#kipuuNovelberkipuu_
06 : ตุ๊กตากระดาษ


  • แกรู้จักชิกิงามิมั้ย?
    มันคือตุ๊กตากระดาษที่มีวิญญาณของเทพสถิตอยู่ มีหน้าที่ปกป้องและทำทุกอย่างตามที่เจ้าของสั่ง
    ... แกเองก็ต้องเป็นอย่างนั้น 

    สักวันนึงนายน้อยจะโตขึ้นเขาจะรับช่วงต่อทุกอย่างไปจากฉัน แต่มันไม่มีทางหรอกที่เขาจะดูแลทั้งหมดๆได้ด้วยตัวคนเดียว แกต้องอยู่ข้างเขา ปกป้องเขา คอยจัดการทุกอย่างรอบตัวของเขาให้เรียบร้อยและสมบูรณ์แบบที่สุด

    นี่คือเหตุผลที่แกเกิดมา
    นี่คือสาเหตุที่แกยังมีชีวิตอยู่





    นายท่านเป็นคนพูดน้อย...
    นั่นอาจจะเป็นประโยคที่ยาวที่สุดที่ท่านเคยพูดกับเขา

    เขาเกิดในครอบครัวที่รับใช้ตระกูลนี้มายาวนานรุ่นต่อรุ่น เมื่อเกิดมาจะได้รับการดูแลอย่างดี และมีระเบียบ โตขึ้นจะถูกส่งให้ไปเรียนในโรงเรียนชั้นนำผลการเรียนจะต้องเป็นเลิศ จะต้องมีความรู้รอบด้าน เพื่อที่ได้เป็นกำลังสำคัญให้กับผู้นำรุ่นต่อไปของตระกูล

    หลังจากที่นายท่านพูดกับเขาเช่นนั้นได้ไม่นานท่านก็ล้มป่วย แล้วนายน้อยที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศก็ต้องกลับมาและขึ้นมาแทนที่ของนายท่าน

    “เตรียมรถไว้เรียบร้อยแล้วครับ”

    เขาพูดกับนายน้อยที่เดินออกจากลิฟต์มาด้วยท่าทางทีสง่างามเหมือนทุกครั้ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหันมาพยักหน้ารับและเดินผ่านไปโดยที่ยังคงคุยกับหุ้นส่วนธุรกิจต่อจนถึงหน้าประตูเขาก็เดินตามไปจนถึงรถ ก่อนจะอ้อมมาเปิดประตูให้

    นายน้อยของเขาจับมือกับหุ้นส่วนบอกลา และขึ้นรถ ดึงประตูไปปิดเองก่อนที่เขาจะได้ปิดให้ตามหน้าที่เห็นอย่างนั้นเขาเลยเดินอ้อมมายังที่นั่งอีกฝั่ง ขึ้นรถ แล้วขับรถออกไป

    ทันทีที่รถเคลื่อนตัว... นายน้อยก็พูดออกมา พร้อมกับถอดเสื้อสูทแล้วโยนไปที่เบาะหลัง คลายปมเนคไท ปลดกระดุมสองเม็ดบน

    “ฉันเกลียดไอ้งานผู้บริหารอะไรนี่เป็นบ้า”

    “...”

    เขารับฟังแต่เงียบ เมื่อไม่ใช่คำถาม เขาเองก็ไม่มีหน้าที่ตอบ

    “เฮ้...ไม่ตอบอะไรกลับมาหน่อยเหรอ?”

    “ผมฟังอยู่ครับ...”

    “โอเคๆ เรื่องของเรื่องคือฉันไม่ชอบงานเอกสาร ไม่ชอบงานที่ทำได้แค่นั่งโต๊ะกับเข้าห้องประชุมไม่ชอบไล่จับผิดคนโน้นคนนี้ แล้วก็สั่งให้คนอื่นทำอะไรตามที่ต้องการ พอเขาทำมาไม่ได้ดั่งใจ ฉันก็ได้แต่สั่งให้เขากลับไปทำใหม่ อยากไปลงมือลุยเองซะทุกอย่างจริงๆ”

    “ผมทราบครับ”

    “ขอบคุณที่ตอบ พวกตาแก่เวรนั่น ต่อหน้าก็ครับๆๆๆผมเห็นด้วยครับ แต่ก็ลับหลังก็ต้องพูดจาดูถูกว่าฉันไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่างอยู่แล้วมองแว๊บเดียวก็รู้ ปวดประสาทจริงๆ พอได้มาทำเองแล้วเข้าใจเลยว่าทำไมพ่อถึงเส้นเลือดในสมองแตกได้– เอาล่ะ วันนี้ต้องทำอะไรต่ออีกมั้ย?”

    “ไม่มีแล้วครับ”

    “หาอะไรกินกันเถอะ นายอยากกินอะไรเป็นพิเศษมั้ย?”

    “ไม่มีครับ”

    “งั้น...ฉันอยากกินอาหารจีนร้านที่เราไปกินด้วยกันวันก่อนจำได้มั้ย?”

    “จำได้ครับ”

    “โอเค ระหว่างนั้นของีบแป๊บนึงแล้วกันถึงร้านแล้วปลุกด้วยนะ” 

    “ครับผม..”

    เสียงทุ้มๆที่เคยพูดอยู่ของอีกฝ่ายเงียบไปแล้วและเปลี่ยนเป็นเสียงกรนเบาๆนั่นทำให้มุมปากของยกเขาขึ้นเป็นรอยยิ้มอ่อนหวานแบบที่ไม่เคยมีใครได้เห็น

    จนกระทั่งรถติดไฟแดง เขาหันไปมอง พบว่าอีกฝ่ายหลับในท่าที่ไม่ค่อยไม่สบายนัก ถึงได้หายใจไม่สะดวกแบบนั้น

    เขายื่นมือไปประคองใบหน้าที่ก้มอยู่ในเงยขึ้นหัวใจแทบจะหยุดเต้นตอนที่ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงไรหนวดที่เพิ่งขึ้นบนสันกราม ไม่ทันได้ผละมือออกมา อีกฝ่ายก็ก้มหน้าลงเหมือนเดิมโดยไม่รู้ตัว
    ...ริมฝีปากคู่นั้นสัมผัสลงมาบนมือของเขาพอดี

    นั่นทำให้เขารีบดึงมือตัวเองมือกลับมากุมหน้าอกเอาไว้ รู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะไปหมดจากกลางฝ่ามือ ก่อนที่สัญญานไปจราจรจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว...

    เขาขับรถอีกครั้งหัวใจยังคงเต้นระรัว และนึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา

    นายท่านให้เขาได้เรียนรู้ทุกอย่างเพื่อที่วันนึงจะได้เป็นกำลังให้นายน้อย ภาษา มารยาท การคิดคำนวณ คิดวิเคราะห์ การบริหารจัดการและวางแผน เพื่อที่จะสามารถรับมือกับทุกอย่างที่สามารถเกิดขึ้นได้

    ...แต่ไม่เคยมีใครสอนเลยสักครั้ง ว่าเขาควรทำอย่างไรกับความรู้สึกนี้ 
    เขาไม่เคยได้เรียนรู้ ว่าควรรับมือกับความรู้สึกที่เรียกว่า ‘ความรัก’  อย่างไร 


    END








Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in