังจากนั้น เสียงเล็กแหลมที่เป็นสัญญาณของข้อความเข้าดังขึ้นทำให้ผมละความสนใจจากบทสนทนาเรื่อยเปื่อยกับรุ่นน้องร่วมแผนกแทบจะทันที



    ผมหัวเราะเมื่อเห็นข้อความที่ตอบกลับมา ก่อนจะยื่นหน้าจอโทรศัพท์จ่อหน้าเยริมที่ดูจะตกใจไม่น้อยกับการกระทำที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยของผม



    ดวงตาที่โตอยู่แล้วของเธอเบิกกว้างขึ้นเกือบเท่าตัว



    ผมผิวปากอย่างอารมณ์ดีแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง  



    “ฉันไปทำงานก่อนนะ”



    ทิ้งให้หญิงสาวเพียงไม่กี่คนของแผนกไอทีนั่งกระหยิ่มยิ้มย่องและพึมพำกับตนเบา ๆ ว่า ‘ฉันว่าแล้ว’ ในห้องพักผ่อนเงียบ ๆ คนเดียว










    End.  

















    ◍ ◍ talk with me free wifi :


    - ที่เขียน The Office The Series (1) ไว้เพราะคาดว่าจะมี (2) ตามมา แต่อาจไม่ใช่จักรวาลเดียวกับเรื่องนี้ 


    - ความรู้ภาษาเกาหลีงูๆปลาๆมาก 


    - อยากเขียนแนวอย่าบอกให้ใครรู้ว่าเรารู้สึกต่อกันเช่นไรมานานแล้ว 


    - ฟิคที่แต่งเก็บไว้ใกล้จะหมดคลังแล้ว


    - มีอะไรติชมกันได้ที่ #kurofics ในทวิตภพหรือจะคอมเมนต์ตรงนี้ก็ได้นะคะ น้อมรับฟังเสมอ



    - enjoy reading ♡




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
mimiewwii (@mimiewwii)
น่าร้ากกกกกกก อยากรู้เลยอ่าว่าเขาส่งอะไรหากัน☺️
kurobakana (@kurobakana)
เขารู้กันสองคนค่ะ แถมน้องเยริมด้วยอีกคน 55555