บุหลันดั้นเมฆpiyarak_s
บทที่ ๔
  • หอนกมีลักษณะเป็นศาลาโล่งอยู่บนเรือน ห่างจากหอกลางที่พระสุจริตวินิจฉัยและด้วงนั่งสนทนากันอยู่พอสมควร ถึงจะขึ้นชื่อว่าหอนกแต่เจ้าของบ้านไม่ได้ใช้แขวนกรงนกเลี้ยง เพราะการใช้สอยแท้จริงคือที่อวดไม้ดัด เขามอที่เจ้าบ้านโปรดปราน ใกล้ ๆ กันนั้นมีอ่างปลาตั้งอยู่ ที่นี่เป็นที่ที่เมฆเคยพาเดือนมาเดินเล่นในครั้งแรกที่ได้พบและรู้จักกัน 


    ภาพของชานเรือนและหอนกของเรือนพระสุจริตวินิจฉัยเหมือนบทบรรยายในกลอนเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนตอนขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้างและพานางวันทองหนีได้อย่างชัดแจ้ง โดยเฉพาะท่อนที่ว่า “แล้วชำเลืองเยื้องย่างถึงอ่างปลา ชะโงกหน้ามือช้อนมาชมชู” เพราะเพียงวางมือลงบนขอบอ่างน้ำ ปลาทองตัวกลมก็ว่ายเข้ามาหาทันที 


    “พ่อเดือนจำคราวแรกที่มาได้ไหม” เสียงเมฆดังอยู่ข้างหู ในขณะที่มือขนาดใหญ่กว่าของชายหนุ่มวางลงบนขอบอ่างข้าง ๆ มือของเขา นิ้วที่ยาวกว่าของอีกฝ่ายจุ่มลงในน้ำ พลิกช้อนตัวปลาทองที่ว่ายรี่เข้ามาในมือส่งต่อให้เจ้าของมือเล็กกว่าได้ลองสัมผัสตัวนุ่มหยุ่นของสัตว์น้ำหางพลิ้วที่เชื่องกับมนุษย์เป็นพิเศษบ้าง “พ่อเดือนเคยถามพี่ว่าจับดูได้ไหม แต่ไม่ทันได้จับ เพราะด้วงคุยธุระกับคุณพ่อพี่เสร็จเสียก่อน”


    “จำได้เจ้าค่ะ” เดือนมองปลาทองที่ว่ายผ่านระหว่างนิ้วออกไป แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นเงาของคนข้างหลังที่สะท้อนอยู่บนผิวน้ำที่กระเพื่อมไหวอยู่ในอ่าง “ตอนนั้นยังถามคุณพี่อยู่ว่า ตัวปลาทองนุ่มหรือไม่ด้วย”


    “พ่อเดือนความจำดี” 


    “แต่คุณพี่ก็จำได้เหมือนกันไม่ใช่หรือเจ้าคะ” เด็กชายหันกลับไปถาม


    เมฆยิ้มให้โดยที่ไม่ได้พูดอะไร จูงมือของน้องชายเพื่อนจากอ่างปลา ไปยังตุ่มน้ำดินเผาที่มุมบ้านซึ่งตั้งไว้รองรับน้ำจากรางรินมุมหลังคา ตักน้ำให้เดือนล้างมือ ก่อนล้างมือของตนเองแล้วเช็ดมือที่เปียกน้ำกับชายผ้าเกี้ยวหรือผ้ามัดเอว และพาคนตัวเล็กกว่าไปนั่งที่ตั่งยาวที่ตั้งไว้ใต้หลังคาของหอนก ซึ่งตามปกติแล้วเป็นที่ที่คุณพระผู้บิดาจะมานั่งชมไม้ดัดและนำกระถางต้นไม้ลงมาตัดแต่งทรงและพุ่มด้วยตนเอง


    “คนความจำดีจึงจะเหมาะแก่การเป็นตระลาการหรือเจ้าคะ” 


