บันทึกกันจนกว่าจะเรียนจบa little student
Final Crisis #1
  •                      ใครหลายๆ คนก็คงจะเคยมีประสบการณ์กับ #finalcrisis กันมาแล้ว ทีนี้ถึงตาที่เราจะแบ่งปันความ crisis ให้ทุกคนได้รับรู้บ้าง เย่!
                         รู้ว่ายิ่งโต ยิ่งเรียนปีสูงขึ้น อะไรๆ ก็ยากขึ้น แต่ก็ไม่คิดว่าจะเจอเร็วขนาดนี้...

                         เราก็สงสัยเหมือนกัน ว่าคณะอื่นเขาจะสอบเยอะขนาดนี้ไหม สอบไปเรียนไป สอบเช้าแต่เรียนต่อตอนบ่าย หรือสอบเรียนสอบเรียนสลับกันในหนึ่งวัน หรือแม้แต่การสอบ 8 วิชาใน 1 สัปดาห์ ย้ำ! 8 วิชา ใน 1 สัปดาห์ ยอดมนุษย์มาก เราจะอธิบายให้ฟัง ว่า 8 วิชาที่กำลังจะสอบนั้น มีอะไรบ้าง

                         เนื่องจากเรียนสาขาทางด้านสุขภาพ ก็ต้องรู้เรื่องพวกเลือดหรือจุลชีพอยู่เป็นส่วนใหญ่ แต่ใครจะไปรู้ ว่าอาจารย์จะจัดให้สอบในสัปดาห์เดียวกัน! ปัจจุบันนี้ รูปภาพการแยกเม็ดเลือดชนิดต่างๆ หลักๆ ก็มีเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด แต่ช้าก่อน เม็ดเลือดที่ว่านั้น มักมีที่มาก่อนจะเป็นเม็ดเลือดให้เราได้เรียนกัน และเม็ดเลือดแดงหรือเม็ดเลือดขาวก็ไม่ได้แค่ชนิดเดียว สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า ได้ทำการ print รูปเม็ดเลือดรูปแบบต่างๆ แปะไว้ที่ฝาผนังบ้านแล้ว...

                          ต่อมาในวิชาของจุลชีพ หรือที่ทุกคนคงจะรู้จักพวก bacteria virus รา ยีสต์ สิ่งเล็กๆ(ที่ไม่ได้เรียกว่ารัก) เราก็เรียนแยกประเภทมากมายหลายรูปแบบ อืมม..ก็คงจะจำได้อยู่บ้าง แบบลางๆ แบบที่คิดว่าเห็นข้อสอบแล้วสไลด์ที่เรียนจะเด้งขึ้นมา แต่! มันมักจะเด้งมาว่า "ข้อนี้เหมือนเห็นที่สไลด์ขวาบน ช่วงกลางๆ ของชีทนะ แต่... ในสไลด์ว่าไงนะ?" มันมักจะมาในรูปแบบนี้เสมอๆ หรือเมื่อทำข้อสอบเสร็จ เรามักจะตอบข้อใดข้อหนึ่งไป กลับมาทวนอีกรอบแล้วพบว่า ข้อนี้แปลกๆ นะ เปลี่ยนคำตอบน่าจะถูก แต่! ออกจากห้องสอบ เปิดชีท แล้วพบว่า!! คำตอบแรกที่เราฝนไปนั้นถูกแล้ว...

                          เราเชื่อว่าหลายๆ คนต้องเคยเจอประสบการณ์แบบนี้กันมาบ้าง ไม่ว่าจะมัธยมหรือมหาวิทยาลัยก็ตาม
     
                          ในขณะเดียวกัน เราก็ได้เจอกับรุ่นพี่ปีโตกว่า กับสภาพที่พี่ๆ ยังไม่ได้นอน หัวฟู พี่ผู้ชายบางคนก็ไม่ได้ตัดผม ไม่ได้โกนหนวด พี่ผู้หญิงบางคนก็ไม่ได้แต่งหน้ามา เรากับเพื่อนๆ ยังคิดเล่นๆ กันอยู่เลยว่า "ตอนนั้นถ้าเราอยู่ปีโต เราจะเป็นแบบนี้ไหมอะ แก แต่อย่างน้อยมาเรียนก็ต้องเขียนคิ้วให้ทันนะเว่ย" "มีtintคิ้วแล้ว ไม่ต้องห่วงน่า (เจลทาคิ้ว คล้ายๆ แทททู ทาแล้วลอกออกจะให้อารมณ์เหมือนเขียนคิ้ว อยู่ติดประมาณ 3-5 วัน เราลองแล้ว ดีจริง ฮ่าๆ)" นี่เป็นการวางแผนล่วงหน้าที่ชาญฉลาด แต่อะไรๆ ก็ไม่แน่นอน ตอนนั้นเราอาจจะไม่ได้แต่งหน้า(แม้กระทั่งเขียนคิ้ว)ไปเรียนจริงๆ ก็ได้ ซึ่งนั่นก็คงจะอยู่ในบันทึกในช่วงนั้น

                           บันทึกนี้เป็นการเขียนที่รวดเร็วมาก ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วไปหมด เรากำลังอ่านหนังสืออยู่ แล้วพบว่ามันไม่ไหวแล้ว ต้องหาวิธีผ่อนคลายให้ตัวเองก่อนที่จะสติแตกซะก่อน แล้วพบว่า การเขียนเป็นวิธีผ่อนคลายได้ดีอีกวิธีนึงเลย ใครที่กำลังทุกข์กับการอ่านหนังสือสอบ ลองเขียนดูก็ได้นะ เราว่ามันใช้ได้เลย :)

                          ยังคงให้กำลังใจกับผู้อ่านท่านใดที่ยังอยู่ในวัยเรียน กำลังสอบ สู้ๆ นะ เราจะผ่านมันไปด้วยกัน ผ่านมันไปด้วยดี ไม่ใช่ D นะ อิอิ
     
                        

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
163cm (@mnpa4507)
อ่านเพลินมากค่ะ