    คิ้วเข้มของนายรองพินัยราชกิจเลิกขึ้นน้อย ๆ กับคำถามนั้น “ถูกแล้ว ไม่เพียงแต่ความจำดีแต่ต้องเป็นคนช่างสังเกตอีกด้วย ทำไมพ่อเดือนจึงถามพี่เช่นนี้เล่า”


    “เพราะคุณพี่พูดทำนองนี้มาหลายครั้งแล้วเจ้าค่ะ” เดือนตอบตามตรง เพราะรู้ว่าเมฆไม่เคยรำคาญและรับฟังสิ่งที่ตนเองพูดเสมอมา “คุณพี่เคยถามว่าดีฉันสนใจจะเป็นตระลาการบ้างหรือไม่ และชมเรื่องความจำของดีฉันอยู่บ่อยครั้ง...”


    “พ่อเดือนก็เลยคิดว่า พี่อยากสนับสนุนให้พ่อเดือนเป็นตระลาการด้วยเหตุผลเหล่านี้อย่างนั้นหรือ”


    “เจ้าค่ะ”


    ริมฝีปากของเมฆคลี่ออกเป็นรอยยิ้มที่กว้างขึ้น และยิ้มนั้นก็ทำให้เดือนแทบละสายตาไปจากใบหน้าของเมฆไม่ได้ 


    “แล้วพ่อเดือนอยากเป็นไหมล่ะ” ชายหนุ่มถาม หลังจากหันไปขอบใจบ่าวหญิงที่ยกเอาขนมและชาจีนร้อนพร้อมภาชนะมาวางให้ และโบกมือบอกว่าให้ไปได้ ไม่ต้องอยู่เฝ้ารอรับใช้ แล้วเลื่อนจานใส่ขนมไปทางคนอายุน้อยกว่า “รังไรกับลำเจียกที่พ่อเดือนชอบ”


    เมฆพูดไม่ผิดเรื่องขนมทั้งสองชนิดนั้นเป็นของชอบของเดือน แต่คนช่างซักก็ไม่กล้าถามว่า เหตุใดจึงจำได้ แต่จะว่าไปแล้ว ถ้าหากเมฆจะจำได้ก็ไม่แปลกแต่อย่างใด เพราะแต่ไหนแต่ไรมานั้น คนอายุมากกว่าใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยและทำดีกับทุกคนรอบตัวอยู่แล้ว และถ้าไม่มีคุณสมบัติเช่นนี้ เมฆคงไม่ได้รับความไว้วางพระทัยให้เป็นมหาดเล็กและได้เลื่อนจากมหาดเล็กวิเศษขึ้นไปนายรองตั้งแต่อายุยี่สิบ


    แต่เมฆอยากก้าวหน้าในหน้าที่การงานด้านนี้แน่หรือ เดือนยังสงสัย เพราะท่าทีหลายอย่างของเมฆบ่งบอกว่า มีความสนใจอย่างอื่นที่นอกเหนือไปจากการได้รับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระบาทของเจ้านาย


    “ยังตัดสินใจไม่ได้เจ้าค่ะ” เป็นคำตอบเดิมที่เด็กชายเคยตอบไว้เมื่อครั้งอีกฝ่ายมาร่วมพิธีโกนจุก 


    “ตัวพี่นี่เองละ ที่สัญญากับพ่อเดือนไว้ว่าจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับศาลให้พ่อเดือนฟัง ไม่ควรต้องถามซ้ำให้พ่อเดือนต้องลำบากใจตอบเลย” เมฆหัวเราะเบา ๆ เทน้ำชาลงในถ้วยเล็ก แล้วยกขึ้นจิบ 


    “คุณพี่จะเป็นตระลาการเหมือนคุณลุงพระสุจริตฯ ไม่รับราชการเป็นมหาดเล็กต่อไปหรือเจ้าคะ”


    ถ้วยชาที่เมฆนิ่งค้างอยู่ชั่วครู่ก่อนที่เขาจะวางมันลงคืนลงบนถาด แล้วถอนใจเบา ๆ 


    ตามปกติแล้ว ผู้ใหญ่มักไม่แสดงความรู้สึกที่แท้จริงของตนเองให้เด็กเห็น และฝ่ายชายมักรักษาระยะห่างระหว่างตนเองกับคนในปกครอง ไม่ว่าจะเป็นภรรยาหรือลูก แต่เมฆไม่เคยปิดบังความคิดของตนเองเมื่อเขาถาม และไม่เคยมองว่าคำถามของเขาน่ารำคาญ อย่างไรก็ตาม ในคราวนี้เมฆใช้เวลาคิดอยู่นานก่อนเอ่ยตอบ


    “พี่ยังคิดอยู่ พ่อเดือน คิดหนักเลยทีเดียว” มหาดเล็กหนุ่มกล่าว “งานตระลาการนั้นยาก พี่เห็นความยุ่งยากในการทำงานของคุณพ่อมาตั้งแต่น้อย โดยเฉพาะเรื่องคุมขังคนโทษไว้ในตะรางใต้ถุน เพราะเบี้ยหวัดที่หลวงให้ก็ใช่ว่าจะมากมายนัก แต่เพราะเข้าใจในความยากของงานนั้น พี่จึงรู้ว่าหากตนเองต้องเป็นตระลาการ พี่ควรจะกระทำสิ่งใดและควรจะกระทำสิ่งใด”


    “คุณพ่อเคยบอกดีฉันว่า โดยมากแล้ว เมื่อบิดาเป็นตระลาการ ลูกหลานก็มักจะเป็นด้วย” เดือนว่า หลังจากรังไรหมดไปอีกหนึ่งคำ 


    “สำหรับคนเชื้อสายมอญ พ่อสังกัดกรมใด ลูกชายก็มักสังกัดกรมนั้นด้วย” เมฆเสริม “แม้ว่าทางคุณพ่อจะสนับสนุนพี่ทองมีให้สังกัดกรมทหารเรือตามสมิงรัตนชัย พี่ชายของคุณแม่พี่ และไม่ว่ากระไรหากไม่มีลูกชายคนใดจะเดินตามเส้นทางของท่าน แต่ในใจของคุณพ่อ พี่ก็พอทราบว่าท่านอยากให้ลูกชายสักคนของท่านเป็นตระลาการเช่นเดียวกัน” 


    ความจริงแล้ว เมฆมีน้องชายหลายคน น้องชายคนสุดท้องเพิ่งอายุได้สองปี เกิดจากอนุภรรยาคนหนึ่งของคุณพระสุจริตวินิจฉัย มีบุตรชายคนอื่นที่เป็นได้ แต่โดยศักดิ์และสายเลือดแล้วก็ยังไม่ถูกคาดหวังเท่ากับบุตรชายที่เกิดจากภรรยาเอกหรืออย่างน้อยที่สุดก็มาจากภรรยาที่ยกย่องให้ดูแลกิจการต่าง ๆ ในครัวเรือนร่วมกับภรรยาเอกของท่าน หากไม่นับทองมีที่เป็นทหารอยู่ ณ เวลานี้ เมฆก็เป็นบุตรชายที่คุณพระผู้บิดาคาดหวังให้สืบทอดความรู้ ความชำนาญด้านการวินิจฉัยคดีและตัวบทกฎหมายจากท่าน ที่สำคัญ ท่านห่วงใยคนในสังกัดโดยเฉพาะพวกพะทำมะรงหรือผู้คุมนักโทษทั้งหลายว่าจะไม่มีคนคอยควบคุมดูแลอย่างที่ท่านทำ และอาจไม่เมตตากับคนโทษเท่าที่จะเมตตาได้อย่างที่ท่านปฏิบัติ 


    เดือนพอเข้าใจความลำบากใจของเมฆ เพราะการสืบทอดงานตระลาการจากบิดาหมายความว่า เมฆต้องแบกรับภาระหนักทั้งงานและคน แต่ถ้าไม่ใช่เมฆ ไม่ใช่คนที่มีหัวใจอย่างเมฆแล้ว เดือนก็ยังมองไม่เห็นว่าใครจะทำหน้าที่นี้ต่อจากพระสุจริตวินิจฉัยได้ และที่สำคัญ หากฟังจากน้ำเสียงเมฆแล้ว ถ้าให้เลือกระหว่างเป็นมหาดเล็กในลำดับศักดิ์สูงขึ้นไปกับเป็นตระลาการ ดูเหมือนว่าใจของเมฆจะโน้มเอียงมาทางประการหลังมากกว่า


    ไม่ใช่แค่ความชอบและความถนัด เมฆมีคุณสมบัติของคนที่มีความตั้งใจในการแสวงหาความจริงและช่างสังเกตยิ่งกว่าที่เมฆเคยชมว่าเดือนช่างสังเกตเสียอีก และแม้จะยังเป็นเด็ก แต่เดือนก็พอจะจับได้ว่า เมฆมีเรื่องยุ่งยากใจกับหน้าที่การงานในฐานะมหาดเล็ก และความมุ่งมั่นว่าจะทำหน้าที่ตุลาการของเมฆนั้นมีความเกี่ยวเนื่องกับเรื่องบางอย่างที่อาจได้พบเจอมาจากการทำหน้าที่มหาดเล็กหรือได้รับรู้มาจากการทำงานรับใช้ใกล้ชิดเจ้านาย เป็นความขุ่นข้องในใจที่ดูซับซ้อนจนเดือนไม่อาจเข้าใจ แต่ไม่อยากให้เมฆรู้สึกเช่นนี้เลย


    “ถ้าต้องเลือกและเลือกได้ คุณพี่จะเลือกเป็นอะไรเจ้าคะ” เดือนตัดสินใจถาม คิดว่าการได้เอ่ยความในใจออกมาอาจช่วยคลายความหนักใจของคนตรงหน้าได้บ้าง ซึ่งก็จริงตามนั้น


    การแสดงความสนใจด้วยใจจริงของคนอายุน้อยกว่าทำให้หัวคิ้วที่ขมวดมุ่นของคนอายุมากกว่าค่อยคลายออก และเรียกรอยยิ้มที่เดือนรักที่จะเห็นนักให้คืนกลับมาบนใบหน้าคมคายของเมฆอีกครั้ง 


    “แล้วพ่อเดือนคิดว่า พี่จะเลือกเป็นอันใดเล่า” เขาย้อนถาม


    เด็กชายสบตากับเจ้าของคำถามและเอ่ยตอบหนักแน่น “ตระลาการเจ้าค่ะ”


    ดวงตาคมของเมฆเป็นประกายเมื่อยิ้มรับกับคำตอบนั้น 


    “ในบรรดาคนทั้งหลาย มีพ่อเดือนนี่ละ ที่รู้ใจพี่ดีเหลือเกิน”


    To be continued..... 



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
wj_2301 (@wj_2301)
น้องเดือนรู้ใจพี่เมฆที่สุด
piyarak_s (@piyarak_s)
@wj_2301 น้องจำเรื่องของพี่ได้ทุกอย่างค่ะ ><
Ornalin Eyck Pimsamsee (@fb2102545806457)
เอ็นดูน้องเดือน ฮือ
อยากให้มาพูดเจ้าคะเจ้าค่ะเจ้าขาใส่บ้างเลยค่ะ /พรากผู้เยาว์
ย่อหน้าที่ 7 จากล่างสุดมีใช้คำว่าตุลาการด้วยนะคะ ไม่รู้ว่าคุณส้มตั้งใจแบบนั้นหรือพิมพ์ผิด
รออาทิตย์หน้านะค้าาาา
ชอบมากกกก ประทับใจ
รักน้องเดือนจังเลย
piyarak_s (@piyarak_s)
@fb2102545806457 เวลาพูดใช้คำว่า ตระลาการ ส่วนในส่วนเขียนจะใช้ตุลาการกับตระลาการสลับกันไปค่ะ เพราะความหมายเดียวกัน

ขอบคุณค่าาา เอ็นดูน้อง อย่าพรากน้อง น้องยังเป็นผู้เยาว์นะคะ ><